เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV - 0948 แบกหม้อก้นดำ

TXV - 0948 แบกหม้อก้นดำ

TXV - 0948 แบกหม้อก้นดำ


TXV - 0948 แบกหม้อก้นดำ

มือของซือป๋อเหรินจับที่ลูกบิดประตู แต่ยังไม่ทันได้หมุน ม้าสูงใหญ่หลายตัวก็พลันควบทะยานผ่านประตูโรงงานเข้ามา มีทั้งหมดห้าตัว ด้านหน้าเป็นม้าสีแดงพุทราสี่ตัว บนหลังม้าคือหญิงสาวสี่คนที่มีหน้าตาเหมือนกันสองคู่ สวมชุดพื้นเมืองอิตาลี ดูอ่อนหวานแต่แฝงด้วยความองอาจ พวกเธอคือพี่น้องตระกูลเกรย์และตระกูลรุสโซ ส่วนด้านหลังม้าสีแดงพุทราทั้งสี่คือม้าสีดำตัวใหญ่ ผู้ที่นั่งอยู่บนหลังม้าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือเจ้าของเรย์มาร์กรุ๊ป ซึ่งก็คือเซี่ยเหล่ยนั่นเเอง

เซี่ยเหล่ยกลับมาแล้ว มาในช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุด

การนั่งเรือยอร์ชย่อมไม่สามารถกลับมาได้ในเวลาสั้นๆ ขนาดนี้ แต่เครื่องบินสะเทินน้ำสะเทินบกทำได้ เมื่อออกจากน่านน้ำเม็กซิโก เซี่ยเหล่ยก็ขึ้นเครื่องบินที่อเลสซิโอจัดหาให้ ซึ่งเดิมเป็นเครื่องบินที่มาเฟียอิตาลีใช้ลักลอบขนยาเสพติด บินตรงกลับสู่ประเทศจีน

ม้าทั้งห้าตัวสร้างเสียงดังสนั่น ดึงดูดสายตาของทุกคนไปทันที ในจำนวนนั้นรวมถึงเหลียงซือเหยา หลงปิง และถังอวี่เยียนด้วย

เมื่อเห็นเซี่ยเหล่ยขี่ม้าสีดำเข้ามา หินที่ทับอกของเหลียงซือเหยาก็ยกออกทันที เธออุทานด้วยความดีใจว่า "ท่าน... ประธานเซี่ย!"

ซือป๋อเหรินปล่อยมือออกจากลูกบิดประตูแล้วหันกลับไปมองข้างล่าง เขาเห็นเซี่ยเหล่ยแล้วจึงขมวดคิ้ว "ไอ้หนูนี่เล่นพิเรนทร์อะไร? ตอนนี้หันมาเล่นขี่ม้าส่งเมืองแล้วเหรอ?"

หลงปิงพลันนึกอะไรขึ้นได้ เธอจึงร้องตะโกนเสียงดัง "เซี่ยเหล่ย! ท่านซือรอพบคุณอยู่ รีบขึ้นมา อย่ามัวแต่เล่น!"

คำพูดนี้ความจริงไม่ได้พูดให้เซี่ยเหล่ยฟัง แต่พูดให้หลิวเจิ้งหนานที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องทำงานฟังต่างหาก

เป็นไปตามคาด เมื่อได้ยินคำพูดของหลงปิง หลิวเจิ้งหนานก็เข้าใจทันที เขารีบวิ่งเข้าไปในห้องพัก ดึงหน้ากากหนังมนุษย์ที่เซี่ยเหล่ยทำให้เขาออกมา แล้วเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระล้างคราบที่หลงเหลืออยู่

ด้านล่าง เซี่ยเหล่ยรั้งบังเหียนม้าสีดำให้หยุดนิ่ง เขาเงยหน้ามองสถานการณ์ข้างบนแล้วตอบเสียงดัง "รับทราบครับ ผมจะรีบขึ้นไปเดี๋ยวนี้"

เซี่ยเหล่ยกระโดดลงจากม้า ส่งบังเหียนให้โจวานน่าที่อยู่ข้างๆ

โจวานน่าจูงม้าสีดำตัวนั้น แล้วควบม้าออกไปพร้อมกับสเตลล่า เทเรซ่า และโรซ่า ภารกิจของพวกเธอคือช่วยเซี่ยเหล่ยสร้างภาพลวงตาว่าเขากำลังขี่ม้าเล่นกับพวกเธอ และตอนนี้พวกเธอทำสำเร็จแล้ว

