เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV - 0949 คุณลืมคำว่า 'อีกรอบ' ไปหรือเปล่า

TXV - 0949 คุณลืมคำว่า 'อีกรอบ' ไปหรือเปล่า

TXV - 0949 คุณลืมคำว่า 'อีกรอบ' ไปหรือเปล่า


TXV - 0949 คุณลืมคำว่า 'อีกรอบ' ไปหรือเปล่า

“พวกเราควรส่งคำเตือนไปยังสหรัฐฯ” นายทหารอากาศคนหนึ่งกล่าวด้วยความโกรธแค้น “พวกเขาควรจะรู้ดีว่าการสนับสนุนแบบนี้มันคือการประกาศสงคราม!”

“พวกเขาคิดว่าเรายังอยู่ในยุคสร้างชาติที่ยากจนข้นแค้นหรือไง? นึกจะรังแกกันยังไงก็ได้เหรอ?”

“ญี่ปุ่น... คนญี่ปุ่นมีส่วนร่วมด้วยไหม?”

“ต้องถามอีกเหรอ? พันธมิตรเมริกากับญี่ปุ่น ในเอเชียเนี่ย ประเทศที่ไม่ต้องการเห็นเราเข้มแข็งที่สุดก็คือญี่ปุ่นนั่นแหละ”

เหล่านายทหารอากาศต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือด จิตวิญญาณของทหารคือการปกป้องชาติบ้านเมือง เมื่อรู้ว่าองค์กรก่อการร้ายกำลังวางแผนโจมตีเป้าหมายสำคัญภายใต้การบงการของมหาอำนาจ เส้นประสาทของพวกเขาจึงตอบสนองรุนแรงกว่าคนปกติหลายเท่า

ซือป๋อเหรินหันมามองเซี่ยเหล่ย “คุณมีความคิดเห็นยังไง?”

เซี่ยเหล่ยกล่าวเสียงเรียบ “การเจรจาไม่มีประโยชน์หรอกครับ เรย์มาร์กรุ๊ปไปกระทบต่อผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ถ้าเรย์มาร์กรุ๊ปไม่ได้อยู่ในจีน แต่อยู่ในประเทศอื่น ป่านนี้ B-52 หรือ B-2 ของอเมริกาคงบินมาถล่มเองนานแล้ว เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในยูโกสลาเวีย พวกเขาไม่สนปฏิกิริยาของเราหรอก อย่างมากก็แค่มาขอโทษทีหลัง”

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับรอง เรื่องราวในอดีตนั้นเปรียบเสมือนหนามที่ฝังลึกอยู่ในใจของทุกคน

“รถถังของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นเคยยิงใส่ผมในการแข่งรถถังที่รัสเซีย แถมยังยิงพร้อมกันถึงสามคัน นั่นก็คือการประกาศสงครามแล้ว แต่พวกเขาแคร์ไหม? ไม่เลย เพราะมีอเมริกาหนุนหลัง พวกเขาจึงยอมเป็นดาบให้” เซี่ยเหล่ยกล่าวต่อ “ฮัตโตริ เมย์ ลูกสาวของนายพลฮัตโตริ มาซาโอะ แห่งกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น ก็เป็นพนักงานระดับสูงของ ล็อคฮีด มาร์ติน และเป็นผู้ช่วยของฟอร์เซน การที่ฟอร์เซนจงใจคายความลับเรื่องเซรั่มในงานโป๋อ๋าวฟอรั่มจนนำมาสู่เรื่องนี้ จุดประสงค์มันชัดเจนอยู่แล้ว พวกเขาต้องการให้พวกคุณลงมือกับผม... ให้เราตัดแขนตัดขาตัวเอง”

ซือป๋อเหรินกล่าวอย่างหนักแน่น “พวกเขาเห็นเราเป็นคนโง่หรือไง? ไม่มีใครจะลงมือกับคุณทั้งนั้น คุณคือฮีโร่ของเรา จำข้อนี้ไว้ให้ดี”

เซี่ยเหล่ยยิ้มบางๆ “แล้วพวกทหารหน่วยรบพิเศษที่อยู่รอบๆ บ้านผมล่ะครับ คืออะไร?”

