เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 เผยโฉมเก้าเศียร

บทที่ 34 เผยโฉมเก้าเศียร

บทที่ 34 เผยโฉมเก้าเศียร


ในเสี้ยววินาทีที่รูปปั้นหินแม่ทัพกำลังจะก้าวลงมาจากแท่นบูชา และทุกคนก็เตรียมพร้อมที่จะสู้ตายอยู่นั้นเอง...

ที่อีกฝั่งหนึ่งของถ้ำหิน ใกล้กับผนังหินฝั่งที่วาดภาพสงคราม จู่ๆ ก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!

ไม่ใช่ความปั่นป่วนของพลังงานแบบหลังประตูหิน แต่มันคือการสั่นสะเทือนทางกายภาพของจริงเลย!

ครืนๆๆ...!!!

เสียงครางกระหึ่มทุ้มต่ำและหนักแน่น ราวกับสัตว์ประหลาดยักษ์กำลังพลิกตัว ดังมาจากภายในผนังหิน

ภาพจิตรกรรมฝาผนังแผ่นใหญ่พร้อมกับชั้นหินด้านหลัง แตกกะเทาะและลอกล่อนออกมาดั่งเปลือกไข่ที่เปราะบาง!

เศษหินร่วงกราวลงมาราวกับพายุฝน ฝุ่นควันคลุ้งกระจาย!

"เกิดอะไรขึ้นอีกเนี่ย?!" เสียงร้องด้วยความหวาดกลัวของหวังหยวนหยวนดังมาจากหูฟัง เห็นได้ชัดว่าคนที่อยู่ข้างบนก็รับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงข้างล่างนี้ผ่านแรงสั่นสะเทือนและเสียงเช่นกัน

"ผนังหิน... กำลังถล่ม!" เสียงของม่านเหล็กเปลี่ยนไป ไฟฉายในมือส่องตรงไปยังบริเวณที่ฝุ่นควันม้วนตัวอยู่นั้น

ท่ามกลางสายตาอันหวาดผวาของทุกคน ผนังหินที่แข็งแกร่งนั่น กลับยุบตัวและถล่มลงไปด้านใน จนเกิดเป็นรูโหว่ขนาดมหึมารูปทรงไม่เป็นระเบียบที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าสามเมตร!

ด้านหลังรูโหว่นั่น ไม่ใช่ชั้นหินทึบๆ แต่เป็นพื้นที่ที่ลึกล้ำและมืดมิดยิ่งกว่า

ลมประหลาดที่พัดพาเอากลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมกับกลิ่นไอดินโบราณที่อธิบายไม่ถูก พัดทะลักออกมาจากรูโหว่อย่างแรง!

ตามมาด้วย...

"ฟ่อ... โฮก...!!!"

เสียงร้องแปลกประหลาดที่แหบพร่าและทุ้มต่ำ ราวกับงูยักษ์นับไม่ถ้วนกำลังแลบลิ้นพร้อมๆ กัน ผสมปนเปไปกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายโบราณบางชนิด ดังมาจากส่วนลึกของรูโหว่!

เสียงนั้นทะลุผ่านฝุ่นควัน มุดเข้าไปในหูของทุกคน ทำเอาหนังหัวชาดิก เย็นวาบไปถึงสันหลัง

จากนั้น ท่ามกลางสายตาอันหวาดกลัวของทุกคน กรงเล็บขนาดยักษ์ที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดหนาเตอะสีเขียวคล้ำ ก็ยื่นพรวดออกมาจากรูโหว่ เกาะหนึบอยู่ตรงขอบรูโหว่!

