เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV - 0952 กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่!

TXV - 0952 กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่!

TXV - 0952 กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่!


TXV - 0952 กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่!

เวลาเปิดตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงฤดูหนาวคือ 22:00 น. ถึง 05:00 น. ตามเวลาประเทศจีน เมื่อถึงเวลา 21:50 น. เซี่ยเหล่ยก็เข้ามาเตรียมพร้อมอยู่ในห้องทำงานของเขา

ในการบุกตลาดหุ้นสหรัฐฯ ครั้งนี้ เขาไม่สามารถทำลายล้างตลาดได้เหมือนตอนที่โซรอสสั่นคลอนตลาดหุ้นไทยหรือฮ่องกง เพราะตลาดเหล่านั้นเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม เขาสามารถเริ่มปั้นลูกบอลหิมะให้ใหญ่ขึ้นแล้วทุ่มลงไปอย่างแรง ส่วนผลลัพธ์จะไปถึงจุดไหนเขายังไม่ได้คิดจริงจัง แต่เขามีเป้าหมายที่ชัดเจนคือ สร้างผลกระทบให้กว้างขวางที่สุด!

ที่ผ่านมามีแต่ยักษ์ใหญ่ทางการเงินจากสหรัฐฯ บุกทำลายตลาดหุ้นโลกที่สามเพื่อปล้นความมั่งคั่งจากประชาชน แต่ยังไม่เคยมีนักลงทุนจากโลกที่สามคนไหนกล้าบุกตลาดหุ้นสหรัฐฯ เลย ไม่ว่าผลจะออกมาแพ้หรือชนะ เซี่ยเหล่ยก็พร้อมจะเป็นคนแรกที่เปิดประวัติศาสตร์หน้านี้!

ในอีกห้องหนึ่ง สามสาวกำลังนั่งคุยกัน

“พวกเราปฏิเสธเขาแบบนั้นมันจะดีเหรอ?” ฟ่านฟานดูจะกังวลเล็กน้อย

เหลียงซือเหยายิ้มแล้วพูดว่า “พี่ฟ่านฟาน ทำไมใจฝ่อจังคะ? ผู้ชายน่ะตามใจมากไม่ได้หรอกค่ะ เดี๋ยวจะเสียคนแล้วคุมไม่อยู่”

ฟ่านฟานกล่าว “แต่เขาไปตั้งนานนะ คงมีความต้องการบ้างล่ะ ถ้าเราไม่ให้เขา แล้วเขาแอบไป 'กินข้างนอก' จะทำยังไง? ฉันสังเกตเห็นนะว่าผู้หญิงอิตาลีสี่คนนั้นมองเขาด้วยสายตาที่ไม่ธรรมดาเลย”

เหลียงซือเหยารู้ที่มาที่ไปของสี่สาวนั้นดี แต่เธอไม่แน่ใจว่าควรบอกหลงปิงกับฟ่านฟานหรือไม่ เธอเหลือบมองหลงปิงและพบว่าหลงปิงกำลังมองออกไปนอกหน้าต่าง ไปยังทิศทางที่มีกำแพงล้อมรอบ ซึ่งด้านหลังกำแพงนั้นคือโบสถ์ที่กำลังก่อสร้างอยู่

“อาปิง คิดอะไรอยู่เหรอ?” เหลียงซือเหยาถาม

หลงปิงจึงละสายตาจากโบสถ์หลังนั้น “ไม่มีอะไรค่ะ”

เหลียงซือเหยาถามต่อ “คุณจะออกเดินทางเมื่อไหร่?”

“พรุ่งนี้ค่ะ” หลงปิงตอบ

“ไม่ไปไม่ได้เหรอ?” เหลียงซือเหยากล่าว “นึกถึงลูกในท้องบ้าง นึกถึงเซี่ยเหล่ยบ้างสิ”

หลงปิงยิ้มบางๆ แววตาเด็ดเดี่ยว “ฉันเป็นนักรบของประเทศนี้ เมื่อชาติเรียกหาและต้องการให้ฉันออกรบ ฉันก็ต้องลงสนามรบ ไม่ต้องกล่อมฉันหรอกค่ะ ฉันรู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่”

เหลียงซือเหราลังเลครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ตกลงค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ให้ทีมรบนักษัตรของบ้านเราคอยช่วยคุณอย่างลับๆ แล้วกันนะ”

“หืม?” หลงปิงมองเหลียงซือเหยาด้วยสายตาประหลาดใจ

ฟ่านฟานเองก็มีสีหน้าตกตะลึง “บ้านเรายังมี... ทีมรบนักษัตรด้วยเหรอ?”

“ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ฉันคือ 'กุน' ค่ะ” เหลียงซือเหยากล่าว “ทีมนี้คุณพ่อสามีเป็นคนก่อตั้งขึ้นมา มีหลายครั้งในการต่อสู้ที่ถ้าไม่มีทีมรบนักษัตรยื่นมือเข้าช่วย สามีของเราคงไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว...”

ความลับนี้เหลียงซือเหยาไม่ได้เป็นคนอยากเปิดเผยเอง แต่เป็นเซี่ยเหล่ยที่บอกให้เธอบอกฟ่านฟานและหลงปิงหลังจากมื้อค่ำ โดยให้เหลียงซือเหยาในฐานะสมาชิกคนหนึ่งเป็นคนพูด เพื่อให้หลงปิงและฟ่านฟานยอมรับได้ง่ายขึ้น

ในเวลาเดียวกัน

เซี่ยเหล่ยเปิดโปรแกรมหุ้นและเริ่มดำเนินการ เขาจัดการเทขายหุ้นสามตัวที่เหลือในบัญชีของสี่สาวอัศวินออกทั้งหมด เพื่อถือเงินสดรอจังหวะลงมือ

หุ้นของบริษัทกรีนแอลจีเริ่มดิ่งลงทันทีที่ตลาดเปิด และดิ่งลงอย่างรุนแรงมาก

รายการซื้อขายจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่สายตาของเซี่ยเหล่ย ตัวเลขเหล่านั้นปรากฏขึ้นในสมองของเขาอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผล จัดระเบียบ และคำนวณอย่างว่องไว สิบนาทีต่อมา เขาตัดสินใจตั้งคำสั่งซื้อก้อนใหญ่ 5 ล้านดอลลาร์ในราคาต่ำ เมื่อฝั่งตรงข้ามเทขาย เขาก็เก็บเข้าพอร์ตได้ภายในไม่กี่วินาที

การเทรดระดับ 5 ล้านดอลลาร์ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ราคาหุ้นเริ่มดีดกลับขึ้นมา ทำให้นักลงทุนบางส่วนที่กำลังจะเทขายเริ่มชะลอเพื่อดูสถานการณ์ ทางฝั่งกองทุนที่จงใจกดราคาหุ้นจึงรีบตั้งคำสั่งขายก้อนใหญ่เพื่อกดราคาลงต่อ

คราวนี้เซี่ยเหล่ยไม่ได้ฮุบทั้งหมด เพราะความโลภเกินไปจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามไหวตัวทัน เขาเปลี่ยนไปใช้บัญชีอื่นทยอยเก็บหุ้นอย่างเงียบๆ เขาสามารถคำนวณจุดที่ราคาต่ำที่สุดได้อย่างแม่นยำ ไม่เพียงแต่คุมจังหวะราคาได้เบ็ดเสร็จ แต่ยังคุมเวลาได้ระดับวินาที ความจริงแล้วในสมองของเขานั้นรู้หมดว่ามีหุ้นกรีนแอลจีถูกเทขายเท่าไหร่ มีคนซื้อเท่าไหร่ ใครจะขายตอนไหน ใครจะซื้อตอนไหน เป็นการขายจริงหรือขายหลอก ซื้อจริงหรือซื้อหลอก ราคากำลังจะร่วงตอนไหน ร่วงเท่าไหร่ และเขาสามารถเก็บหุ้นได้มากแค่ไหน ทั้งหมดนี้เขา รู้แจ้งเห็นจริงประดุจพระเจ้า!

