เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 ช่างเป็นผู้ชายเฮงซวยที่หล่อเหลาอะไรเช่นนี้!

บทที่ 10 ช่างเป็นผู้ชายเฮงซวยที่หล่อเหลาอะไรเช่นนี้!

บทที่ 10 ช่างเป็นผู้ชายเฮงซวยที่หล่อเหลาอะไรเช่นนี้!


บทที่ 10 ช่างเป็นผู้ชายเฮงซวยที่หล่อเหลาอะไรเช่นนี้!

กู้เยี่ยถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดีล่ะ เขาจะได้โปรโมตมันเสียที

ต่อให้เขาโชคดีโด่งดังเป็นพลุแตกไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ตจนกลายเป็นปรมาจารย์คนที่สอง เขาก็ยังไม่สามารถใช้พลังของอินเทอร์เน็ตมากอบโกยผลกำไรมหาศาลได้อยู่ดี

รายได้ต่อปีของเขาคงทะลุร้อยล้าน

แต่ปัญหาคือ หากกู้เยี่ยไม่มีระบบ ในวงการวิดีโอสั้นยุคปัจจุบันที่นายทุนเป็นใหญ่ เขาคงไม่มีที่ยืนอย่างแน่นอน

ดังนั้น กู้เยี่ยจึงรู้ตัวดีว่าสิ่งใดสำคัญกว่ากัน

หากปราศจากระบบ นอกจากหน้าตาแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรดีเลย

เขาลงทะเบียนบัญชีใหม่ เลือกใช้ชื่อผู้ใช้ว่า "หนุ่มโฮสต์ครอบจักรวาล" จากนั้นก็กดเผยแพร่วิดีโอขี้เก๊กของเขาทั้งสองคลิป

"เรียบร้อย!"

รอยยิ้มของกู้เยี่ยเบ่งบานราวกับดอกเบญจมาศ... แม้ว่ารายได้ของเขาในวันนี้จะสูงถึงสองหมื่นหนึ่งพันหยวน แต่หลังจากเศรษฐินีเจียงฉือกลับไป กู้เยี่ยก็นั่งรออยู่ในห้องส่วนตัวจนถึงรุ่งสาง กลับไม่มีลูกค้าผู้หญิงคนไหนเรียกใช้บริการเขาอีกเลย

เห็นได้ชัดว่า ไม่ใช่เศรษฐินีทุกคนจะเป็นเหมือนเจียงฉือที่มีรสนิยมแปลกประหลาด มาเที่ยวไนต์คลับเพียงเพื่อหาหนุ่มโฮสต์ไปท่องบทกวี 'เจียงจิ้นจิ่ว' ให้ฟัง

"โชคดีที่พรุ่งนี้เศรษฐินีเจียงจะมาอีก แต่ก่อนกลับ หล่อนเหมือนจะบอกว่าจะพาคนอื่นมาด้วย เป็นเพื่อนสาวคนสนิทที่เคยฝึกมวยมา..."

ระหว่างทางกลับ กู้เยี่ยนึกย้อนไปถึงสิ่งที่เศรษฐินีเจียงพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะจากไป

"มวยงั้นเหรอ..."

"หึหึ ยัยนี่มีแผนร้ายอยู่เต็มท้องจริงๆ โชคดีที่ฉันได้รับทักษะการต่อสู้ระดับสูงสุดมา ไม่เช่นนั้นพรุ่งนี้ฉันคงต้องเสียท่าให้หล่อนแน่ๆ"

กู้เยี่ยยิ้มอย่างอวดดี

ไม่มีทางเลือกอื่น ก็ท่านพ่อระบบทรงพลังซะขนาดนี้นี่นา... เขากลับมาถึงบ้าน

อ๊ะ ไม่ใช่บ้านสิ แต่เป็นห้องเช่าต่างหาก

ค่าเช่าเดือนละหนึ่งพันห้าร้อยหยวน เป็นห้องเดี่ยวขนาดประมาณสามสิบตารางเมตร

ตั้งอยู่ในย่านชุมชนแออัดกลางเมือง ไม่อนุญาตให้ทำอาหาร มีเพียงเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โต๊ะหนังสือ ม้านั่งหนึ่งตัว และห้องน้ำ

เขาเพิ่งจะนั่งลงไถโทรศัพท์ได้ไม่ถึงสามนาที

"ก๊อก! ก๊อก ก๊อก!"

