- หน้าแรก
- ทรานเซนดิ้ง วิชั่น อัจฉริยะเนตรทิพย์เหนือมนุษย์
- TXV - 0969 โยนเหยื่อตกปลาใหญ่
TXV - 0969 โยนเหยื่อตกปลาใหญ่
TXV - 0969 โยนเหยื่อตกปลาใหญ่
TXV - 0969 โยนเหยื่อตกปลาใหญ่
ช่วงบ่ายของวันถัดมา บรรดาผู้บริหารระดับสูงของเรย์มาร์กรุ๊ปต่างทยอยกันเดินทางมายังห้องประชุมอเนกประสงค์ของอาคารสำนักงานใหญ่ กำหนดการประชุมคือเวลา 14:30 น. แต่จนถึงเวลา 14:40 น. แล้ว เซี่ยเหล่ยก็ยังไม่ปรากฏตัว
ในช่วงแรกห้องประชุมยังคงเงียบสงบ แต่เมื่อเซี่ยเหล่ยยังไม่มาเสียที ผู้เข้าร่วมประชุมก็เริ่มจับกลุ่มพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์กัน
"ประธานเซี่ยเรียกเรามาประชุม แต่เลยเวลามาแล้วทำไมยังไม่มาอีก? หรือจะมีเหตุการณ์ด่วนอะไรเกิดขึ้น?" หวงเสวียเหวินผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์เอ่ยถามหลี่โยวตุ้นที่นั่งอยู่ข้างๆ
หลี่โยวตุ้นตอบว่า "ไม่ทราบเหมือนกันครับ สงสัยคงจะมีธุระสำคัญจริงๆ"
"พี่หลี่ คุณคิดว่าที่ประธานเซี่ยเรียกเรามาประชุมครั้งนี้ เป็นเพราะโรงงานผลิตวัสดุชนิดใหม่เตรียมจะลงเสาเข็มแล้วใช่ไหม?" หวงเสวียเหวินถามต่อ
หลี่โยวตุ้นกล่าว "ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นแหละครับ ตอนนี้เรื่องนี้สำคัญที่สุดแล้ว"
"เฮ้อ ประธานเซี่ยก็นะ น่าจะส่งสัญญาณให้เราบ้าง จะได้เตรียมตัวทัน"
"หึหึ ไม่ต้องรีบหรอกครับ ประธานเซี่ยเป็นคนฉลาดหลักแหลม ในใจเขาคงมีแผนการอยู่แล้ว เราแค่ทำตามที่เขาสั่งก็พอ" หลี่โยวตุ้นกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ในขณะที่คนอื่นกำลังคุยกัน หลิวเจิ้งหนานกลับดูสงบเสงี่ยมผิดปกติเขานั่งอยู่บนเก้าอี้พลางเลื่อนดูโทรศัพท์มือถือ บนหน้าจอคือรูปแหวนเพชรเม็ดโตที่ส่องประกายระยิบระยับ แน่นอนว่าราคาย่อมไม่ธรรมดา
เขาคงกำลังเลือกแหวนขอแต่งงานให้กับเซี่ยเสวี่ยอยู่
ด้วยฐานะและตำแหน่งของเซี่ยเสวี่ยในตอนนี้ ต่อให้เธอสวมเครื่องประดับที่แพงที่สุดในโลกก็ไม่ใช่ปัญหา แต่เขากลับไม่มีปัญญาซื้อของระดับนั้นได้
ตอนนั้นเองฉิงไฉ่เยว่ก็เดินเข้ามา เธอเปิดหน้าจอแสดงผลสองเครื่องที่วางอยู่บนโต๊ะประชุม ภาพของหญิงสาวสองคนปรากฏขึ้นทันที คนหนึ่งคือ ‘ก่วนหลิงชาน’ จากสาขาเมืองไห่จู และอีกคนคือ ‘โจวเสี่ยวหง’ จากสาขาเมืองซู่ตี้ ทั้งคู่คือผู้ที่ร่วมบุกเบิกมากับเซี่ยเหล่ยตั้งแต่วันแรก และเป็นผู้อาวุโสของเรย์มาร์กรุ๊ป
ก่วนหลิงชานและโจวเสี่ยวหงได้รับแจ้งกำหนดการประชุมเช่นกัน แม้พวกเธอจะเดินทางมาที่สำนักงานใหญ่ปักกิ่งไม่ทัน แต่ก็เข้าร่วมการประชุมผ่านทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์แทน
ในหน้าจอ ก่วนหลิงชานนั่งตัวตรงดูสงบนิ่งรอการเริ่มประชุม ส่วนโจวเสี่ยวหงกำลังจัดระเบียบรายงาน โดยมีเลขาสาววัยกลางคนคอยกระซิบเตือนบางอย่างที่ข้างหู
"นั่นคือโจวเสี่ยวหง ผู้ดูแลสาขาเมืองซู่ตี้ใช่ไหม?"
