- หน้าแรก
- ทรานเซนดิ้ง วิชั่น อัจฉริยะเนตรทิพย์เหนือมนุษย์
- TXV - 0963 หลานสาวฉันไม่แต่งกับเธอแล้ว
TXV - 0963 หลานสาวฉันไม่แต่งกับเธอแล้ว
TXV - 0963 หลานสาวฉันไม่แต่งกับเธอแล้ว
TXV - 0963 หลานสาวฉันไม่แต่งกับเธอแล้ว
"เจ้าหนู ในที่สุดเธอก็มาสักที" พอเซี่ยเหล่ยมาถึงหน้าห้องแล็บ เขาก็ถูกฟ่านอีหมิงที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วดึงตัวเข้าไปในห้องแล็บวัสดุทันที
"คุณปู่ มีเรื่องอะไรเหรอครับ?" เซี่ยเหล่ยถาม
ฟ่านอีหมิงเหลือบมองเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ในห้องแล็บ ริมฝีปากเขาขยับคล้ายจะพูดแต่ก็ยั้งไว้ ก่อนจะดึงมือเซี่ยเหล่ยเดินเข้าไปในห้องพักส่วนตัว
เซี่ยเหล่ยพอจะเดาใจได้ เขาจึงลองหยั่งเชิงดู "คุณปู่ครับ ตกลงมีเรื่องอะไรกันแน่?"
"เธอเรียกฉันว่าปู่แล้ว และฟ่านฟานก็บอกฉันแล้วว่าฉันกำลังจะได้เป็นปู่ทวด ใช่ไหมล่ะ?" ฟ่านอีหมิงจ้องเขม็งไปที่เซี่ยเหล่ย
เซี่ยเหล่ยรู้สึกกระดากอายเล็กน้อย "ครับคุณปู่ ฟ่านฟานท้องแล้วครับ"
"เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วใช่ไหม?" ฟ่านอีหมิงถาม
เซี่ยเหล่ยพยักหน้า "แน่นอนครับ เราเป็นครอบครัวเดียวกัน" ถึงตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมฟ่านอีหมิงถึงตามหาเขา และทำไมต้องพามาคุยกันในที่ลับตาคนแบบนี้
และแล้ว หลังจากอ้อมค้อมอยู่นาน ฟ่านอีหมิงก็เข้าประเด็นหลัก "บอกปู่มาสิ เธอแก้ปัญหาความเสถียรของโลหะลับ X ได้ยังไง?"
เซี่ยเหล่ย: "..."
"พูดมาสิ" ฟ่านอีหมิงเร่งรัด ท่าทางร้อนรนมาก
เซี่ยเหล่ยตอบว่า "คุณปู่ครับ ไม่ใช่ว่าผมไม่บอกคุณนะ แต่เวลายังไม่เหมาะสม"
"เวลายังไม่เหมาะสม?" ฟ่านอีหมิงขมวดคิ้ว "แล้วต้องรอถึงเมื่อไหร่เธอถึงจะบอก? เที่ยงนี้? หรือว่าก่อนเลิกงานตอนเย็น?"
ทันใดนั้น มีเสียงฝีเท้าแว่วมาจากนอกประตู เป็นเสียงฝีเท้าที่เบามาก
สายตาของเซี่ยเหล่ยเลื่อนไปที่ประตูทันที ดวงตาซ้ายขยับเล็กน้อยเพื่อปลุกพลังทะลุปรุโปร่ง ผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏขึ้นในครรลองสายตาของเขา ในมือเธอประคองกล่องกระดาษใบหนึ่ง ภายในบรรจุเครื่องแก้วอยู่ค่อนกล่อง เธอเดินอย่างระมัดระวังราวกับกลัวว่ากล่องในมือจะหลุดร่วงลงพื้น
เธอเดินผ่านหน้าประตูไปโดยไม่ได้หยุดชะงัก มุ่งหน้าไปยังสุดทางเดิน
เซี่ยเหล่ยถอนสายตากลับมา เรื่องสายลับทำให้เขาเริ่มระแวงไปหมด เพียงแค่ร่องรอยที่ดูน่าสงสัยเล็กน้อยก็ทำให้เขาเคลือบแคลงได้
"พูดมาสิ เธอจะบอกฉันเมื่อไหร่?" ฟ่านอีหมิงไม่รู้เลยว่าเซี่ยเหล่ยกำลังสังเกตอะไรอยู่
เซี่ยเหล่ยกล่าวว่า "คุณปู่ครับ เอาอย่างนี้ วันที่ผมกับฟ่านฟานแต่งงานกัน ผมจะบอกคุณ ผมจะถือว่ามันเป็นสินสอดของผม ดีไหมครับ?"
