- หน้าแรก
- ทรานเซนดิ้ง วิชั่น อัจฉริยะเนตรทิพย์เหนือมนุษย์
- TXV - 0918 พงหญ้ารกชัฏ
TXV - 0918 พงหญ้ารกชัฏ
TXV - 0918 พงหญ้ารกชัฏ
TXV - 0918 พงหญ้ารกชัฏ
ทั้งคู่ปีนขึ้นมาจนถึงใต้ดาดฟ้าอย่างรวดเร็ว เซี่ยเหล่ยใช้สายตามองทะลุผ่านผนังและรั้วกั้นด้านบนจนเห็นยามติดอาวุธสองคนกำลังยืนสูบบุหรี่คุยกันอยู่ใกล้กับประตูทางลงบันได
"คุณอาเซี่ย ข้างบนมีคนค่ะ" จูเสวียนเยว่พูดเสียงดังฟังชัด เธอจงใจเตือนเซี่ยเหล่ยราวกับกลัวว่าเขาจะไม่รู้สถานการณ์บนดาดฟ้า
เซี่ยเหล่ยได้แต่ถอนหายใจในใจ 'เมื่อไหร่ยัยปีศาจน้อยนี่จะโตเสียที?' แต่เขาก็ฉุกคิดได้ว่า หากสติปัญญาของเธอสมบูรณ์และกลับมาเป็นปกติ เขาจะยังหลอกล่อและควบคุมเธอได้เหมือนตอนนี้หรือ?
แน่นอนว่าเสียงของจูเสวียนเยว่ดึงดูดความสนใจของยามทั้งสองทันที
"เหมือนจะได้ยินเสียงอะไรจากทางนั้นนะ?" ยามคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
"เดี๋ยวฉันไปดูเอง" ยามอีกคนโยนก้นบุหรี่ทิ้งแล้วถือปืนไรเฟิลจู่โจมเดินตรงมาที่ขอบดาดฟ้า ซึ่งปากกระบอกปืนชี้มาทางท่อระบายน้ำพอดิบพอดี
"เขาเดินมาแล้ว!" จูเสวียนเยว่ไม่มีท่าทีตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย กลับดูตื่นเต้นเสียด้วยซ้ำ "คุณอาเซี่ย ฉันทำให้เขาเป็นคนปัญญาอ่อนเลยได้ไหมคะ?"
'เธอนั่นแหละยัยปัญญาอ่อน!' เซี่ยเหล่ยอยากจะด่าออกไปแบบนั้น แต่สิ่งที่พูดออกมาจริงๆ คือ "เงียบซะ!"
"เอ๊ะ งั้นฉันไม่พูดก็ได้" จูเสวียนเยว่หยุดชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเสริมว่า "แต่ฉันจะปีนขึ้นไปแล้วนะ"
ยามคนนั้นเดินเข้ามาใกล้มากแล้ว หากจูเสวียนเยว่โผล่หัวออกไปตอนนี้ มีหวังถูกเหนี่ยวไกเป่าหัวกระจุยแน่ เซี่ยเหล่ยรีบคว้ากระโปรงของเธอไว้ในจังหวะคับขันเพื่อฉุดรั้งไม่ให้เธอขยับ
แต่มีหรือที่จูเสวียนเยว่จะเข้าใจความหวังดีของ "คุณอา" เธอออกแรงขืนตัวพุ่งทะยานขึ้นไปข้างบน ผลก็คือตัวเธอขึ้นไปได้จริง แต่กระโปรงกลับหลุดติดมือเขาลงมา! ไม่ใช่แค่กระโปรงสั้นเท่านั้น แต่รวมถึงกางเกงในสีขาวตัวน้อยนั่นด้วย ทันใดนั้น "ก้อนเนื้อขาวโพลน" ขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบนผนังตึกสูง ขาวนวลราวกับหยก บอบบางราวกับกลีบดอกไม้ และกลมกลึงอวบอัด ดูสวยงามจนน่าใจหาย
ความจริงไม่ใช่แค่ความสวยงามของบั้นท้ายเท่านั้น เพราะเขาอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าและอยู่ในแนวตั้งฉิ่ง สายตาของเซี่ยเหล่ยจึงเหมือนคนตาบอดที่ซุ่มซ่าม ตกลงไปในปลักโคลนที่เต็มไปด้วยพงหญ้ารกชัฏ...
