- หน้าแรก
- เหล่าเสนาบดีต่างอ้อนวอนให้ข้าขึ้นนั่งบัลลังก์
- ตอนที่ 133 ออกนอกวัง
ตอนที่ 133 ออกนอกวัง
ตอนที่ 133 ออกนอกวัง
ตอนที่ 133 ออกนอกวัง
บนรถม้า มีติงหยวนและถงอันนั่งอยู่ด้วย
สองวันก่อนหน้าที่จ้าวเหยาจะได้หยุด ถงซีแอบพาถงอันลอบออกไปหาเหลียงรุ่นผ่านทางช่องลับ ตลอดสองวันมานี้ เหลียงรุ่นได้เล่าเรื่องราวมากมายให้ถงอันฟังฃ
สำหรับถงอันแล้ว เรื่องราวที่ได้รับรู้ตลอดสองวันนี้ มันสร้างความตื่นตะลึงให้เขามากกว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เขาเคยเจอมาตลอดสิบกว่าปีในชีวิตเสียอีก ตอนนี้เขารู้สึกขอบคุณตัวเองอย่างสุดซึ้ง ที่ตัดสินใจสวามิภักดิ์ต่อองค์ชายสิบ เพราะมันคือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตเขาเลยล่ะ
ไม่ได้เจอกันแค่พักเดียว ติงหยวนก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย ตอนที่เพิ่งถูกช่วยชีวิตมาใหม่ๆ เขาผอมโซจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ผิวก็เหลืองซีดดูขาดสารอาหารสุดๆ แต่ตอนนี้ เขามีน้ำมีนวลขึ้น แก้มก็เริ่มมีเลือดฝาด ผิวพรรณก็ดูขาวผ่องขึ้นกว่าเดิม แถมยังดูเหมือนจะสูงขึ้นด้วยนะ
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดก็คือแววตาของเขา ตอนแรกแววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและดุร้ายเหมือนหมาป่าหิวโซ แต่ตอนนี้แววตาของเขาดูอ่อนโยนและสงบนิ่งขึ้นมาก
คงเป็นเพราะได้เรียนหนังสือล่ะมั้ง ท่าทางของเขาเลยเปลี่ยนไป ดูมีความเป็นบัณฑิตน้อยผู้คงแก่เรียน แถมยังแฝงความดูดีมีชาติตระกูลอยู่นิดๆ ด้วย
ใครจะไปเชื่อล่ะว่า เด็กหนุ่มที่ดูเหมือนคุณชายตกอับคนนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นแค่เด็กขอทานข้างถนน
จ้าวเหยาทึ่งมากกับพัฒนาการแบบก้าวกระโดดของติงหยวน ถ้าเหลียงรุ่นไม่บอกว่านี่คือติงหยวน จ้าวเหยาคงจำเขาไม่ได้จริงๆ
"เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยนะเนี่ย" จ้าวเหยาสังเกตว่าติงหยวนพอดูมีน้ำมีนวลขึ้นมา ก็หน้าตาดีใช้ได้เลยนะ ถ้าบำรุงให้ผิวขาวขึ้นอีกนิด ต้องเป็นหนุ่มหล่อแน่นอน
ติงหยวนซาบซึ้งในบุญคุณของจ้าวเหยาอย่างสุดหัวใจ มองจ้าวเหยาด้วยสายตาเทิดทูน "นายน้อย ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความเมตตาของนายน้อยที่ช่วยชีวิตข้าไว้ขอรับ" ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองคงต้องตายอย่างหมาข้างถนนในตรอกแคบๆ วันนั้นซะแล้ว ไม่นึกเลยว่าสวรรค์จะส่งนายท่านรองและนายน้อยมาช่วยชีวิตเขาไว้ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ชีวิตของเขาก็พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ ตอนนี้เขาไม่เพียงแต่ได้กินอิ่มนอนหลับทุกวัน แต่ยังได้เรียนหนังสือหาความรู้อีกด้วย
จ้าวเหยายิ้มกว้าง ถามว่า "แล้วเรียนหนังสือเป็นยังไงบ้างล่ะ?"
