- หน้าแรก
- ท่านพ่อ เปิดประตู องค์หญิงผู้นี้ไปก่อเรื่องกลับมาแล้ว
- บทที่ 151 เจ้าไปทำอะไรที่สวนหลังวัด?
บทที่ 151 เจ้าไปทำอะไรที่สวนหลังวัด?
บทที่ 151 เจ้าไปทำอะไรที่สวนหลังวัด?
บทที่ 151 เจ้าไปทำอะไรที่สวนหลังวัด?
"หลังจากเสี่ยงเซียมซีเสร็จ นางก็กลับไปยังที่พัก หลังจากนั้นก็เป็นไปตามที่หมัวมัวของนางบอกเจ้าค่ะ"
"ส่วนพระอู้เฉินรูปนั้น ตามคำบอกเล่าของพระในวัด วันนี้ทั้งวันนอกจากเวลาฉันอาหารแล้ว เขาก็ไม่ได้ออกจากสวนหลังวัดเลยเจ้าค่ะ"
"แต่มีพระในวัดรูปหนึ่งให้การว่า ตอนอาหารเย็นมีคนเห็นคุณชายอิงกั๋วกงเดินไปทางสวนหลังวัดเจ้าค่ะ"
"พระรูปนั้นยังบอกอีกว่า โดยปกติแล้วสวนหลังวัดไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไป ตอนนั้นมีพระรูปหนึ่งพยายามเข้าไปห้ามปราม แต่คุณชายอิงกั๋วกงไม่เพียงไม่ฟัง ยังให้เด็กรับใช้ของตนขวางพระรูปนั้นไว้ แล้ววิ่งตรงไปยังสวนหลังวัด"
ดวงตาของเย่ฉยงทอประกาย
"โอ้โฮ~"
"แล้วคุณชายอิงกั๋วกงล่ะ?"
จี๋เสียงพลันยืดอกขึ้นทันที
"บ่าวสั่งให้ชุนเถาไปตามหาแล้วเจ้าค่ะ"
องค์หญิงสี่เห็นว่านางกำนัลของตนยังไม่กลับมาสักคนก็ยิ่งโมโห กลับไปคราวนี้จะต้องสั่งสอนคนทั้งสองให้เรียนรู้วิธีสืบคดีเสียหน่อย
ทั้งที่เมื่อก่อนนางกำนัลทั้งสองของเย่ฉยงกับนางกำนัลของนางก็ดูมีสติปัญญาพอๆ กันแท้ๆ
เย่ฉยงมองจี๋เสียงอย่างสงสัย
คำว่า ‘สั่ง’ นี้ นางพูดอย่างภาคภูมิใจเกินไปนัก หรือว่าทั้งสองคนแอบไปมีเรื่องกันมาอีกแล้ว?
ขณะที่เย่ฉยงกำลังคิดจะอบรมจี๋เสียงว่าต่อไปให้ปรองดองกับผู้อื่น อย่าได้มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งอีก
ชุนเถาและเซี่ยเหอก็ได้ไปเชิญตัวคุณชายอิงกั๋วกงมาจากเรือนปีกตะวันตกแล้ว
คุณชายอิงกั๋วกงพอได้ยินว่ามีคนตาย สายตาก็ฉายแววใคร่รู้ขึ้นมาทันที
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำความเคารพทักทายองค์หญิงและจวิ้นจู่ เย่ฉยงก็เอ่ยปากขึ้นก่อน
"เจ้าไปทำอะไรที่สวนหลังวัด?"
คุณชายอิงกั๋วกงทำหน้าอยากรู้อยากเห็น "ที่สวนหลังวัดมีคนตายสองคนจริงหรือ?"
เย่ฉยงเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเขา ก็ขมวดคิ้วทันที
"นี่ข้าสอบสวนเจ้า หรือเจ้าสอบสวนข้ากันแน่?"
คุณชายอิงกั๋วกงลูบจมูกอย่างเก้อเขิน
"มิใช่ขอรับ ข้าก็แค่อยากรู้"
"สองคนนั้นเป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่งใช่หรือไม่?"
"ข้าจะบอกอะไรให้ เมื่อครู่นี้ข้าเห็นชายหญิงคู่หนึ่งกอดรัดนัวเนียกันอยู่ที่สวนหลังวัดต้าฝอนี่แหละ"
"ช่างเสื่อมเสียศีลธรรมยิ่งนัก! พระรูปหนึ่งกับสตรีคนหนึ่ง แอบทำเรื่องเช่นนั้นในสวนหลังวัด ช่างน่าขายหน้าสิ้นดี!"
ยิ่งพูดเขาก็ยิ่งตื่นเต้น น้ำลายแทบกระเด็น
"พระวัดต้าฝอแห่งนี้ช่างไม่สำรวม อยู่ในแดนพุทธสถานบริสุทธิ์ กลับล่อลวงสตรีมีสามี ทำลายชื่อเสียง เสื่อมเสียสิ้นดี!"
เจ้าอาวาส: "???"
ฮุ่ยซิน: "???"
เจ้าหนุ่มนี่กล้าด่าว่าวัดต้าฝอต่อหน้าพวกเราเลยรึ?
คุณชายอิงกั๋วกงไม่ได้สังเกตเห็นเจ้าอาวาสที่ยืนอยู่ในเงามืดเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่เซี่ยไหวโจว เมื่อนึกขึ้นได้ว่าสตรีนางนั้นคือแม่เลี้ยงของเขา ก็ยิ่งได้ใจขึ้นมา
"เซี่ยไหวโจว ฮูหยินที่ข้าเห็นเมื่อครู่ดูเหมือนจะเป็นแม่เลี้ยงของเจ้านะ"
"เจ้าไม่รู้สินะ แม่เลี้ยงของเจ้ายังบอกว่าจะหนีตามพระรูปนั้นไปให้ไกลแสนไกล จะไม่กลับเมืองหลวงอีกแล้ว"
"ชิชะ! ไม่รู้ว่าบิดาของเจ้าที่เอาแต่พร่ำสอนเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ถ้ารู้ว่าฮูหยินของตนรังเกียจเขาถึงขนาดหนีตามพระไป จะโมโหจนตายคาที่เลยหรือไม่"
คุณชายอิงกั๋วกงอุตส่าห์หาโอกาสเยาะเย้ยเซี่ยไหวโจวได้ ตอนนี้จึงมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
ทว่าเมื่อเซี่ยไหวโจวได้ยินเขาดูแคลนบิดาของตน กลับดูมีความสุขยิ่งกว่าเขาเสียอีก
"ถ้าเจ้าอยากรู้ว่าบิดาข้าจะโมโหจนตายหรือไม่ ก็ลองไปบอกท่านที่บ้านข้าได้เลย ข้าจะขอบใจเจ้ามาก"
คุณชายอิงกั๋วกงแค่นเสียงเย็นชา
เขาไม่หลงกลหรอก
คิดว่าเขาโง่หรือไร หากเขาไปเยาะเย้ยราชครูเซี่ยที่ตระกูลเซี่ย ท่านผู้เฒ่าแห่งตระกูลเซี่ยก็จะแจ้นไปฟ้องท่านย่าของเขาทันที
เย่ฉยงมองคุณชายอิงกั๋วกงที่พูดไม่หยุดพลางขมวดคิ้ว
"เช่นนั้นเจ้าก็เลยคิดว่าการที่พวกเขานัวเนียกันในแดนพุทธสถานบริสุทธิ์เป็นการทำลายศีลธรรมอันดีงาม จึงฉวยโอกาสตอนที่ไม่ทันระวังตัว ผลักทั้งสองคนลงไปในบ่อน้ำจนจมน้ำตายอย่างนั้นรึ?"
"เรื่องที่แม่เลี้ยงของเซี่ยไหวโจวกอดกับพระมันเกี่ยวอะไรกับเจ้า ถึงกับต้องลงมือฆ่าคนทั้งสองเลยหรือ? หรือว่าในความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคน มีส่วนของเจ้าอยู่ด้วย?"
ดูไม่ออกเลยนะว่าบุตรชายของอิงกั๋วกงจะเป็นคนโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้
คุณชายอิงกั๋วกงที่กำลังเพลินกับการเล่าเรื่องซุบซิบ พอได้ยินดังนั้นก็โพล่งออกมาโดยไม่ทันคิด
"จะเป็นข้าไปได้อย่างไร ข้าไม่รู้จักพวกเขาสักหน่อย อยู่ดีๆ ข้าจะไปทำร้ายพวกเขาทำไม?"
เย่ฉยงขมวดคิ้ว "ถ้าเช่นนั้นเจ้าไปทำอะไรที่สวนหลังวัด?"
คุณชายอิงกั๋วกงเกาศีรษะ "จับจิ้งหรีดน่ะสิ"
คราวนี้เป็นเซี่ยไหวโจวที่แค่นเสียงเย็นชาบ้าง "จับจิ้งหรีด? เจ้าคิดว่าพวกเราโง่หรือ จิ้งหรีดในสวนที่เมืองหลวงมีอยู่ถมไป จำเป็นต้องมาจับถึงสวนหลังวัดต้าฝอด้วยรึ?"
พอพูดถึงจิ้งหรีด คุณชายอิงกั๋วกงก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที "นี่เจ้าไม่เข้าใจสินะ จิ้งหรีดของวัดต้าฝอล้วนผ่านการปลุกเสกมาแล้ว เก่งกว่าที่อื่นตั้งเยอะ"
"เมื่อครู่นี้ข้าอุตส่าห์ไปขอใบเซียมซีที่ดีที่สุดมา ก็เพื่อรอเวลานี้ไปจับ จิ้งหรีดที่จับมาได้จะต้องเป็นขุนพลฉางเซิ่งอย่างแน่นอน"
เย่ฉยงกล่าว "หากเจ้ายังพูดจาไร้สาระอีก ข้าจะสั่งจับเจ้าเข้าคุกเดี๋ยวนี้"
ยังมีจิ้งหรีดปลุกเสกอีกรึ ข้าบอกว่ามีลาปลุกเสกบ้างก็ได้สิ
คุณชายอิงกั๋วกงเห็นสายตาเคลือบแคลงของทุกคน จึงเพิ่งจะรู้ตัว "เดี๋ยวนะ พวกท่านคงไม่ได้คิดว่าข้าเป็นฆาตกรหรอกนะ?"