วินาทีนั้น เขาพลันนึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมา ผู้หญิงที่มี "พงหญ้า" หนาแน่นจนเขายังจำติดตามาจนถึงทุกวันนี้
ผู้หญิงคนนั้นชื่อ กู้เค่อเหวิน
ร่างที่ฟื้นคืนชีพของจูเสวียนเยว่มีส่วนประกอบของกู้เค่อเหวินอยู่ และพงหญ้าที่รกชัฏนั้นก็ดูจะเป็นหลักฐานยืนยันได้อย่างดี
จูเสวียนเยว่หันกลับมามองเซี่ยเหล่ย "คุณอาเซี่ย ถอดกระโปรงฉันทำไมคะ? อยากทำเรื่อง 'ร้ายๆ' แบบนั้นกับฉันเหรอ?"
เซี่ยเหล่ย "..."
ยามคนนั้นเดินมาถึงขอบดาดฟ้า แต่ยังไม่ทันจะได้ชะโงกหน้าลงมามอง ขาทั้งสองข้างของเขาก็พลันอ่อนแรงและทรุดฮวบลงกับพื้นดาดฟ้าไปดื้อๆ
นี่เป็นฝีมือของจูเสวียนเยว่อย่างไม่ต้องสงสัย วิธีการฆ่าของเธอนั้นประดุจงานศิลปะ คนที่ถูกเธอกำจัดหรือ "กิน" จะไม่มีแม้แต่ความรู้สึกหวาดกลัว ไม่ต้องพูดถึงกระบวนการตายที่น่าสยดสยองเลย
"เฮ้ย เพื่อน เป็นอะไรไปน่ะ?" ยามที่อยู่ตรงประตูบันไดรีบยกปืนขึ้นอย่างระแวดระวัง แต่ทันทีที่ทำเช่นนั้น เขาก็เป็นเหมือนคนแรก ราวกับถูกตัดไฟกะทันหัน ฟังก์ชันการทำงานของร่างกายทั้งหมดสูญสลายไปในพริบตา
เซี่ยเหล่ยเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วรู้สึกหนาวสันหลังวาบ นอกจาก "ชายชุดดำ" คนนั้นแล้ว เขานึกไม่ออกเลยว่าจะมีใครในโลกนี้ต้านทานการลอบสังหารของจูเสวียนเยว่ได้!
จูเสวียนเยว่ปีนขึ้นไปต่อ กระโปรงและกางเกงในที่เดิมทีกองอยู่ที่หัวเข่าก็เลื่อนลงไปกองอยู่ที่ข้อเท้าแทน
ภาพความขาวผ่องที่มากขึ้นปรากฏแก่สายตา ทั้งขาวจนแสบตา ขาวจนชวนเคลิบเคลิ้ม และขาวจนดูลึกลับ ความขาวโพลนเหล่านี้ประดุจเข็มที่ทิ่มแทงตาของเซี่ยเหล่ยจนเขาได้สติ เขารีบปล่อยมือทันที ทว่าผลจากการปล่อยมือกระทันหันทำให้กระโปรงและกางเกงในของจูเสวียนเยว่ร่วงหล่นลงไปเบื้องล่าง เขาพยายามเอื้อมมือไปคว้าแต่ก็พลาดไป
กระโปรงสั้นสีดำ กางเกงในสีขาว และแผ่นอนามัยแผ่นนั้น ลอยละล่องไปตามลมราตรีในฟากฟ้ากรุงวอชิงตัน...
ช่างเป็นภาพที่ไม่อยากจะจินตนาการเลยจริงๆ
"คุณอาเซี่ย ถอดกระโปรงฉันไปแล้วฉันจะใส่อะไรล่ะคะ?" จูเสวียนเยว่หันมาจ้องหน้าเซี่ยเหล่ยด้วยสายตาคาดคั้น
"ผม..." เซี่ยเหล่ยรู้สึกเหมือนต่อให้กระโดดลงแม่น้ำฮวงโหก็ล้างมลทินครั้งนี้ไม่สะอาด
เขาไปอยากถอดกระโปรงเธอตอนไหนกัน? ความคิดของยัยเด็กนี่ประหลาดชะมัด!