เซี่ยเหล่ยเดินขึ้นไปข้างบนด้วยท่าทางสงบนิ่ง มุมปากประดับรอยยิ้มจางๆ สายตาเขากวาดมองทุกคน หยุดอยู่ที่เหลียงซือเหยาครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าให้เบาๆ ขณะเดินผ่านหลงปิง มือของเขาก็ "บังเอิญ" ไปโดนหน้าท้องของเธอ ความจริงไม่ใช่แค่โดน แต่เป็นการลูบไล้อย่างมีชั้นเชิง

หลงปิงรู้ว่าเขาต้องการสื่ออะไร เธอค้อนให้เขาวงหนึ่ง แต่ในใจกลับเปี่ยมไปด้วยความสุข ความจริงเธอเป็นผู้หญิงที่ภายนอกเย็นชาแต่ภายในร้อนแรงและป่าเถื่อน ความรักของเธอนั้นร้อนระอุและไม่สนสิ่งใด แต่ตอนนี้เธอกลับมีความเปลี่ยนแปลง เธอเริ่มละเอียดอ่อนและอ่อนไหวมากขึ้น ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพราะเซี่ยเหล่ย แต่เป็นเพราะเธอกำลังตั้งครรภ์ มีชีวิตเล็กๆ กำลังก่อตัวในท้อง และชีวิตนั้นกำลังส่งผลต่อเธออย่างเงียบๆ

เซี่ยเหล่ยยิ้มพยักหน้าให้เหลียงซือเหยา และการที่เซี่ยเหล่ยลูบหน้าท้องหลงปิง การกระทำเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ไม่รอดพ้นสายตาของถังอวี่เยียน เธอจ้องมองเซี่ยเหล่ยด้วยความรู้สึกรักและแค้นระคนกัน เธอและเขาเคยพัฒนาไปถึงขั้นผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพบกันเพื่อกำหนดเรื่องแต่งงานแล้ว แต่เพราะการปรากฏตัวของฟ่านฟานและการที่องค์กรเบื้องสูงจัดหาคู่ให้ ทำให้เซี่ยเหล่ยถูกแย่งไปจากเธออย่างโหดร้าย ถ้าเซี่ยเหล่ยดีกับฟ่านฟานคนเดียวเธอก็คงไม่เสียใจขนาดนี้ แต่นี่เขายังดีกับเหลียงซือเหยา หลงปิง และเจียงหรูอี้ไปพร้อมๆ กัน มีเพียงเธอที่เขาเว้นระยะห่างไว้ แล้วจะไม่ให้เธอเปลี่ยนรักเป็นแค้นได้อย่างไร?

เซี่ยเหล่ยหยุดยืนข้างถังอวี่เยียนครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้าให้พร้อมรอยยิ้ม

ถังอวี่เยียนค้อนใส่เขาวงโต

เซี่ยเหล่ยไม่ถือสา เดินผ่านไปทักทาย ซือป๋อเหริน "สวัสดีครับท่านซือ และท่านผู้นำทุกท่าน ก่อนมาน่าจะแจ้งผมสักคำนะครับ ผมจะได้เตรียมการต้อนรับให้สมเกียรติ"

ซือป๋อเหริน กล่าวว่า "พวกเราไม่เน้นพิธีรีตอง จะคุยกันตรงนี้ หรือจะเข้าไปคุยในห้องทำงานของคุณ?"

เซี่ยเหล่ยกล่าวว่า "ไปที่ห้องรับรองเถอะครับ ซือเหยา ฝากสั่งคนให้ชงชาชั้นดีมาหน่อยนะ"

"ค่ะ เดี๋ยวฉันไปชงให้เอง" เหลียงซือเหยากล่าว

"ฉันช่วยนะ" หลงปิงตามไปทันที

ซือป๋อเหริน ขมวดคิ้วอีกครั้ง "ไอ้หนูเอ๊ย แกนี่เป็นคนที่สวรรค์ส่งมาเพื่อขุดรากถอนโคนคนในสำนัก 101 ของฉันหรือไง?"

เซี่ยเหล่ย "..."