ถงซีแอบขำในใจที่ได้ยินจ้าวเหยาถามคำถามนี้ เพราะปกติคำถามแนวๆ นี้ จ้าวเหยานี่แหละที่จะเป็นฝ่ายถูกฮ่องเต้ถาม
"กราบเรียนนายน้อย ตอนนี้ข้าอ่าน 'หลุนอวี่' จบแล้วขอรับ กำลังจะเริ่มอ่าน 'เมิ่งจื่อ' ต่อขอรับ" พอพูดถึงเรื่องเรียน แววตาของติงหยวนก็เป็นประกายวิบวับ รอยยิ้มแห่งความสุขฉายชัดบนใบหน้า
เหลียงรุ่นที่นั่งอยู่ข้างๆ เสริมว่า "ติงหยวนเป็นเด็กฉลาดมากเลยนะ หัวไว เรียนรู้ได้เร็ว ท่านอาจารย์ยังชมเปาะเลยว่าเขาเป็นหัวกะทิ อนาคตไกล แถมยังเป็นเด็กช่างสังเกตด้วยนะ"
เขาเล่าต่อ "แถมความจำติงหยวนก็เป็นเลิศด้วยนะ อ่านหนังสือแค่สองสามรอบ ก็จำได้ขึ้นใจทุกตัวอักษรเลยล่ะ"
โดนเหลียงรุ่นชมต่อหน้าติงหยวนก็แอบเขิน ยิ้มอายๆ "ข้าเพิ่งเริ่มเรียนเองขอรับ ยังไม่เก่งขนาดนั้นหรอก"
"ในเมื่ออาจารย์ชมว่าเจ้าเป็นหัวกะทิ อนาคตไกล งั้นก็ตั้งใจเรียนให้เต็มที่เลยนะ" จ้าวเหยาพูดจบก็นึกถึงสำนักศึกษาหลวงขึ้นมาได้ "วันข้างหน้า เจ้าอาจจะสอบเข้าสอบเข้าเรียนที่สำนักศึกษาหลวงได้ก็ได้นะ"
"สำนักศึกษาหลวงหรือขอรับ?" ติงหยวนตกใจจนตาโต ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเผลอเสียมารยาท เลยรีบขอโทษ "นายน้อย คนอย่างข้าจะไปสอบเข้าสำนักศึกษาหลวงได้ยังไงกันขอรับ?" สำนักศึกษาหลวงคือสถานศึกษาอันดับหนึ่งของต้าโจว เป็นความฝันอันสูงสุดของเขาเลยล่ะ แต่เขาก็เจียมตัวดีว่าตัวเองมีปัญญาแค่ไหน เด็กขอทานที่เพิ่งเริ่มหัดเรียนหนังสืออย่างเขา จะเอาปัญญาที่ไหนไปสอบเข้าสำนักศึกษาหลวงได้ล่ะ?
"ถ้าเจ้าตั้งใจเรียน อะไรมันก็เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละ" จ้าวเหยาพูดอย่างจริงจัง "เจ้าก็รู้ใช่ไหมว่าสำนักศึกษาหลวงเป็นสถานศึกษาที่ดีที่สุดในต้าโจว คนที่ได้เรียนที่นั่นล้วนแต่เป็นหัวกะทิทั้งนั้น แถมอาจารย์ที่สำนักศึกษาหลวงก็เก่งกาจระดับปรมาจารย์ ถ้าเจ้าสอบเข้าได้ เจ้าจะได้วิชาความรู้ติดตัวมาอีกเพียบเลยนะ"
"ตั้งแต่วันนี้ไป จงตั้งเป้าหมายไว้เลยว่าจะต้องสอบเข้าสำนักศึกษาหลวงให้ได้ เข้าใจไหม?"
หัวใจของติงหยวนเต้นรัว สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังมุ่งมั่น
"ขอรับ นายน้อย ข้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถ!"
จ้าวเหยาพูดกระตุ้นอีก "ถ้าเจ้าได้เข้าสำนักศึกษาหลวง เจ้าก็จะยิ่งช่วยงานข้าได้มากขึ้นในอนาคต เพื่อข้าแล้ว เจ้าต้องสอบเข้าสำนักศึกษาหลวงให้ได้นะ" เขายังมีเวลาอีกตั้งสิบปีกว่าจะบรรลุนิติภาวะ ภายในสิบปีนี้ เขาเชื่อมั่นว่าติงหยวนต้องสอบเข้าสำนักศึกษาหลวงได้ และถ้าทำผลงานได้ดีเยี่ยม เผลอๆ ติงหยวนอาจจะได้รับการเสนอชื่อให้เข้ารับราชการในอนาคตก็ได้
พอได้ยินจ้าวเหยาพูดแบบนั้น ติงหยวนก็ยิ่งมีไฟฮึดสู้เต็มเปี่ยม
"นายน้อย ข้าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดสอบเข้าสำนักศึกษาหลวงให้จงได้ขอรับ" เขาจะต้องสอบเข้าสำนักศึกษาหลวงให้ได้ ไปตั้งใจกอบโกยความรู้ที่นั่น เพื่อเอาวิชาความรู้กลับมาช่วยงานนายน้อยให้ได้มากที่สุด
จ้าวเหยาพอใจกับความมุ่งมั่นของติงหยวนมาก เขาหันไปมองถงอัน "ถึงเจ้าจะอ่านออกเขียนได้อยู่แล้ว แต่เจ้าก็ยังอ่านหนังสือมาไม่เยอะเท่าไหร่ ต่อไปนี้ เจ้าก็ไปตั้งใจเรียนหนังสือพร้อมกับติงหยวนซะนะ"
ถงอันแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าเขาจะได้รับโอกาสให้เรียนหนังสือด้วย เขาตกใจจนอ้าปากค้าง ละล่ำละลักถามว่า "องค์ชาย..." เขาเกือบจะหลุดคำว่า 'องค์ชาย' ออกมา แต่ก็รีบเปลี่ยนคำสรรพนามทันที "นายน้อย ข้า... ข้าเรียนหนังสือได้จริงๆ หรือขอรับ?"
"เรียนได้สิ แต่เจ้าต้องตั้งใจเรียนให้เก่งเหมือนติงหยวนด้วยนะ"