"เธอกลัวความลับรั่วไหลใช่ไหม?" ฟ่านอีหมิงดูไม่ค่อยพอใจ
เซี่ยเหล่ยตอบ "คุณปู่ครับ เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ผมจะไม่เชื่อใจคุณได้ยังไง? เพียงแต่..." เพียงแต่ฟ่านอีหมิงไม่มีความสามารถในการต่อต้านสายลับ และเรื่องที่มีสายลับแฝงตัวอยู่ในเรย์มาร์กรุ๊ป เขายังบอกฟ่านอีหมิงตอนนี้ไม่ได้
"ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าปู่ หลานสาวฉันไม่แต่งกับเธอแล้ว ฉันไม่อนุญาต" ฟ่านอีหมิงขู่พลางลอบสังเกตปฏิกิริยาของเซี่ยเหล่ย
เซี่ยเหล่ยยิ้ม "เอาละครับคุณปู่ คุณทำงานต่อเถอะ ผมจะไปดูที่โรงงานหน่อย"
"ฉันไม่ให้ฟ่านฟานแต่งกับเธอจริงๆ นะ เธอ... เธอคิดดูให้ดี!" ฟ่านอีหมิงในตอนนี้ดูเหมือนเด็กๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเอาหลานสาวสุดที่รักมาขู่เซี่ยเหล่ย แต่ผลลัพธ์เกือบจะเป็นศูนย์
เซี่ยเหล่ยหันกลับมาส่งยิ้ม "คุณปู่ครับ อยากให้ผมเอาคำพูดเมื่อกี้ไปบอกฟ่านฟานไหมครับ?"
"ฮะ?" ฟ่านอีหมิงลนลานทันที รีบโบกมือเป็นพัลวัน "อย่าเชียวนะ อย่า ฮ่าๆ ฉันแค่ล้อเล่นน่ะ"
"ผมก็แค่ล้อเล่นเหมือนกันครับ ตกลงตามนี้ครับคุณปู่ เมื่อไหร่ที่ผมแต่งงานกับฟ่านฟาน ผมจะยกความลับนั้นเป็นสินสอดให้คุณ" เซี่ยเหล่ยกล่าว
"ห้ามหลอกฉันนะ"
"ผมเคยหลอกคุณที่ไหนกัน?"
"เธอก็หลอกหลานสาวฉันไปทั้งคนแล้ว ยังจะบอกว่าไม่เคยหลอกอีก? เจ้าหนูคนนี้นี่ ไม่ใจเลยจริงๆ" ฟ่านอีหมิงบ่นพึมพำ
เซี่ยเหล่ยไม่ต่อความยาวสาวความยืดกับเขาอีก และเดินออกจากห้องไป
"ท่านประธานเซี่ย" ภายในห้องแล็บวัสดุ หลี่โยวตุ้นเอ่ยทักทายเซี่ยเหล่ย
เซี่ยเหล่ยพยักหน้า "สองวันนี้ทำอะไรอยู่บ้าง?"