ทันใดนั้นประตูห้องทำงานก็เปิดออก หลิวเจิ้งหนานเดินออกมาพร้อมกล่าวว่า "ประธานเซี่ย ข้อมูลที่คุณต้องการผมเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ"

เซี่ยเหล่ยยิ้ม "อืม ไปทำงานของคุณต่อเถอะ เดี๋ยวผมค่อยมาดู"

"ครับผม" หลิวเจิ้งหนานรีบปลีกตัวออกไป

เซี่ยเหล่ยตบไหล่หลิวเจิ้งหนานเบาๆ เป็นการแสดงความขอบคุณ

หลิวเจิ้งหนานยิ้มตอบ แม้ไม่ได้พูดอะไรแต่ภาษากายก็สื่อความหมายชัดเจนว่า คนกันเองทั้งนั้น จะเกรงใจทำไม?

เซี่ยเหล่ยนำทุกคนเข้าไปในห้องรับรอง เหลียงซือเหยาและหลงปิงนำชามาชงให้

ซือป๋อเหริน กล่าวว่า "เหลียงซือเหยา ตอนนี้คุณไม่ได้เป็นคนของหน่วย 101 แล้ว เรื่องที่เราจะคุยกันคุณฟังไม่ได้ เชิญออกไปก่อน"

"ไม่มีปัญหาค่ะ" เหลียงซือเหยาปลีกตัวออกไป

ขณะที่เหลียงซือเหยาเดินไปที่ประตู เธอแวะกระซิบข้างหูเซี่ยเหล่ย ริมฝีปากแทบจะแตะหูเขา "สามีคะ เดี๋ยวฉันโทรหาพี่ฟ่านฟานหน่อยนะ พี่เขาก็เป็นห่วงคุณมาก พอรู้ว่าคุณกลับมาพี่เขาคงอยากเจอคุณแน่ๆ"

เซี่ยเหล่ยไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่พยักหน้า

เหลียงซือเหยาลดเสียงต่ำลงอีก "คุณคงหิวแย่ เดี๋ยวพวกเราจะทำ 'ของอร่อย' ให้กินนะ"

เซี่ยเหล่ย "..."

นี่เป็นคำพูดแฝงความหมายโดยนัยที่สื่อถึงกิจกรรมในร่ม

คำพูดแบบนี้หลุดออกมาจากปากของศิษย์พี่หญิง เพียงแค่ฟังก็ทำให้เขาแอบตื่นเต้นและจินตนาการไปไกล

"อะแฮ่ม" ซือป๋อเหริน กระแอมขัดจังหวะ

เหลียงซือเหยาจึงยอมจบการกระซิบกระซาบแล้วเดินออกจากห้องรับรองไป

ถังอวี่เยียนมองตามเหลียงซือเหยาไปด้วยสายตาไม่พอใจและชิงชัง เธอรู้สึกว่าเหลียงซือเหยาจงใจยั่วโมโหเธอ ไม่รู้ทำไมอารมณ์ของเธอถึงดิ่งวูบ ความจริงเธอมาที่นี่เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูล แต่ตอนนี้เธอกลับลืมเรื่องนั้นไปเสียสนิท

"เอาล่ะ มาคุยเรื่องงานกัน" ซือป๋อเหริน กล่าว "ที่คุณบอกว่าองค์กร FA เตรียมปล้นเครื่องบินในญี่ปุ่นเพื่อโจมตีโรงงานของคุณเป็นเรื่องจริงหรือ?"

เซี่ยเหล่ยพยักหน้า "เป็นเรื่องจริงครับ"

"คุณได้ข่าวนี้มาจากไหน?" ซือป๋อเหริน จ้องมองเซี่ยเหล่ย

สายตาของหลงปิงและถังอวี่เยียนรวมอยู่ที่ตัวเซี่ยเหล่ย

นายทหารจากกองทัพอากาศหลายคนก็จ้องมองเขา รอคอยคำตอบ

ทุกคนอยากรู้ความจริง แม้แต่หลงปิงก็ไม่เว้น

เซี่ยเหล่ยเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า "พ่อของผมเป็นคนบอกครับ"

ซือป๋อเหริน ถึงกับชะงัก "พ่อของคุณ?"

