เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV - 0887 ลืมผมเสียเถอะ ผมไม่ใช่ผู้ชายที่ดี

TXV - 0887 ลืมผมเสียเถอะ ผมไม่ใช่ผู้ชายที่ดี

TXV - 0887 ลืมผมเสียเถอะ ผมไม่ใช่ผู้ชายที่ดี


TXV - 0887 ลืมผมเสียเถอะ ผมไม่ใช่ผู้ชายที่ดี

เซี่ยเหล่ยกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง ในมือของเขาโอบอุ้มกล่องกระดาษใบหนึ่งมาด้วย

สายตาของอวี๋ชานเหอ และหลิงฮ่าวเลื่อนมาจับจ้องที่เซี่ยเหล่ยพร้อมกัน ทั้งคู่ต่างขมวดคิ้วด้วยความรำคาญใจ สำหรับพวกเขาแล้ว เซี่ยเหล่ยเปรียบเสมือนแมลงวันที่น่ารังเกียจที่ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ยอมไปเสียที

เซี่ยเหล่ยทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะสอบสวน แล้วเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา “แจ้งข่าวดีให้ทั้งสองท่านทราบครับ ผมจะเป็นคนสอบสวนพวกคุณเอง”

“แกเนี่ยนะ?” มุมปากของหลิงฮ่าวกระตุกเป็นรอยยิ้มเย็นชา “แกมีสิทธิ์อะไร?”

อวี๋ชานเหอหยิบหนังสือพิมพ์บนโต๊ะกาแฟขึ้นมาอ่านอีกครั้ง เขาไม่มีกะจิตกะใจจะอ่านเนื้อหาข้างในหรอก แต่นี่คือภาษากายที่บอกว่า 'จะไปไหนก็ไปเถอะ!'

เซี่ยเหล่ยกล่าวเรียบๆ “ดูท่าทางพวกคุณจะไม่ยอมร่วมมือสินะ”

“ไสหัวไปซะ” หลิงฮ่าวไล่

เซี่ยเหล่ยไม่โกรธแต่กลับหัวเราะออกมา “พวกคุณไม่อยากเห็นหน้าผม ผมเข้าใจได้ แต่ที่ผมจะบอกก็คือ ถ้าผมเดินออกไปจากที่นี่ ผมจะไปจัดการกับครอบครัวของพวกคุณแทน ผมไม่กลัวปัญหา และผมก็ไม่สนไอ้พวกที่หนุนหลังพวกคุณอยู่ด้วย ใครอยากจะหาเรื่องผม ผมก็จะจัดการมันให้สิ้นซาก ในเมื่อผมล้มพวกคุณสองคนได้ คิดว่าผมจะจัดการคนพวกนั้นไม่ได้เหรอ?”

หลิงฮ่าวจ้องมองเซี่ยเหล่ยด้วยสายตาเย็นเยียบ

อวี๋ชานเหอเองก็แสร้งทำเป็นอ่านหนังสือพิมพ์ต่อไปไม่ไหว เขาละสายตาออกมาจ้องมองเซี่ยเหล่ย ในแววตานั้นนอกจากความแค้นแล้ว ยังมีความกังวลฉายออกมาจางๆ

“ดีมาก พวกคุณยอมฟังผมพูดแล้ว ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี” เซี่ยเหล่ยเปิดกล่องกระดาษออก แล้วหยิบสิ่งของข้างในออกมาวางบนโต๊ะทีละชิ้น

ของเหล่านั้นคือหลักฐานการทำผิดกฎหมาย และทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบของ อวี๋ชานเหอ

จู่ๆ อวี๋ชานเหอก็พุ่งตัวเข้ามา หมายจะคว้าของบนโต๊ะไป

เซี่ยเหล่ยคว้าข้อมือของเขาไว้ แล้วผลักเขากลับไปเต็มแรง “อยู่นิ่งๆ ทำตัวให้มันดีหน่อย!”

อวี๋ชานเหอเสียหลักสะดุดเท้าตัวเองล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น เขาตะโกนด้วยความโกรธแค้นและตกใจ “แกกล้าลงมือกับฉันเหรอ!”

หลิงฮ่าวรีบเข้าไปพยุง อวี๋ชานเหอขึ้นมาพลางตวาด “เซี่ยเหล่ย แกช่างบังอาจนัก กล้าลงมือกับท่านอวี๋เชียวเหรอ!”