หลี่โยวตุ้นตอบว่า "โลหะลับ X วิจัยสำเร็จแล้ว ขั้นตอนการทดลองสิ้นสุดลง ตอนนี้ผมกำลังเตรียมการในส่วนของการผลิตครับท่านประธาน ในเมื่อคุณต้องการโรงงานวัสดุที่ล้ำสมัยที่สุดในประเทศ ผมก็ต้องรีบทำแผนงานให้เสร็จก่อนที่เครื่องจักรจะมาถึงครับ"
ใบหน้าของเซี่ยเหล่ยปรากฏรอยยิ้ม "อืม ควรจะมีแผนงานจริงๆ นั่นแหละ อ้อ ลองอ้างอิงประสบการณ์จากต่างประเทศดูเยอะๆ นะ วิทยาการด้านวัสดุศาสตร์ของประเทศเรายังตามหลังอยู่มาก ต่างประเทศมีตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จมากมาย คุณต้องศึกษาและถอดบทเรียนจากตัวอย่างเหล่านั้นให้มาก"
"ทราบครับท่านประธาน วางใจได้เลย ผมจะทำแผนงานที่ทำให้คุณพอใจแน่นอน" หลี่โยวตุ้นชะงักไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อ "แต่ว่า ผมไม่รู้รายละเอียดของกระบวนการผลิตเฉพาะทาง แผนงานอาจจะไม่ครอบคลุมถึงเทคนิคการผลิตเชิงลึกนะครับ"
สายตาของเซี่ยเหล่ยจดจ้องไปที่หน้าอกของหลี่โยวตุ้น สายตาข้างซ้ายของเขาทะลุผ่านผิวหนังเข้าไปถึงหัวใจทันที
หัวใจของหลี่โยวตุ้นเต้นเป็นปกติ ไม่มีวี่แววว่าเต้นเร็วผิดปกติ
การสังเกตอัตราการเต้นของหัวใจเพื่อตัดสินความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือการโกหก เป็นวิธีการจับเท็จที่เซี่ยเหล่ยเรียนรู้มานานแล้ว แน่นอนว่าเรื่องนี้เขาได้รับอิทธิพลมาจากเหลียงซือเหยา เธอเป็นสายลับที่ยอดเยี่ยมที่สุดของ CIA มีประสบการณ์โชกโชนในการต่อต้านสายลับ เธอเตือนให้เขาสงสัยทุกคนรวมถึงตัวเธอเอง แล้วหลี่โยวตุ้นจะถูกยกเว้นได้อย่างไร?
"ท่านประธานครับ?" หลี่โยวตุ้นเรียก
เซี่ยเหล่ยถอนสายตากลับมา "อืม ไม่มีอะไร คุณทำในส่วนที่ทำได้ตอนนี้ไปก่อนเถอะ เดี๋ยวส่วนที่เหลือผมจะมาจัดการต่อเอง"
"ตกลงครับ" หลี่โยวตุ้นยิ้ม "ผมตั้งตารอวันที่ความลับนั้นจะถูกเปิดเผย ในฐานะคนจีนคนหนึ่ง การที่ได้ทำงานให้คุณและมีส่วนร่วมในการวิจัยโลหะลับ X ผมรู้สึกภาคภูมิใจมากครับ"
เซี่ยเหล่ยตบบ่าเขา "ตั้งใจทำงานนะ เราจะเปลี่ยนยุคสมัยนี้ไปด้วยกัน"
"ครับ!" หลี่โยวตุ้นพยักหน้าอย่างหนักแน่น
เซี่ยเหล่ยออกจากห้องแล็บวัสดุ เขาไม่ได้ไปที่โรงงาน แต่เดินออกจากสำนักงานใหญ่เรย์มาร์กรุ๊ป แล้วมุ่งหน้าไปยังโบสถ์ที่กำลังก่อสร้างอยู่ข้างๆ เรือนผิงอัน
คนงานก่อสร้างกำลังยุ่งวุ่นวายอยู่ในไซส์งาน และยังมีใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยอยู่อีกจำนวนหนึ่ง มีทั้งคนผิวขาว คนผิวดำ และคนผิวสีอื่นๆ การมีอยู่ของพวกเขาทำให้สถานที่แห่งนี้ดูเหมือน "สหประชาชาติ" ย่อมๆ
พวกเขาล้วนเป็นคริสตศาสนิกชนนิกายคาทอลิก และเป็นผู้ศรัทธาที่คลั่งไคล้ พวกเขาตอบรับคำเรียกขานของพี่น้องตระกูลเกรย์และตระกูลรุสโซ เดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลก เป้าหมายของโจวานน่า, โรซ่า, สเตลล่า และเทเรซ่า คือการสร้างกองกำลังติดอาวุธที่เป็นของเซี่ยเหล่ยโดยเฉพาะ และผู้ศรัทธาที่คลั่งไคล้เหล่านี้จะเป็นรากฐานของกองกำลังนี้
สายตาของเซี่ยเหล่ยกวาดมองใบหน้าแปลกหน้าที่แตกต่างกันไป ในใจเขาลอบคิดว่า "สายลับจะแฝงตัวอยู่ในคนกลุ่มนี้ด้วยหรือเปล่านะ?"