จูเสวียนเยว่ปีนขึ้นไปบนดาดฟ้าได้สำเร็จ เซี่ยเหล่ยรีบปีนตามขึ้นไปทันที
จูเสวียนเยว่ยืนเท้าสะเอว ทำท่าทางฟึดฟัดโกรธจัด "คุณอาเซี่ย ยังไม่ตอบคำถามฉันเลยนะ ทำไมต้องถอดกระโปรงฉันด้วย? อยากทำเรื่อง 'ร้ายๆ' แบบนั้นจริงๆ ใช่ไหม?"
เซี่ยเหล่ยยิ้มแห้ง "เรื่องร้ายๆ อะไรกัน? ยัยเด็กแก่แดดอย่าคิดฟุ้งซ่าน รีบไปถอดกางเกงยามมาใส่ซะ เร็วเข้า"
"ไม่เอา!"
"ทำไม?"
"ฉันไม่ใส่ของที่ไอ้ผู้ชายตัวเหม็นพวกนี้เคยใส่หรอก"
"แล้วคุณจะเดินแก้ผ้าล่อนจ้อนไปทำภารกิจกับผมหรือไง?"
"ยังไงฉันก็ไม่ใส่"
"..."
"อย่างมากฉันก็แค่ฆ่าทุกคนที่เห็นก้นฉันให้หมดก็สิ้นเรื่อง" จูเสวียนเยว่นัยน์ตาฉายแววโหดเหี้ยม
เซี่ยเหล่ยเริ่มเครียดขึ้นมาทันที "นี่คุณจะฆ่าผมด้วยงั้นเหรอ?"
"เปล่าค่ะคุณอาเซี่ย คุณอาอยากดูก้นฉันเมื่อไหร่ก็ได้ ฉันจะให้คุณอาดูได้แค่คนเดียว" จูเสวียนเยว่หัวเราะคิกคัก แต่หัวเราะได้เพียงสองคำเสียงหัวเราะก็หยุดกึก แววตาของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้แต่น้ำเสียงที่พูดออกมาก็เปลี่ยนไปด้วย "หน้าไม่อาย! นายยังมักมากไม่เปลี่ยนเลยนะ ฉันจะทำให้นายจำฉันไปตลอดกาล นายยังจำฉันได้ใช่ไหม?"
ประโยคนี้ประดุจไม้หน้าสามที่ฟาดเข้าที่หัวของเซี่ยเหล่ยอย่างจังจนเขามึนงงและตกตะลึงจนตาค้าง
จูเสวียนเยว่ที่อยู่ตรงหน้ายังคงเป็นจูเสวียนเยว่ แต่เซี่ยเหล่ยกลับสัมผัสได้ว่าคนที่กำลังคุยกับเขาอยู่คือ กู้เค่อเหวิน!
หากมองจากโครงสร้างทางร่างกาย จูเสวียนเยว่ในตอนนี้ประกอบขึ้นจากร่างกายของหนิงจิ้งและกู้เค่อเหวิน รวมเข้ากับวิญญาณของจูเสวียนเยว่ ในช่วงที่เธอเพิ่งฟื้นขึ้นมาใหม่ๆ ลักษณะเด่นของหนิงจิ้งและกู้เค่อเหวินนั้นชัดเจนมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป จูเสวียนเยว่ดูเหมือนจะกดส่วนของหนิงจิ้งและกู้เค่อเหวินเอาไว้ได้ ไม่นึกเลยว่าในเวลานี้ กู้เค่อเหวินกลับ ‘ตื่นขึ้นมา’ เสียอย่างนั้น!
เรื่องแบบนี้ไม่มีกฎเกณฑ์เลยหรือไง? หรือว่าเขาบังเอิญไปสะกิดโดน "สวิตช์" อะไรเข้า จนไปปลุกส่วนนั้นขึ้นมา?
ในใจของเซี่ยเหล่ยเต็มไปด้วยข้อสันนิษฐานและความระแวดระวัง เพราะสำหรับกู้เค่อเหวินแล้ว เธอมีเหตุผลเหลือเฟือที่จะฆ่าเขา เขาแย่งชิงทุกอย่างไปจากเธอ ทั้งพ่อ พี่ชาย หรือแม้กระทั่งชีวิตของเธอเอง
หลังจากหายตกตะลึง เซี่ยเหล่ยก็ลองหยั่งเชิงดู "กู้เค่อเหวิน? ใช่คุณหรือเปล่า?"
