- หน้าแรก
- ทรานเซนดิ้ง วิชั่น อัจฉริยะเนตรทิพย์เหนือมนุษย์
- TXV - 0897 ศิษย์พี่มีน้อง?
TXV - 0897 ศิษย์พี่มีน้อง?
TXV - 0897 ศิษย์พี่มีน้อง?
TXV - 0897 ศิษย์พี่มีน้อง?
รถถัง ZTZ100 ซ่อมแซมเสร็จสิ้นแล้ว จุดที่ควรปรับปรุงได้รับการแก้ไข และจุดที่ควรทำให้สมบูรณ์ก็ได้รับการเติมเต็มจนไร้ที่ติ เมื่อเทียบกับตอนที่ไปรัสเซีย ตอนนี้มันสมบูรณ์แบบและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม ด้วยการใช้รถถังคันนี้เป็นต้นแบบ เรย์มาร์กรุ๊ปจึงเริ่มดำเนินแผนการผลิตจำนวนมากทันที
สำหรับเรื่องยอดสั่งซื้อ ปัจจุบันอาวุธของเรย์มาร์กรุ๊ปไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้เลย สิ่งเดียวที่ต้องพิจารณาคือปัญหาด้านกำลังการผลิต เบื้องบนได้ฝากคำพูดสั้นๆ ไว้ให้เซี่ยเหล่ยว่า: "ผลิตออกมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เงินไม่ใช่ปัญหา ทรัพยากรไม่ใช่ปัญหา อยากได้อะไรเราจัดให้หมด!"
คำพูดนี้เปรียบเสมือนจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากนั้นเรย์มาร์กรุ๊ปก็ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างแท้จริง
เมื่อเทคโนโลยีของ ZTZ100 เสถียรแล้ว อานีน่า และ ซิลเวีย ก็ได้จังหวะพักหายใจเสียที สองสาวชาวเยอรมันในที่สุดก็ได้เริ่มต้นทริปท่องเที่ยวกรีซตามที่หวังไว้ แต่ก่อนจะออกเดินทาง เซี่ยเหล่ยได้ทำหน้ากากหนังมนุษย์ที่ประณีตให้พวกเธอสองคน เปลี่ยนโฉมให้กลายเป็นหญิงสาวแปลกหน้า และเพื่อความปลอดภัย เขาได้ส่ง อเลสซิโอ และ เยเลน่า ไปคุ้มกันพวกเธออย่างลับๆ เพราะอานีน่าและซิลเวียคือบุคลากรที่สำคัญที่สุดของเรย์มาร์กรุ๊ป เขาจึงต้องปกป้องพวกเธอให้ดีที่สุด
ในวันที่สองหลังจากที่อานีน่าและซิลเวียจากไป แขกที่ไม่คาดฝันคนหนึ่งก็ได้เดินทางมาที่โรงงานสรรพาวุธธันเดอร์ฮอร์ส
แขกคนนั้นคือ ฮัตโตริ เมย์
เธามาในชุดทำงานสีดำ สวมแว่นตาไร้กรอบ ฮัตโตริ เมย์ ที่ปรากฏตัวต่อหน้าเซี่ยเหล่ยดูเป็นภาพลักษณ์ของสาวออฟฟิศระดับชนชั้นนำ ซึ่งต่างจากตอนอยู่ที่รัสเซียที่เธอสวมชุดกิโมโนหรูหราดูเย้ายวนเซ็กซี่
ฉิงไฉ่อวี้นำทางเมย์เข้ามาในห้องทำงานของเซี่ยเหล่ยและเตรียมจะชงชา แต่เซี่ยเหล่ยกลับสั่งให้เธอออกไปก่อน
"ไม่นึกเลยว่าคุณยังกล้ามาหาผมที่นี่" เซี่ยเหล่ยแค่นยิ้มเย็นชา สำหรับผู้หญิงคนนี้ เขามีคำนิยามเพียงคำเดียวคือ—พิษร้ายยิ่งกว่างูหรือแมงป่อง
เมย์เม้มปากยิ้ม "ใช่ค่ะ ฉันมาหาคุณถึงที่แล้ว คุณวางแผนจะทำยังไงกับฉันล่ะคะ? จะฆ่าฉัน? หรือจะนอนกับฉันดี?"
