เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 127 : นี่แหละคือบอสใหญ่ตัวจริง!

บทที่ 127 : นี่แหละคือบอสใหญ่ตัวจริง!

บทที่ 127 : นี่แหละคือบอสใหญ่ตัวจริง!


บทที่ 127 : นี่แหละคือบอสใหญ่ตัวจริง!

เซียวหรานเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นการมาถึงของกู่เยว่ซี

เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ ก่อนจะฝืนยิ้มเจื่อนๆ

"ให้เธอมาเห็นสภาพน่าขันเข้าซะแล้วล่ะ พวกเราแพ้เละเทะเลย..."

จะว่าไปก็เป็นเพราะโชคของเขาไม่ค่อยดีนัก ที่ในการประลองรอบที่สามดันจับพลัดจับผลูไปเจอกับ ‘หลินเฟิง’ จากมณฑลชางหลานเข้าพอดิบพอดี

เดิมทีเขาแอบคิดเอาไว้ว่าต่อให้ตัวเองจะต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่อย่างน้อยก็น่าจะพอประมือกับอีกฝ่ายได้สักหลายสิบกระบวนท่า เพื่อหยั่งเชิงดูความตื้นลึกหนาบางของคู่ต่อสู้สักหน่อย

แต่ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมาน่ะหรือ?

สิบกระบวนท่า!

เพียงแค่สิบกระบวนท่า เขาก็พ่ายแพ้อย่างหมดรูป!

ตั้งแต่ต้นจนจบ เขายังไม่สามารถบีบให้อีกฝ่ายชักดาบยาวที่สะพายอยู่ด้านหลังออกมาได้ด้วยซ้ำ!

เพียงแค่เจตจำนงดาบขั้นกลางที่แผ่ซ่านออกมาอย่างดุดันไร้เทียมทาน ก็กดทับจนเขาแทบจะหายใจไม่ออก พลังฝีมือที่มีอยู่ทั้งหมดไม่สามารถดึงออกมาใช้ได้ถึงเจ็ดส่วนด้วยซ้ำ!

แล้วแบบนี้จะเอาอะไรไปสู้?!

ภายในใจของเซียวหรานขมขื่นจนถึงขีดสุด ในที่สุดตอนนี้เขาก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมถึงมีข่าวลือว่าหลินเฟิงคนนั้น เคยใช้ดาบเพียงเล่มเดียวสังหารสัตว์อสูรระดับสามขั้นปลายมาแล้ว

เกรงว่าข่าวลือนั่น...คงจะเป็นเรื่องจริง!

พลังต่อสู้ที่แท้จริงของหมอนี่ ก้าวข้ามจอมยุทธ์ระดับสามขั้นสูงสุดทั่วๆไปไปไกลลิบแล้วอย่างแน่นอน!

เผลอๆอาจจะสามารถต่อสู้ชี้เป็นชี้ตายกับยอดฝีมือที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขต ‘เตาหลอมพลังโลหิต’ ขั้นหนึ่งได้จริงๆด้วยซ้ำ!

ช่องว่างความห่างชั้นนี้...มันช่างกว้างใหญ่เกินไป!

กว้างจนชวนให้รู้สึกสิ้นหวัง!

….

ในขณะเดียวกัน ทางด้านฉู่ยี่หรานก็ก้มหน้าลงเงียบๆ

แม้เธอจะไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา แต่ทว่าภายในดวงตาคู่สวยคู่นั้น กลับเต็มไปด้วยความอ้างว้างและไร้เรี่ยวแรงไม่ต่างกัน

คนที่เธอจับคู่ประลองด้วยก็คือ มู่หลินหยวน จากมณฑลเทียนฮั่ว

เดิมทีเธอคิดว่า ด้วยความพลิ้วไหวของวิชาตัวเบาและความลึกล้ำของวิชายุทธ์ที่เธอมี อาจจะพอสร้างความลำบากให้อีกฝ่ายได้บ้าง

แต่ทว่าเธอคิดผิดถนัด

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังที่เหนือชั้นกว่าอย่างแท้จริง ทักษะลูกเล่นแพรวพราวใดๆก็ดูจืดชืดและไร้ความหมายไปในพริบตา

กิเลนเพลิงม่วงของมู่หลินหยวน เพียงแค่มันพุ่งชนเข้ามาครั้งเดียว วิชายุทธ์ป้องกันที่เธอแสนจะภาคภูมิใจก็แตกสลายลงราวกับกระดาษในชั่วพริบตา!