"ใครครับ?"

"เสี่ยวเย่ ป้าซ่งเจ้าของบ้านเช่าเองจ้ะ"

เสียงของผู้หญิงวัยกลางคน แหลมปรี๊ดและบาดหูราวกับแม่มดเฒ่า ดังมาจากข้างนอก

การที่มีคนมาหาในยามวิกาลเช่นนี้มักจะไม่ใช่เรื่องดีแน่

กู้เยี่ยลุกขึ้นไปเปิดประตู

ตรงหน้าประตู

ป้าซ่งเจ้าของบ้านสวมเสื้อผ้าวาบหวิว เปิดเผยสัดส่วน และกำลังส่งยิ้มยั่วยวน

"ป้าซ่ง ค่าเช่าเดือนนี้ผมก็จ่ายไปแล้วนี่ครับ มีธุระอะไรถึงมาซะดึกดื่นป่านนี้?"

สายตาของกู้เยี่ยละเลยทุกส่วนของเจ้าของบ้านที่อยู่ต่ำกว่าศีรษะลงไปโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่ว่าเขาไร้น้ำยา หรือไม่ได้สนใจเรื่องพรรค์นั้น

แต่เขาเกรงว่าเพียงแค่ปรายตามอง ก็จะทำให้เขาคลื่นไส้จนเผลออาเจียนเอามื้อดึกที่เพิ่งกินเข้าไปออกมาจนหมดต่างหาก

ใช่แล้ว ป้าซ่ง เจ้าของบ้านเช่าคนนี้ มีอานุภาพทำลายล้างระดับนั้นจริงๆ! แน่นอนที่สุด!

หากคุณไม่เข้าใจ ลองจินตนาการถึง 'เจ๊แตงโม' ดูก็ได้

"เสี่ยวเย่ ป้าเป็นคนตรงๆ ไม่ชอบอ้อมค้อมหรอกนะ"

ป้าซ่งกำลังเร่าร้อนด้วยไฟปรารถนา เธอจงใจโน้มตัวไปข้างหน้า ร่นระยะห่างระหว่างเธอกับกู้เยี่ย "คืนนี้สามีป้าไม่อยู่บ้าน ทำไมเธอไม่มาหาป้าที่ห้องล่ะ? แค่อาทิตย์ละครั้งก็พอ เดือนละสี่ครั้ง ถ้าเธอตกลง ป้าจะลดค่าเช่าให้ครึ่งหนึ่ง ต่อไปจะเก็บเธอแค่แปดร้อยหยวนก็พอ"

เดือนละสี่ครั้ง... ลดให้เจ็ดร้อยหยวน

นี่เห็นฉันเป็นผู้ชายขายบริการข้างถนนหรือไง?

บ้าฉิบ สมัยนี้พวกขายบริการข้างถนนที่ยังสาว หน้าตาพอดูได้ แถมหุ่นดี ขอแค่ตรงสเปกสักข้อ อย่างน้อยๆ ก็ต้องสองร้อยหยวนแล้วไหม?

หรืออาจจะสามร้อยด้วยซ้ำ

แถมแต่ละครั้งก็จำกัดเวลา อย่างมากก็สิบนาที

เกินมาแม้วินาทีเดียวก็ต้องโดนบ่นหูชาแถมทำหน้าหงิกหน้างอใส่

ทำเอาหมดอารมณ์ไปซะดื้อๆ

แล้วสำหรับป้า ยัยป้าอ้วนฉุ ครั้งละ 175 หยวนก็แย่พอแล้ว นี่ยังจะให้ฉันไปหาที่บ้านอีกเหรอ?