กรงเล็บนั้นใหญ่เท่ากะละมัง นิ้วทั้งห้าแหลมคมราวกับตะขอ เล็บเป็นสีดำสนิทแปลกประหลาด ส่องประกายเย็นชาราวกับโลหะ

แค่ท่าทางตอนที่มันเกาะผนังหิน ก็ทำเอาเศษหินร่วงกราวลงมาแล้ว

ตามมาติดๆ คือกรงเล็บข้างที่สองที่เหมือนกันเปี๊ยบ

กรงเล็บทั้งสองข้างออกแรง เงาดำทะมึนขนาดมหึมาจนทำให้อึดอัด ค่อยๆ... เบียดตัวออกมาจากความมืดมิดด้านหลังรูโหว่

ตอนที่ร่างกายท่อนบนของไอ้ตัวนั้นโผล่ออกมากลางถ้ำหินจนหมด เวลาคล้ายกับจะหยุดนิ่งไปเลย

มันช่างเป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวและลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรเช่นนี้!

มันมีลำคอที่เรียวยาวคล้ายกับงูยักษ์ แต่ลำคอแบบนี้... ไม่ได้มีแค่เส้นเดียว!

หนึ่ง สอง สาม... แปด เก้า!

ลำคอที่ดูดุร้ายน่ากลัวทั้งเก้าเส้น ขนาดใหญ่เท่าถังน้ำ ปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีเขียวคล้ำ ความยาวเกินห้าเมตร ยื่นยาวออกมาจากลำตัวที่ใหญ่โตกว่าและหมอบราบอยู่กับพื้น ราวกับฝูงปีศาจร่ายรำ!

ที่ปลายสุดของลำคอแต่ละเส้น ล้วนมีหัวที่ใหญ่โตและน่าเกลียดงอกอยู่!

มันคือหัวทั้งเก้าที่ดูราวกับงูยักษ์ แต่กลับดูดุร้ายและน่าเกรงขามกว่า!

บนหัวมีหนามกระดูกปูดโปน ดวงตาเป็นสีเหลืองขุ่นมัว ในรูม่านตาแนวตั้งเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและความหิวกระหายดั่งสัตว์ป่า

ปากกว้างอ้าออก เผยให้เห็นฟันแหลมคมสีขาวโพลนสี่แถวบนล่างเรียงสลับกันราวกับมีดสั้น น้ำลายเหนียวหนืดเหม็นคาวหยดแหมะลงมาจากมุมปาก กัดกร่อนฝุ่นบนพื้นจนเป็นหลุมเล็กๆ

หัวทั้งเก้า ดวงตาอันชั่วร้ายสีเหลืองสุกปลั่งทั้งสิบแปดดวง กรอกกลิ้งไปมาพร้อมกัน ล็อกเป้าหมายไปที่ผู้คนในถ้ำหินในพริบตา!

ร่างกายท่อนล่างของมันยังคงซ่อนอยู่ในความมืดมิดหลังรูโหว่ แต่แค่ร่างกายท่อนบนและลำคอทั้งเก้าเส้นที่เผยให้เห็น ก็อัดแน่นเต็มปากรูโหว่ไปหมดแล้ว เงาที่ทอดตัวลงมาแทบจะปกคลุมพื้นที่ไปกว่าครึ่งถ้ำหิน!

"นะ... นี่มันตัวเหี้ยอะไรกันวะเนี่ย!!?"

หลินรุ่ยที่มักจะสุขุมเยือกเย็นอยู่เสมอ ในเวลานี้ก็ควบคุมน้ำเสียงที่สั่นเครือไว้ไม่อยู่ ข้อนิ้วที่กำปืนแน่นจนซีดเผือด

นี่มันเหนือขอบเขตความรู้ความเข้าใจของเขาไปไกลลิบเลยนะ! ผีดิบ รูปปั้นหินยามเฝ้าสุสาน อย่างน้อยก็ยังพอใช้คำว่า "สิ่งมีชีวิตลึกลับ" หรือ "กลไกโบราณ" มาอธิบายแบบถูไถไปได้

แต่ไอ้สัตว์ประหลาดเก้าหัวที่อยู่ตรงหน้านี้... มันคือฝันร้ายที่หลุดออกมาจากตำนานเทพปกรณัมชัดๆ!