เขาเริ่มระแวงไปหมดจริงๆ อิทธิพลจากเหลียงซือเหยานั้นฝังรากลึก จนเขาเห็นใครก็น่าสงสัยว่าเป็นสายลับไปหมด
พี่น้องตระกูลเกรย์และตระกูลรุสโซเห็นเซี่ยเหล่ยจึงเดินเข้ามาหาพร้อมกัน
อัศวินสาวผมบลอนด์ตาสีฟ้าสี่คน รูปร่างหน้าตาโดดเด่น ส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน เซ็กซี่ขยี้ใจ เมื่อพวกเธอเดินมาพร้อมกัน สิ่งที่คนจะนึกถึงย่อมไม่ใช่ความศรัทธาอันแรงกล้าหรือเกียรติยศของอัศวิน แต่มักจะเป็นจินตนาการฟุ้งซ่านเสียมากกว่า
"เซี่ย นานๆ ทีจะเห็นคุณเดินมาที่นี่ วันนี้มีธุระอะไรเหรอคะ?" โจวานน่า เผยรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ เธอพูดด้วยภาษาอิตาลีที่สำเนียงเป๊ะมาก
อัศวินสาวทั้งสี่กำลังเรียนภาษาจีน แต่ภาษาจีนเป็นภาษาที่เรียนยากที่สุดในโลก ระดับของพวกเธอตอนนี้ยังไม่สามารถสื่อสารในชีวิตประจำวันได้ปกติ
เซี่ยเหล่ยตอบว่า "ผมแค่มาดูว่างานจะเสร็จเมื่อไหร่"
"ยังต้องใช้เวลาอีกสามเดือนค่ะ" เทเรซ่า กล่าว
เซี่ยเหล่ยเหลือบมองโบสถ์ยักษ์ที่มีเนื้อที่อย่างน้อย 50 มู่ หรือประมาณ 20 ไร่ มุมปากเขาผุดรอยยิ้มขมขื่น "พวกคุณกำลังสร้างมหาวิหารซากราดา ฟามีเลีย ของสเปนอยู่หรือไง?"
"จะเว่อร์ขนาดนั้นได้ยังไงคะ โบสถ์แบบนั้นถ้าไม่มีเวลาหลายปีสร้างไม่เสร็จหรอก สิ่งที่เรากำลังสร้างคือโบสถ์ ‘เซนต์เร’ ของพวกเราต่างหาก" สเตลล่า กล่าว
"โบสถ์เซนต์เร?" นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยเหล่ยได้ยินชื่อนี้
สเตลล่า พยักหน้า "ใช่ค่ะ โบสถ์เซนต์เร เราตั้งชื่อโบสถ์นี้ตามชื่อของคุณ"
เซี่ยเหล่ยกล่าว "ทำแบบนั้นได้ยังไง? ผมไม่ได้เป็นคาทอลิกด้วยซ้ำ โบสถ์นี้จะใช้ชื่อผมได้ยังไง?"
โจวานน่า กล่าว "ความศรัทธาไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่ระหว่างศาสนิกชนกับผู้ที่ไม่ใช่ศาสนิกชน เราเชื่อว่าคุณคือคนที่พระบิดาบนสวรรค์ทรงเลือก คุณมีพันธกิจของคุณ"
"พันธกิจของผม?" เซี่ยเหล่ยหลุดหัวเราะ "พระบิดาให้พันธกิจอะไรผมมาล่ะ?"