จูเสวียนเยว่ส่ายหัวไปมา "คุณอาเซี่ย คุยกับใครอยู่เหรอคะ?"
กู้เค่อเหวิน "จากไป" แล้ว
เซี่ยเหล่ยเงียบไปครู่หนึ่ง "เปล่า ไม่มีอะไร เชื่อฟังผมนะ ไปถอดกางเกงมาใส่ซะ"
"ไม่ใส่ ไม่ใส่ ยังไงก็ไม่ใส่!" จูเสวียนเยว่เริ่มทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจ
เซี่ยเหล่ยปวดหัวหนึบ "แล้วต้องทำยังไงคุณถึงจะยอมใส่?"
"ถ้าเป็นกางเกงของคุณอาฉันจะใส่ แต่ของไอ้พวกผู้ชายเหม็นๆ สองคนนี้ฉันไม่ใส่เด็ดขาด" เธอว่า
เซี่ยเหล่ยทั้งขำทั้งเครียดกับข้อเสนอของเธอ เขาตัดสินใจถอดกางเกงของตัวเองออกแล้วโยนให้จูเสวียนเยว่ใส่ ส่วนตัวเองก็เดินไปถอดกางเกงจากศพยามมาใส่แทน ขนาดเขาใส่เสร็จแล้ว จูเสวียนเยว่ยังมัวแต่ยืนพิจารณากางเกงของเขาอยู่เงียบๆ เซี่ยเหล่ยไม่ได้เร่งรัดเธอ เขาหยิบโน้ตบุ๊กแฮกเกอร์ออกจากเป้แล้วเดินไปยังกล่องต่อสายโทรคมนาคมใกล้ประตูบันได
สองนาทีต่อมา เขาก็เจาะเข้าสู่ระบบกล้องวงจรปิดของตึกได้สำเร็จ
ในที่สุดจูเสวียนเยว่ก็ยอมใส่กางเกงของเซี่ยเหล่ย แต่เธอดูเหมือนจะยังเล่นไม่พอ เธอคอยรูดซิปกางเกงขึ้นๆ ลงๆ เสียงดังแควกๆ ซิปที่เปิดและปิดทำให้ทัศนียภาพภายในวับๆ แวมๆ
เมื่อมองดูปีศาจน้อยที่กำลังเล่นซิปกางเกง เซี่ยเหล่ยพลันเกิดสมมติฐานที่อาจหาญอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน 'จูเสวียนเยว่ตัวจริงเป็นศัตรูกับผู้เป็นหนึ่งเดียวในยุคก่อนประวัติศาสตร์ แต่จูเสวียนเยว่คนปัจจุบันกลับพึ่งพาผมมาก หรือแม้กระทั่ง... ชอบผม เรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับการมีอยู่ของหนิงจิ้งและกู้เค่อเหวินไหม? ถ้าใช่ จูเสวียนเยว่จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างเกิดขึ้นหรือเปล่า?'
ไม่ว่าจะเป็นหนิงจิ้งหรือกู้เค่อเหวิน ในใจของพวกเธอต่างก็มีเขาอยู่ ความรู้สึกที่หนิงจิ้งมีให้เขานั้นรุนแรงมาโดยตลอด และในความรักนั้นยังมีความเลื่อมใสศรัทธาปนอยู่ด้วย ส่วนกู้เค่อเหวินนั้นเป็นความรักที่มาพร้อมความแค้นฝังลึก แม้แต่ตอนตายเธอก็อยากตายในอ้อมกอดของเขาเพื่อให้เขาจดจำเธอไปตลอดกาล เมื่อมีความรักสองรูปแบบนี้ดำรงอยู่ จูเสวียนเยว่ก็อาจจะเปลี่ยนไปได้จริงๆ! มิเช่นนั้น ด้วยนิสัยของจูเสวียนเยว่คนเดิม เธอคงไม่ยอมให้เขาหลอกล่อและควบคุมง่ายๆ แบบนี้ ป่านนี้คงเปิดศึกแตกหักกันไปนานแล้ว!
ในที่สุดจูเสวียนเยว่ก็เลิกสนใจซิปกางเกง เธอเดินมาเบียดข้างๆ เซี่ยเหล่ย "คุณอาเซี่ย ทำอะไรอยู่คะ?"