ทั้งตัวเธอและคำพูดของเธอเต็มไปด้วยแรงดึงดูดและสิ่งยั่วยวน
"คุณคิดจริงๆ เหรอว่าผมไม่กล้าฆ่าคุณ?" น้ำเสียงของเซี่ยเหล่ยเย็นเฉียบ
"ทำไมต้องเป็นศัตรูกับฉันขนาดนี้ล่ะคะ?" เมย์ทำหน้าตาเศร้าสร้อย "ในใจคุณ ฉันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"สั่งให้รถถังสามคันเปิดฉากยิงฆ่าผม ผมไม่เกลียดคุณ แล้วผมควรจะรักคุณงั้นเหรอ?"
"แค่เหตุผลนี้เองเหรอคะ?" เมย์ยักไหล่ "คุณก็น่าจะรู้แก่ใจดีว่าฉันเป็นแค่คนรับคำสั่งเท่านั้น ถ้าฉันไม่ทำตามคำสั่งนี้ ก็จะมีคนอื่นทำแทนอยู่ดี คุณได้คุกคามผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ของอเมริกาไปแล้ว คนที่อยากฆ่าคุณน่ะมีน้อยซะเมื่อไหร่ล่ะคะ?"
แม้ในใจเซี่ยเหล่ยจะเกลียดเธอ แต่เขาก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เธอพูดคือความจริง ตอนนี้เขาได้ส่งผลกระทบต่อสมดุลย์ทางยุทธศาสตร์ในเอเชีย และเท่ากับคุกคามผลประโยชน์ในยุทธศาสตร์ "หวนคืนสู่เอเชีย" ของอเมริกา อเมริกาในตอนนี้อยากกำจัดเขามากกว่าใครๆ ภายใต้บริบทนี้ คนที่จะมาฆ่าเขายังจะหมดไปอีกเหรอ?
"เซี่ยเหล่ย ถึงแม้ในใจคุณจะเกลียดฉันแทบตาย แต่ฉันก็ยังมีคำเตือนหนึ่งจะให้คุณ"
"คุณอยากจะพูดอะไร?"
"หลังจากนี้อย่าออกนอกประเทศอีกเลยค่ะ ครั้งหน้าพวกเขาอาจจะส่งโดรนมาซุ่มยิงสังหารคุณก็ได้"
เซี่ยเหล่ยหัวเราะเย็น "ขอบคุณที่เตือนนะ คุณช่วยแนะนำวิธีที่ใช้ได้จริงในการกำจัดคุณและพ่อของคุณให้ผมพอดีเลย"
เมย์ชะงักไปครู่หนึ่ง "เรย์มาร์กรุ๊ปเริ่มผลิตโดรนแล้วเหรอคะ?"
"นี่เป็นความลับทางทหาร ถ้ามีความสามารถพอก็ส่งสายลับของคุณมาขโมยดูสิ" เซี่ยเหล่ยกล่าว ปัจจุบันเรย์มาร์กรุ๊ปยังไม่ได้ผลิตโดรน แต่ในอนาคตจะมีแน่นอน
เมย์ยิ้มอีกครั้ง "อย่าฆ่าฉันเลยนะคะ จริงๆ นะ ได้โปรดเถอะ ยังไงฉันก็เป็นผู้หญิงที่เคยนอนกับคุณ คุณจะไม่นึกถึงความหลังกันบ้างเลยเหรอคะ?"
เซี่ยเหล่ย: "..."
ผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงแต่พิษร้ายเยี่ยงงูแมงป่อง แต่ยังหน้าด้านไร้ยางอายด้วย คุณสมบัติที่น่ารังเกียจทั้งสองอย่างนี้หลอมรวมอยู่ในตัวเธอ แต่ที่น่าประหลาดคือมันกลับไม่ทำให้คนรู้สึกรังเกียจเธอได้ลง
"เอาล่ะ ถ้าคุณจะฆ่าพ่อของฉัน ตอนลงมือเสร็จแล้วอย่าลืมบอกฉันด้วยนะคะ ฉันจะได้ไปจัดการงานศพให้เขา" เมย์กล่าว
เซี่ยเหล่ยใจกระตุก "ตอนที่อินเดียครั้งนั้น คุณตั้งใจใช่ไหม? ในช่วงเวลาสำคัญ คุณหนีไปเองแต่กลับทิ้งน้องชายไว้ที่นั่น คุณรู้ทั้งรู้ว่าผลของการกระทำนั้นคืออะไร แต่คุณก็ยังทำ ตอนนี้คุณยังมาพูดจาแบบนี้อีก จุดประสงค์ของคุณคือ..."