"ใช่แล้ว ได้ยินว่าเธอจบแค่ชั้นมัธยมต้นเองนะ ตอนนั้นประธานเซี่ยเป็นคนรับเธอเข้าทำงาน ถ้าไม่ใช่เพราะประธานเซี่ย ป่านนี้เธอคงไปล้างจานอยู่ที่ร้านอาหารไหนสักแห่งแล้วล่ะ" ใครบางคนกระซิบกระซาบ
"นั่นสิ คนเรามันอยู่ที่ดวงจริงๆ" อีกคนถอนหายใจ
"ดวงอะไรกัน? ฉันว่านะ..." ใครบางคนอยากจะพูดอะไรต่อแต่ไม่กล้าพูดออกมา
ก็จริงอยู่ที่ไม่มีใครกล้านินทาก่วนหลิงชาน เพราะเธอเรียนจบมหาวิทยาลัยและเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง แต่โจวเสี่ยวหงที่จบแค่มัธยมต้นกลับครองตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงดูแลสาขาเมืองซู่ตี้ ย่อมทำให้พวกที่มีการศึกษาสูงและมีความสามารถบางคนจะมีความรู้สึกลึกๆ และไม่ยอมรับในตำแหน่งหน้าที่ของเธอ ต่อหน้าเซี่ยเหล่ยไม่มีใครกล้าพูด แต่เมื่อลับหลังเขา การวิพากษ์วิจารณ์แบบนี้ก็มักจะเกิดขึ้นเสมอ
โลกใบนี้ไม่เคยมีความเท่าเทียมที่แท้จริง มันเต็มไปด้วยการเลือกปฏิบัติ ทั้งเรื่องเชื้อชาติ สัญชาติ การศึกษา และภูมิลำเนา
ฉิงไฉ่เยว่จัดการเรื่องหน้าจอเสร็จก็มานั่งลงข้างๆ หลิวเจิ้งหนาน เธอเหลือบมองหลิวเจิ้งหนานที่กำลังเลือกแหวนในมือถือแล้วยิ้มทัก "ฉันก็ยังนึกว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ ที่แท้ก็กำลังเลือกแหวนให้เสี่ยวเสวี่ยอยู่นี่เอง"
หลิวเจิ้งหนานรีบเก็บโทรศัพท์ด้วยความลนลานพลางยิ้มแห้งๆ
ฉิงไฉ่เยว่ใช้ศอกสะกิดเขา "ทำไมล่ะ ตั้งใจจะขอเสี่ยวเสวี่ยแต่งงานในวันเดียวกับงานแต่งของประธานเซี่ยเลยเหรอ?"