เธอยังไม่ทันจะได้ตอบสนองเป็นครั้งที่สอง ก็ถูกการโจมตีจากพรสวรรค์ประจำตัวของอีกฝ่ายตรึงร่างเอาไว้กับที่จนขยับเขยื้อนไม่ได้!

เธอแพ้โดยที่ยังไม่มีโอกาสได้เอ่ยปากยอมแพ้ด้วยซ้ำ

นี่มันถือเป็นความอัปยศอดสูอย่างหาที่สุดไม่ได้!

ฉู่ยี่หรานสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะทอดสายตาอันซับซ้อนมองไปทางกู่เยว่ซี

ดูเหมือนว่าสิ่งที่เธอคาดเดาเอาไว้ก่อนหน้านี้จะถูกต้อง เกรงว่ากู่เยว่ซีคงทำได้เพียงแค่ไปแย่งชิงตำแหน่งอันดับสามเท่านั้น

ต่อให้เธอจะสามารถใช้อานุภาพของเจตจำนงขั้นสมบูรณ์แบบทั้งสามชนิด เพื่อต่อสู้ข้ามระดับกับยอดฝีมือระดับสามขั้นสูงสุดได้

เเต่แล้วอย่างไรล่ะ?

เพราะสัตว์ประหลาดสองคนนั้น ต่างก็ให้ความรู้สึกว่าเป็นตัวตนที่สามารถสังหารจอมยุทธ์ระดับสามขั้นสูงสุดทั่วไปได้ในพริบตา!

ช่องว่างของระดับพลัง มันห่างชั้นกันมากเกินไปจริงๆ…เป็นช่องว่างที่ไม่อาจชดเชยได้เลย!

เมื่ออัจฉริยะระดับท็อปทั้งสามคนอย่าง เซียวหราน ฉู่ยี่หราน และฉินเจิง ต้องพ่ายแพ้อย่างย่อยยับติดต่อกัน บรรยากาศภายในพื้นที่พักของมณฑลซุยหมิงจึงถูกปกคลุมไปด้วยความสิ้นหวังที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า

ในหมู่ผู้เข้าสอบจากอีกสองมณฑลรอบๆเริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เชิงเยาะเย้ยดังแว่วมาให้ได้ยิน

"จึ๊ๆนี่น่ะหรือระดับฝีมือของมณฑลซุยหมิง? ตัวท็อปสุดยังรับมือหลินเฟิงไม่ได้ถึงสิบกระบวนท่าเลย?"

"แต่จะว่าไป กู่เยว่ซีคนนั้นก็เก่งกาจเอาเรื่องอยู่นะ มีเจตจำนงขั้นสมบูรณ์แบบตั้งสามชนิดจริงๆด้วย!!"

"มีไปก็ไร้ประโยชน์น่า พรสวรรค์กับระดับพลังมันไม่สัมพันธ์กัน ระดับพลังต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนั้น ก็ทำได้แค่รังแกพวกไก่อ่อนนั่นแหละ!

“รอให้ไปเจอกับหลินเฟิงหรือมู่หลินหยวนเมื่อไหร่ ก็คงไม่แคล้วโดนตบตายในกระบวนท่าเดียวเหมือนกัน!”

"ฮ่าๆดูท่าปีนี้มณฑลซุยหมิงคงมาเพื่อรั้งท้ายจริงๆศึกชิงตำแหน่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขาสักนิด!"

ถ้อยคำบาดหูเหล่านี้ ทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของอาจารย์และนักเรียนมณฑลซุยหมิงทุกคนราวกับเข็มเหล็ก มันทำให้พวกเขาอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี แต่ก็ไร้เรี่ยวแรงที่จะเอ่ยปากโต้แย้ง

ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังจมดิ่งอยู่ในบรรยากาศอันมืดมนนั้นเอง...