เครื่องมือของม่านเหล็กส่งเสียงเตือนอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง แต่เขาก็ไม่มีกะจิตกะใจจะไปดูมันแล้ว

เขาจ้องเขม็งไปที่สัตว์ประหลาดตัวนั้น ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค โลกทัศน์ของเขาถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงยิ่งกว่า

"เก้าหัว... ตัวเป็นงู... นี่มันไม่ตรงกับแผนผังวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ไหนที่เรารู้จักเลยนะ!"

"ตัวเลขพลังงาน... มีทั้งปฏิกิริยาของสิ่งมีชีวิตและพลังงานหยินที่รุนแรงผสมปนเปกันอยู่... นี่มัน... สายพันธุ์กลายพันธุ์... ที่หลงเหลือมาจากยุคโบราณกาลเหรอ หรือว่า... มันถูกสร้างขึ้นมากันแน่"

ในวินาทีที่นักพรตชิงเฟิงเห็นสัตว์ประหลาดตัวนี้ รูม่านตาก็หดเกร็ง เลือดฝาดบนใบหน้าจางหายไปจนหมดสิ้น ริมฝีปากของท่านสั่นระริก เอ่ยชื่อที่ทั้งเก่าแก่และน่าสะพรึงกลัวออกมาคำหนึ่ง

"เซียง... เซียงหลิวงั้นรึ ไม่สิ... รูปร่างคล้ายแต่จิตวิญญาณไม่ใช่... เก้าหัวตัวเป็นงู กลัวแสงชอบความมืด กินคน... นี่มัน...จิ่วอิงนี่นา!"

"ลูกหลาน... ของจิ่วอิงสัตว์ร้ายที่บันทึกไว้ใน  [คัมภีร์ซานไห่จิง] งั้นรึ หรือว่า... จะเป็นสัตว์ร้ายโบราณบางชนิดที่ถูกปราณหยินพิฆาตของที่นี่กัดกร่อนจนกลายพันธุ์"

จิ่วอิงเนี่ยนะ!

ชื่อนี้ราวกับสายฟ้าฟาด ดังกึกก้องอยู่ข้างหูของทุกคน

[คัมภีร์ซานไห่จิง] เหรอ นั่นมันตำราโบราณที่บันทึกตำนานเทพปกรณัมไม่ใช่หรือไง สัตว์ประหลาดในนั้น... มีอยู่จริงเหรอ แถมยังมาโผล่อยู่ในสุสานโบราณสมัยซีโจวแห่งนี้อีก

"ท่านนักพรต... ท่านแน่ใจเหรอครับ" จ้าวลี่พยุงซูชิงฉือไว้ น้ำเสียงแหบแห้ง

"เก้าหัวหน้าคนตัวงู กินคน ร้องเหมือนเด็กทารก... ไอ้ตัวที่อยู่ตรงหน้านี้ มีเก้าหัวตัวเป็นงูแน่นอน ถึงจะไม่ได้ยินเสียงเด็กร้อง แต่ปราณหยินพิฆาตและรูปลักษณ์ที่ดุร้ายของมัน..."

นักพรตชิงเฟิงกำดาบไม้ท้อแน่น น้ำเสียงหนักอึ้งดั่งขุนเขา "ต่อให้ไม่ใช่จิ่วอิงสายเลือดแท้ ก็ต้องได้รับอิทธิพลจากสายเลือดของมัน หรือไม่ก็เป็นสัตว์ประหลาดที่กลายพันธุ์มาจากปราณหยินพิฆาตแน่ๆ!"