หากเปรียบเทียบสิ่งที่กำลังทำอยู่กับการเดิมพัน ในบรรดาคนที่ร่วมนั่งโต๊ะพนันนี้ เขาเป็นคนเดียวที่มองเห็นไพ่ในมือของคนอื่นทั้งหมด

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป เงินทุนรวมเกือบ 40 ล้านดอลลาร์จากทั้งสี่บัญชีถูกกวาดซื้อหุ้นกรีนแอลจีจนหมด การซื้อจำนวนมหาศาลนี้ทำให้ราคาหุ้นขยับขึ้น 3% เนื่องจากเขาช้อนซื้อที่ราคาต่ำสุดเสมอ หากเขาเทขายทั้งหมดตอนนี้ เขาจะได้กำไรประมาณ 5% หรือเกือบ 2 ล้านดอลลาร์!

สิ่งนี้ย่อมไม่เป็นผลดีต่อกองทุนสหรัฐฯ ที่กำลังปั่นหุ้นตัวนี้อยู่ ฝ่ายนั้นจึงหยุดดำเนินการชั่วคราว

เซี่ยเหล่ยออกจากหน้าจอหุ้นและเริ่มดำเนินการอีกอย่าง เขาหา IP ของบริษัทกองทุนที่ชื่อ เซนจูรี่ ฟันด์ ได้อย่างรวดเร็ว และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีแฮ็กเข้าสู่ระบบกล้องวงจรปิดของที่นั่น

ในห้องประชุม มีคนประมาณสิบกว่าคนกำลังประชุมกันเคร่งเครียด

ชายแก่หัวล้านคนหนึ่งมีสีหน้าโกรธจัด “หรือว่าจะมีคนทำข่าวรั่ว? เป็นไปได้ยังไงที่มีคนกวาดซื้อไปถึง 40 ล้าน! บอกผมมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น?”

“คุณคอนเนอร์ครับ งานรักษาความลับของเราดีมาก ไม่มีทางที่ข่าวจะรั่วไหล บางทีอาจจะมีใครบางคนมองเห็นศักยภาพแล้วกวาดซื้อไป ผมตรวจสอบแล้ว ฝั่งตรงข้ามใช้สี่บัญชี เป็นลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์โกลเด้นบูล แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นคนคนเดียวหรือสี่คนที่ถือบัญชีเหล่านั้นครับ” ชายผิวขาวคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะเป็นคนคุมกระดานเทรด หรือเทรดเดอร์ของหุ้นตัวนี้

“ต้องไล่เขาออกไปให้ได้ เขาถือหุ้นกรีนแอลจีอยู่ถึง 40 ล้านดอลลาร์ ถ้าโปรเจกต์นั้นประกาศออกมา ราคาหุ้นจะพุ่งขึ้น 5 เท่า หรืออาจจะถึง 10 เท่าในอนาคต เราจะปล่อยให้เขาชุบมือเปิบแบบนี้ไม่ได้” ชายแก่หัวล้านที่ชื่อคอนเนอร์กล่าว

“คุณคอนเนอร์ หมายความว่าให้เทขายต่อเหรอครับ?”

“ขาย! ขายต่อไป!”

“ในมือเรายังมีหุ้นกรีนแอลจีอยู่อีก 200 ล้านดอลลาร์ จะให้ขายเท่าไหร่ครับ?” เทรดเดอร์ถาม

คอนเนอร์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะสั่งเสียงเด็ดขาด “100 ล้านดอลลาร์”

จากนั้น คนในห้องประชุมก็เริ่มวางแผนรายละเอียดการเทขาย

เมื่อการประชุมของพวกเขาจบลง เซี่ยเหล่ยก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

สิบนาทีต่อมา บัญชีทั้งสี่ของบริษัทหลักทรัพย์โกลเด้นบูลมีเงินสดเพิ่มเข้ามาอีก 100 ล้านดอลลาร์ และในเวลานั้นเอง เซนจูรี่ ฟันด์ ก็เริ่มกระหน่ำเทขายหุ้นกรีนแอลจีอย่างบ้าคลั่ง การขายของฝ่ายนั้นมีเทคนิคมาก เริ่มจากทยอยขายทีละนิดเพื่อลองเชิงเซี่ยเหล่ย

