- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างสายสตรีม: ไลฟ์สดยิงจริง ผมมีคนดูหลักล้าน
- บทที่ 18 สาดกระสุนเต็มพิกัด เคลียร์แม็กกาซีนใน 15 วินาที
บทที่ 18 สาดกระสุนเต็มพิกัด เคลียร์แม็กกาซีนใน 15 วินาที
บทที่ 18 สาดกระสุนเต็มพิกัด เคลียร์แม็กกาซีนใน 15 วินาที
บทที่ 18 สาดกระสุนเต็มพิกัด เคลียร์แม็กกาซีนใน 15 วินาที
ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง
ทหารรับจ้างก็ไม่มีข้อยกเว้น!
คิงลูเธอร์ โอเฒ่า นกกระจอกเทศ ทิวลิป
ทั้งสี่คนสวมชุดรบเต็มยศ สวมหมวกและหน้ากากยุทธวิธี ถืออาวุธคู่กายที่แตกต่างกัน ยืนเรียงแถวหน้ากระดาน
ราวกับรูปปั้นที่หล่อหลอมจากทองแดงและเหล็กกล้า แผ่รังสีอำมหิตจนน่าเกรงขาม!
“หัวหน้าชูร่า พลจู่โจมโอเฒ่ามารายงานตัวแล้ว!”
“หัวหน้าชูร่า พลซุ่มยิงทิวลิปมารายงานตัวแล้ว!”
“หัวหน้าชูร่า พลระเบิดนกกระจอกเทศมารายงานตัวแล้ว!”
“หัวหน้าชูร่า พลสนับสนุนการยิงคิงลูเธอร์มารายงานตัวแล้ว!”
น้ำเสียงอันหนักแน่นและทรงพลัง ดังก้องไปทั่วทั้งโกดัง
ดวงตาที่เปล่งประกายเจิดจ้าของพวกเขา แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่น
นี่คือความเลื่อมใสที่ผู้ใต้บังคับบัญชามีต่อผู้บังคับบัญชา และยังเป็นการยอมรับในตัวหัวหน้าทีมอย่างชูร่าอีกด้วย
ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ทีมทหารรับจ้างทีมนี้ จะไม่ใช่แค่การรวมตัวกันมั่ว ๆ ของทหารรับจ้างอิสระอีกต่อไป
แต่เป็นหน่วยจู่โจมทหารรับจ้างที่มีจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง!
เสิ่นเฟยยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับทั้งสี่คน ดวงตาอันแหลมคมดุจเหยี่ยว กวาดมองใบหน้าของทุกคนจากซ้ายไปขวา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “พี่น้อง วันนี้คือวันก่อตั้งทีมของเรา”
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ระหว่างพวกเราจะไม่มีเส้นแบ่งเรื่องเชื้อชาติ ไม่มีอคติเรื่องสีผิว”
“ฉันจะมองพวกนายเป็นเพื่อนร่วมรบ เป็นพี่น้อง”
“ต่อให้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่อันตรายที่สุด ฉันก็จะไม่มีวันทอดทิ้งพวกนาย!”
“หากรอด
ก็รอดด้วยกัน!
หากตาย
ก็ตายด้วยกัน!”
เสิ่นเฟยยืนหลังตรงจ้องมองทั้งสี่คน ก่อนจะเอ่ยปากอย่างหนักแน่น “หลังจากนี้ ขอให้ทุกคนกล่าวคำปฏิญาณไปพร้อมกับฉัน”
พรึ่บ!
ทั้งสี่คนยืนตัวตรงแหน่ว ราวกับหอกที่ปักตระหง่านอยู่
ในเวลานี้ พวกเขาคิดอะไรมากมาย
บางคนนึกถึงครอบครัว บางคนนึกถึงชีวิตทหารในอดีต
เลือดในกายที่ไม่ได้เดือดพล่านมาหลายปี จู่ ๆ ก็กลับมาพุ่งพล่านอีกครั้งในวินาทีนี้
ในชั่วพริบตา
ราวกับได้ย้อนกลับไปตอนที่เป็นทหารเกณฑ์ใหม่ ในวันแรกที่เพิ่งเข้ากรม
โอเฒ่ารู้ดีว่า หลังจากอำลาค่ายทหารมาสิบปี วันนี้เขาก็ได้พบกับพี่น้องที่พร้อมจะสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันอีกครั้ง!
ทิวลิปเองก็รู้ดีว่า ต่อให้พรุ่งนี้เธอจะต้องตายในสนามรบ แต่การเลือกให้ชูร่าเป็นหัวหน้า และการเลือกตั้งทีมทหารรับจ้างทีมนี้ เธอทำถูกแล้ว และจะไม่มีวันเสียใจ!