มีเพียงเซียวหรานคนเดียวเท่านั้น ที่ค่อยๆเงยหน้าขึ้น สายตาอันซับซ้อนของเขาจับจ้องไปยังยุงตัวเล็กๆที่ดูไม่สะดุดตา ซึ่งกำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่บนศีรษะของกู่เยว่ซี

เขารู้ดีว่ามันจะไม่เป็นอย่างนั้นแน่!

ตราบใดที่มียุงตัวนี้อยู่ ตำแหน่งผู้ชนะจะต้องตกเป็นของซุยหมิงอย่างแน่นอน!

สัตว์ประหลาดงั้นเหรอ?

พวกมันมีสิทธิ์อะไรมาเรียกตัวเองว่าสัตว์ประหลาด?

เซียวหรานกล้าเอาศักดิ์ศรีของตัวเองเป็นประกันเลยว่า ช่องว่างความห่างชั้นระหว่างตัวเขากับหลินเฟิง จะต้องน้อยกว่าช่องว่างระหว่างหลินเฟิงกับยุงตัวนี้ อย่างแน่นอน!

ยุงตัวนี้ต่างหาก! ถึงจะเป็น...บอสใหญ่ตัวจริงของการสอบร่วมสามมณฑลในครั้งนี้!

และในตอนนี้ บอสใหญ่ที่ว่า ก็กำลังนอนหลับสบายใจเฉิบอยู่ใต้จมูกของทุกคน

...

เวลาล่วงเลยผ่านไป การแข่งขันดำเนินไปรอบแล้วรอบเล่า

บนหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ รายชื่อของผู้เข้าแข่งขันค่อยๆดับลงทีละคน

การต่อสู้ในสนามก็ยิ่งทวีความดุเดือดมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้เข้าสอบหลายคนที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นลูกรักของสวรรค์ในเมืองของตน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งจนไม่อาจก้าวข้ามไปได้ ต่างก็ต้องทยอยเดินคอตกออกจากสนามไปทีละคน

บรรยากาศของการแข่งขันถูกผลักดันให้พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดครั้งแล้วครั้งเล่า

และในที่สุด เมื่อเหลือผู้เข้าแข่งขันเพียงสี่คนสุดท้าย ลมหายใจของทุกคนในสนามก็แทบจะหยุดชะงักไปในชั่วอึดใจ!

รายชื่อการจับคู่ในรอบรองชนะเลิศ ปรากฏขึ้นสู่สายตาของทุกคน!

คู่ที่ 1: [มณฑลชางหลาน] หลินเฟิง VS [มณฑลเทียนฮั่ว] มู่หลินหยวน!

คู่ที่ 2: [มณฑลซุยหมิง] กู่เยว่ซี VS [มณฑลเทียนฮั่ว] จ้าวเคอ!

"ตู้มมมมม——!!!"

หลังจากความเงียบงันผ่านไปเพียงครู่เดียว ทั่วทั้งสนามก็ระเบิดเสียงโห่ร้องตะโกนเชียร์ดังกระหึ่มราวกับคลื่นยักษ์!

มาแล้ว! ในที่สุดก็มาถึง!

แม้ว่านี่จะเป็นเพียงรอบรองชนะเลิศ

แต่ในสายตาของคนเกือบทุกคน...การเผชิญหน้ากันระหว่างหลินเฟิงและมู่หลินหยวน นี่แหละคือศึกชิงตำแหน่งยอดฝีมืออันดับหนึ่งที่ถูกจัดขึ้นก่อนกำหนด!

ผู้ชนะในศึกนี้ จะได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของทั้งสามมณฑลอย่างไม่ต้องสงสัย!

ส่วนกู่เยว่ซีคนนั้น...การที่เธอสามารถเดินมาถึงรอบสี่คนสุดท้ายได้ ก็นับว่าเป็นโชคดีมหาศาลแล้ว เส้นทางม้ามืดของเธอคงต้องสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้

บนอัฒจันทร์ฝั่งประธาน โจวฉิงและหลี่เจียนเย่ สองผู้ว่าการมณฑลผู้สูงส่ง ในเวลานี้ต่างก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่

ในที่สุดก็มาถึงช่วงเวลาชี้ชะตาตำแหน่งยอดฝีมืออันดับหนึ่งระหว่างสองมณฑลของพวกเขาเสียที!