เซี่ยเหล่ยก็ร่วมเทขายด้วย โดยทยอยขายทีละนิดเช่นกัน ฝั่งนั้นลองเชิงเขา เขาก็แกล้งทำเป็นกลัวว่าราคาจะร่วงยาวจนต้องรีบเทขายหนีตาย

ได้ผล! เมื่อเขาขายออกไปได้ประมาณ 10 ล้านดอลลาร์ ฝั่งตรงข้ามก็จงใจตั้งคำสั่งขายก้อนมหึมา หวังจะเขี่ยเขาให้กระเด็นออกไปจากตลาดในคราวเดียว แต่ในวินาทีนั้นเอง เซี่ยเหล่ยก็อ้าปากงับคำสั่งขายทั้งหมดของเซนจูรี่ ฟันด์ จนเรียบ! หุ้นมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ถูกเขากวาดเกลี้ยงพอร์ตผ่านบัญชีทั้งสี่บัญชี ไม่เหลือแม้แต่เศษซาก

ก่อนตลาดเปิด เซนจูรี่ ฟันด์ คือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของกรีนแอลจี แต่ตอนนี้เซี่ยเหล่ยกลับกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดไปเสียแล้ว

เซี่ยเหล่ยยิ้ม นี่ไม่ใช่การต่อสู้ที่ยุติธรรมเลย เขาชนะด้วยการ "โกง" มันเป็นการชนะที่ไม่ค่อยน่าภูมิใจนัก แต่เขาก็มีความสุข ในโลกของทุนนิยมไม่มีคำว่ายุติธรรมหรือชั่วร้าย มีเพียงผลประโยชน์เท่านั้น และเพื่อผลประโยชน์ ทุนนิยมพร้อมจะทำทุกอย่างโดยไม่เลือกวิธีการ!

อีกฟากของมหาสมุทร เทรดเดอร์ของ เซนจูรี่ ฟันด์ กุมขมับด้วยสีหน้าเจ็บปวด บนพื้นมีเศษถ้วยกาแฟแตกกระจายพร้อมคราบกาแฟสีน้ำตาล ผู้ช่วยของเขาไม่ได้สนใจทำความสะอาด แต่จ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่หุ้นกรีนแอลจีกำลังพุ่งทะยานด้วยความตกตะลึง

คอนเนอร์ปรากฏตัวขึ้น ในพริบตานั้นเขาดูแก่ลงไปถึงสิบปี

“คุณคอนเนอร์ครับ...” เทรดเดอร์ฝืนพูดออกไป “สี่บัญชีนั้นต้องเป็นคนคนเดียวกันแน่นอน เป็นไปได้สูงว่าจะเป็นบริษัทคู่แข่งของเรา และฝั่งนั้นรู้เรื่องโปรเจกต์ 'เจย์ การ์ริค' ของกรีนแอลจี พวกเขารอให้เราเทขายมาตลอด ผม... ผมรู้ตัวช้าเกินไป... ขอโทษครับ!”

เพียะ! คอนเนอร์ตบหน้าเทรดเดอร์ฉาดใหญ่ “ฟัค!”

เทรดเดอร์กุมหน้า “คุณคอนเนอร์ครับ ตอนนี้มีทางเดียวคือสั่งให้กรีนแอลจีปิดข่าวเรื่องโปรเจกต์นั้นไว้ก่อน ผมคาดว่าอีกไม่กี่วันราคาหุ้นจะร่วงลง ถึงตอนนั้นค่อยดูว่ามันจะยังทนไหวไหม”

“ต้องทำแบบนั้นแหละ” สีหน้าของคอนเนอร์มืดมนถึงขีดสุด “หุ้นกรีนแอลจีไม่ต้องขยับต่อ เตรียมตัวให้พร้อม เราจะไปถล่มหุ้นตัวใหม่จากเมืองจีนแทน”