“เอ่อ...” ซือป๋อเหรินมีสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย “นั่นก็เพื่อปกป้องคุณไง”

เซี่ยเหล่ยกล่าวสั้นๆ “ตกลงครับ ผมจะเชื่อว่าทหารพวกนั้นมาเพื่อปกป้องผม”

“แล้วคุณวางแผนจะทำยังไงต่อ?” ถังอวี่เยียนถาม

“ผมก็จะทำงานของผมต่อไป ผมจะไม่ยอมให้เรื่องนี้มาส่งผลกระทบต่อการทำงานของผม เรย์มาร์กรุ๊ปกำลังจะเริ่มโปรเจกต์โดรน เวลาของผมมีค่าเกินกว่าจะเอาไปเสียให้กับองค์กร FA”

เหล่านายทหารอากาศต่างเผยสีหน้ายินดี คำพูดของเซี่ยเหล่ยทำให้พวกเขาตื่นเต้นขึ้นมาทันที

“คุณเซี่ย พูดจริงหรือครับ?” นายทหารคนหนึ่งถามด้วยความตื่นเต้น

“จริงแน่นอนครับ เรย์มาร์กรุ๊ปจะไม่ผลิตแค่ผลิตอาวุธของกองทัพบกเพียงเท่านั้น แต่จะผลิตอาวุธกองทัพอากาศด้วย การผลิตโดรนเป็นเพียงก้าวแรก ในอนาคตเราจะมีเครื่องบินขับไล่ และเครื่องบินทิ้งระเบิดเชิงยุทธศาสตร์เป็นของตัวเอง รวมถึงขีปนาวุธด้วย ผมจะสร้างเรย์มาร์กรุ๊ปให้ยิ่งใหญ่เหนือกว่า ล็อคฮีด มาร์ติน ใครที่คิดจะกำจัดผม และเรย์มาร์กรุ๊ปไม่มีวันทำสำเร็จหรอกครับ”

“ดี! พูดได้ดี!” นายทหารอากาศอีกคนตบโต๊ะ “อาวุธของเรย์มาร์กรุ๊ปทำให้พี่น้องทัพบกยืดอกได้อย่างภาคภูมิใจมานาน แต่พวกเราทัพอากาศก็ได้แต่ยืนมองด้วยความอิจฉา ถ้าเรย์มาร์กรุ๊ปผลิตเครื่องบินรบที่ทันสมัยให้เราได้บ้าง ทัพอากาศของเราก็จะได้ยืดอกได้บ้างแล้วฟ และไอ้พวกขี้ขลาดที่ชอบมาวนเวียนรุกล้ำน่านน้ำของเราจะได้ไม่กล้าเข้ามาใกล้อีก!”

“คุณเซี่ย สบายใจได้” นายทหารอีกคนกล่าวเสริม “ผมจะส่งกองร้อยป้องกันภัยทางอากาศมาอารักขาเรย์มาร์กรุ๊ปพวกเขาจะนำระบบ S-400 มาด้วยชุดหนึ่ง ผมอยากจะรู้นักว่าไอ้เครื่องบินที่พวกมันปล้นมาจะบินมาบอมบ์คุณได้ยังไง!”

“เอ่อ... เรื่องนี้” เซี่ยเหล่ยทำท่าทางเกรงใจ “มันจะดูเกินไปหน่อยไหมครับ? เรย์มาร์กรุ๊ปเป็นแค่บริษัทเอกชน จะให้พวกคุณมาปกป้องขนาดนี้เลยเหรอ?”

ขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ S-400 คืออาวุธที่นำเข้าจากรัสเซีย มีขีดความสามารถในการป้องกันทางอากาศระยะไกลและครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง ความเร็วในการตอบสนองอยู่ที่ 2-5 วินาที หากองค์กร FA ปล้นเครื่องบินพาณิชย์มาจริง มันอาจจะถูกสอยร่วงตั้งแต่ระยะ 300 กิโลเมตรก่อนจะเข้าใกล้สำนักงานใหญ่เรย์มาร์กรุ๊ปในปักกิ่งเสียด้วยซ้ำ!