ท่ามกลางบรรยากาศที่ทุกคนต่างจับจ้อง หลินเฟิงและมู่หลินหยวนก็ค่อยๆก้าวเดินขึ้นสู่ลานประลองกลาง

บนลานประลอง มู่หลินหยวนในชุดหรูหรา ใบหน้าหล่อเหลา ทว่าแววตากลับเฉียบคมดุจเหยี่ยว

เขาทอดสายตามองไปยังหลินเฟิงที่สะพายดาบและมีสีหน้าเรียบเฉยอยู่ฝั่งตรงข้าม ภายในใจแน่วแน่ถึงขีดสุด

ยอดฝีมืออันดับหนึ่ง!

เขาจะต้องคว้าตำแหน่งยอดฝีมืออันดับหนึ่งของการสอบร่วมสามมณฑลนี้มาให้ได้!

ชาติกำเนิดของมู่หลินหยวน มาจากตระกูลมู่ซึ่งเป็นตระกูลชั้นนำของเกาะฮ่องกง ทว่าเขากลับเป็นเพียงลูกนอกสมรสที่ไม่สง่างามนัก

ตั้งแต่เล็กจนโต เขาต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสายตาแปลกประหลาดและคำเยาะเย้ยถากถางลับหลังของผู้คน

พ่อของเขา ซึ่งเป็นถึงผู้นำตระกูลมู่ผู้สูงส่ง ไม่เคยเหลียวแลเขาเลยแม้แต่น้อย สายตาที่มองมานั้นเย็นชาราวกับกำลังมองคนแปลกหน้า

ในขณะที่พี่ชายต่างมารดาของเขา กลับได้รับการยกย่องจากคนในตระกูลว่าเป็น 'บุตรกิเลน' ที่เปล่งประกายเจิดจรัส!

มู่หลินหยวนไม่ยอมรับชะตากรรมนี้!

เขาฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง ทุ่มเทความพยายามมากกว่าคนปกติเป็นร้อยเท่าพันเท่า

เพียงเพื่อหวังว่าสักวันหนึ่ง เขาจะได้ไปยืนอยู่บนจุดสูงสุด เพื่อให้พ่อผู้เย็นชาของเขาได้เห็นกับตาว่า ลูกนอกสมรสอย่างเขา ไม่ได้ด้อยไปกว่าลูกชายสายตรงคนนั้นเลยแม้แต่น้อย!

การสอบร่วมสามมณฑลในครั้งนี้ เป็นเพียงก้าวแรกในการพิสูจน์ตัวเองของเขาเท่านั้น

ในเมื่อปีนั้นพี่ชายของเขาสามารถคว้าตำแหน่งยอดฝีมืออันดับหนึ่งของจงไห่มาได้!

ตอนนี้ เขาก็จะต้องคว้าตำแหน่งยอดฝีมืออันดับหนึ่งของสามมณฑลนี้มาครองให้ได้เช่นกัน!

"ฉันจะต้องชนะ!"

มู่หลินหยวนคำรามลั่นอยู่ในใจ พลังจิตวิญญาณบริเวณหว่างคิ้วของเขาระเบิดออกอย่างรุนแรง!

เปลวเพลิงสีม่วงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า สัตว์อสูรในพันธสัญญาของเขาอย่างกิเลนเพลิงม่วง พุ่งทะยานเข้าหาหลินเฟิงพร้อมกับเสียงคำรามและอานุภาพที่ทำลายล้างสวรรค์และปฐพี!

….

ทว่า ความฝันนั้นช่างหอมหวาน แต่ความเป็นจริงกลับโหดร้ายจนทำให้เขาแทบขาดใจ

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีอันทรงพลังที่สุดที่เขาทุ่มเทสุดกำลัง ในที่สุดหลินเฟิงก็ชักดาบที่อยู่ด้านหลังออกมา

ในวินาทีนั้น เจตจำนงดาบอันน่าสะพรึงกลัวที่ไม่อาจพรรณนาเป็นคำพูดได้ ก็แผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งลานประลอง!