เซี่ยเหล่ยแค่นยิ้ม “ตกอับถึงขั้นนี้แล้วยังจะมาทำวางมาดจองหองอีกเหรอ? พวกแกสองคนทำตัวให้มันว่าง่ายหน่อย ถ้าทำให้ผมโมโหขึ้นมาล่ะก็ ผมไม่สนหรอกว่าพวกแกเป็นใคร พ่อจะอัดให้ยับแล้วค่อยว่ากัน พวกแกจะทำอะไรผมได้? จะไปฟ้องเหรอ? หรือจะหาคนมาจัดการผม?”

อวี๋ชานเหอถึงกับพูดไม่ออก เพราะต่อให้เขายังพอจะสั่งการคนบางกลุ่มให้ทำงานให้ได้ แต่คนพวกนั้นย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเซี่ยเหล่ย และที่สำคัญคือไม่มีใครกล้าแตะต้องเซี่ยเหล่ยเลยแม้แต่ปลายก้อย!

ในใจของหลิงฮ่าวเองก็เต็มไปด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจ สู้ก็ไม่ชนะ ด่าก็ไม่ชนะ เซี่ยเหล่ยดูเหมือนจะเป็นดาวข่มในชีวิตของเขาจริงๆ!

ในอีกห้องหนึ่งหลงปิง และถังอวี่เยียนนั่งอยู่หน้าจอที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้องสอบสวน

“เขากล้าผลักอวี๋ชานเหอล้มลงไปกองกับพื้นเลยเหรอเนี่ย ตอนนี้เขาดูดุดันขึ้นมากเลยนะ” ถังอวี่เยียนกล่าวอย่างประหลาดใจ

แต่หลงปิงกลับไม่ได้ยินสิ่งที่ถังอวี่เยียนพูดเลย มุมปากของเธอประดับไปด้วยรอยยิ้มที่ปิดไม่มิด มันคือรอยยิ้มแห่งความสุข ความยินดี และความปลาบปลื้มใจอย่างที่สุด

“นี่! ฉันคุยกับเธออยู่นะ มัวแต่นั่งเพ้ออะไรอยู่ได้?” ถังอวี่เยียนตบเบาๆ ที่หลังศีรษะของหลงปิงด้วยความหมั่นไส้

หลงปิงถึงค่อยรู้สึกตัว “เธอว่ายังไงนะ?”

ถังอวี่เยียน “......”

สายตาของหลงปิงเลื่อนกลับไปที่หน้าจออีกครั้ง ไม่รู้ทำไม แค่เห็นหน้าเซี่ยเหล่ยเธอก็รู้สึกชอบ รู้สึกสบายใจ จนถึงขั้นอยากจะไปนอนกอดเขาเลยทีเดียว

“เอ่อ... อาปิง เรามาคุยเรื่องส่วนตัวแบบสาวๆ กันหน่อยไหม?”

“เรื่องส่วนตัวอะไร?”

“เธอกับเซี่ยเหล่ย... ทำเรื่อง 'อย่างว่า' กันไปกี่ครั้งแล้ว?”

หลงปิงมองถังอวี่เยียนด้วยสายตาแปลกๆ สีหน้าดูขัดเขิน “เธอบ้าไปแล้วเหรอ?”

“โอเค งั้นเปลี่ยนคำถาม เขา... เขา... เก่งไหม?”

“เธอไม่เคยนอนกับเขาเหรอ?”

ถังอวี่เยียนค้อนหลงปิงหนึ่งที “ถ้าฉันเคยนอนกับเขา ฉันจะมาถามเธอแบบนี้ไหมล่ะ?” ปากเธอก็พูดไปอย่างนั้น แต่ในใจกลับนึกถึงคืนนั้นที่เมืองทาวังในทิเบต บนรถบ้านคันนั้น ความสัมพันธ์ของเธอและเขามันเหลือช่องว่างแค่เซนติเมตรเดียวเท่านั้นเอง แต่นั่นก็ดูเหมือนจะนับไม่ได้

หลงปิงอ้าปากค้าง เธอไม่คิดว่าถังอวี่เยียนจะกล้าถามคำถามนี้ออกมา แต่ภาพความทรงจำที่เธอและเซี่ยเหล่ยอยู่ด้วยกันอย่างเร่าร้อนก็ผุดขึ้นมาในหัวโดยอัตโนมัติ ภาพเหล่านั้นทำให้เธอกลายเป็นดอกลิลลี่ยามเช้าที่กลีบดอกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้าง

“นั่นไงล่ะ เราก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน มีอะไรต้องเขินอายล่ะ?” ถังอวี่เยียนใช้ศอกสะกิดเอวบางของหลงปิง

หลงปิงนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ก่อนจะโพล่งออกมาประโยคหนึ่ง “เธอก็ไปลองเองดูสิ จะได้รู้”

ถังอวี่เยียน “......”