คำตอบนี้ทำให้ทุกคนประหลาดใจ แต่พอนึกดูดีๆ ก็รู้สึกว่าสมเหตุสมผล เพราะเซี่ยชางเหอเคยเป็นคนขององค์กร FA การที่เขาจะได้ข้อมูลแบบนี้มาจากช่องทางไหนก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

"ครับ พ่อของผมเอง" เซี่ยเหล่ยกล่าว "เขาส่งข้อมูลนี้มาให้เพื่อให้ผมเตรียมรับมือ แต่อย่าถามผมเลยว่าเขาอยู่ที่ไหน เพราะผมเองก็ไม่รู้ เขาส่งอีเมลมาให้ เป็นแบบที่กำหนดเวลาทำลายตัวเอง พอผมอ่านจบอีเมลก็ฟอร์แมตตัวเองทันที"

เดิมที ซือป๋อเหริน ตั้งใจจะซักไซ้ว่าเซี่ยชางเหอส่งข้อมูลให้เซี่ยเหล่ยได้อย่างไร แต่ไม่คิดว่าเซี่ยเหล่ยจะดักคอไว้ก่อน เขาอดไม่ได้ที่จะมองสบนายทหารอากาศ แต่ก็พบว่าทุกคนต่างมีสีหน้าประหลาดใจไม่แพ้กัน

คำอธิบายของเซี่ยเหล่ยดูสมเหตุสมผลจนหาช่องโหว่ไม่ได้ แต่ความสมเหตุสมผลที่ไร้ที่ติขนาดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือน "สร้างขึ้นมา"

ถังอวี่เยียนถามว่า "องค์กร FA จะเริ่มโจมตีเมื่อไหร่?"

เซี่ยเหล่ยตอบว่า "เรื่องนี้ผมไม่ทราบครับ พ่อให้ข้อมูลมาน้อยมาก"

ถังอวี่เยียนเม้มปาก "สิ่งที่คุณพูดเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?"

เซี่ยเหล่ยยักไหล่ "แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริง คุณไม่เชื่อใจผมเหรอ?"

"เมื่อก่อนฉันเชื่อคุณ แต่ตอนนี้ฉันไม่เชื่อคุณเลยแม้แต่นิดเดียว" ถังอวี่เยียนกล่าว "คุณมันคนขี้หก คุณหลอกฉันมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว?"

เซี่ยเหล่ยรู้ว่าเธอขุดคุ้ยเรื่องเก่า เขาจึงไม่ต่อล้อต่อเถียง เพราะในเรื่อง "การหลอกลวง" นั้น เขาเป็นฝ่ายผิดจริงๆ

"อะแฮ่ม" ซือป๋อเหริน ถลึงตาใส่ถังอวี่เยียน เป็นสัญญาณเตือนไม่ให้เอาเรื่องความรู้สึกส่วนตัวมาปนในที่สาธารณะ

ถังอวี่เยียนจึงวกกลับเข้าประเด็นที่ถูกต้อง "องค์กร FA เตรียมโจมตีคุณและเรย์มาร์กรุ๊ปเป็นเพราะเรื่องยา AE ที่ฟอร์เซนเคยพูดถึงหรือเปล่า? พวกเขาจงใจแก้แค้นคุณใช่ไหม?"

หลงปิงชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วมองถังอวี่เยียนด้วยสายตาเย็นชา สัญชาตญาณบอกเธอว่า การที่ถังอวี่เยียนและซือป๋อเหรินปรากฏตัวที่นี่เพื่อยืนยันข้อมูลไม่ใช่จุดประสงค์เดียว แต่พวกเขายังมีเป้าหมายที่จะตรวจสอบเซี่ยเหล่ยด้วย!

ยา AE คือยาปาฏิหาริย์ที่ทำให้มนุษย์วิวัฒนาการล้ำหน้า ไม่ว่าใครก็ยากจะต้านทานสิ่งล่อใจนั้นได้ และแรงดึงดูดของมันไม่ได้มีผลแค่กับบุคคล แต่กับระดับประเทศก็เช่นกัน ความปรารถนาที่จะครอบครองนั้นร้อนแรงราวกับภูเขาไฟ!