หลิวเจิ้งหนานพยักหน้าอย่างเขินอาย "ครับ... แต่ไม่รู้จะสำเร็จหรือเปล่า"
"คุณทั้งหล่อ ทั้งนิสัยดีขนาดนี้ ต้องสำเร็จแน่นอน" ฉิงไฉ่เยว่กล่าวพลางลดเสียงลง "เอาอย่างนี้ไหม เดี๋ยววันนั้นฉันจะช่วยสร้างบรรยกาศให้ รับรองว่าสำเร็จแน่"
"ขอบคุณครับ คุณใจดีจริงๆ" หลิวเจิ้งหนานตอบอย่างสุภาพ
วิศวกรชาวเยอรมันสองคนเดินเข้ามา อานีน่า และ ซิลเวีย ผู้มีผมสีทองและดวงตาสีฟ้าทำให้ห้องประชุมดูมีสีสันขึ้นมาทันที และทำให้ฉิงไฉ่เยว่ไม่ใช่จุดสนใจเพียงคนเดียวอีกต่อไป
อานีน่าและซิลเวียนั่งลงที่ท้ายโต๊ะประชุมยาวพลางกระซิบกระซาบกันเป็นภาษาเยอรมัน
"ลูคัสต้องประกาศเรื่องเริ่มสร้างโรงงานผลิตวัสดุชนิดใหม่แน่ๆ เลย" อานีน่า กล่าว
ซิลเวียตอบว่า "ฉันก็เดาว่างั้น วัสดุการบินที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก แค่คิดฉันก็ตื่นเต้นแล้ว ถ้าวัสดุนั้นผลิตออกมาได้จำนวนมากเมื่อไหร่ เราต้องขอมาใช้บ้างนะ เราจะสร้างรถถังหลักรุ่น ZTZ100 ที่ไม่มีใครสยบได้ขึ้นมา"
"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก เขาต้องให้เราอยู่แล้ว"
"ช่วงนี้เขาไม่ค่อยแวะไปหาเราเลยนะ" ดวงตาของซิลเวียฉายแวววูบไหวเล็กน้อยแต่ก็ไม่ถึงกับเศร้าโศก
"ชู่ว... เมียเขามาแล้ว อย่าให้เธอได้ยินเชียว" อานีน่าลดเสียงลง
ซิลเวียเหลือบไปที่ประตูห้องประชุมอเนกประสงค์ เห็นเหลียงซือเหยา เดินถือเอกสารเข้ามาพอดี เธอจึงรีบหุบปากทันที เพราะเธอรู้ภูมิหลังของหญิงคนนี้ดีว่าเคยเป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองระดับสูงของ CIA เธอไม่มีความกล้าพอจะไปยุ่งกับผู้ชายของหญิงแกร่งคนนี้หรอก
ทันทีที่เหลียงซือเหยาเข้ามา ห้องประชุมก็เงียบกริบลงทันที
เมื่อห้องประชุมสงบลง เหลียงซือเหยาจึงกล่าวว่า "ประธานเซี่ยมีธุระด่วนต้องออกไปกะทันหัน ฉันจะรับหน้าที่เป็นประธานในการประชุมครั้งนี้แทน" เธอเปลี่ยนน้ำเสียง "เชื่อว่าพวกคุณคงเดากันได้แล้ว ใช่ค่ะ หัวข้อการประชุมครั้งนี้คือเรื่องโรงงานผลิตวัสดุชนิดใหม่"
"คุณเหลียง จะเริ่มสร้างเมื่อไหร่ครับ?" หวงเสวียเหวินถาม
เหลียงซือเหยา ตอบว่า "เร็วๆ นี้ค่ะ เรื่องนี้ต้องเรียบร้อยก่อนวันตรุษจีน ทางเบื้องบนเร่งมามาก จะเอาเงินก็ให้เงิน จะเอาคนก็ให้คน หรือจะเอาเครื่องจักรก็พร้อมจัดหาให้ เราได้รับการสนับสนุนอย่างมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ตอนนี้เหลือเพียงแค่รอให้เราทำแผนการดำเนินงานให้เสร็จเท่านั้น"
"เยี่ยมไปเลยครับ" หลี่โยวตุ้นกล่าวพร้อมรอยยิ้ม "ถ้าเป็นแบบนี้ อย่างเร็วที่สุดฤดูร้อนปีหน้าเราก็น่าจะผลิตโลหะลับ X ในปริมาณมากได้ เมื่อถึงตอนนั้น ผมเชื่อว่าโดรนของเราก็น่าจะถือกำเนิดขึ้นแล้วเช่นกัน"
"ใช่ค่ะ เมื่อคืนประธานเซี่ยคุยกับฉันว่า จริงๆ แล้วเขาได้ออกแบบโดรนที่เป็นลิขสิทธิ์ของเรย์มาร์กรุ๊ปไว้เสร็จหมดแล้ว" เหลียงซือเหยากล่าว
"ประธานเซี่ยออกแบบโดรนของบริษัทเราเสร็จแล้วเหรอครับ?" หวงเสวียเหวินทำท่าทางประหลาดใจมาก
เหลียงซือเหยาพยักหน้า "ใช่ค่ะ เขาออกแบบโดรนของเรย์มาร์กรุ๊ปเสร็จแล้ว เขาเรียกชื่อโดรนรุ่นนี้ว่า ‘วอสป์’ ซึ่งมีความหมายว่า ‘ตัวต่อ’"
สิ้นคำว่า "วอสป์" ห้องประชุมก็เต็มไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่
"ประธานเซี่ยออกแบบโดรนของเราเองเสร็จแล้วเหรอเนี่ย สุดยอดไปเลย ทั้งวัสดุชนิดใหม่ ทั้งโดรนรุ่นใหม่ เรย์มาร์กรุ๊ปของเราจะเข้าสู่ดินแดนที่ ล็อกฮีด มาร์ติน เคยครอยครองความเป็นเจ้า และท้าทายพวกเขาได้เร็วๆ นี้แล้ว!" หวงเสวียเหวินดูตื่นเต้นมากจนน้ำเสียงสั่นเครือ
"นี่เรื่องจริงเหรอ?" ใครบางคนกล่าว "มันเร็วเกินไปหรือเปล่า?"