แต่แล้วหลงปิงก็ขยับไปกระซิบข้างหูถังอวี่เยียน “เขาน่ะ... เขา...”

ริมฝีปากเล็กๆ ของถังอวี่เยียนอ้าค้างทันที ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ไม่ใช่แค่แดง แต่ยังร้อนผ่าวเหมือนจะไหม้เลยทีเดียว

“เธอก็อายุไม่น้อยแล้วนะ ควรจะหาแฟนสักคน ลองชิมรสชาติของการเป็นผู้หญิงดูบ้าง” หลังจากเล่าเรื่องที่น่าอายเหล่านั้นจบ หลงปิงก็พูดด้วยน้ำเสียงเหมือนคนที่ผ่านโลกมาก่อน

“เหอะ! เธอคงอยากให้ฉันไปหาผู้ชายคนอื่นใจจะขาดล่ะสิ?” ถังอวี่เยียนค้อนขวับ

“ขี้เกียจคุยด้วยแล้ว เชิญเธอเป็นเด็กดีของตระกูลถังต่อไปเถอะ” หลงปิงเลิกสนใจถังอวี่เยียนแล้วหันกลับไปจดจ้องที่หน้าจอมอนิเตอร์ต่อ

ถังอวี่เยียนยังคงจมอยู่ในภวังค์กับคำพูดของหลงปิง สายตาของเธอฉายแววโศกเศร้าออกมา

เป็นเด็กดีของตระกูลถังต่อไปงั้นเหรอ?

นี่คือชีวิตที่เธอต้องการจริงๆ น่ะหรือ?

เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

ในห้องสอบสวนข้างๆ เซี่ยเหล่ยยังคงกดดันอวี๋ชานเหอ และหลิงฮ่าวต่อไป

“ที่ผมมารับงานช่วงท้ายนี้ อย่างน้อยพวกคุณยังพอจะเหลือทรัพย์สินไว้ให้ครอบครัวบ้าง เพื่อให้พวกเขามีชีวิตที่สบายหน่อยในอนาคต แต่ถ้าผมจัดการไม่ได้ แล้วเบื้องบนส่งทีมสอบสวนชุดใหญ่มา สิ่งที่พวกคุณกินเข้าไปคงต้องคายออกมาจนหมด ไม่ใช่แค่นั้น ครอบครัวพวกคุณทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือได้รับผลประโยชน์จากเรื่องนี้ จะต้องรับโทษตามกฎหมายกันถ้วนหน้า อย่าไปหวังว่าคนหนุนหลังพวกคุณจะช่วยปกป้องครอบครัวพวกคุณได้ ผมจะขุดพวกมันออกมาทีละคน แล้วกระชากหน้ากากให้แสงไฟส่องสว่างไปถึงพวกมันให้หมด” เซี่ยเหล่ยพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ทุกคำที่พูดออกมาคือการข่มขู่ที่เฉียบขาด

อวี๋ชานเหอยังคงเงียบงัน ไม่ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว

ส่วนใบหน้าของหลิงฮ่าวนั้นเปลี่ยนสีไปมา สายตาสั่นระริก

เซี่ยเหล่ยเห็นทุกอย่างแต่ยังคงแสดงสีหน้าที่นิ่งสนิท “คุณหลิง ผมรู้ว่าผู้หญิงของซ่งไป่เฉิงมีความสัมพันธ์ยังไงกับคุณ และลูกชายของซ่งไป่เฉิง แท้จริงแล้วก็คือลูกชายของคุณ คุณทำร้ายคนมานับไม่ถ้วนในชีวิตนี้ มาถึงขั้นนี้แล้ว คุณยังคิดจะทำร้ายลูกแท้ๆ ของตัวเองอีกเหรอ?”

หลิงฮ่าวเม้มริมฝีปาก ใบหน้าซีดเผือด “แกหมายความว่ายังไง?”

เซี่ยเหล่ยกล่าว “ต้องให้ผมพูดให้ชัดกว่านี้ไหม? ได้ งั้นผมจะสรุปให้คำเดียว คุณกำลังจะทำให้เขากลายเป็นเด็กกำพร้า และในชื่อของเขาจะไม่มีมรดกเหลืออยู่เลยแม้แต่หยวนเดียว คุณอยากให้ลูกชายเติบโตในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าเหรอ? หรืออยากให้เขาต้องเร่ร่อนเก็บขยะเลี้ยงชีพอยู่ข้างถนน?”

