- หน้าแรก
- หลังจากลงชื่อเข้าใช้มาสี่ปีในที่สุด ฉันก็ได้เป็นมหาเศรษฐี
- ตอนที่ 58 : ประกาศความเป็นเจ้าของ
ตอนที่ 58 : ประกาศความเป็นเจ้าของ
ตอนที่ 58 : ประกาศความเป็นเจ้าของ
ตอนที่ 58 : ประกาศความเป็นเจ้าของ
และก็เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ การเปลี่ยนจากเด็กสาวมาเป็นผู้หญิงเต็มตัวนั้นแม้จะแตกต่างกันเพียงแค่เส้นบางๆ แต่มันกลับมีความเปลี่ยนแปลงมากมายมหาศาลจริงๆ เหมือนอย่างตอนนี้ที่ฉวี่เสี่ยวปิงดูเหมือนนกน้อยที่คอยพึ่งพิงออดอ้อน ก็ให้ความรู้สึกเหมือนถูกพิชิตไปเรียบร้อยแล้ว
ฉู่หลิงหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เขาประทับจุมพิตลงบนริมฝีปากของฉวี่เสี่ยวปิงอย่างแรงหนึ่งที ก่อนจะพาเธอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยความพึงพอใจ
ฉู่หลิงตั้งใจจะพาฉวี่เสี่ยวปิงออกไปเดินเล่น และถือโอกาสทดสอบทักษะเงินคืนสิบเท่าของเธอด้วย
ในเมื่อตั้งใจจะฟันเงินคืน สิ่งที่ต้องซื้อก็ต้องเป็นของที่มีราคาต่อหน่วยสูงถึงจะรวดเร็วทันใจ
ถ้าพูดแบบนี้ล่ะก็ การซื้ออสังหาริมทรัพย์และต้องเป็นที่ที่แพงที่สุดจึงจะเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด
หากพูดถึงอสังหาริมทรัพย์ที่แพงที่สุดในจินหลิงทั้งหมด ก็คงหนีไม่พ้นคฤหาสน์เทียนฝางที่ฉู่หลิงพักอาศัยอยู่ในตอนนี้
เพียงแต่ว่าบ้านจัดสรรและวิลล่าของคฤหาสน์เทียนฝางนั้นถูกขายไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่ไปดูว่ามีโครงการอื่นหลงเหลืออยู่อีกบ้างไหม
แต่ฉู่หลิงก็จำได้ว่าตอนที่เขาไปคราวก่อน เหมือนว่าอาคารพาณิชย์จะยังขายไม่หมด
“ไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะพาไปที่ดีๆ” เมื่อฉู่หลิงคิดได้ดังนั้น เขาก็จูงมือฉวี่เสี่ยวปิงที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วเดินออกจากบ้านไป
ฉู่หลิงขับรถมุ่งหน้าตรงไปยังสำนักงานขายของคฤหาสน์เทียนฝางทันที
เมื่อไปถึงหน้าสำนักงานขายเขาถึงได้พบว่า ที่จอดรถของที่นี่กลับเต็มเสียอย่างนั้น
เมื่อมองดูรถหรูหลากยี่ห้อในลานจอดรถ ฉวี่เสี่ยวปิงอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความทึ่งว่า “สมกับเป็นหมู่บ้านที่หรูหราที่สุดจริงๆ นะเลยเนี่ย ขนาดสำนักงานขายยังมีคนมาจนแน่นทุกวันเลย”
ฉู่หลิงยื่นมือไปขยี้ผมฉวี่เสี่ยวปิงเบาๆ จากนั้นก็จอดรถไว้ริมถนน แล้วทั้งสองคนก็เดินมุ่งหน้าเข้าไปในสำนักงานขาย
เมื่อก้าวผ่านประตูใหญ่ของสำนักงานขายเข้าไป พวกเขาก็พบกับลานกว้างขนาดใหญ่ ภายในมีการจัดวางบ่อน้ำพุและกระถางดอกไม้เล็กๆ มากมาย ตรงกลางมีถนนที่ค่อนข้างกว้างปูด้วยพรมแดงหนานุ่มซึ่งจัดเตรียมไว้สำหรับแขกผู้มาเยือนโดยเฉพาะ
ในขณะที่เดินอยู่บนพรมแดง ก็สามารถมองเห็นหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของสำนักงานขาย และมองเห็นสถานการณ์ข้างในได้อย่างชัดเจน
ฉู่หลิงและฉวี่เสี่ยวปิงเดินควงแขนกันเข้าไปในห้องโถงของสำนักงานขาย เมื่อพนักงานขายหลายคนเห็นคนทั้งสองเดินเข้ามา พวกเขาต่างก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน “สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่คฤหาสน์เทียนฝางค่ะ!”