"ความเร็วและความสามารถของประธานเซี่ยยังต้องสงสัยอีกเหรอ? แบบนี้เรียกเร็วแล้วเหรอ? สำหรับฉันมันปกติมากนะ" อีกคนแย้ง
"ใช่! ตอนที่ประธานเซี่ยออกแบบรถถังของเราเองก็ใช้เวลาไม่นาน การสร้างรถถังน่ะยากกว่าสร้างโดรนตั้งเยอะ" อีกคนเสริม
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังไปทั่ว
ฉิงไฉ่เยว่ก้มหน้าก้มตาจดบันทึกอย่างตั้งใจ
ในขณะที่ในห้องประชุมกำลังถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน ในอีกห้องหนึ่ง เซี่ยเหล่ยกำลังเฝ้ามองภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องประชุม เขาเฝ้าสังเกตทุกคนอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น หลิวเจิ้งหนาน, ฉิงไฉ่เยว่, หวงเสวียเหวิน, หลี่โยวตุ้น...
นี่คือจุดประสงค์ที่เขาจัดประชุมครั้งนี้ขึ้นมา เขาต้องการใช้ดวงตาของเขาบวกกับเหยื่อล่อเพื่อลากตัวสายลับคนนั้นออกมา
ที่เหลียงซือเหยาบอกว่าเขาออกแบบโดรนเสร็จแล้วนั่นก็ไม่เป็นความจริง เขาตั้งชื่อโดรนที่ยังไม่มีอยู่จริงว่า "วอสป์" โดยมีเป้าหมายเพื่อจะ "ต่อย" เจ้าหมอนั่นให้เจ็บแสบ!
"คนที่สัมผัสโครงการวัสดุใหม่และรู้เรื่องนี้ทั้งหมดรวมตัวกันอยู่ที่นี่แล้ว สายลับจะอยู่ในกลุ่มนี้หรือเปล่า? ใครกันที่เป็นคนขโมยสูตรและตัวอย่าง โลหะลับ X ออกไปส่งให้อเมริกา? ใครกันที่รั่วไหลภารกิจของหลงปิงที่ญี่ปุ่น?" ขณะที่สังเกตทุกคนในห้องประชุม เซี่ยเหล่ยก็เฝ้าคิดทบทวนคำถามเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในห้องประชุม เหลียงซือเหยา ยกมือขึ้นอีกครั้งพลางยิ้มกล่าว "ฉันรู้ว่าพวกคุณตื่นเต้น ฉันเองก็ไม่ต่างกัน แต่ความตื่นเต้นมันทำงานไม่ได้หรอกนะคะ ลองดูนี่สิคะ นี่คือแบบแปลนโดรนของประธานเซี่ย รวมถึงสูตรที่ถูกต้องและกระบวนการผลิต โลหะลับ X ประธานเซี่ยได้ทำส่วนที่สำคัญที่สุดเสร็จแล้ว ต่อจากนี้ไปต้องอาศัยกำลังของพวกคุณทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน"
เหลียงซือเหยา ชูซองเอกสารสองซองที่เธอนำมาด้วยขึ้น บนซองทั้งสองเขียนด้วยปากกาเคมีตัวหนา ซองหนึ่งเขียนว่า "โลหะลับ X" และอีกซองหนึ่งเขียนว่า "วอสป์" อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้เปิดซองเอกสารออก เพียงแค่โชว์ให้เห็นแล้วก็วางลง
"คุณเหลียง ขอดูหน่อยได้ไหมครับ?" หวงเสวียเหวินถามอย่างร้อนรน
สายตาของเหลียงซือเหยาจับจ้องไปที่หวงเสวียเหวิน "คุณดูแลด้านปัญญาประดิษฐ์ เรื่องวัสดุและโดรนไม่ใช่ความเชี่ยวชาญของคุณนี่คะ"
"ผมขอดูได้ไหมครับ?" ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุจากห้องแล็บคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
