เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 128 : การดวลรอบสุดท้ายที่ไร้ความตื่นเต้น?

บทที่ 128 : การดวลรอบสุดท้ายที่ไร้ความตื่นเต้น?

บทที่ 128 : การดวลรอบสุดท้ายที่ไร้ความตื่นเต้น?


บทที่ 128 : การดวลรอบสุดท้ายที่ไร้ความตื่นเต้น?

อีกด้านหนึ่ง กู่เยว่ซีเพิ่งเดินลงมาจากลานประลอง ลมหายใจของเธอหอบเหนื่อยเล็กน้อย

คู่ต่อสู้ที่เธอเพิ่งเอาชนะมาได้ คืออัจฉริยะอันดับสองของมณฑลเทียนฮั่วอย่าง จ้าวเคอ ซึ่งเป็นจอมยุทธ์ระดับสองขั้นสูงสุด ที่ห่างจากระดับสามเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังสามารถทำความเข้าใจเค้าโครงของเจตจำนงระดับสมบูรณ์แบบได้ถึงสองชนิด พลังต่อสู้แข็งแกร่งมาก พอที่จะงัดข้อกับจอมยุทธ์ระดับสามขั้นสูงสุดทั่วไปได้เลยทีเดียว

การต่อสู้ในครั้งนี้ เธอชนะมาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ทว่ามันต้องใช้เวลาแลกเปลี่ยนกระบวนท่ากันหลายสิบครั้ง กว่าจะจับจุดอ่อนของอีกฝ่ายและเอาชนะมาได้

ตอนนี้ การประลองเริ่มตึงมือขึ้นมาบ้างแล้ว...

ข้อเสียเปรียบเรื่องระดับพลัง ในที่สุดก็เริ่มแสดงผลออกมาให้เห็น

กู่เยว่ซีถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เธอเงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ ทอดสายตาข้ามผ่านฝูงชน ไปหยุดอยู่ที่ร่างบนลานประลองกลาง ร่างที่เพิ่งใช้ดาบเดียวเอาชนะมู่หลินหยวนมาได้หมาดๆ

หลินเฟิง

แม้จะอยู่ห่างกันไกลขนาดนี้ แต่กู่เยว่ซีก็ยังคงสัมผัสได้อย่างชัดเจน ถึงเจตจำนงดาบอันแหลมคมที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวอีกฝ่าย ราวกับจะทิ่มแทงทะลุสรวงสวรรค์

กายาดาบต้นกำเนิด...

กู่เยว่ซีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

ร่างกายพิเศษแบบนี้ ในชาติก่อนเธอเคยเห็นมานักต่อนักแล้ว ทุกคนล้วนมีอนาคตที่ไม่ธรรมดา อย่างต่ำๆก็ต้องไปถึงระดับราชา

คนประเภทนี้ เกิดมาพร้อมกับเจตจำนงดาบขั้นกลางติดตัวมาตั้งแต่เกิด ยิ่งไปกว่านั้น เจตจำนงดาบนี้ยังช่วยเพิ่มพลังต่อสู้ให้กับตัวเองได้มากกว่านักดาบปกติหลายเท่าตัว!

มิน่าล่ะ...มิน่าล่ะ มู่หลินหยวนที่เป็นสุดยอดอัจฉริยะระดับสามขั้นต้นเหมือนกัน ถึงรับการโจมตีของเขาไม่ได้แม้แต่ดาบเดียว

พลังต่อสู้ที่แท้จริงของหลินเฟิงคนนี้ เกรงว่าคงจะเพียงพอที่จะต่อกรกับยอดฝีมือระดับเตาหลอมขั้นหนึ่งทั่วไปได้ตรงๆแล้ว!