คฤหาสน์เทียนฝางในฐานะหมู่บ้านที่ดีที่สุดในจินหลิง บริษัทย่อมมีข้อกำหนดสำหรับพนักงานขายที่สูงมากเช่นกัน บริษัทได้สั่งกำชับให้พนักงานขายทุกคนต้องปฏิบัติกับแขกทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน และไม่อนุญาตให้มีการเลือกปฏิบัติโดยเด็ดขาด
แต่ทว่าแม้เบื้องบนจะมีนโยบาย แต่เบื้องล่างก็ย่อมมีแผนรับมือ ถึงแม้พนักงานขายจะลุกขึ้นยืนพร้อมกันก็จริง แต่ในตอนที่ฉู่หลิงและแฟนสาวเดินเข้ามา พวกเขาก็ได้ลอบสังเกตการแต่งตัวผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่เรียบร้อยแล้ว
เสื้อผ้าที่สวมใส่ดูไม่เลวเลยทีเดียว แต่น่าเสียดายที่คนพวกนี้เห็นได้ชัดว่าเดินเท้าเข้ามา แม้แต่รถที่ใช้เดินทางก็ไม่มีสักคัน พวกเธอจึงจินตนาการถึงฐานะทางการเงินของทั้งสองว่าไม่น่าจะมั่งคั่งอะไร
อีกทั้งทั้งสองคนยังดูหนุ่มสาวเกินไป ถึงแม้ผู้ชายจะหล่อและผู้หญิงจะสวยระดับเทพธิดาก็ตาม แต่ที่นี่ก็คือสำนักงานขายอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่ที่ที่หน้าตาจะเอามาสแกนจ่ายเงินได้
เหล่าพนักงานขายรุ่นเก๋าต่างก็มีการตัดสินใจในใจเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ตอนนี้จะลุกขึ้นยืนและเตรียมจะเดินเข้าไปหาฉู่หลิงและแฟนสาว แต่ฝีเท้าของพวกเธอกลับช้าลงอย่างเห็นได้ชัด และตอนนั้นเองหลิวอวี่ซึ่งเป็นพนักงานใหม่ที่เดินด้วยความเร็วปกติก็ดูโดดเด่นขึ้นมา
“สวัสดีค่ะคุณผู้ชาย ฉันชื่อหลิวอวี่ค่ะ ไม่ทราบว่านี่เป็นครั้งแรกที่คุณมาที่นี่หรือเปล่าคะ?” หลิวอวี่ต้อนรับฉู่หลิงและแฟนสาวด้วยความกระตือรือร้นอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นหลิวอวี่เข้าไปรับแขกแล้ว พนักงานขายรุ่นเก๋าที่เหลือต่างก็ยกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะหมุนตัวกลับไปนั่งที่ของตัวเองตามเดิม
เพราะอย่างไรเสีย เรื่องการรังแกน้องใหม่ พวกเขาก็มีฝีมืออยู่แล้ว
ภายในใจของหลิวอวี่เองก็รู้ซึ้งถึงแผนการของพวกพนักงานรุ่นเก๋าเหล่านั้นดี ถึงเธอจะเป็นเด็กใหม่แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ ในใจก็กระจ่างแจ้งราวกับมีกระจกเงาส่องสว่างอยู่
แต่หลิวอวี่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น เพราะเธอเพิ่งมาทำงานได้ไม่นาน ต่อให้มีลูกค้ารายใหญ่เกรดพรีเมียมเข้ามา เธอก็ไม่มีปัญญาไปแย่งชิงกับพวกพนักงานรุ่นเก๋าเหล่านั้นได้ เธอจึงทำได้เพียงเก็บตกจากลูกค้าที่คนอื่นไม่ต้องการเท่านั้นเอง
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น มันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความนอบน้อมและความกระตือรือร้นที่หลิวอวี่มีให้แก่ฉู่หลิงและแฟนสาวเลยแม้แต่น้อย
“วันนี้ทั้งสองท่านตั้งใจมาดูบ้านหรือเปล่าคะ? ต้องการให้ฉันช่วยแนะนำข้อมูลให้ไหมคะ?”
ฉู่หลิงพยักหน้าและจูงมือฉวี่เสี่ยวปิงเดินมุ่งหน้าไปทางแบบจำลองอาคาร
แต่เขาก็ไม่คิดเลยว่าทันทีที่เงยหน้าขึ้น เขาจะเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่ข้างแบบจำลองอาคารนั้น อีกฝ่ายสวมชุดกระโปรงสีดำประดับระบายที่ชายกระโปรง ซึ่งช่วยขับเน้นรูปร่างที่ดูดีของเธอออกมาได้ชัดเจน
หน้าตาของผู้หญิงคนนั้นก็นับว่ามีเสน่ห์อยู่บ้าง ดวงตาและคิ้วที่ดูเรียบง่ายทำให้ดูเป็นผู้หญิงที่ใสซื่อบริสุทธิ์ ให้ความรู้สึกเหมือนคุณหนูในตระกูลเล็กๆ ผมยาวของเธอถูกดัดเป็นลอนใหญ่และปล่อยสยายลงบนบ่าอย่างไม่ตั้งใจ
แต่ถ้าให้เทียบกันจริงๆ แล้ว ค่าความสวยของเธอยังห่างไกลจากฉวี่เสี่ยวปิงอยู่มากนัก
ฉู่หลิงมองใบหน้าด้านข้างของผู้หญิงคนนั้น และรู้สึกคุ้นหน้าอย่างบอกไม่ถูก
ไม่นานนักในสมองของเขาก็มีประกายความคิดวาบขึ้นมา และเขาก็จดจำผู้หญิงตรงหน้าได้ทันที
นี่มันหลี่ฮวนไม่ใช่เหรอ?
