เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 160 ชายวัยกลางคนคนนี้เป็นใครกันแน่?

ตอนที่ 160 ชายวัยกลางคนคนนี้เป็นใครกันแน่?

ตอนที่ 160 ชายวัยกลางคนคนนี้เป็นใครกันแน่?


ตอนที่ 160 ชายวัยกลางคนคนนี้เป็นใครกันแน่?

ถึงแม้จ้าวเหยาจะยังอยากคุยกับชายวัยกลางคนต่ออีกนิด แต่เขาก็นึกขึ้นได้ว่าลูกน้องป้ายแดงทั้งสี่คนยังรออยู่ข้างนอกบ้าน เขาก็เลยจำใจต้องขอตัวกลับก่อน

"ท่านลุง พรุ่งนี้ข้ามีธุระต้องไปทำ คงมาหาท่านไม่ได้ แต่มะรืนนี้ข้าว่าง ข้าขอมาหาท่านอีกได้ไหมขอรับ?" ถึงแม้ท่านลุงคนนี้จะดูเย็นชาและเข้าถึงยากไปสักนิด แต่ไม่รู้ทำไม จ้าวเหยากลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวท่านลุง

"มาสิ"

"ตกลงขอรับ งั้นมะรืนนี้ข้าจะมาหาท่านลุงอีกนะขอรับ" จ้าวเหยาโค้งคำนับชายวัยกลางคนอย่างนอบน้อมตามมารยาทของผู้น้อย "ท่านลุง ข้าขอตัวลาก่อนนะขอรับ"

ชายวัยกลางคนไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่พยักหน้าตอบรับเบาๆ

ระหว่างที่จ้าวเหยาเดินจากไป เขาก็ยังหันกลับมาโบกมือลาชายวัยกลางคนเป็นระยะๆ

หลังจากจ้าวเหยาเดินคล้อยหลังไปไม่นาน สีหน้าของชายวัยกลางคนก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็งทันที จู่ๆ เขาก็พูดโพลงขึ้นมาว่า "นี่มันหมายความว่ายังไง?"

รอบตัวชายวัยกลางคนไม่มีใครอยู่เลย ดูเหมือนเขากำลังพูดกับความว่างเปล่า แต่ครู่ต่อมา ก็มีใครคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาตรงหน้าเขาอย่างลึกลับ

คนๆ นี้แต่งชุดดำพรางตัวมิดชิดตั้งแต่หัวจรดเท้า ปิดบังใบหน้าจนเหลือแค่ดวงตา ซึ่งการใส่ชุดแบบนี้เดินไปเดินมาในตอนกลางวันแสกๆ มันดูพิลึกพิลั่นสุดๆ

"ไม่ได้หมายความว่ายังไงทั้งนั้น"

"ไม่ได้หมายความว่ายังไงงั้นเรอะ?" ชายวัยกลางคนแค่นยิ้มเยาะเย้ย "ไอ้เด็กเมื่อกี้ ไม่ใช่ลูกชายของเขางั้นรึ?"

"ใช่ แต่ฮ่องเต้ไม่ได้เป็นคนจัดฉากให้องค์ชายสิบมาตีสนิทกับท่าน" ชายชุดดำไม่ได้ปิดบังเรื่องของจ้าวเหยากับชายวัยกลางคน ด้วยความฉลาดเป็นกรดของชายวัยกลางคน เขาคงเดาฐานะที่แท้จริงของจ้าวเหยาออกตั้งนานแล้ว "ที่องค์ชายสิบบอกท่านไปเมื่อกี้ เป็นความจริงทั้งหมด องค์ชายสิบมาที่นี่ด้วยความตั้งใจของตัวเองจริงๆ"

"อย่างนั้นรึ?" น้ำเสียงของชายวัยกลางคนบ่งบอกชัดเจนว่าเขาไม่เชื่อเรื่องนี้เลยสักนิด

"ฮ่องเต้เพิ่งจะทรงทราบว่าองค์ชายสิบเข้ามาพบท่านในบ้านหลังนี้เมื่อครู่นี้เอง" ชายชุดดำอธิบาย "ถ้าท่านไม่พอใจที่องค์ชายสิบมาวุ่นวาย พวกเราจะจัดการสกัดไม่ให้องค์ชายสิบเข้ามาที่นี่ได้อีกในวันมะรืนนี้"

"พวกเจ้ากล้าเรอะ?" ชายวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันและท้าทาย

"ฮ่องเต้มีรับสั่งไว้ว่า ถ้าท่านไม่อยากให้ใครมารบกวน ก็จะไม่มีใครกล้าเข้ามาเหยียบที่นี่เด็ดขาด" ชายชุดดำตอบอย่างนอบน้อม

"ไม่ได้จัดฉากงั้นรึ?" ชายวัยกลางคนแค่นยิ้มเยาะ "ลูกชายคนเล็กของเขา ดันบังเอิญมีลักยิ้มที่มุมปากซ้ายเหมือนอ๋องอี้หยงเป๊ะเลยเนี่ยนะ"

ชายชุดดำยืนนิ่ง ไม่พูดอะไรตอบโต้

"แล้วทำไมลูกชายคนเล็กของเขาถึงไม่ได้อยู่ในวังล่ะ?"