“พอแล้ว! เลิกพูดสักที!” หลิงฮ่าวกำหมัดแน่น เขาเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่แล้ว

“เลิกพูดแล้วเรื่องมันจะจบไหมล่ะ?” เซี่ยเหล่ยแค่นยิ้มเย็น “ในเมื่อเชิญพวกคุณสองคนมาที่นี่ได้ พวกคุณก็น่าจะรู้จุดจบของตัวเองดีอยู่แล้ว ดิ้นรนไปจะมีประโยชน์อะไร?”

หลิงฮ่าว และอวี๋ชานเหอสบตากันครู่หนึ่ง

เซี่ยเหล่ยลุกขึ้นยืน แล้วเริ่มเก็บของบนโต๊ะใส่กลับลงกล่องกระดาษทีละชิ้น

ในที่สุดอวี๋ชานเหอก็เปิดปากถาม “แกไปเอาของพวกนี้มาได้ยังไง?”

“ผมเข้าไปเอามาจากบ้านคุณด้วยตัวเองเลยล่ะ” เซี่ยเหล่ยตอบ “คุณรู้อยู่แก่ใจว่านี่เป็นเพียงส่วนน้อย ผมตัดสินใจแล้ว ผมจะเอามาให้หมด ไม่ใช่แค่ของคุณอวี๋คนเดียว แต่รวมถึงของภรรยา ลูกชาย และญาติพี่น้องทุกคนของคุณด้วย ผมจะไม่ปล่อยไปแม้แต่คนเดียว รวมถึงคุณด้วยหลิงฮ่าว ผมจะขุดเรื่องสกปรกของคุณและคนรอบข้างออกมาให้หมด ผมรับรองเลยว่าสิ่งที่ทีมสอบสวนหาไม่เจอ ผมจะหาให้เจอเอง และคุณก็น่าจะรู้ดี ยิ่งผมหาเจอมากเท่าไหร่ โทษของคุณก็จะยิ่งหนักขึ้นเท่านั้น พวกคุณสองคนคิดจะเล่นกับผมเหรอ? บอกเลยว่าพวกคุณเล่นไม่ไหวหรอก!”

ของทุกอย่างถูกเก็บลงกล่อง เซี่ยเหล่ยโอบอุ้มกล่องกระดาษแล้วทำท่าจะเดินออกจากห้องไป

ทว่าในตอนที่เขาเดินไปถึงหน้าประตู อวี๋ชานเหอก็เอ่ยขึ้นมาในที่สุด “เดี๋ยวก่อน!”

เซี่ยเหล่ยหยุดฝีเท้า มุมปากปรากฏรอยยิ้มจางๆ “ยอมร่วมมือกับผมแล้วใช่ไหมครับ?”

อวี๋ชานเหอพยักหน้าเบาๆ ในวินาทีนี้นเขาเหมือนกับนักมวยที่ถูกน็อคกลางสังเวียน และกรรมการก็ลั่นระฆังจบการแข่งขันลงแล้ว และคู่ต่อสู้ที่ล้มเขาลงได้ก็คือเซี่ยเหล่ย

หลิงฮ่าวเองก็ก้มหัวลงอย่างหมดแรง ความภาคภูมิใจ ความฝัน และทุกสิ่งที่เขาเคยมี มลายหายไปในพริบตา เขาดูแก่ลงไปนับสิบปีในทันที

เซี่ยเหล่ยกลับมานั่งที่โต๊ะ แล้วเปิดสมุดบันทึกออก “เรามาเริ่มกันเลยครับ...”

หนึ่งชั่วโมงต่อมา เซี่ยเหล่ยเดินออกมาจากห้องสอบสวน เรื่องที่ซือป๋อเหรินไม่อยากรับ และหลงปิงจัดการไม่ได้ เขาจัดการมันจนเสร็จสิ้นอย่างง่ายดาย

ถังอวี่เยียน และหลงปิงยืนรอเขาอยู่ที่หน้าประตูตั้งนานแล้ว

เซี่ยเหล่ยส่งบันทึกการสอบสวนให้หลงปิง “ผมคงไม่ไปพบ ผู้อำนวยการซือแล้วล่ะ ฝากคุณส่งของสิ่งนี้ให้เขาด้วยนะ”

หลงปิงพยักหน้า “งั้นรอฉันก่อนนะ เดี๋ยวฉันเอาของไปให้ ผู้อำนวยการซือแล้วจะรีบเลิกงาน คุฯไปบ้านฉันนะ เดี๋ยวฉันจะทำอาหารให้คุณทาน”

เซี่ยเหล่ยยิ้มออกมา “ได้เลย ผมจะรอนะ” แม้เวลาของเขาจะรัดตัว แต่เขาก็เต็มใจที่จะสละเวลาให้แก่หลงปิง

ในใจของถังอวี่เยียนเต็มไปด้วยความขมขื่น “พวกคุณสองคนจะไม่อายฟ้าดินกันหน่อยเหรอ?”