"คุณก็เดาได้อยู่แล้วนี่คะ ทำไมยังต้องให้ฉันพูดออกมาอีกล่ะ?" ใบหน้าของเมย์ประดับไปด้วยรอยยิ้มเย้ายวน
แต่ในใจเซี่ยเหล่ยกลับรู้สึกเย็นวาบ ผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงแต่จะฆ่าน้องชายตัวเองอย่าง ฮัตโตริ สึกิยาบะ แต่ตอนนี้เธอยังไม่รังเกียจที่จะแสดงความจำนงว่าอยากกำจัดพ่อของตัวเองต่อหน้าเขาด้วย การใช้คำว่างูพิษหรือแมงป่องมาเปรียบเทียบเธอดูเหมือนจะระดับต่ำไปแล้ว เธอควรจะเป็น "แมงมุมแม่ม่ายดำ" ในอาณาจักรหมาป่าที่กินคู่ของตัวเองมากกว่า!
"คุณไม่กลัวผมไปบอกพ่อคุณเหรอ?" หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เซี่ยเหล่ยลองหยั่งเชิงดู
"ถ้าฉันกลัว ฉันจะพูดออกมาเหรอคะ? บางครั้งศัตรูก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นศัตรูกันตลอดไป ในช่วงเวลาสำคัญ ศัตรูก็สามารถร่วมมือกันได้นะคะ" เมย์ขยิบตาให้เซี่ยเหล่ย
เซี่ยเหล่ยเข้าใจความหมายของเธอดี แต่ใบหน้ายังคงนิ่งเฉย "คุณมาหาผมถึงที่นี่เพียงเพื่อจะพูดเรื่องพวกนี้งั้นเหรอ?"
"แน่นอนว่ามีเรื่องเป็นทางการค่ะ เรื่องที่พูดไปเมื่อกี้แค่เป็นการรื้อฟื้นความหลังเท่านั้น" เมย์ใช้มือแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตออกหนึ่งเม็ด จากนั้นเธอก็สอดมือขาวเนียนเข้าไปในหน้าอกของเธอ
ในสายตาของเซี่ยเหล่ย มือขาวเนียนนั้นลูบไล้ไปตามร่องอกขาวผ่อง กดเบียดบราเซียสีดำลงไป แล้วดึงเอาการ์ดสีขาวนวลใบหนึ่งออกมาจากข้างในนั้น
เมย์ประคองการ์ดใบที่มีขนาดเท่ากับนามบัตรด้วยสองมือ ยื่นมาตรงหน้าเซี่ยเหล่ย
การ์ดสีขาวนวลนั้นยังมีกลิ่นหอมจางๆ ติดอยู่
เซี่ยเหล่ยไม่ได้ยื่นมือไปรับ แต่เขามองเห็นข้อความที่เขียนด้วยลายมือบนนั้น ‘คุณเซี่ยเหล่ย การประชุมเอเชียประจำปีของโป๋อ๋าวฟอรั่ม ฉันตั้งตารอที่จะได้พบกับคุณ’
ลายเซ็นบนการ์ดคือ ฟอร์เซน CEO ของบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน
หลังจากอ่านเนื้อหาบนการ์ดแล้ว ในที่สุดเซี่ยเหล่ยก็ยื่นมือไปรับการ์ดใบนั้นมา มันเปรียบเสมือนใบเชิญที่ฟอร์เซนส่งให้เขา ซึ่งตามมารยาทแล้วเขาต้องรับไว้ แต่เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมเมย์ต้องซ่อนการ์ดใบนี้ไว้ในบราของเธอด้วย
ดูเหมือนเมย์จะเดาใจเซี่ยเหล่ยได้ เธอชูมือสองข้างขึ้นแล้วหมุนตัวต่อหน้าเซี่ยเหล่ยหนึ่งรอบ "ฉันรู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่ แต่ที่ฉันจะบอกคุณก็คือ ฉันไม่มีกระเป๋าติดตัวมาเลยสักใบ ฉันจึงจำเป็นต้องเก็บมันไว้ในบรา ฉันคิดว่าคุณคงไม่ถือสาหรอกมั้งคะ เพราะของที่อยู่ในบราน่ะ... คุณก็เคย 'ชิม' มาแล้วไม่ใช่เหรอ?"