“คุณคอนเนอร์ หมายถึงหุ้นของ ว่านเซี่ยง กรุ๊ป หรือครับ?” เทรดเดอร์ถาม

“หุ้นตัวนั้นแหละ” คอนเนอร์กล่าว “ว่านเซี่ยง กรุ๊ป มีมูลค่าแสนล้านในจีน และเพิ่งได้รับการอนุมัติให้เข้าตลาดหุ้นที่นี่ นั่นคือเนื้อชิ้นปลามันที่ใหญ่กว่ากรีนแอลจีหลายเท่านัก”

“ผมจะไปเตรียมตัวเดี๋ยวนี้ครับ” เทรดเดอร์หมุนตัวเดินออกไป

ทันทีที่เทรดเดอร์เดินออกไป เซี่ยเหล่ยก็ออกจากหน้าจอวงจรปิด เขามีสีหน้าตกตะลึง “ว่านเซี่ยง กรุ๊ป ไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นอเมริกาเหรอ? เทียนอินคิดจะทำอะไร? เธอจะบุกตลาดอเมริกาและยุโรปแล้วเหรอ?”

ตั้งแต่แยกกันที่งานโป๋อ๋าวฟอรั่มที่ไหหลำ เซินถูเทียนอินก็ไม่ได้ติดต่อเขาเลย เขาก็เริ่มชินกับความรู้สึกที่ค่อยๆ ห่างเหินกันไปแล้ว ไม่คิดเลยว่าเซินถูเทียนอินจะกลับเข้ามาในสายตาของเขาอีกครั้งด้วยวิธีนี้

“ช่างเถอะ ว่านเซี่ยง กรุ๊ป ก็เป็นยักษ์ใหญ่ เทียนอินตัดสินใจแบบนี้ย่อมต้องมีแผนของเธอ ข้างกายเธอมีผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินตั้งมากมาย ผมจะไปห่วงทำไม? พรุ่งนี้ค่อยโทรไปเตือนเธอหน่อยแล้วกันว่า เซนจูรี่ ฟันด์ กำลังเตรียมถล่มหุ้นของเธอในตลาดหุ้นอเมริกา” เซี่ยเหล่ยคิดในใจ

ไม่กี่นาทีต่อมา เซี่ยเหล่ยใช้โปรแกรมสื่อสารโทรไปยังเบอร์ที่เขาเพิ่งค้นหามาได้

รอเกือบหนึ่งนาทีปลายสายจึงรับโทรศัพท์ เสียงผู้หญิงดังขึ้นมาในสำเนียงภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมาตรฐาน “ขอโทษค่ะ คุณคือใคร?”

เซี่ยเหล่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “คุณอิซาเบล ผมมีข่าวเด็ดมาบอกคุณครับ”

“โอ้ จริงเหรอคะ?” อิซาเบลหัวเราะเบาๆ “เราต้องนัดเจอกันเพื่อคุยรายละเอียดไหม? แต่ฉันต้องเตือนไว้ก่อนนะว่าฉันไม่ได้มีเงินค่าเบาะแสให้คุณสูงนักหรอก”

เซี่ยเหล่ยยิ้ม “คุณอิซาเบล คุณเข้าใจผิดแล้วครับ ผมไม่ได้ต้องการเงินค่าเบาะแสจากคุณ ในทางกลับกัน ผมจะจ่ายค่าจ้างให้คุณ 100,000 ดอลลาร์ด้วยซ้ำ”

“คะ?” เสียงของอิซาเบลเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

เซี่ยเหล่ยกล่าวต่อ “100,000 ดอลลาร์ครับ และผมรับรองว่าข้อมูลที่ผมให้เป็นความจริงทุกประการ คุณจะไม่เดือดร้อนแน่นอน แค่ต้องทำให้ข้อมูลเหล่านั้นได้ลงหนังสือพิมพ์ก็พอ”

“ทำไมถึงเลือกฉันล่ะคะ?”

“เพราะคุณหุ่นดีครับ”

“ฮ่าๆๆ คุณนี่ตลกจัง!”

ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานก็เปิดออก สามสาวเดินเข้ามาพร้อมกัน

จบบทที่ TXV - 0952 กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่!

คัดลอกลิงก์แล้ว