คำพูดหน้าไม่อายแบบนี้ บ้าเอ๊ย เหลียงจิ้งหรูประทานความกล้ามาให้พูดหรือไง?

"มัวเหม่ออะไรอยู่ล่ะเสี่ยวเย่? เอ้า ว่าไง ให้คำตอบป้ามาสิ"

เจ้าของบ้านเร่งเร้าด้วยความร้อนรน

"อาชีพของเธอคือโฮสต์ ป้ารู้มาตั้งนานแล้ว อย่ามาทำเป็นใสซื่อกับป้าหน่อยเลย"

เธอข่มขู่เขาอย่างเปิดเผย

กู้เยี่ยยิ้มจอมปลอม "ขอโทษด้วยนะครับป้าซ่ง ราคาที่ป้าเสนอมันต่ำเกินไปจริงๆ ผมคงรับไว้ไม่ได้หรอกครับ"

"ถ้าป้าซ่งอยากจะสนุกจริงๆ ป้าสามารถมัดจำไว้ก่อนสักหนึ่งแสนหยวน แล้วเวลาป้าซ่งส่งคำเชิญมา น้องชายคนนี้จะไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอนครับ"

"หนึ่งแสน? แกแน่ใจนะว่าพูดว่าหนึ่งแสน?!" เจ้าของบ้านเบิกตากว้าง

"ใช่ครับ นั่นคือราคาสำหรับหนึ่งวันหนึ่งคืน"

กู้เยี่ยยิ้มอย่างสุภาพบุรุษ "แล้วก็เป็นราคาของผมคนเดียวด้วย เพื่อนร่วมงานคนอื่นในวงการก็มีราคาของตัวเอง บางคนก็เรียกสูงกว่าผม แต่แน่นอนว่าคนที่ถูกกว่าผมมีเยอะกว่า ก็แหม หน้าตากับทักษะของพวกเขาไม่ได้เรื่องเท่าไหร่นี่ครับ"

"แก... แก... แกโกหก! แกต้องโกหกแน่ๆ!!!"

ป้าซ่งกรีดร้อง ไขมันบนพุงพลุ้ยๆ ของเธอสั่นกระเพื่อม "ฉันเคยไปที่ราชวงศ์เล่อซ่าง ที่ทำงานของแกนะโว้ย!"

"แกเพิ่งเข้าไปทำงานที่เล่อซ่างได้เท่าไหร่กันเชียว? แค่สามเดือนเอง!"

"ค่าเปิดโต๊ะขั้นต่ำที่เล่อซ่างก็แค่หนึ่งพัน จ้างโฮสต์มานั่งดริ๊งก์ด้วยก็ห้าร้อย ถ้าหน้าตาดีมีความสามารถหน่อยก็แค่เก้าร้อยหยวน"

"รวมๆ แล้วก็แค่สองพันกว่าหยวนเท่านั้นแหละ"

"แล้วแกมาเรียกหนึ่งแสนสำหรับหนึ่งวันหนึ่งคืน ตั้งห้าสิบเท่า! ช่างกล้าพูดนะไอ้หนุ่ม!!!"

กู้เยี่ยสวนกลับ "ป้าซ่ง ป้าก็พูดเองนะว่าที่เล่อซ่างนั่นน่ะเขานั่งดริ๊งก์กัน แล้วการนั่งดริ๊งก์มันจะไปเทียบกับการปรนนิบัติทั้งวันทั้งคืนได้ยังไงล่ะครับ?"

"แก... แกมันก็แค่แถไปเรื่อย ไร้เหตุผลสิ้นดี! มันก็จ้างโฮสต์เหมือนกันนั่นแหละ ทำไมจะไม่เหมือนกัน!"

แถไปเรื่อยไร้เหตุผลบ้าบออะไรกัน? ถ้าใช้สำนวนไม่เป็นก็อย่าหาทำ!