เซี่ยเหล่ย: "..."
"ธีมของโป๋อ๋าวฟอรั่มในปีนี้คือสันติภาพและความมั่นคงของเอเชีย กว่ายี่สิบประเทศในเอเชียจะส่งตัวแทนเข้าร่วม คุณผู้หญิงฟอร์เซนในฐานะแขกรับเชิญพิเศษ เธอจะพบกับคุณในการประชุมประจำปีครั้งนี้ค่ะ" เมย์กล่าว
"จัดที่ไหน?"
"คุณไม่รู้จริงๆ เหรอคะว่าสำนักงานใหญ่ของโป๋อ๋าวฟอรั่มอยู่ที่ไหน? คุณควรจะหันมาสนใจเรื่องพวกนี้บ้างนะคะ" เมย์กล่าวต่อ "สำนักงานใหญ่ของโป๋อ๋าวฟอรั่มอยู่ที่ไห่หนาน ประเทศจีนค่ะ ทั้งบิล เกตส์ และหม่าอวิ๋น ต่างก็เคยเข้าร่วมการประชุมนี้มาแล้ว"
"ผมไม่ใช่สมาชิก ทำไมผมต้องไปเข้าร่วมงานประชุมประจำปีอะไรนั่นด้วยล่ะ?" เซี่ยเหล่ยมีท่าทีไม่ค่อยสนใจ เมื่อเทียบกับการไปพูดคุยโอ้อวดในงานประชุม เขาอยากอยู่อย่างสงบและทำงานที่จับต้องได้มากกว่า
"คุณนี่ยังไงก็ไม่ใช่พ่อค้าที่ผ่านเกณฑ์จริงๆ เลยนะคะ คนอื่นอยากจะไปเสนอหน้าแทบตายแต่กลับไม่มีโอกาส แต่คุณกลับไม่มีความสนใจเอาซะเลย"
"ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นพ่อค้าที่ผ่านเกณฑ์อยู่แล้วครับ สิ่งที่ผมถนัดมากกว่าคือการสร้างอาวุธ" เซี่ยเหล่ยกล่าว
"หมายความว่าคุณจะไม่ไปเหรอคะ?"
"ไม่ไปครับ เธออยากเจอผม แล้วผมต้องบินไปหาเธอที่ไห่หนานงั้นเหรอ?" เซี่ยเหล่ยพ่นลมหายใจเบาๆ "ตลกน่ะ"
"แต่ว่า..." เมย์ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไว้
เซี่ยเหล่ยกล่าว "ผมได้รับการ์ดเชิญจากคุณผู้หญิงฟอร์เซนแล้ว คุณไปได้แล้วครับ ผมขอแนะนำให้คุณรีบออกไปซะเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นถ้าผมเปลี่ยนใจขึ้นมา คุณอาจจะตายอยู่ที่นี่ก็ได้"
เมย์ยิ้มขื่นๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป เมื่อถึงหน้าประตูเธอหันกลับมามองเซี่ยเหล่ยอีกครั้ง "ไม่ว่าคุณจะไปโป๋อ๋าวฟอรั่มหรือไม่ คุณผู้หญิงฟอร์เซนก็จะรอพบคุณอยู่ที่นั่นค่ะ อีกอย่าง อย่าลืมประโยคที่ฉันพูดกับคุณเมื่อกี้ด้วยนะคะ"
เซี่ยเหล่ยเพียงแค่มองเธอโดยไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ แต่ในใจเขารู้ดีว่าเมย์หมายถึงประโยคไหน—ศัตรูก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นศัตรูกันตลอดไป บางครั้งศัตรูก็สามารถร่วมมือกันได้
เมย์จากไปแล้ว