"สัตว์ร้ายพรรค์นี้ น่าจะสูญพันธุ์ไปจากโลกมนุษย์ตั้งนานแล้วสิ ทำไมถึงมาโผล่ในสุสานปราบมารแห่งนี้ได้ล่ะ"

"หรือว่า... ในตอนนั้นราชวงศ์โจวไม่ได้แค่ผนึกแม่ทัพใหญ่ที่กลายร่างเป็นตัวอ่อนของโฮ่วเท่านั้น แต่ยังจองจำหรือปราบปรามสัตว์ร้ายพรรค์นี้ไว้เป็นยามเฝ้าสุสานเพิ่มเติมด้วยงั้นรึ"

ข้อสันนิษฐานของท่านทำเอาทุกคนขนลุกซู่

เอาสัตว์ร้ายในตำนานมาเฝ้าผนึกเนี่ยนะ ช่างเป็นผลงานชิ้นโบแดงอะไรขนาดนี้! แล้วมันจะอันตรายขนาดไหนกัน!

ในเวลานี้ สถานการณ์ภายในถ้ำหินเข้าขั้นวิกฤตดั่งไข่ซ้อนกัน สิ้นหวังถึงขีดสุดแล้ว

ด้านหนึ่ง คือรูปปั้นหินแม่ทัพบนแท่นบูชาที่ดวงตาสาดประกายแสงสีแดงฉาน และกำลังจะก้าวลงมา ฟันแทงไม่เข้า พละกำลังมหาศาล

อีกด้านหนึ่ง คือลูกหลานสัตว์ร้ายโบราณที่เพิ่งจะพังกำแพงออกมา มีเก้าหัวดิ้นพล่านไปมา แผ่ซ่านความน่าเกรงขามและดุร้าย ดูจากขนาดตัวและฟันแหลมคมนั่นแล้ว การจะฉีกร่างคนเป็นๆ คงไม่ต้องเปลืองแรงเลยสักนิด

ส่วนพวกเขากลุ่มนี้ บาดเจ็บล้มตายกันถ้วนหน้า อาวุธที่มีก็แทบจะใช้รับมือกับผีดิบธรรมดาไม่ไหวแล้ว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่เหนือความคาดหมายทั้งสองตัวนี้ ก็แทบจะเหมือนกับลูกแกะรอการเชือดไม่มีผิด

สายตาของงูเก้าหัว ล็อกเป้าหมายมาที่มนุษย์ที่อยู่ใกล้ที่สุด มีกลิ่นอายความมีชีวิตชีวาที่สุด และเตะตาที่สุดเป็นอันดับแรก!

ฟ่อ...!

หัวที่ใหญ่ที่สุดตรงกลาง อ้าปากกว้างจนสุด แผดเสียงร้องแหลมปรี๊ดบาดหูออกมา!

กลิ่นคาวเลือดลอยปะทะหน้า แฝงไปด้วยกลิ่นอายที่กัดกร่อนอย่างรุนแรง!

ร่างกายอันใหญ่โตของมันเผยให้เห็นจนหมดสิ้น ลำตัวงูสีเขียวคล้ำมีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าสองเมตร ความยาวไม่ต่ำกว่ายี่สิบเมตร ขดตัวอยู่ในถ้ำหินดูราวกับเทือกเขาขนาดย่อม

ลำคอทั้งเก้าเส้นราวกับเสากระทุ้งเมืองเก้าต้น ค่อยๆ ปรับทิศทาง สายตาของทุกหัว ล้วนจับจ้องมาที่ผู้คนที่เต็มไปด้วยบาดแผลบริเวณปากทางเดิน!

ความหิวกระหาย

ความหิวกระหายอันบริสุทธิ์ โจ่งแจ้ง และก้าวข้ามกาลเวลานับพันปี ถูกถ่ายทอดออกมาจากรูม่านตาแนวตั้งสีเหลืองขุ่นมัวเหล่านั้นอย่างไม่ปิดบัง

"มัน... จ้องพวกเราแล้ว..."