โจวานน่า กล่าว "ตอนนี้อาจจะยังไม่รู้ แต่จะถึงวันที่มันปรากฏออกมาแน่นอน ตอนนี้เรากำลังเตรียมพร้อมเพื่อวันนั้น และพวกเรา... พวกเราคืออัศวินของคุณ เราจะปกป้องคุณและปฏิบัติตามเจตจำนงของคุณ"
"พวกคุณสี่คนคือ ‘สี่อัศวินแห่งวันสิ้นโลก’ หรือเปล่าเนี่ย?" เซี่ยเหล่ยเย้าแหย่
เทเรซ่า เม้มปาก "เซี่ย อย่าล้อเล่นแบบนั้นสิคะ สี่อัศวินแห่งวันสิ้นโลกคือทูตสวรรค์ เป็นสัญลักษณ์ของจุดจบ เมื่อพวกเขาปรากฏตัว นั่นหมายความว่ามนุษยชาติเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของวัฏจักร และวันสิ้นโลกจะมาถึง"
เซี่ยเหล่ยยักไหล่ "เอาละ นอกจากมาดูโบสถ์แล้ว ผมยังมีอีกเรื่องจะบอกพวกคุณ..." เขาเว้นจังหวะครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อ "ผมใช้ตัวตนของพวกคุณเปิดบัญชีในบริษัทหลักทรัพย์ที่อเมริกา เพื่อเทรดหุ้นในตลาดหุ้นอเมริกา ถ้าพวกคุณไม่เต็มใจ ผมจะยกเลิกมันซะ"
อัศวินสาวทั้งสี่ส่ายหน้าพร้อมกัน
เซี่ยเหล่ยถาม "พวกคุณไม่เต็มใจเหรอ?"
โจวานน่า กล่าว "ทุกอย่างของพวกเราเป็นของคุณ คุณจะใช้อะไรของเราก็ได้ทั้งนั้น"
คำพูดนี้ช่างชวนให้จินตนาการไปไกล
เซี่ยเหล่ยรู้สึกประหม่าเล็กน้อย "งั้นตามนี้ละกัน พวกคุณยุ่งต่อเถอะ ผมกลับละ"
โจวานน่า ย้ำ "เซี่ย ที่ฉันพูดน่ะเรื่องจริงนะ"
เซี่ยเหล่ยพยักหน้าดูเหมือนเขาจะเข้าใจความหมายของเธอ แต่จริงๆ แล้วเขาไม่เข้าใจเลย เมื่อผู้หญิงพูดแบบนี้ ถ้าผู้ชายคิดว่าเป็นคำใบ้ บางทีมันอาจจะไม่ใช่ แต่ถ้าผู้ชายคิดว่าไม่ใช่คำใบ้ บางทีมันอาจจะใช่ขึ้นมาจริงๆ ก็ได้
"คนที่คุณเห็นเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ศรัทธาที่เคร่งครัดที่สุด ถ้าคุณมีอะไรอยากให้พวกเขาทำ พวกเขาจะทำโดยไม่ลังเลเลย" โรซ่า กล่าว
เซี่ยเหล่ยพยักหน้าอีกครั้ง คราวนี้เขาเข้าใจความหมายของโรซ่าอย่างถ่องแท้
"งั้นแค่นี้ละกันนะ" โจวานน่า ขยับเข้ามาสวมกอดเซี่ยเหล่ยและจูบที่แก้มของเขา
หลังจากโจวานน่า ทั้งโรซ่า, สเตลล่า และเทเรซ่า ต่างก็ทำแบบเดียวกัน เซี่ยเหล่ยเผลอหันไปมองทางอาคารสำนักงานโดยสัญชาตญาณ เพราะกลัวเหลียงซือเหยาจะมาเห็นเข้า ผู้หญิงท้องน่ะขี้หึงจะตาย เขาไม่อยากให้ ‘ถังหมักน้ำส้ม’ ของเธอระเบิดหรอก ถึงแม้ว่าอัศวินสาวทั้งสี่จะทำไปตามธรรมเนียมการบอกลาของชาวตะวันตกก็ตาม
เมื่อออกจากไซต์งาน เซี่ยเหล่ยก็เดินมุ่งหน้ากลับไปยังเรือนผิงอัน แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวเขาก็ต้องหยุดเท้า ในครรลองสายตาของเขา รถโรลส์-รอยซ์ แพนทอม สีเงินคันหนึ่งกำลังขับมาจากทางหมู่บ้านไป่ลู่
คนขับไม่ใช่ฟู่หมิงเหม่ย แต่คือเซินถูเทียนอิน
เซี่ยเหล่ยรู้สึกปวดหัวตุบๆ "เธอมีธุระอะไรอีกเนี่ย?"