ถ้าเธอไม่พูดออกมายังพอว่า แต่พอเธอพูดแบบนี้ หลงปิงกลับขยับไปกระซิบที่ข้างหูเซี่ยเหล่ยเบาๆ “ที่คุณเคยบอกว่าอยากให้ฉันมีลูกให้คุณสักคน... ฉันตกลงนะ ฉันจะลองเก็บไปคิดดูอย่างจริงจัง”

เซี่ยเหล่ยถึงกับยิ้มแก้มปริ แต่เมื่อเห็นถังอวี่เยียนจ้องเขม็งมาที่เขาและหลงปิง เขาก็รีบหุบปากทันทีและพยักหน้าตอบรับเพียงเบาๆ

พูดจบ หลงปิงก็หอมแก้มเซี่ยเหล่ยฟอดใหญ่

เธอตั้งใจทำ

สิ่งที่ซือป๋อเหริน และถังอวี่เยียนทำกับเธอนั้นทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดลึกๆ และเธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมให้ใครมารังแกได้ง่ายๆ เธอก็มีวิธีโต้กลับของเธอ 'ในเมื่อพวกคุณไม่อยากเห็นฉันกับเซี่ยเหล่ยรักกันนักใช่ไหม? ฉันนอกจากจะรักกับเขาแล้ว ฉันจะสวีทให้พวกคุณเห็นต่อหน้าต่อตาเลย!'

รอยจูบนี้เปรียบเสมือนเข็มที่ทิ่มแทงลงกลางใจของถังอวี่เยียนอย่างจัง

หลงปิงเดินจากไปเพื่อไปหาซือป๋อเหริน

ถังอวี่เยียนเดินมาขวางทางเซี่ยเหล่ยไว้ “คุณต้องการชีวิตแบบนี้จริงๆ เหรอ?”

เซี่ยเหล่ยตอบ “ผมว่ามันก็ดีนะ ผมมีความสุขดี”

“แล้วฟ่านฟานยอมให้คุณทำเรื่องสำมะเลเทเมาแบบนี้เหรอ?”

เซี่ยเหล่ยขมวดคิ้ว “สำมะเลเทเมาอะไรกัน? ผมกับอาปิงผ่านเป็นผ่านตายมาด้วยกัน ตอนผมเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวเธอก็ช่วยผมมานับครั้งไม่ถ้วน เธอชอบผม และผมก็ชอบเธอ การที่เราอยู่ด้วยกันมันจะเป็นเรื่องสำมะเลเทเมาได้ยังไง?”

“แล้วเหลียงซือเหยาล่ะ?”

“เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมรัก และยังเป็นลูกสาวของอาจารย์ผู้มีพระคุณของผม เราเป็นครอบครัวเดียวกันมาตั้งแต่ต้น แม้ก่อนหน้านี้จะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น แต่มันก็ผ่านไปแล้ว ตอนนี้เรากลับมาดีกันแล้ว มันมีปัญหาตรงไหนเหรอ?”

“แล้วเจียงหรูอี้ล่ะ?”

“ผมกับหรูอี้เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก มีพื้นฐานความผูกพันกันมานาน เราอยู่ด้วยกันแล้วมันไม่ดีตรงไหน?”

“แล้วฟ่านฟานล่ะ?”

“นั่นเบื้องบนจัดสรรมาให้ ในเมื่อให้มาแล้วจะไม่รับไว้ก็กะไรอยู่”

“คุณมัน...” ถังอวี่เยียนโกรธจนน้ำตาแทบจะไหลออกมา

เซี่ยเหล่ยถอนหายใจ “ขอโทษนะ ลืมผมเสียเถอะ ผมไม่ใช่ผู้ชายที่ดี และยิ่งไม่มีวันเป็นผู้ชายที่ดีของตระกูลถังอย่างพวกคุณได้”

เขาเดินเบี่ยงตัวผ่านเธอไป

น้ำตาของถังอวี่เยียนไหลร่วงเผาะลงมาทันที

จบบทที่ TXV - 0887 ลืมผมเสียเถอะ ผมไม่ใช่ผู้ชายที่ดี

คัดลอกลิงก์แล้ว