ความจริงแล้ว การตรวจสอบเซี่ยเหล่ยไม่เคยหยุดลง เพียงแต่ทำอย่างนุ่มนวลเท่านั้น

สายตาของทุกคนรวมอยู่ที่เซี่ยเหล่ยอีกครั้ง รอคอยคำตอบ นอกจากหลงปิงที่เต็มไปด้วยความกังวลแล้ว คนที่เหลือต่างสังเกตปฏิกิริยาของเซี่ยเหล่ยและแอบคาดเดาคำตอบที่เขาจะให้

คราวนี้เซี่ยเหล่ยไม่หยุดคิด เมื่อถังอวี่เยียนถามจบเขาก็สวนกลับทันที "ทำไมครับ? ผมนำข้อมูลสำคัญขนาดนี้มาบอกพวกคุณ แต่พวกคุณกลับมาตรวจสอบผมงั้นเหรอ?"

ถังอวี่เยียนหลบสายตาเซี่ยเหล่ย เธอไม่กล้าสบตาที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองของเขา

"เซี่ยเหล่ยเอ๊ย ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ?" ซือป๋อเหริน หัวเราะแห้งๆ "เจ้าหนูเอ๊ย อย่าคิดมากไปเลย จุดประสงค์ที่เรามาที่นี่ก็เพื่อตรวจสอบเรื่องราวให้ชัดเจน ในเมื่อคุณไม่อยากตอบคำถามนี้ เราก็จะไม่ถาม"

เซี่ยเหล่ยกล่าวว่า "ผมเข้าใจดีครับ และผมไม่โทษใคร พวกคุณก็แค่ทำตามหน้าที่และคำสั่ง ความจริงผมตอบให้ก็ได้" เขาหยุดครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ "ผมขอตอบคำถามแรกของอวี่เยียนก่อน ผมเคย 'กิน' ยาที่ระบุที่มาไม่ได้จริง แต่ผมไม่รู้ว่านั่นคือยา AE หรือเปล่า ตอนเด็กๆ ผมสุขภาพไม่ดี กินยามาเยอะมาก ดังนั้นที่กินไปอาจจะเป็นยาอะม็อกซีซิลลิน ยาแก้หวัด หรืออะไรพวกนั้นก็ได้ เรื่องมันผ่านไปนานหลายปีแล้ว ผมไม่สามารถให้คำตอบที่แน่นอนกับพวกคุณได้" เซี่ยเหล่ยพูดพร้อมมองไปที่ถังอวี่เยียน

"ฉัน..." เสียงของถังอวี่เยียนเบาลง "ฉันไม่ได้มาตรวจสอบคุณสักหน่อย"

เซี่ยเหล่ยกล่าวต่อ "คราวนี้ผมจะตอบคำถามที่สอง องค์กร FA กลายเป็นสุนัขรับใช้ของอเมริกาไปแล้ว ตอนนี้พวกเขากำลังทำงานให้อเมริกา คนอเมริกาไม่อยากให้เรย์มาร์กรุ๊ป วิจัยและผลิตอาวุธให้ประเทศของเราอีกต่อไป นี่คือสาเหตุที่พวกเขาต้องการก่อการร้าย"

ซือป๋อเหริน ถึงกับตกใจ "องค์กร FA ทำงานให้รัฐบาลอเมริกา? นี่พ่อของคุณบอกมาเหมือนกันเหรอ?"

เซี่ยเหล่ยพยักหน้า ฉวยโอกาสที่พ่อของเขาจะไม่อยู่ที่นี่ ก็ให้เขารับบทเป็นคน "แบกหม้อก้นดำ*" ไปเสียเลย

ซือป๋อเหริน ตบโต๊ะน้ำชาด้วยความโกรธ "เกินไปแล้ว!"

หมายเหตุ:

*สำนวน "แบกหม้อก้นดำ" หรือภาษาจีนคือ 背黑锅 (bēi hēi guō) เป็นสำนวนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในซีรีส์จีนและชีวิตประจำวัน มีความหมายว่า "การรับเคราะห์แทน" หรือ "การตกเป็นแพะรับบาป"

เปรียบเทียบกับการหุงข้าวสมัยก่อนที่ใช้หม้อดินและเตาฟืน ทำให้ก้นหม้อมีเขม่าควันสีดำ การที่ต้องมา "แบก" หม้อดำของคนอื่นจนตัวเองเปื้อเขม่าดำของหม้อ ซึ่งก็คือการมารับผิดชอบผลลัพธ์ที่ไม่ดีที่ตัวเองไม่ได้ก่อ

จบบทที่ TXV - 0948 แบกหม้อก้นดำ

คัดลอกลิงก์แล้ว