น่าสนใจดีนี่

มุมปากของกู่เยว่ซียกขึ้น จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่หลับใหลอยู่ก้นบึ้งของหัวใจมาเนิ่นนาน ในที่สุดก็ถูกจุดประกายขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบในวินาทีนี้

ตั้งแต่กลับชาติมาเกิด คู่ต่อสู้รุ่นราวคราวเดียวกันที่เธอเคยเจอ ล้วนอ่อนแอราวกับไก่ดินสุนัขกระเบื้อง…ทนการโจมตีไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

นี่เป็นครั้งแรก ที่ทำให้เธอได้สัมผัสกับความท้าทายที่แท้จริง!

ราวกับจะรับรู้ได้ถึงสายตาของเธอ หลินเฟิงที่อยู่บนลานประลองก็ค่อยๆหันหน้ามาสบตากับเธอจากระยะไกลเช่นกัน

เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาแฝงไปด้วยความสนใจอยู่บ้าง

แต่ทว่าลึกๆในแววตานั้น กลับมีความเฉยเมยและดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง ราวกับกำลังมองมดปลวกที่แข็งแรงกว่าปกติสักหน่อยเท่านั้น

ในสายตาของหลินเฟิง นอกจากสัตว์ประหลาดตัวจริงไม่กี่คนในเมืองหลวงและจงไห่แล้ว อัจฉริยะจากที่อื่นๆล้วนเป็นแค่พวกบ้านนอกคอกนา ไม่ควรค่าแก่การใส่ใจ

สิ่งที่เรียกว่าวิถีดาบนั้น คือดาบเดียวทำลายหมื่นวิชา!

เจตจำนงขั้นสมบูรณ์แบบสามชนิดอะไรกัน?

เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังที่แท้จริง มันก็เป็นแค่ลูกเล่นแพรวพราวไร้สาระเท่านั้นแหละ

ตำแหน่งยอดฝีมืออันดับหนึ่งสามมณฑลนี้ ก็เป็นแค่บันไดขั้นแรกให้เขาก้าวขึ้นไปยืนหยัดเหนือใต้หล้าและเป็นราชาในหมู่คนรุ่นเดียวกันเท่านั้น

ไม่เห็นจะมีค่าให้ใส่ใจเลยสักนิด

...

ภายนอกดินแดนลับ บนที่นั่งชมการประลองระดับสูงสุด

บรรยากาศเริ่มมีความละเอียดอ่อนบางอย่าง

ผู้ว่าการมณฑลชางหลาน หลี่เจี้ยนเย่ ยิ้มแย้มจนแก้มปริ ตื่นเต้นจนหน้าแดงระเรื่อ แต่ปากก็ยังคงถ่อมตัว

"แหมๆโชคช่วยน่ะ โชคช่วยเท่านั้นแหละ! หลินหยวนเด็กคนนั้นก็เก่งมากแล้ว เพียงแต่หลินเฟิงของพวกเรา โชคดีกว่านิดหน่อยเท่านั้นเอง!"

ในขณะที่ผู้ว่าการมณฑลเทียนฮั่ว โจวฉิง กลับมีสีหน้ามืดครึ้มจนแทบจะบีบน้ำออกมาได้

เขาคิดไม่ถึงเลยจริงๆว่า ทั้งๆที่เป็นสุดยอดอัจฉริยะระดับสามขั้นต้นเหมือนกัน แต่สัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งที่สุดในมณฑลของเขากับอีกฝ่าย กลับมีช่องว่างห่างชั้นกันถึงขนาดนี้!

นี่มันคือการบดขยี้อยู่ฝ่ายเดียวชัดๆ!

น่าขายหน้าชะมัด!

นี่น่ะหรือ 'กายาดาบต้นกำเนิด'?

น่ากลัวกว่าข่าวลือที่เคยได้ยินมาเสียอีก...

แม้ในใจของโจวฉิงจะอึดอัดจนแทบกระอักเลือด แต่ด้วยฐานะและหน้าตา เขาก็ทำได้เพียงฝืนยิ้ม แล้วประสานมือคารวะหลี่เจี้ยนเย่

"เหล่าหลี่ ยินดีด้วยนะ ตำแหน่งยอดฝีมืออันดับหนึ่งปีนี้ เป็นของมณฑลชางหลานของพวกคุณแล้ว!"