เสียงของเงาแหบแห้ง ปลายกระบอกปืนซุ่มยิงในมือเชิดขึ้นเล็กน้อย เล็งไปที่ดวงตาของหัวที่อยู่ใกล้ที่สุด แต่นิ้วของเขาที่อยู่นอกโกร่งไกกลับสั่นระริก

เมื่อต้องรับมือกับไอ้ตัวพรรค์นี้ ปืนซุ่มยิงมันจะมีประโยชน์อะไรไหมนะ

และในตอนนั้นเอง การค้นพบที่ทำให้ทุกคนสิ้นหวังยิ่งกว่าก็ปรากฏขึ้น

บนแท่นบูชา รูปปั้นหินแม่ทัพที่เพิ่งจะก้าวเท้าออกมา ดวงตาสาดประกายแสงสีแดงฉาน และดูเหมือนจะพุ่งลงมาโจมตีทุกคนนั้น...

หยุดชะงักลงแล้ว

มันค้างอยู่ในท่าทีกำลังจะก้าวเท้า หัวหินค่อยๆ หันไป สายตาสีเลือดนั่น กลับมองข้ามมนุษย์ที่อยู่เบื้องล่างไป

แล้วพุ่งเป้าไปที่สัตว์ร้ายจิ่วอิงที่เพิ่งจะพังกำแพงออกมา และแผ่ซ่านความน่าเกรงขามและดุร้าย

จากนั้น...

มันก็ไม่ขยับอีกเลย

ไม่ได้พุ่งลงมาโจมตีผู้บุกรุกเหมือนที่ทุกคนคาดคิดไว้ และก็ไม่ได้ไปโจมตีจิ่วอิงที่ดูจะเป็นภัยคุกคามมากกว่าด้วย

มันทำเพียงแค่ยืนอยู่บนยอดแท่นบูชา ถือกระบี่ยืนตระหง่าน ใช้สายตาสีเลือดก้มมองลงมาเบื้องล่างอย่างเย็นชา

ราวกับแม่ทัพตัวจริง ที่กำลังเฝ้ามองการเข่นฆ่ากันระหว่างศัตรูกับพวกพ้องในสนามรบอย่างเย็นชา รอคอยจังหวะที่เหมาะสมที่สุดในการลงมือ หรือบางที... อาจจะกำลังประเมินความสามารถและคุณค่าของผู้บุกรุกอยู่ก็ได้

"มะ... ทำไมมันถึงไม่ขยับแล้วล่ะ" เสียงของทั่งเหล็กสั่นเครือ

"ไม่รู้สิ..." ลูกกระเดือกของหลินรุ่ยขยับขึ้นลง เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมลงมาตามขมับ "ดูเหมือนมันกำลัง... ดูอยู่เหรอ"

นี่มันน่าขนลุกยิ่งกว่าการที่รูปปั้นหินพุ่งลงมาตรงๆ ซะอีก!

สัตว์ประหลาดหินที่พละกำลังมหาศาล ฟันแทงไม่เข้าพุ่งเข้ามา อย่างน้อยคุณก็ยังรู้ว่าเป้าหมายของมันคือคุณ รู้ว่าควรจะรับมือยังไง

แต่ตอนนี้ มันหยุดอยู่ตรงนั้น เฝ้าจ้องมองอยู่เงียบๆ คุณไม่รู้เลยว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่

ไม่รู้ว่าวินาทีต่อไปมันจะทำอะไร ภัยคุกคามที่ไม่อาจล่วงรู้และแขวนอยู่บนเส้นด้ายแบบนี้ มันทรมานประสาทคนยิ่งกว่าเสียอีก

ทว่า จิ่วอิงคงไม่สงวนท่าทีและสังเกตการณ์เหมือนรูปปั้นหินแน่ๆ

สำหรับลูกหลานสัตว์ร้ายโบราณตัวนี้ ที่ถูกจองจำหรือหลับใหลอยู่ที่นี่มาไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปีแล้ว เลือดเนื้อและร่างกายอันสดใหม่ที่อยู่ตรงหน้าพวกนี้ ก็คือออเดิร์ฟก่อนอาหารมื้อหลักที่แสนอร่อยที่สุด!

"โฮก...!!!"

หัวทั้งเก้าแผดเสียงคำรามดังกึกก้องพร้อมกัน คลื่นอากาศเหม็นคาวแทบจะกลายเป็นของแข็ง!

หัวที่อยู่ใกล้ที่สุด พุ่งพรวดไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่น่าตกใจราวกับงูยักษ์ที่กำลังจู่โจม

ปากกว้างอ้าออกจนสุด เผยให้เห็นฟันแหลมคมสีขาวโพลนเรียงสลับกัน พุ่งเข้ามากัดทั่งเหล็กกับเงาที่ยืนอยู่หน้าสุด!

ความเร็วไวปานสายฟ้าแลบ! ลมคาวเลือดที่พัดพามาทำเอาลืมตาไม่ขึ้น!

"ยิง!!!" หลินรุ่ยตวาดเสียงแหบพร่า พร้อมกับเหนี่ยวไกปืน!

ปังๆๆ...!!!

เสียงปืนฉีกกระชากความเงียบงันของถ้ำหินอีกครั้ง

พลปืนกลกัดฟันเหนี่ยวไก ปืนกลเบาพ่นเปลวไฟอันร้อนแรงออกมา กระสุนสาดซัดเข้าใส่หัวยักษ์ที่กำลังพุ่งเข้ามากัดราวกับพายุโลหะ!

เงาก็เหนี่ยวไกอย่างใจเย็นเช่นกัน กระสุนเจาะเกราะแบบพิเศษหลุดจากรังเพลิง พุ่งตรงไปยังดวงตาสีเหลืองขุ่นมัวของหัวนั่น!

ติ๊งๆๆ! ฉึก!

กระสุนปะทะเข้ากับลำคอและหัวที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดหนาเตอะ ส่วนใหญ่ก็กระดอนออกไปพร้อมกับประกายไฟ

มีเพียงไม่กี่นัดที่ยิงทะลุรอยต่อของเกล็ดหรือบริเวณรอบดวงตาที่ค่อนข้างเปราะบาง เลือดสีเขียวคล้ำเหนียวข้นพุ่งกระฉูดออกมาสองสามสาย

กระสุนเจาะเกราะของเงายิงเข้าเป้าที่ใต้ดวงตาอย่างแม่นยำ เจาะเป็นรูเลือดรูหนึ่ง ทำเอาหัวนั่นเจ็บจนเอียงหลบไปนิดนึง

แต่ ก็แค่นั้นแหละ

บาดแผลแค่นี้ สำหรับจิ่วอิงที่มีขนาดตัวใหญ่โตมโหฬารและมีพลังชีวิตที่แข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัดแล้ว มันก็เหมือนยุงกัดไม่มีผิด!

"ฟ่อ...!" หัวที่ได้รับบาดเจ็บแผดเสียงร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว การเคลื่อนไหวไม่ได้หยุดชะงักเลยแม้แต่น้อย ปากงูยักษ์ได้ครอบงำลงบนหัวของทั่งเหล็กกับเงาแล้ว!

เงามืดปกคลุม ความตายคืบคลานเข้ามาใกล้!

ในเสี้ยววินาทีเป็นวินาทีตายนั้นเอง เงาร่างสายหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากด้านข้าง กระแทกเข้าใส่เงากับทั่งเหล็กอย่างแรง!

หลินรุ่ยนั่นเอง!

เขาใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีกระแทกเพื่อนร่วมรบทั้งสองคนให้กระเด็นออกไป ส่วนตัวเองกลับหงายหลังล้มลงไปเพราะแรงสะท้อนกลับ!

ปากงูยักษ์งับลงมาเฉียดตัวหลินรุ่ยไปนิดเดียว ฟันแหลมคมกระทบกันส่งเสียงกร๊อบชวนให้เสียวฟัน หวุดหวิดไปนิดเดียว!

น้ำลายเหนียวหนืดเหม็นคาวหยดลงบนชุดปฏิบัติการของหลินรุ่ย กัดกร่อนจนเป็นรูเล็กๆ มีควันสีขาวลอยขึ้นมาทันที

"ผู้กอง!" ทั่งเหล็กที่ถูกกระแทกกระเด็นไปตาถลนด้วยความโกรธแค้น หันปากกระบอกปืนรัวยิงใส่หัวนั่นอย่างบ้าคลั่ง!