“คุณเซี่ย เรย์มาร์กรุ๊ปคือความภูมิใจของชาติ และความภูมิใจของทหารอย่างพวกเรา เรายังรอให้คุณสร้างเครื่องบินดีๆ ให้เราอยู่นะ เมื่อคุณเดือดร้อน เราจะนิ่งดูดายได้อย่างไร? ไม่ต้องพูดแล้ว เอาตามนี้แหละ หนึ่งกองร้อยป้องกันภัยทางอากาศ พร้อมระบบ S-400 พรุ่งนี้เวลานี้คุณจะได้เห็นพวกเขาแน่นอน” นายทหารอากาศกล่าวอย่างเด็ดขาด ไม่เปิดโอกาสให้เซี่ยเหล่ยปฏิเสธ

ความจริงเซี่ยเหล่ยไม่มีทางปฏิเสธอยู่แล้ว เขาแค่แกล้งทำเป็นเกรงใจตามมารยาท เมื่อต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่ไม่มีขีปนาวุธป้องกันเอง การที่กองทัพยื่นมือเข้ามาช่วยย่อมเป็นสิ่งที่เขาต้องการที่สุด

ซือป๋อเหรินกล่าวว่า “แม้กองทัพจะช่วยคุ้มกันเรย์มาร์กรุ๊ปแต่ทางที่ดีที่สุดคือการทำลายแผนของ FA ตั้งแต่ต้นทาง ถ้าพวกมันจะปล้นเครื่องบิน คงไม่ปล้นเครื่องบินของสายการบินญี่ปุ่นแน่ แต่น่าจะเป็นสายการบินของจีนเราเอง ฉันจะส่งสายลับของเราแฝงตัวขึ้นเครื่องบินในคราบพนักงานต้อนรับ หากพวกมันเริ่มเคลื่อนไหว เราจะได้จัดการพวกมันได้ทันที”

“ท่านซือพูดมีเหตุผล เราจะเคลื่อนไหวพร้อมกันทั้งสองทาง แผนชั่วของศัตรูจะได้ไม่สำเร็จ” นายทหารอากาศคนหนึ่งเห็นพ้อง

ซือป๋อเหรินหันไปมองหลงปิง “หลงปิง งานนี้ฉันมอบหมายให้คุณจัดการ คุณไม่มีปัญหาใช่ไหม?”

หลงปิงถึงกับชะงักไป

“หลงปิง?” ถังอวี่เยียนท้วง “ท่านซือถามอยู่นะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”

“ฉัน...” หลงปิงลังเล

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตสายลับของเธอที่มีความลังเลใจ ถ้าไม่ใช่เพราะกำลังท้อง เธอคงรับภารกิจนี้ไปโดยไม่เสียเวลาคิด แต่ตอนนี้เธอมีลูกของเซี่ยเหล่ยอยู่ในท้อง เธอจึงต้องนึกถึงลูกเป็นอันดับแรก สัญชาตญาณความเป็นแม่สั่งให้เธอปกป้องลูกไม่ให้ได้รับอันตราย หากเธอไปทำภารกิจนี้และต้องปะทะกับพวก FA ขึ้นมาจริงๆ เกิดอะไรขึ้นกับลูกจะทำอย่างไร?

ซือป๋อเหรินขมวดคิ้ว “หลงปิง นี่มันเกิดอะไรขึ้น? คุณไม่อยากทำภารกิจนี้เหรอ? เมื่อก่อนคุณไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”

สายตาของถังอวี่เยียนเลื่อนไปหยุดอยู่ที่หน้าท้องของหลงปิง เธอนึกถึงตอนที่เซี่ยเหล่ยแอบลูบท้องหลงปิงก่อนหน้านี้ เมื่อบวกกับปฏิกิริยาของหลงปิงในตอนนี้ เธอเข้าใจความจริงทันที ในพริบตานั้น ความขมขื่นใจก็พวยพุ่งขึ้นมา จมูกเริ่มแสบสันจนอยากจะหนีไปร้องไห้คนเดียวให้รู้แล้วรู้รอด

เซี่ยเหล่ยไม่ยอมหมั้นกับเธอ กลับไปเลือกฟ่านฟานต่อหน้าแขกเหรื่อมากมาย แต่ตอนนี้ข้างกายเขากลับไม่ได้มีแค่ฟ่านฟานคนเดียว และที่น่าแค้นใจที่สุดคือเขาดันทำให้เหลียงซือเหยาและหลงปิงท้องลูกของเขาไปแล้ว!