นกกระจอกเทศกับคิงลูเธอร์ สองคนที่ยอมเป็นทหารรับจ้างก็เพื่อเงิน ในเวลานี้ใบหน้าของพวกเขาก็แดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน
เสิ่นเฟยพูดเสียงดังฟังชัด “ฉัน ชูร่า ขอปฏิญาณต่อเพื่อนร่วมทีม....”
แกร๊ก....
ทุกคนยกอาวุธในมือขึ้น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงทรงพลัง
“ฉัน นกกระจอกเทศ....”
“ฉัน โอเฒ่า.....”
“ฉัน ทิวลิป.....”
“ฉัน คิงลูเธอร์....”
เสียงของทุกคน ผสานเข้าด้วยกันในท้ายที่สุด
ทั้งที่เป็นคนกลุ่มหนึ่ง แต่กลับทำให้รู้สึกเหมือนเป็นคนคนเดียวกัน!
เสิ่นเฟยพูดต่อ “ฉันจะจงรักภักดีต่อทีมของฉัน เหมือนกับที่จงรักภักดีต่อประเทศชาติ ครอบครัว เพื่อนฝูง และคนรัก!”
ทุกคนพูดประสานเสียงกันอย่างกึกก้อง “ฉันจะจงรักภักดีต่อทีมของฉัน เหมือนกับที่จงรักภักดีต่อประเทศชาติ ครอบครัว เพื่อนฝูง และคนรัก!”
“ไม่ทอดทิ้ง ไม่ยอมแพ้เด็ดขาด!”
“ไม่ทอดทิ้ง ไม่ยอมแพ้เด็ดขาด!”
“ขอให้ดวงตะวันและจันทราเป็นพยาน ฟ้าดินร่วมรับรู้ เหล่าทวยเทพและภูตผีปีศาจจงสดับฟัง!”
“ขอให้ดวงตะวันและจันทราเป็นพยาน ฟ้าดินร่วมรับรู้ เหล่าทวยเทพและภูตผีปีศาจจงสดับฟัง!”
..............
ไม่ทอดทิ้ง ไม่ยอมแพ้
สำหรับทหารแล้ว เรื่องพวกนี้ถือเป็นเรื่องปกติ
นั่นก็เพราะในค่ายทหาร พวกเขามีจิตวิญญาณและอุดมการณ์เดียวกัน!
แต่การจะทำให้ทหารรับจ้างที่สู้เพื่อเงินเพียงอย่างเดียว มีความสามัคคีและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันขนาดนี้ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ทว่า ในวินาทีนี้
ทั้งสี่คนต่างก็เชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจ ว่าอีกฝ่ายคือคนที่พวกเขาเชื่อใจได้อย่างแน่นอน
เสิ่นเฟยเองก็ไม่สงสัยในเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
และหลังจากการปฏิญาณ ระบบก็แสดงให้เห็นว่า ค่าความภักดีของพวกเขา พุ่งสูงไปถึงระดับ 94 แล้ว
“เริ่มทดสอบปืนได้!”
เสิ่นเฟยหันหลังกลับ ดึงคันรั้งปืนซุ่มยิง 88 ในมือ แล้วพุ่งออกไปเป็นคนแรก เล็งปืนไปที่เป้าแล้วเหนี่ยวไก
ปัง....
เสียงปืนดังกังวาน เป็นการเปิดฉากการต่อสู้
ทิวลิป โอเฒ่า นกกระจอกเทศ และคิงลูเธอร์ที่ตามหลังเขามา ก็รีบพุ่งเข้าไปหาเสิ่นเฟย และเดินหน้าไปพร้อมกับเขา
ปัง....
ปังปัง.....
อาวุธหลากหลายชนิด เปล่งอานุภาพที่แตกต่างกัน กระสุนนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานเข้าใส่เป้าหมาย
ต้องขอบคุณโกดังที่ระบบจัดหาให้ ซึ่งมีระบบเก็บเสียงที่ยอดเยี่ยมมาก
ไม่อย่างนั้น คงมีคนร้องเรียนเรื่องเสียงรบกวนไปแล้ว
ปัง...ปังปัง.....
เสียงปืนยังคงดังอย่างต่อเนื่อง
จนกระทั่งกระสุนในแม็กกาซีนของทั้งอาวุธหลักและอาวุธรองถูกยิงจนหมดเกลี้ยง และเป้าหมายทั้งหมดพรุนเป็นรังผึ้ง เสียงปืนถึงได้สงบลง
“โคตรมันเลย เกิดมาไม่เคยใช้ปืนดีขนาดนี้มาก่อน!”