หัวอื่นๆ ก็เริ่มขยับแล้ว!

พวกมันพุ่งเข้ามาจากทิศทางต่างๆ ราวกับนักล่าที่ทำงานเข้าขากันเป็นอย่างดี พุ่งเข้ามากัด ฟาด หรือแม้กระทั่งพ่นหมอกพิษที่มีกลิ่นเปรี้ยวฉุนออกมาใส่ทุกคนที่กระจัดกระจายกันอยู่!

ภายในถ้ำหินตกอยู่ในความโกลาหลและวิกฤตความตายในพริบตา!

หัวหนึ่งพุ่งเข้ามากัดจ้าวลี่ที่กำลังพยุงซูชิงฉืออยู่ จ้าวลี่กอดซูชิงฉือกลิ้งหลบไปด้านข้างอย่างทุลักทุเล หลบพ้นไปได้อย่างหวุดหวิด

ลำคอของอีกหัวหนึ่งตวัดฟาดนักพรตชิงเฟิงราวกับแส้เหล็ก ท่านนักพรตตวัดดาบไม้ท้อขึ้นป้องกัน แต่กลับถูกพละกำลังมหาศาลกระแทกจนถอยร่นไปหลายก้าว ง่ามนิ้วฉีกขาด

แถมยังมีหมอกพิษที่พ่นออกมาจากหัวบางหัว ปกคลุมไปทางม่านเหล็ก ถึงแม้เขาจะสวมหน้ากากกันแก๊สพิษอยู่ แต่หมอกพิษก็มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงมาก ผิวหน้ากากส่งเสียงฉ่าๆการมองเห็นพร่ามัวลงอย่างรวดเร็ว!

บนแท่นบูชา รูปปั้นหินแม่ทัพยังคงยืนนิ่งตระหง่าน

สายตาสีเลือด จ้องมองมนุษย์เบื้องล่างที่กำลังหลบหลีกและดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากการโจมตีของจิ่วอิงอย่างทุลักทุเลด้วยความเย็นชา

กระบี่หินยักษ์ในมือของมัน ยังคงถูกยกขึ้นมาเล็กน้อย ไม่มีทีท่าว่าจะลงมือเลย

ราวกับว่าในตรรกะการประมวลผลอันเก่าแก่และเป็นเครื่องจักรของมัน สิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องล่าง ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้มันต้องลงมือด้วยตัวเอง

หรือไม่ก็...

มันกำลังรออะไรบางอย่างอยู่

รอให้มนุษย์แสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่เพียงพอให้มันยอมรับงั้นเหรอ

หรือว่ารอช่วงเวลาที่สำคัญกว่านี้

ไม่มีใครล่วงรู้

ทุกคนทำได้เพียงแค่หลบหลีกและตอบโต้อย่างสุดกำลังภายใต้การโจมตีอันบ้าคลั่งของสัตว์ร้ายโบราณ ทุกวินาทีล้วนแขวนอยู่บนเส้นด้ายระหว่างความเป็นกับความตาย

และที่สุดปลายถ้ำหิน แสงสีแดงคล้ำหลังประตูหิน ก็เต้นเร่าอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

แรงกดดันที่ทำให้อึดอัดจนหายใจไม่ออกนั้น ราวกับเกลียวคลื่นที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทะลักออกมาจากช่องประตู แผ่ซ่านไปทั่วทั้งถ้ำหิน

ข้างหน้ามีจิ่วอิงหมายเอาชีวิต ด้านข้างมีรูปปั้นหินเฝ้ามองอย่างเย็นชา ลึกเข้าไปข้างในยังมีภัยคุกคามที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากำลังจะพังทลายผนึกออกมาอีก

จบบทที่ บทที่ 34 เผยโฉมเก้าเศียร

คัดลอกลิงก์แล้ว