เซี่ยเหล่ยตอบว่า "ผมกำลังยึดระบบกล้องวงจรปิดของพวกเขาอยู่ครับ ทำแบบนี้เราจะได้เดินเข้าไปได้ตรงๆ เลย"
"แล้วถ้ามีคนมาเจอเราล่ะ? ฉันขอ... กินพวกเขาได้ไหม?" จูเสวียนเยว่เม้มริมฝีปาก "ท้องน้อยๆ ของฉันเริ่มหิวแล้วล่ะ"
"ก็ได้ครับ แต่ต้องเป็นกรณีที่เลี่ยงไม่ได้จริงๆ เท่านั้นนะ เข้าใจไหม?" เซี่ยเหล่ยกำชับ
จูเสวียนเยว่ยิ้มร่า "อื้อ เข้าใจแล้วค่ะ คุณอาเซี่ยดีที่สุดเลย"
แต่ที่มุมปากของเซี่ยเหล่ยกลับมีเพียงรอยยิ้มที่ขมขื่น เขารู้ดีถึงคุณสมบัติของจูเสวียนเยว่ หลังจากใช้พลังเธอจะหิวและต้องหาพลังงานมาเติมเต็ม การพาเธอมาทำภารกิจด้วย จะไม่ให้มีคนตายได้อย่างไร?
"เรียบร้อยแล้ว ไปกันเถอะ" เซี่ยเหล่ยเก็บโน้ตบุ๊กใส่เป้แล้วผลักประตูนิรภัยตรงทางลงบันไดออกไป ประตูนั้นต้องใช้รหัสผ่านถึงจะเปิดได้ แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว เพราะจากการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์เมื่อครู่ เขาได้ปลดล็อกประตูทุกบานที่ต้องใช้รหัสในตึกนี้เรียบร้อยแล้ว
และในระหว่างนั้น เขาก็ได้ค้นหาตำแหน่งของคุณนายฟอร์เซนด้วย แต่น่าเสียดายที่ยังไม่พบเธอ
เมื่อก้าวเข้าสู่บันได เซี่ยเหล่ยใช้ความสามารถมองทะลุจากดวงตาซ้ายทันที ไม่นานเขาก็พบยามติดอาวุธสองคนยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูห้องห้องหนึ่ง เขาทำสัญญาณมือบอกให้จูเสวียนเยว่เงียบเสียง จากนั้นก็ดักหยิบปืนพกและมีดพกจากศพยามมาเตรียมพร้อม
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะส่งสัญญาณบุก จูเสวียนเยว่ก็กระโจนพรวดออกไปจากข้างกายเขาก่อนแล้ว
"นั่นใคร!" ทันทีที่จูเสวียนเยว่ปรากฏตัว เธอก็ถูกพบทันที
"พวกคุณเห็นฉันแล้ว! ฮ่าๆ!" จูเสวียนเยว่หัวเราะอย่างร่าเริง
ยามติดอาวุธทั้งสองพยายามจะยกปืนขึ้นเล็ง แต่กลับควบคุมแขนตัวเองไม่ได้ อย่าว่าแต่แขนเลย แม้แต่ลิ้นพวกเขาก็ยังควบคุมไม่ได้!
จูเสวียนเยว่กระโดดโลดเต้นไปหายามทั้งสอง แล้วไปหยุดอยู่ที่ตรงหน้าคนหนึ่ง ใบหน้าของยามคนนั้นซีดเผือดลงทันควัน รูม่านตาขยายกว้างอย่างรวดเร็ว ผ่านไปเพียงสองวินาทีเขาก็ล้มฟุบลงกับพื้น เซี่ยเหล่ยไม่ต้องมองทะลุก็รู้ว่าตอนนี้สมองของเขามีขนาดเหลือเพียงผลแอปเปิลเท่านั้น
ยามคนที่สองก็ล้มลงตามไปติดๆ
เซี่ยเหล่ยเดินเข้าสู่ระเบียงทางเดิน สายตาจากดวงตาซ้ายทะลุผ่านประตูห้องที่ยามทั้งสองเฝ้าอยู่เมื่อครู่เข้าไปข้างใน
และแล้ว ใบหน้าคุ้นเคยสองใบหน้าก็ปรากฏสู่สายตาของเขาในทันที