"องค์ชายสิบได้วันหยุดพักผ่อน ฮ่องเต้เลยประทานอนุญาตให้หยุดเพิ่มเป็นพิเศษอีกสองสามวัน" ชายชุดดำอธิบาย "เมื่อไม่กี่วันก่อน องค์ชายสิบเพิ่งจะไปเที่ยวที่หมู่บ้านต้าฮวานอกเมืองหลวงมา และเพิ่งจะกลับมาถึงเมืองหลวงเมื่อวานนี้เอง"

ชายวัยกลางคนหัวเราะเยาะอย่างดูแคลน "ตลกชะมัดที่ลูกชายคนเล็กของเขาดันไปหน้าตาเหมือนอ๋องอี้หยง!"

ชายชุดดำเถียงกลับ "อ๋องอี้หยงเป็นเสด็จลุงขององค์ชายสิบ การที่หลานชายจะหน้าตาเหมือนลุง มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนี่"

คำพูดนั้นดูเหมือนจะไปกระตุกต่อมโกรธของชายวัยกลางคนเข้าอย่างจัง ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันและดำมืดทันที เขาตวาดเสียงเย็นเยียบ "เขามีสิทธิ์อะไรมาเทียบชั้น?" คำว่า [เขา] ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงจ้าวเหยา แต่หมายถึงฮ่องเต้ต่างหาก

ชายชุดดำยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉย ไม่สะทกสะท้านต่อแรงโกรธของชายวัยกลางคน

"มีสิทธิ์หรือไม่มีสิทธิ์ ไม่ใช่สิ่งที่ท่านจะมาเป็นคนตัดสิน"

ชายวัยกลางคนตวาดไล่ชายชุดดำลั่น "ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า!"

ชายชุดดำอันตรธานหายไปจากสายตาของชายวัยกลางคนในชั่วพริบตา

มือทั้งสองข้างของชายวัยกลางคนที่วางอยู่บนที่พักแขนของรถเข็น กำแน่นจนเป็นหมัด เส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

ในเวลานี้ รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้น น่าสะพรึงกลัวสุดๆ

ทันทีที่จ้าวเหยาเดินพ้นประตูบ้านออกมา เหล่าน้องชายลูกสมุนก็กรูเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังเขาทันที

"ลูกพี่ ท่านปลอดภัยดีไหม?"

"ลูกพี่ เจ้าของบ้านพิลึกนั่นได้ทำอะไรท่านหรือเปล่า?"

"ลูกพี่ ทำไมท่านเข้าไปตั้งนานสองนานล่ะ? ถ้าท่านยังไม่ออกมาอีกแป๊บนึงนะ พวกเรากะจะพังประตูบุกเข้าไปช่วยท่านแล้วเนี่ย"

"ลูกพี่ ท่านโดนรังแกอยู่ข้างในหรือเปล่า?"

เห็นแววตาที่เป็นห่วงเป็นใย และได้ยินคำพูดที่เต็มไปด้วยความห่วงหาอาทรของลูกน้อง จ้าวเหยาก็รู้สึกซาบซึ้งใจสุดๆ เขายิ้มกว้างเพื่อคลายความกังวลให้ทุกคน "ข้าสบายดี ข้าไม่ได้โดนเจ้าของบ้านทำร้ายหรือรังแกอะไรเลย"

"ลูกพี่ แล้วท่านคุยอะไรกับเจ้าของบ้านล่ะ? ทำไมถึงคุยกันนานขนาดนั้น?"

"ลูกพี่ สรุปแล้วเจ้าของบ้านหลังนี้มันเป็นใครมาจากไหนกันแน่เนี่ย?"

"ลูกพี่ เจ้าของบ้านหลังนี้เคยเป็นทหารมาจริงๆ ใช่ไหม?"

เหล่าน้องชายรุมยิงคำถามใส่จ้าวเหยารัวๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"ท่านลุงเขาไม่ชอบเสียงดังเอะอะโวยวายน่ะ พวกเรารีบไปจากที่นี่ก่อนเถอะ แล้วค่อยคุยกันทีหลัง" จ้าวเหยาพาเหล่าน้องชายและถงซีเดินออกห่างจากประตูบ้าน จนกระทั่งพ้นเขตป่าไผ่ ถึงยอมหยุดเดิน

"ลูกพี่ ตกลงเจ้าของบ้านประหลาดคนนี้มันเป็นใครกันแน่? ทำตัวลึกลับซับซ้อนน่ากลัวชะมัด?"

จ้าวเหยาส่ายหน้า "ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ข้าถามเขาแล้วนะ แต่เขาไม่ยอมบอกอะไรข้าเลย ขนาดแซ่เขาก็ยังไม่ยอมบอกเลย"

"โห ขนาดแซ่ยังไม่ยอมบอกเลยเรอะ แล้วนี่ท่านนั่งคุยอะไรกับเขาตั้งนานสองนานล่ะเนี่ย?"

"ข้าก็แค่นั่งเล่าเรื่องของอร่อยจากเมืองนู้นเมืองนี้ แล้วก็เรื่องตลกๆ ที่ข้าเคยเจอหรือได้ฟังมาให้เขาฟังไปเรื่อยเปื่อยน่ะแหละ" จ้าวเหยาตอบ "ส่วนใหญ่เขาก็แค่นั่งฟังเงียบๆ ไม่ค่อยได้พูดอะไรหรอก"

จบบทที่ ตอนที่ 160 ชายวัยกลางคนคนนี้เป็นใครกันแน่?

คัดลอกลิงก์แล้ว