ทั้งหมดนี้คือบาดแผลที่บาดลึกในใจเธอ

เซี่ยเหล่ยเข้าใจความรู้สึกของหลงปิงดี และเขาก็ไม่อยากให้เธอไปทำภารกิจเสี่ยงอันตรายเช่นนี้ เขาจึงกล่าวว่า “ท่านซือครับ หลงปิงเหนื่อยมาหลายปีแล้ว ให้เธอได้พักบ้างเถอะ มอบหมายแค่ภารกิจเล็กๆ น้อยๆ ให้เธอก็พอครับ”

ซือป๋อเหรินถลึงตาใส่เซี่ยเหล่ย “แกตัดสินใจเรื่องในเรย์มาร์กรุ๊ปได้ แต่แกตัดสินใจแทนหน่วย 101 ไม่ได้ เรื่องนี้ อวี่เยียน... คุณเป็นคนตัดสินใจแล้วกัน”

เซี่ยเหล่ยหันไปมองถังอวี่เยียนด้วยความกังวลใจ เพราะด้วยนิสัยของเธอ เป็นไปได้สูงที่เธอจะบีบให้หลงปิงรับงานนี้

ถังอวี่เยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง “พ่อบุญธรรมคะ เรื่องนี้กลับไปคุยกันที่หน่วยดีกว่าค่ะ พวกเราไปกันเถอะ”

เธอดูเหมือนไม่อยากจะอยู่ที่นี่ต่อแม้แต่นาทีเดียว พูดจบก็หมุนตัวเดินออกไปทันที

“ท่านซือครับ พวกเราก็ควรกลับไปเตรียมการได้แล้ว เอาตามนี้นะครับ” นายทหารอากาศลุกขึ้นกล่าว

เซี่ยเหล่ยลุกขึ้นไปส่งแขก จับมืออำลากับเหลียงนายทหารอากาศ

หลงปิงควรจะเดินตามถังอวี่เยียนและซือป๋อเหรินไป แต่เธอกลับรั้งรออยู่ มองเซี่ยเหล่ยด้วยตาเป็นประกาย เซี่ยเหล่ยปิดประตูห้องประชุมแล้วเดินเข้าไปหาเธอ ทั้งคู่สบตากันด้วยความรักและความคิดถึงที่เอ่อล้น

ผ่านไปไม่กี่วินาที เซี่ยเหล่ยก็ทนไม่ไหว เขาดึงหลงปิงเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนแล้วจูบริมฝีปากเธออย่างรุนแรง หลงปิงตอบสนองเขากลับอย่างเร่าร้อน หัวใจของทั้งคู่พันเกี่ยวกันจนไม่อาจแยกจาก

ทว่า ในขณะที่เซี่ยเหล่ยกำลังจะเริ่มบทรักที่หนักหน่วงขึ้น เธอก็พลันใช้มือยันหน้าอกเขาไว้แล้วผลักออกเบาๆ “ระวังหน่อยสิ ต่อไปจะกอดฉันต้องเบาๆ หน่อยนะ”

เซี่ยเหล่ยหัวเราะ “ลูกของเราน่าจะยังตัวเล็กนิดเดียวเองไม่ใช่เหรอ?” เขาเอื้อมมือไปลูบหน้าท้องที่ยังแบนราบของเธอเบาๆ “ดูสิ ท้องคุณยังแบนอยู่เลย”

“ยังไงก็ต้องเบาๆ” หลงปิงพูดพลางออดอ้อน ซึ่งหาดูได้ยากมากจากเธอ

“ตกลงครับ ต่อไปผมจะอ่อนโยนให้มากกว่านี้” เซี่ยเหล่ยยิ้ม “แต่... ผมสงสัยจัง เราเพิ่งใช้ 'ยา' นั้นไปได้ไม่นานเองนะ คุณรู้ได้ยังไงว่าท้องแล้ว?”