“เวรเอ๊ย ถ้าตอนอยู่เซนต์มาร์ตซาวาฉันมีเจ้านี่อยู่ในมือ ฉันคงไม่ต้องรบแบบน่าสมเพชขนาดนั้นหรอก!”
“อุปกรณ์ระดับ A ยังเจ๋งขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้าเป็นอุปกรณ์ระดับ S จะน่ากลัวขนาดไหน!”
“ได้คืบจะเอาศอกนะ เพิ่งจะได้อุปกรณ์ระดับ A ก็หวังจะได้ระดับ S แล้วเหรอ?”
“ได้คืบจะเอาศอกอะไรล่ะ ไม่เห็นจะมากไปตรงไหนเลย” เสิ่นเฟยเก็บปืน แล้วยิ้มบาง ๆ “วางใจเถอะ อย่าว่าแต่อุปกรณ์ระดับ S เลย ต่อให้เป็นอุปกรณ์ระดับ SSS วันหน้าพวกเราก็ต้องได้ใส่มันแน่!”
หลายคนมองหน้ากัน แล้วก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
ฮ่า ๆ....
อุปกรณ์ระดับ S งั้นเหรอ
ไม่กล้าหวังหรอก!
แค่มีอุปกรณ์ระดับ A พวกเขาก็ดีใจจนเนื้อเต้นแล้ว!
เสิ่นเฟยก็รู้ดีว่าพวกเขาไม่เชื่อคำพูดของตน ความจริงแล้วถ้าเขาไม่มีระบบ เขาก็คงไม่เชื่อเหมือนกันว่าในอนาคตจะมีอุปกรณ์ระดับ S ขึ้นไปไว้ในครอบครอง
อาวุธพวกนั้น ล้วนเป็นอาวุธที่ถูกวิจัยและพัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษ ซึ่งแตกต่างจากอาวุธประจำการชั้นยอดที่พวกเขาใช้อยู่โดยสิ้นเชิง
“เอาล่ะ เลิกพูดเรื่องนี้กันก่อน”
เสิ่นเฟยดึงสติกลับมา แล้วถามว่า “พรุ่งนี้ถึงจะเริ่มทดสอบ วันนี้พวกเราจะไปพักที่ไหนกันล่ะ?”
ถ้ามีแค่ห้าคนก็แล้วไปเถอะ ประเด็นคือตอนนี้พวกเขามีอาวุธครบชุดติดตัวมาด้วย
ประเทศสวีเดนอนุญาตให้ครอบครองอาวุธปืนได้ก็จริง แต่จำนวนอาวุธของพวกเขามันเยอะเกินไปหน่อย ขืนออกไปเดินเพ่นพ่าน คงได้เจอปัญหาเข้าแน่ ๆ
“เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง”
ทิวลิปหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วบอกกับทุกคนว่า “สมาคมทหารรับจ้าง จะจัดหารถและที่พักในช่วงเวลาทดสอบให้พวกเราเอง”
พูดจบ เธอก็กดโทรหาฝ่ายบริการของสมาคมทหารรับจ้าง
......
รออยู่ประมาณสิบห้านาที รถตู้โตโยต้าอัลพาร์ดคันหนึ่งก็มาจอดเทียบที่หน้าโกดัง
พวกเสิ่นเฟยขึ้นรถ เพื่อมุ่งหน้าไปยังที่พักที่สมาคมสวีเดนจัดเตรียมไว้ให้
ในตอนนั้นเอง นกกระจอกเทศที่เพิ่งจะนั่งที่เรียบร้อย เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เขามองเสิ่นเฟยแล้วถามว่า “หัวหน้า ทีมของเรา จะตั้งชื่อว่าอะไรดีล่ะ?”
หา?
นั่นสิ
จัดการทุกอย่างจนเสร็จสรรพ ทั้งคนทั้งอาวุธก็พร้อมหมดแล้ว แต่ดันยังไม่ได้คิดชื่อทีมซะงั้น
เสิ่นเฟยก็เพิ่งจะนึกถึงปัญหานี้ขึ้นมาได้เหมือนกัน
จะตั้งชื่อว่าอะไรดีล่ะ?
ชื่อของทีมทหารรับจ้าง ค่อนข้างสำคัญเลยทีเดียว ต้องคิดให้รอบคอบ
เสิ่นเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันไปถามทุกคนว่า “ฉันยังไม่ได้คิดเลย พวกนายมีข้อเสนอแนะดี ๆ บ้างไหม?”