เหลียงซือเหยา กล่าว "ไม่ต้องรีบค่ะ เรื่องนี้ต้องให้ประธานเซี่ยเป็นคนตัดสินใจ ฉันนำเอกสารลับของเขามาเพียงเพื่อให้พวกคุณรู้ว่า ตอนนี้เรามาถึงช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดแล้ว เราต้องสามัคคีกันเพื่อแบ่งเบาภาระของประธานเซี่ย และทำให้โรงงานผลิตวัสดุชนิดใหม่ของเรย์มาร์กรุ๊ปสร้างเสร็จโดยเร็วที่สุด"
ห้องประชุมกลับมาคึกคักด้วยเสียงพูดคุยอีกครั้ง
ผ่านไปพักใหญ่ เหลียงซือเหยา จึงกล่าวว่า "พวกคุณคงปรึกษากันพอสมควรแล้ว ลองแสดงความคิดเห็นออกมาสิคะ เลขาชิง ช่วยบันทึกการประชุมด้วย"
"ค่ะ คุณเหลียง" ฉิงไฉ่เยว่เปิดสมุดบันทึกและเข้าสู่โหมดการทำงานของเลขาทันที
เหลียงซือเหยา มองไปที่หลี่โยวตุ้น "โยวตุ้น คุณเป็นหนึ่งในผู้ร่วมพัฒนาโลหะลับ X และเป็นผู้รับผิดชอบโครงการวัสดุใหม่ คุณควรเป็นคนพูดคนแรก"
หลี่โยวตุ้นครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า "คุณเหลียง ผมกำลังทำแผนงานเสนอประธานเซี่ยอยู่ครับ ตอนนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น เพราะผมยังไม่ทราบสูตรและกระบวนการผลิตที่แน่นอนของ โลหะลับ X ผมกับฟ่านเหล่าเคยทำตัวอย่างออกมาแต่มันล้มเหลว ผมนับถือประธานเซี่ยจริงๆ ที่เขาสามารถแก้ปัญหานี้ได้ ผมอยากรู้มากว่าเขาทำได้ยังไง แต่ผมไม่รีบครับ ผมเชื่อว่าประธานเซี่ยจะเปิดเผยสูตรและกระบวนการผลิตในเวลาที่เหมาะสมแน่นอน"
เหลียงซือเหยากล่าว "นั่นไม่ใช่ข้อเสนอแนะเลยนะคะ"
หลี่โยวตุ้นยิ้มแห้งๆ "คุณเหลียง ผมเชื่อว่าประธานเซี่ยได้วางแผนไว้หมดแล้ว เขาแค่อยากเห็นความมุ่งมั่นของพวกเรา ซึ่งความมุ่งมั่นนั้นผมมีแน่นอน ผมพร้อมจะทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับงานด้านวัสดุใหม่ของเรย์มาร์กรุ๊ปอย่างสุดความสามารถ! ผมเชื่อว่าทุกคนที่นี่ก็คิดเหมือนผม ชาวเรย์มาร์กรุ๊ปอย่างเราไม่เคยกลัวความยากลำบาก เรามั่นใจว่าจะทำให้ประธานเซี่ยเบาใจและพอใจได้แน่นอนครับ!"
ฉิงไฉ่เยว่ปรบมือเบาๆ
เมื่อเธอเริ่มนำ ห้องประชุมก็พลันกึกก้องไปด้วยเสียงปรบมือ
ในอีกห้องหนึ่ง คิ้วของเซี่ยเหล่ยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย แต่นั่นไม่ใช่เพราะเขาพบหางจิ้งจอกของใคร หรือพบเบาะแสอะไร... แต่เป็นเพราะทุกคนดูปกติมาก จนเขายากที่จะตัดสินได้ว่าใครกันแน่ที่เป็นสายลับ!
เซี่ยเหล่ยหยิบเครื่องสื่อสารขึ้นมาแล้วพูดเสียงต่ำ "ซือเหยา เลิกประชุมเถอะ คุยต่อไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว ต่อจากนี้ก็แค่รอให้ปลาใหญ่มากินเหยื่อเท่านั้น"
ในห้องประชุม เหลียงซือเหยาจึงประกาศว่า "เอาล่ะ งั้นวันนี้พอแค่นี้ เลิกประชุมได้ค่ะ"