ความจริงตอนที่ได้ยินเหลียงซือเหยาเล่าเรื่องนี้ที่เม็กซิโก เขาก็แอบสงสัยเหมือนกันว่าหลงปิงรู้ตัวเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร

หลงปิงกล่าวว่า “ประจำเดือนของฉันควรจะมาตั้งแต่วันรุ่งขึ้นหลังจากที่คุณไปแล้ว แต่มันไม่มา ตอนแรกฉันก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่ฟ่านฟานดันมาถามฉันว่า คืนนั้นคุณ... กับฉัน... น่ะ...”

“กับคุณยังไง?”

“กับฉันไปกี่ครั้ง คุยไปคุยมาก็วกเข้าเรื่องนั้น พอเธอได้ยินว่าประจำเดือนฉันขาด เธอก็เลยเอาชุดทดสอบมาให้ฉันตรวจ แล้วเธอก็บอกว่า 'ลูกอ๊อด' ของคุณมันเข้าไปผสมกับไข่ของฉันเรียบร้อยแล้ว นั่นแหละคือท้อง” หลงปิงพูดไปพลางหน้าเริ่มแดงซ่าน

ที่แท้ก็เป็นเพราะฟ่านฟ่านนี่เอง เธอเป็นวิศวกรชีวภาพมือหนึ่งของประเทศ ย่อมมีวิธีตรวจสอบเซลล์ไข่ที่ถูกผสมแล้วได้ไม่ยากนัก

เซี่ยเหล่ยดึงหลงปิงเข้ามากอดอีกครั้ง คราวนี้เขานุ่มนวลขึ้นมาก “ผมมีความสุขจริงๆ ผมกำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว”

“คุณลืมคำว่า 'อีกรอบ' ไปหรือเปล่า” หลงปิงค้อนให้เขา

เซี่ยเหล่ย “...”

“ฉันต้องกลับแล้วล่ะ” หลังจากคลอเคลียกันอยู่พักหนึ่ง หลงปิงก็เอ่ยลา

เซี่ยเหล่ยกำชับ “สัญญากับผมนะ ว่าจะไม่รับภารกิจนี้ มันอันตรายเกินไป ถ้าคุณไปญี่ปุ่น คุณไม่ได้เจอแค่คนของ FA แต่ยังมีพวกหน่วยสืบราชการลับญี่ปุ่น นักรบของตระกูลฮัตโตริ และ CIA ของอเมริกาก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องแน่ๆ”

หลงปิงถอนหายใจ “ฉันจะไม่ไปได้เหรอ? ถ้าท่านซือหรือถังอวี่เยียนสั่งเป็นคำสั่งเด็ดขาด ฉันก็ต้องไป”

เซี่ยเหล่ยกล่าว “ถ้าอย่างนั้นก็ลาออกซะ มาอยู่ที่นี่กับผม คุณอยากทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น”

ริมฝีปากของหลงปิงปรากฏรอยยิ้มขื่นๆ “นอกจากเป็นสายลับกับฆ่าคนแล้ว ฉันทำอะไรเป็นอีก? เรื่องนี้คุณอย่าเพิ่งมายุ่งเลย ฉันจะจัดการเอง” เธอหมุนตัวเดินจากไป

เซี่ยเหล่ยตะโกนตามหลัง “คุณเป็นผู้หญิงของผม เป็นแม่ของลูกผม ผมต้องยุ่งแน่นอน”

หลงปิงเม้มปากกลั้นยิ้ม ในใจเต็มไปด้วยความสุขและความยินดี เธอทิ้งท้ายไว้ว่า “คืนนี้ฉันจะมาหา” เธอหยุดไปครู่หนึ่งแล้วส่งยิ้มให้ “แต่ห้ามคิดลึกนะ”

เซี่ยเหล่ยหัวเราะแก้เก้อ ความจริงเขาไม่ได้คิดอะไรเลย แต่พอเธอพูดดักทางแบบนี้ มันก็อดคิดฟุ้งซ่านไม่ได้จริงๆ

จบบทที่ TXV - 0949 คุณลืมคำว่า 'อีกรอบ' ไปหรือเปล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว