- หน้าแรก
- ศิษย์น้องเล็ก เธอไร้เทียมทานแล้ว เตรียมตัวโบยบินสู่แดนเซียนเถอะ
- บทที่ 82 - มีปัญหาเรียกผู้ปกครอง
บทที่ 82 - มีปัญหาเรียกผู้ปกครอง
บทที่ 82 - มีปัญหาเรียกผู้ปกครอง
บทที่ 82 - มีปัญหาเรียกผู้ปกครอง
เห็นแก่หน้าของเจ้าเขาเซียว ท่านเจ้าสำนักจึงไม่ได้ลงโทษหนักหนานัก
ถึงแม้จะบอกว่าตัดทรัพยากรของเฉินจิ้นเยว่และตัดสิทธิ์การทดสอบหมื่นวิบัติ แต่ตามนิสัยของเจ้าเขาเซียวที่ท่านเจ้าสำนักรู้จักดี เขาคงจะควักกระเป๋าตัวเองมาปลอบใจลูกศิษย์คนนี้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องการทดสอบ... หากเฉินจิ้นเยว่อยากจะฝึกฝนตัวเองจริงๆ เธอก็ยังไปที่สนามประลองได้อยู่ดี เพียงแต่จะไม่มีชื่ออยู่ในการจัดอันดับของสำนักเท่านั้น
ดังนั้น การลงโทษแบบนี้จึงไม่ได้ทำให้เฉินจิ้นเยว่เสียประโยชน์อะไรมากมายนัก
เพราะถึงยังไงคนในสำนักที่มีรากวิญญาณเดี่ยวก็มีไม่มากนัก ยังไงก็ต้องบ่มเพาะให้ดี การให้บทเรียนในตอนนี้เพื่อให้เธอรู้ตัวว่าผิด เผื่อว่าในอนาคตจะกลับตัวกลับใจได้ เลิกจองหองพองขน ย่อมมีอนาคตที่ไร้ขีดจำกัดแน่นอน
หลีอางเองก็รู้สึกว่าท่านเจ้าสำนักใจดีเกินไปจริงๆ
แต่ทว่าเฉินจิ้นเยว่กลับมองด้วยสายตาคมกริบราวกับใบมีด เธอทั้งโกรธและตกใจจนตะโกนออกมาว่า "ศิษย์ไม่ยอมรับค่ะ!"
"ฉันก็ไม่ยอมรับเหมือนกัน!" หลีอางรีบต่อท้ายทันควันพร้อมกับยื่นคอออกมาอย่างท้าทาย
"..." เสียงใสๆ ของหลีอางทำให้หัวใจของหลายคนกระตุกวูบ
เฉินจิ้นเยว่เองก็ดูเหมือนจะคิดไม่ถึงว่าหลีอางจะกล้าแทรกขึ้นมา เธอถลึงตาใส่หลีอางโดยอัตโนมัติราวกับจะขู่ให้หุบปาก
จากนั้น เฉินจิ้นเยว่ก็พูดออกมาอย่างทนงตัวว่า "ศิษย์ทำผิดจริง แต่ก็แค่ผิดที่เข้าสังคมไม่เป็นเท่านั้น! ส่วนเรื่องทะเลาะวิวาทหรือการทำร้ายเพื่อนร่วมสำนัก ศิษย์ไม่ขอรับข้อกล่าวหาเด็ดขาด! ทรัพยากรสองปีฉันยกให้คนอื่นได้ แต่การทดสอบหมื่นวิบัติ ศิษย์ต้องได้เข้าร่วมค่ะ!"
รางวัลจากการทดสอบหมื่นวิบัตินั้นมหาศาลมาก! ไม่ต้องพูดถึงเรื่องทรัพยากรที่จะเพิ่มเป็นเท่าตัวในอีกสิบปีข้างหน้า แค่เรื่องมรดกค่ายกลของท่านอาจารย์ปู่ทวดก็น่าอิจฉาจนตาพองแล้ว!
หากไม่มีชื่ออยู่ในรายชื่อ นั่นหมายความว่าเธอต้องยืนมองคนอื่นคว้าของดีไปต่อหน้าต่อตา! ไม่มีวันยอมเด็ดขาด!
หลีอางมองท่าทางฮึดฮัดของเฉินจิ้นเยว่แล้วก็รีบเติมเชื้อไฟเข้าไปอีก "ตอนที่ฉันอยู่น้ำตกเยือกแข็ง ฉันโดนฟ้าผ่าไปตั้งกี่ครั้ง กระดูกหักแล้วหักอีกจนนับไม่ถ้วนกว่าจะงอกใหม่ได้ ถ้าหากก่อนรับโทษฉันไม่ได้ตื่นรู้จนมีวิชาป้องกันตัวบ้าง ป่านนี้คงกลายเป็นเถ้าถ่านไปนานแล้ว แต่ศิษย์พี่เฉินกลับโดนแค่ตัดทรัพยากรฝึกฝน ค่าตอบแทนมันช่างน้อยนิดเหลือเกิน ดังนั้นฉันเองก็ไม่ยอมรับ และไม่เห็นด้วยเหมือนกันค่ะ!"
"มันเกี่ยวอะไรกับเธอ! ตอนนี้เธอก็ยังยืนหัวโด่อยู่นี่ไง! แถมปลาม่วงของศิษย์พี่ฮั่วเธอก็เป็นคนกวาดไปหมดไม่ใช่หรือไง!" เฉินจิ้นเยว่โกรธจนแทบคลั่ง
ได้ผลประโยชน์ไปตั้งเยอะแล้วยังจะมาทำตัวน่าหมั่นไส้อีก!
"จะพูดแบบนั้นไม่ได้นะคะ ถึงตอนนี้ฉันจะดูปกติแต่มันไม่ได้หมายความว่าฉันไม่ได้สูญเสียอะไรไปนี่นา?" หลีอางทำหน้าหนา "ฉันรู้สึกว่า... ฉันเสียความเชื่อใจที่มีต่อเพื่อนร่วมสำนักไปหมดแล้ว! ใช่ค่ะ... ฉันรู้สึกว่าศิษย์ยอดเขากระบี่เร้นทุกคนล้วนเป็นคนเลว จะต้องมาหาเรื่องรังแกฉันแน่ๆ!"
"..." เฉินจิ้นเยว่รู้สึกว่าหลีอางช่างหน้าด้านไร้ยางอายจริงๆ
ที่นี่เป็นที่ที่เธอจะมาพูดจาเพ้อเจ้อได้งั้นเหรอ?
"สงสัยสภาพจิตใจของฉันคงจะไม่ปกติแล้วล่ะมั้ง?" หลีอางทอดถอนใจ "ศิษย์พี่เฉินคะ แค่พี่อ้าปาก หัวใจของฉันก็สั่นไปหมดแล้ว... ราวกับมีสัตว์อสูรกำลังจะพุ่งขย้ำฉันเลย... น่ากลัวจังเลยค่ะ"
"หลีอาง! หุบปากนะ!" เฉินจิ้นเยว่รู้สึกอึดอัดไปหมด
หงุดหงิดชะมัด! ยัยหลีอางนี่จะตามตอแยไปถึงไหนกัน!
"ท่านเจ้าสำนักตัดสินโทษไปแล้ว เจ้าไม่เห็นด้วยแล้วจะทำอะไรได้?" เจ้าเขาเซียวซึ่งมีความประทับใจต่อหลีอางแย่มากเอ่ยเสียงเย็นออกมา
หลีอางโน้มตัวก้มหัวประสานมืออย่างมีระเบียบ จากนั้นก็พูดด้วยท่าทีผ่อนคลายว่า "ศิษย์ไม่ทำอะไรหรอกค่ะ เพียงแต่ตอนนี้ฉันได้ย้ายเข้ายอดเขาสยบอสูรแล้ว ในเมื่อต้องมาเจอความลำบากขนาดนี้ ย่อมต้องเชิญเจ้าเขาเยี่ยนมาช่วยคืนความเป็นธรรมให้ศิษย์ ในเมื่อผู้ปกครองของทั้งสองฝ่ายอยู่กันครบ เรื่องนี้... ถึงจะคุยกันง่าย ดังนั้นท่านเจ้าสำนักคะ ศิษย์ขอร้องให้ท่านช่วยส่งข้อความหาเจ้าเขาเยี่ยนด้วยค่ะ"
"..." ท่านเจ้าสำนักรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที
"..." ใบหน้าของเจ้าเขาเซียวแข็งทื่อไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าเขากำลังนึกถึงอะไรอยู่
ท่าทีของเจ้าเขาคนอื่นๆ ก็เปลี่ยนไปกะทันหัน แต่ละคนทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่พูด
แต่ต้องยอมรับว่าคำขอของหลีอางนั้นสมเหตุสมผลมาก
ในเมื่อเป็นเด็กที่ยังคุยเรื่องบทลงโทษกันไม่จบ การตามผู้ใหญ่มาช่วยก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องตามประเพณี
วันนี้ท่านเจ้าสำนักเองก็ตั้งใจจะช่วยชำระบรรยากาศในยอดเขากระบี่เร้นให้สะอาดขึ้นบ้าง
เรื่องดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว หากจู่ๆ จะมาขัดความตั้งใจของหลีอาง ทุกอย่างที่ทำมาก็จะเสียเปล่า เขาจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วหยิบป้ายคำสั่งสื่อสารออกมา
ทว่าป้ายคำสั่งของท่านเจ้าสำนักไม่เหมือนของพวกศิษย์
ป้ายของเขาสามารถส่งภาพจำลองออกมาได้ด้วย!
ไม่นานนัก หลีอางก็เห็นร่างของหญิงสาวปรากฏขึ้นกลางอากาศในวิหาร
หญิงสาวคนนั้นงดงามมาก แต่สวมชุดสีดำที่ดูดุดันและลึกลับ หลังจากได้รับข้อความสื่อสาร เธอดูกระวนกระวายเล็กน้อย เธอรีบเก็บของวิเศษในมือแล้วบินไปหาที่เงียบๆ ก่อนจะหยุดลง
"พวกตาแก่เรียกฉันทำไม?" เจ้าเขาเยี่ยนพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ แต่พอพูดจบเธอก็เหลือบไปเห็นเหล่ารุ่นเยาว์ยืนอยู่ในวิหารเพียบ ท่าทีจึงเปลี่ยนไปเล็กน้อยพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง "อ้าว คุยธุระกันอยู่เหรอจ๊ะ? เกี่ยวกับฉันหรือเกี่ยวกับศิษย์ในบ้านของฉันล่ะ?"
เพียงประโยคเดียว หลีอางก็รู้สึกถึงความผูกพันขึ้นมาทันที!
เห็นไหมล่ะ เจ้าเขาแห่งยอดเขาสยบอสูรดูดีกว่าตาแก่หัวล้านจากยอดเขาจางอู๋ตั้งเยอะ!
คราวนี้หลีอางไม่สนศักดิ์ศรีแล้ว เธอสไลด์ตัวคุกเข่าพุ่งออกไปทันที "ท่านเจ้าเขา! ศิษย์ถูกรังแกค่ะ! ฉันกลัวว่าช่วงที่ท่านไม่อยู่ จะมีคนฉวยโอกาสทำให้ศิษย์ไม่ได้รับความเป็นธรรม ฉันเลยอ้อนวอนท่านเจ้าสำนักขอพบท่านสักครั้งค่ะ"
"..." มุมปากของเจ้าเขาเยี่ยนกระตุกไปนิดนึง
นี่ใครเนี่ย?
ลูกศิษย์เธอมีเยอะนะ แต่ที่ตายไปน่ะเยอะกว่า ตอนนี้ที่ยังหายใจอยู่มีแค่ห้าคนเอง
ส่วนพวกศิษย์สมทบ... ก็เคยเห็นมาบ้าง แต่ไอ้เด็กตรงหน้านี่จำไม่ได้จริงๆ แฮะ
"ศิษย์น้องเยี่ยน เด็กคนนี้ชื่อหลีอาง เพิ่งย้ายออกจากยอดเขาจางอู๋ของข้าไปเข้ายอดเขาสยบอสูรเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เอง" เจ้าเขาฮว่าพูดด้วยรอยยิ้มที่ดูเสแสร้ง
พอได้ยินแบบนั้น ดวงตาของเจ้าเขาเยี่ยนก็เป็นประกายขึ้นมาทันที "ที่แท้ก็คือเจ้านี่เอง!"
แต่ว่านะ เด็กคนนี้มีส่วนไหนที่เหมือนเธอกัน? ชิวโจ้วนี่ชอบพูดจาเพ้อเจ้อจริงๆ
เข่าเธอมันจะอ่อนไวขนาดนั้นได้ยังไงกัน?
"เกิดเรื่องอะไรขึ้น เล่ามาให้ละเอียดสิ" เจ้าเขาเยี่ยนเสริมพลางหันไปมองคนอื่นๆ "ท่านพี่เจ้าสำนัก ครั้งนี้ท่านดูเกรงใจจังเลยนะคะ ไม่แอบจัดการเรื่องลับหลังฉัน พอกลับไปฉันจะรีบไปกตัญญูกับท่านแน่นอนค่ะ"
"..." ท่านเจ้าสำนักไม่อยากจะพูดด้วยเลย
กตัญญูน่ะเรื่องจริง แต่... ความน่ารำคาญน่ะก็เรื่องจริงเหมือนกัน
หลีอางสังเกตเห็นว่าเจ้าเขาเซียวเริ่มมีท่าทีกระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัด ราวกับไม่อยากจะอยู่ที่นี่ต่อแล้ว
นี่เป็นสัญญาณที่ดีมาก
หลีอางแม้จะไม่เข้าใจเรื่องเบื้องลึกเบื้องหลังระหว่างเหล่าเจ้าเขา แต่การที่เจ้าเขาของตัวเองมีอำนาจในการต่อรอง ย่อมเป็นข่าวดีสุดๆ
เธอจึงเริ่มเล่าเรื่องราวทุกอย่างตั้งแตต้นจนจบอย่างละเอียดยิบ
ภายในวิหารเงียบสนิท ทั้งท่านเจ้าสำนักและเจ้าเขาเซียวต่างก็ไม่มีใครอ้าปากขัดจังหวะหรือตำหนิว่าเธอพูดมากเลยสักนิด ช่างเป็นเรื่องที่แปลกจริงๆ
กว่าเธอจะเล่าจบก็เล่นเอาคอแห้งเป็นผง
ต้องยอมรับเลยว่าระบบสื่อสารนี้ล้ำยุคมากจริงๆ ไม่ใช่แค่เห็นหน้า แต่ยังคุยต่อเนื่องได้นานขนาดนี้ สุดยอดไปเลย
เจ้าเขาเยี่ยนฟังจบด้วยรอยยิ้มดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ จนกระทั่งหลีอางหยุดพูด เธอจึงหัวเราะออกมาแล้วพูดว่า "ศิษย์พี่เซียว... เจ้าฉวยโอกาสตอนที่ข้าไม่อยู่ มารังแกศิษย์ในบ้านข้าแบบนี้ มันไม่ค่อยมีมาดเจ้าเขาเลยนะคะว่าไหม?"
"..." เจ้าเขาเซียวทำหน้าเหมือนไม่อยากจะคุยด้วย "นางเพิ่งจะเป็นศิษย์ในบ้านเจ้าไม่กี่วัน ก่อนหน้านี้คือนางอยู่จางอู๋..."
พูดยังไม่ทันจบ รอยยิ้มของเจ้าเขาเยี่ยนก็หายวับไปทันที
เธอเปลี่ยนจากคนอารมณ์ดีกลายเป็นคนขี้โมโหแล้วตะโกนด่าขึ้นมาทันควัน "ข้าอุตส่าห์ออกไปทำงานงกๆ เพื่อแก้ปัญหาให้พวกเจ้าจนเหนื่อยแทบตาย แค่ให้ช่วยดูแลศิษย์ให้ข้าคนเดียวพวกเจ้ายังทำไม่ได้! ถ้ามันลำบากนักข้าจะกลับเดี๋ยวนี้เลย แล้วไอ้ที่เฮงซวยนี่ใครอยากจะมาก็มาเองแล้วกัน ดูสิว่าจะเอาไหม!?"
[จบแล้ว]