"เอาเป็นว่า นั่นคือราคาของผม ถ้าป้าจ่ายไหว ผมก็จะอยู่เป็นเพื่อนป้า แต่ถ้าไม่มีปัญญาจ่าย ก็ไสหัวไปซะ!" กู้เยี่ยเลิกเสแสร้ง ชี้มือไปข้างนอกแล้วตวาดลั่น

"แก... แก..."

"กรี๊ดดด! ช่วยด้วย! ออกมาดูกันเร็วเข้า! ไอ้หนุ่มนี่ หน้าตาก็เป็นคนแท้ๆ แต่ทำตัวเหมือนหมา มันไม่ยอมปล่อยป้าแก่ๆ หัวโตหูหนาอย่างฉันไป! มันไม่ใช่คน! มันไม่ใช่คน!!!"

เจ้าของบ้านที่สติแตกไปแล้ว เริ่มกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ

โชคดีที่กู้เยี่ยซ่อนทีเด็ดเอาไว้ เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาอัดวิดีโอเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว

"แกถ่ายอะไร! ห้ามถ่ายนะ! เอาโทรศัพท์แกมานี่!"

ยัยหมูตอนตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังถูกแอบถ่ายก็รู้สึกร้อนรนขึ้นมาทันที หยุดโวยวายแล้วพยายามจะพุ่งเข้ามาแย่งโทรศัพท์ไปแทน

"จะส่งมาให้ฉันดีๆ หรือไม่! ถ้าไม่ให้ ฉันจะทับแกให้แบนเลย!"

ยัยป้าอ้วนอยากจะใช้ความได้เปรียบทางสรีระของตัวเองมาบีบบังคับให้กู้เยี่ยยยอมจำนน

หากเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวาน เมื่อต้องเผชิญกับรูปร่างอันใหญ่โตของยัยหมูตอน กู้เยี่ยคงไม่มีโอกาสชนะเลยแม้แต่น้อย แต่ทว่าวันนี้ มันต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

เพราะเขามีทักษะการต่อสู้ระดับสูงสุดอยู่ในครอบครองแล้ว

"สี่ตำลึงปัดพันชั่ง!"

กู้เยี่ยเบี่ยงตัวหลบก้อนเนื้อยักษ์นั่นได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็ฟาดฝ่ามือเข้าที่ไขมันเยิ้มๆ บริเวณท้ายทอยของหล่อนอย่างแรง

"โอ๊ย!!!" ยัยหมูตอนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เสียหลักล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น

กู้เยี่ยเก็บสัมภาระสำคัญสองสามชิ้นในห้องแล้วเดินออกไป เขาอยากจะย้ายออกจากสถานที่สับปะรังเคนี้มาตั้งนานแล้ว เพราะยัยป้าอ้วนนี่เคยลวนลามเขามาแล้วตั้งหลายครั้ง

ที่ยังไม่ย้ายออกไปก่อนหน้านี้ ก็เพราะคนเก่งแค่ไหนก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับความจนนี่แหละ

เมื่อเดินออกมาจากย่านชุมชนแออัด

กู้เยี่ยไปยืนอยู่ริมถนน ยื่นมือออกไปเพื่อเรียกแท็กซี่ ทว่าจู่ๆ ก็มีหญิงสาวผมสั้นท่าทางทะมัดทะแมงปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเขา เธอยื่นมือออกไปเรียกแท็กซี่คันเดียวกันพอดี

ชายหญิงทั้งสองบังเอิญสบตากัน

ช่างเป็นผู้ชายเฮงซวยที่หล่อเหลาอะไรเช่นนี้!

นี่คือความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของหญิงสาวผมสั้น หลังจากที่ทั้งคู่สบตากัน

จบบทที่ บทที่ 10 ช่างเป็นผู้ชายเฮงซวยที่หล่อเหลาอะไรเช่นนี้!

คัดลอกลิงก์แล้ว