"ช่วงเวลานั้นก็ไม่ใช่แค่ข้าคนเดียวที่ไปสวนหลังวัดนี่ ทำไมต้องสงสัยข้าด้วย?"
พอพูดจบ ทุกสายตาก็จับจ้องไปที่เขาทันที
"นอกจากเจ้าแล้วยังมีใครไปที่สวนหลังวัดอีก?"
คุณชายอิงกั๋วกงตอบ "ยังมีพระอีกรูปหนึ่งเดินไปทางสวนหลังวัด"
"แต่ตอนนั้นข้าจับจิ้งหรีดได้แล้ว กำลังจะกลับพอดี เลยเห็นแค่แผ่นหลัง"
"ถ้าไม่ใช่เพราะกังวลว่าพลังปราณทิพย์ของจิ้งหรีดสองตัวที่เพิ่งจับมาได้จะสลายไป ต้องรีบไปจุดธูปขอพรให้พวกมันเพื่อรักษาพลังเอาไว้ ข้าคงจะอยู่ฟังต่อแล้วว่าแม่เลี้ยงของเซี่ยไหวโจวจะหนีตามกันไปอย่างไร ไม่แน่อาจจะได้เห็นด้วยว่าฆาตกรเป็นใคร"
เย่ฉยงถาม "แผ่นหลังของพระที่เจ้าเห็นนั้น เขาสวมอาภรณ์เช่นไร รูปร่างเป็นอย่างไร?"
คุณชายอิงกั๋วกงได้ยินดังนั้น ก็กลอกตาไปมารอบหนึ่ง ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ฮุ่ยซิน แล้วชี้ไปที่เขาทันที
"ก็สวมผ้ากาสาวพัสตร์แบบเขานี่แหละ แต่ไม่เตี้ยและอ้วนเท่าเขา"
ฮุ่ยซิน: เจ้ามีมารยาทบ้างไหม?
เจ้าอาวาสได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว
"จวิ้นจู่โปรดทราบ ในวัดต้าฝอแห่งนี้ พระที่สวมผ้ากาสาวพัสตร์แบบฮุ่ยซินมีทั้งหมดเพียงสามรูป รูปหนึ่งคือฮุ่ยเหนิง รูปหนึ่งคือฮุ่ยเจวี๋ย และอีกรูปก็คือฮุ่ยซิน"
เย่ฉยงหันไปมองหยวนโต้ว "พระอาจารย์ที่เจ้าบอกว่าทำนายเซียมซีเมื่อครู่ ใช่รูปที่ชื่อฮุ่ยเจวี๋ยหรือไม่?"
หยวนโต้วพยักหน้า "ใช่แล้ว ข้ารู้ว่าพระอาจารย์ฮุ่ยเจวี๋ยอยู่ที่ไหน ข้าจะพาพวกท่านไป"
"ต้องไม่ใช่พระอาจารย์ฮุ่ยเจวี๋ยแน่ วันนี้ท่านเป็นผู้ทำนายเซียมซี ข้าเห็นท่านอยู่หน้าพระอุโบสถทั้งวัน"
"อีกทั้งทุกครั้งที่พระอาจารย์ฮุ่ยเจวี๋ยทำนายเซียมซีเสร็จสิ้นในแต่ละวัน ท่านจะต้องกลับไปนั่งสมาธิทำจิตใจให้ว่างเปล่าที่ห้องของตนเอง ท่านบอกว่าการทำนายเซียมซีนั้นสิ้นเปลืองพลังจิตใจอย่างมาก ต้องพักผ่อนให้ดีสักพัก"
เย่ฉยงลูบศีรษะหยวนโต้ว "เจ้ายังเด็ก ไม่เข้าใจความชั่วร้ายของโลกใบนี้"
คุณชายอิงกั๋วกงเห็นว่าพวกเขาจะไปกันแล้ว ก็รีบตามไปทันที
"จวิ้นจู่ ข้าพ้นข้อกล่าวหาแล้วใช่หรือไม่ เช่นนั้นข้าสามารถตามพวกท่านไปสืบคดีได้หรือไม่?"
เย่ฉยงเหลือบมองเขาอย่างรังเกียจ "ใครบอกเจ้าว่าพ้นข้อกล่าวหาแล้ว? อยู่เฉยๆ ไปเลย ตอนนี้เจ้าคือผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งนั่นแหละ"