มุมปากของเซี่ยเหล่ยปรากฏรอยยิ้มดูแคลน "ร่วมมือกับคุณงั้นเหรอ? คุณจะให้ผลประโยชน์อะไรผมได้? คุณอยากยืมมือผมเพื่อฮุบอำนาจในตระกูลฮัตโตริเพียงคนเดียว แผนนี้ของคุณน่ะมันดีนะ แต่ผมจะเป็นแค่คนดูคุณดีดลูกคิดเท่านั้นล่ะ ผมไม่หลงกลหรอก"
ฮัตโตริ สึกิยาบะ ตายไปแล้ว ทายาทจึงเหลือเพียงฮัตโตริ เมย์ คนเดียว แต่เธอก็ยังเป็นผู้หญิง สังคมญี่ปุ่นมีค่านิยมดั้งเดิมที่แข็งแกร่ง ธุรกิจในตระกูลส่วนใหญ่มักจะส่งต่อให้ลูกชายมากกว่าลูกสาว จึงไม่แน่ว่า ฮัตโตริ มาซาโอะ อาจจะได้รับแรงกดดันภายในตระกูลให้สร้างทายาทคนใหม่ที่เป็นผู้ชายขึ้นมา เมื่อถึงตอนนั้นความฝันของเธอก็จะพังทลายลง และวิธีที่ง่ายที่สุดที่เธอจะแก้ปัญหาก็คือการกำจัดมาซาโอะทิ้งซะ ด้วยนิสัยของเธอ... มีอะไรที่เธอทำไม่ได้ล่ะ?
หลังจากเมย์ออกไปได้ไม่นาน เหลียงซือเหยาก็เดินเข้ามา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่สดใสราวกับดอกท้อที่เบ่งบาน
"มีเรื่องอะไรถึงได้ยิ้มร่าขนาดนี้ครับ?" เมื่อเห็นเหลียงซือเหยา อารมณ์ของเซี่ยเหล่ยก็ดีขึ้นทันที ความสนใจของเขาเปลี่ยนไปอยู่ที่ตัวเธอ
เหลียงซือเหยาเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางลึกลับ "ให้ทายค่ะ"
เซี่ยเหล่ยลองทายดูแต่ก็ต้องส่ายหัว "ทายไม่ถูกหรอก บอกมาเถอะครับ"
"ลองทายอีกทีสิคะ คุณต้องทายถูกแน่ๆ" เหลียงซือเหยายังคงดึงเชิงไว้
เซี่ยเหล่ยดึงตัวเธอมานั่งบนตักของเขาทันที กดตัวเธอลงแล้วใช้ฝ่ามือฟาดลงไปที่ก้นงอนๆ สองที ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่ "จะบอกไม่บอกครับ?"
"ไม่บอกค่ะ ต่อให้ตีฉันให้ตายฉันก็ไม่บอก" เหลียงซือเหยาหัวเราะคิกคัก
แปะ แปะ แปะ...
ฝ่ามือของเซี่ยเหล่ยระดมฟาดลงไปที่ก้นของเหลียงซือเหยาราวกับตีกลอง ความนุ่มหยุ่นนั้นกระเพื่อมไหวเป็นระลอก ภายใต้กระโปรงทำงานที่แหวกรอยเล็กน้อยนั้นคือขาสวยๆ ที่สวมถุงน่องสีดำ ขาของศิษย์พี่คือขาของหย่งชุน... เป็นขาที่สวยที่สุด
"คุณนี่ช่างกล้าทำได้ลงคอจริงๆ นะคะ ตีสิ ตีเข้าไปเลย ถ้าลูกหลุดออกมาล่ะก็... เป็นความรับผิดชอบของคุณนะ" เหลียงซือเหยาหันกลับมาค้อนเซี่ยเหล่ย สายตาของเธอนั้นมีความแง่งอนแต่แฝงไปด้วยความเย้ายวน ในดวงตากลมโตดำขลับคู่นั้นมีแต่เงาของเซี่ยเหล่ยเพียงคนเดียว
ฝ่ามือของเซี่ยเหล่ยชะงักค้างกลางอากาศทันที เขาอึ้งไปครู่ใหญ่ก่อนจะโพล่งออกมาประโยคหนึ่ง:
"คุณ... มีน้องแล้วเหรอ?"