บรรดาเจ้าหน้าที่จากมณฑลซุยหมิงที่อยู่รอบๆต่างก็ส่งสายตาอิจฉาริษยาไปให้หลี่เจี้ยนเย่

มณฑลเทียนฮั่วถึงกับมีสัตว์ประหลาดระดับนี้โผล่มา แถมยังเป็นคนในพื้นที่อีกต่างหาก!

นี่มัน...มากพอที่จะค้ำจุนมณฑลเทียนฮั่วให้รุ่งเรืองไปได้อีกเป็นร้อยปีเลยทีเดียว!

ในเวลานี้ แทบทุกคนต่างก็คิดว่าการสอบร่วมสามมณฑลในครั้งนี้ได้ข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และไม่มีอะไรให้ต้องลุ้นอีกต่อไป

แต่ทว่าในตอนนั้นเอง

"ฮ่าๆๆๆๆๆ!"

เสียงหัวเราะอันเบิกบานใจดังขึ้นทำลายบรรยากาศในงานอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

ทุกคนหันไปมองด้วยความตกตะลึง ก่อนจะพบว่าฉีฉงซาน ผู้ว่าการมณฑลซุยหมิง กำลังหัวเราะงอหงายอยู่

"เหล่าโจว เหล่าหลี่ พวกนายอย่าเพิ่งดีใจเร็วเกินไปนักสิ!"

ฉีฉงซานพยายามกลั้นเสียงหัวเราะอย่างยากลำบาก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงลึกลับว่า

"เรื่องสนุกน่ะ...มันเพิ่งจะเริ่มขึ้นต่างหากล่ะ!"

โจวฉิงและหลี่เจี้ยนเย่ถึงกับชะงักไป

เพิ่งจะเริ่มงั้นเหรอ?

นี่มันไม่ได้จบลงแล้วหรอกหรือ?

หลี่เจี้ยนเย่ขมวดคิ้วมุ่น จู่ๆก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงลองหยั่งเชิงถามดู

"เหล่าฉี ที่นายพูดหมายความว่า...นายคิดว่ากู่เยว่ซีจากมณฑลของนาย ยังมีโอกาสชนะอยู่งั้นเหรอ?"

พูดจบเขาก็ยังรู้สึกว่ามันน่าขันเลย

จะเป็นไปได้ยังไง?!

ขนาดมู่หลินหยวนที่อยู่ระดับสามขั้นต้น ยังโดนหลินเฟิงฟันทีเดียวจอด นั่นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพลังของหลินเฟิง สามารถสังหารจอมยุทธ์ระดับสามขั้นสูงสุดทั่วไปได้อย่างง่ายดาย เผลอๆอาจจะงัดข้อกับยอดฝีมือระดับเตาหลอมขั้นหนึ่งได้ด้วยซ้ำ!

แล้วกู่เยว่ซีคนนั้นล่ะ เป็นแค่จอมยุทธ์ระดับสองขั้นปลาย ต่อให้เธอจะมีพรสวรรค์ในการเรียนรู้ทะลุสวรรค์ หรือมีความสามารถในการต่อสู้ข้ามระดับที่เก่งกาจแค่ไหน แล้วมันจะไปสู้ได้ยังไง?

ช่องว่างระหว่างสองคนนี้มันกว้างเกินไป! ไม่มีทางที่จะชดเชยได้เลย!

แต่ฉีฉงซานกลับทำเพียงส่ายหน้าอย่างมีเลศนัย

"ถ้าให้กู่เยว่ซีสู้เองคนเดียว ก็คงจะเอาชนะหลินเฟิงได้ยากจริงๆนั่นแหละ"

"แต่ว่านะ..."

เขาจงใจลากเสียงยาว ก่อนจะพูดช้าๆท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของทั้งสองคนว่า

"พวกนายอย่าลืมสิ ว่าเธอเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรนะ!"