ราวกับว่าระหว่างฟ้าดินนี้ เหลือเพียงดาบเล่มนี้เพียงเล่มเดียว!

"กะ..กายาดาบต้นกำเนิด!" ผู้ว่าการโจวฉิงบนอัฒจันทร์ฝั่งประธาน ถึงกับหลุดปากร้องอุทานออกมา!

บนเวที…แสงดาบสว่างวาบแล้วหายไปในพริบตา

มันทำลายล้างทุกสิ่ง!

กิเลนเพลิงม่วงที่มู่หลินหยวนภาคภูมิใจ ร้องครวญครางออกมา เปลวเพลิงบนร่างถูกฟันจนดับมอดลงในชั่วพริบตา ก่อนที่ร่างของมันจะกระเด็นถอยหลังกลับไป

ส่วนตัวเขาเองยิ่งหนักหนาสาหัส ราวกับถูกสายฟ้าฟาด

กลางหน้าอกปรากฏรอยดาบลึกจนเห็นกระดูก ร่างทั้งร่างกระเด็นตกลงไปนอกลานประลองอย่างหมดสภาพ เลือดสดๆพุ่งกระฉูดออกจากปาก

พ่ายแพ้แล้ว...

เพียงดาบเดียว ก็พ่ายแพ้แล้ว...

มู่หลินหยวนนอนอยู่บนพื้น เหม่อมองท้องฟ้าอย่างเลื่อนลอย

เขาสัมผัสได้ถึงเส้นลมปราณภายในร่างกายที่กำลังถูกเจตจำนงดาบทำลายล้างอย่างบ้าคลั่ง ความเชื่อมั่นทั้งหมดของเขาพังทลายลงอย่างสิ้นเชิงในวินาทีนี้

ความเย่อหยิ่งทั้งหมด ความพยายามทั้งหมด เมื่ออยู่ต่อหน้าคำว่า 'กายาดาบต้นกำเนิด' มันก็กลายเป็นเพียงเรื่องตลกขบขัน!

ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับกระดาษในพริบตา ไร้ซึ่งสีเลือด

จบสิ้นแล้ว...ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว...

การยอมรับจากพ่อ สถานะในตระกูล...ทุกอย่างสลายกลายเป็นเพียงฟองสบู่...

เขาถูกคนพยุงลุกขึ้นด้วยอาการเหม่อลอย ริมฝีปากได้แต่พึมพำปลอบใจตัวเองซ้ำๆอย่างเลื่อนลอย:

"ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไรหรอก...แพ้ให้กับกายาดาบต้นกำเนิด ไม่เห็นน่าอายตรงไหน..."

"อย่างน้อย...ฉันก็เป็นถึงยอดฝีมืออันดับหนึ่งของมณฑลเทียนฮั่วแล้วนะ..."

"ได้อันดับสองของการสอบร่วมสามมณฑล...ก็...ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว! ท่านพ่อ...น่าจะพอใจแล้วล่ะมั้ง..."

เสียงของเขาแผ่วเบาลงเรื่อยๆเต็มไปด้วยความสับสนและสงสัยในตัวเองอย่างหาที่สุดไม่ได้ ราวกับเด็กน้อยน่าสงสารที่สูญเสียของเล่นทุกชิ้นไป

และในตอนนั้นเอง เสียงของกรรมการก็ดังก้องไปทั่วบริเวณ

….

"ลานประลองที่หนึ่ง หลินเฟิงเป็นฝ่ายชนะ!"

"ลานประลองที่สอง กู่เยว่ซีเป็นฝ่ายชนะ!"

"อีกสิบนาที จะเริ่มการต่อสู้รอบตัดสิน!!"

"การแข่งขันรอบสุดท้าย: [มณฑลซุยหมิง] กู่เยว่ซี VS [มณฑลชางหลาน] หลินเฟิง!"

…….

จบบทที่ บทที่ 127 : นี่แหละคือบอสใหญ่ตัวจริง!

คัดลอกลิงก์แล้ว