ผู้ฝึกสัตว์อสูร?

โจวฉิงและหลี่เจี้ยนเย่มองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างก็เห็นความงุนงงอย่างหนักในแววตาของอีกฝ่าย

แล้วผู้ฝึกสัตว์อสูรมันทำไมล่ะ?

ก่อนหน้านี้พวกเขาก็เคยได้ยินข่าวลือมาบ้างเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าสัตว์อสูรที่กู่เยว่ซีทำพันธสัญญาด้วย เป็นแค่ยุงลายธรรมดาๆหรอกเหรอ?

สัตว์อสูรพันธสัญญาขยะแบบนั้น จะไปมีประโยชน์อะไรได้?

"ยุงลายเหรอ?"

เมื่อได้ยินคำนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของฉีฉงซานก็ยิ่งกว้างขึ้น เขาพูดด้วยน้ำเสียงโอ้อวดเล็กน้อยว่า

"พวกนายนี่นะ ข่าวสารล้าหลังซะจริงๆ!

พวกนายไม่รู้เลยสักนิด ว่ายุงตัวนั้นมันร้ายกาจแค่ไหน!"

"เอาแบบนี้แล้วกัน พวกนายรู้เรื่องภัยพิบัติแมลงที่ระบาดในเมืองตูหนานของเราเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ใช่ไหม? มันสร้างความเดือดร้อนให้มณฑลของเรามาตั้งสองปีเต็มๆขนาดระดับราชันย์ยังหมดหนทางรับมือ!"

"แต่สุดท้าย ก็เป็นมันนี่แหละ! ที่จัดการแก้ปัญหาได้ด้วยตัวคนเดียว!

“พวกนายว่า...มันเจ๋งพอไหมล่ะ?!”

อะไรนะ?!

มันเป็นคนจัดการภัยพิบัติแมลงกลืนวิญญาณงั้นเหรอ?

จะเป็นไปได้ยังไง?!

รูม่านตาของโจวฉิงและหลี่เจี้ยนเย่หดเกร็งลงอย่างรุนแรง ใบหน้าของทั้งสองฉายแววตื่นตระหนกออกมาเป็นครั้งแรก!

หรือว่า...ยุงตัวนั้น จะเป็นไพ่ตายที่แท้จริงของกู่เยว่ซี?

ภายในใจของทั้งสองเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาทันที

แต่เมื่อลองคิดดูอีกที ก็รู้สึกว่าสิ่งที่ฉีฉงซานพูดมามันเหลือเชื่อเกินไป จนไม่อาจปักใจเชื่อได้!

ยุงแค่ตัวเดียว จัดการภัยพิบัติแมลงที่แม้แต่ระดับราชายังรับมือไม่ได้เนี่ยนะ?

นี่มันกำลังเล่านิทานหลอกเด็กอยู่หรือไงวะ?!

ทั้งคู่ต่างก็คิดว่า นี่ต้องเป็นเรื่องที่ตาแก่ฉีฉงซานจอมกะล่อนแต่งขึ้นมาขู่พวกตน เพื่อกู่หน้าให้ตัวเองแน่ๆ!

ใช่! ต้องเป็นแบบนั้นแหละ!

มันจะมีสัตว์อสูรประเภทยุงที่ร้ายกาจขนาดนั้นได้ยังไง?

พวกเขาที่เป็นถึงผู้ว่าการมณฑล! เป็นถึงระดับราชา! พวกเขายังไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย!

...

เวลาสิบนาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ในที่สุด…การดวลรอบตัดสินที่ทุกคนคิดว่าไม่มีอะไรให้ต้องลุ้นอีกแล้ว ก็ได้เริ่มต้นขึ้น!

หลินเฟิงและกู่เยว่ซี ค่อยๆก้าวเดินขึ้นไปบนลานประลองกลางที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

……….

จบบทที่ บทที่ 128 : การดวลรอบสุดท้ายที่ไร้ความตื่นเต้น?

คัดลอกลิงก์แล้ว