เมื่อจ้องมองหลี่ฮวน ใบหน้าของฉู่หลิงก็ปรากฏแววแห่งความกระอักกระอ่วนออกมาวูบหนึ่ง
ตอนที่ฉู่หลิงเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย เขาเคยแอบชอบหลี่ฮวนและถึงขั้นเคยสารภาพรักกับเธอมาแล้วด้วย
และเขาก็ยังจำได้แม่นจนถึงตอนนี้ ท่าทางที่หลี่ฮวนมองเขาด้วยสีหน้าที่แฝงไปด้วยความรู้สึกขอโทษ และคำพูดที่เธอบอกออกมาเรียบๆ ว่า “ขอโทษด้วยนะฉู่หลิง ช่วงนี้ฉันตั้งใจจะทุ่มเทให้กับการเรียนอย่างเดียว ฉันยังไม่อยากคิดเรื่องความรักน่ะ”
ความจริงฉู่หลิงก็ไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ เพราะการสารภาพรักน่ะ การจะตอบรับหรือไม่มันก็เป็นสิทธิของเจ้าตัว
แต่สิ่งที่น่าขันก็คือ หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน หลี่ฮวนกลับไปคบกับผู้ชายอีกคนในโรงเรียนหน้าตาเฉย แถมยังรักกันอย่างหวานชื่นจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว
หลี่ฮวนในตอนนั้น ได้สอนบทเรียนสำคัญให้กับฉู่หลิงว่า คำพูดของผู้หญิงน่ะมันเชื่อถือไม่ได้เลยสักนิด
แต่ทว่าเรื่องราวเหล่านี้มันก็เป็นเพียงอดีตที่ผ่านพ้นไปแล้ว เพราะใครบ้างล่ะที่จะไม่เคยมีความรู้สึกที่ไร้เดียงสาในวัยเด็ก?
ในเมื่อผู้หญิงเขาไม่อยากมีความรักกับคุณ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร ถ้าขืนไปบังคับเขาเข้า มันก็จะไม่ต่างอะไรจากพวกคนพาลหรอก!
ในขณะที่ฉู่หลิงกำลังตกอยู่ในภวังค์ หลี่ฮวนที่สัมผัสได้ถึงสายตาก็หันกลับมามองเช่นกัน
หลี่ฮวนจ้องมองใบหน้าอันหล่อเหลาของฉู่หลิง และจำเขาได้ในทันที
“ฉู่หลิง?”
หลี่ฮวนหลุดอุทานออกมาโดยไม่ตั้งใจ หลังจากเรียกชื่อออกไปเธอก็เริ่มรู้สึกเสียใจภายหลัง ภายในใจก็แฝงไปด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
เธอเองก็หวนนึกถึงเรื่องราวในอดีตเช่นกัน ตอนที่ฉู่หลิงมาสารภาพรักกับเธอ เธอคิดว่าฐานะทางบ้านของฉู่หลิงกำลังตกต่ำ ต่อให้จะหล่อแค่ไหนเขาก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี เธอจึงปฏิเสธเขาไปอย่างไร้เยื่อใย
พอมาเจอกันตอนนี้ เธอจึงยังคงมีความรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง
แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นเพื่อนเก่ากัน มาเจอหน้ากันก็ต้องทักทายกันเป็นธรรมดา
เมื่อหลี่ฮวนคิดได้ดังนั้น เธอจึงเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้มและจ้องมองฉู่หลิงพลางพูดว่า “ไม่ได้เจอกันตั้งนานนะเพื่อนเก่า ไม่คิดเลยว่าตอนนี้นายจะดูหล่อขึ้นกว่าเดิมอีกนะเนี่ย ช่วงนี้ใช้ชีวิตเป็นยังไงบ้างล่ะ?”
“อืม ก็ดี” ฉู่หลิงตอบกลับไปตามมารยาทเพียงประโยคเดียว
แล้วสายตาของหลี่ฮวนก็เบนไปมองฉวี่เสี่ยวปิงที่อยู่ข้างๆ ทันที และในชั่วพริบตานั้นดวงตาของเธอก็ถูกความตกตะลึงเข้าครอบงำ
ว้าว เป็นสาวสวยจริงๆ เลยแฮะ!
ต่อให้จะเป็นหลี่ฮวนที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ก็ยังต้องยอมรับว่าฉวี่เสี่ยวปิงนั้นสวยมากจริงๆ
วันนี้ฉวี่เสี่ยวปิงสวมเสื้อตัวสั้นที่ทำจากผ้าฝ้ายสีขาว ส่วนท่อนล่างจับคู่กับกางเกงขายาวทรงกว้างสีครีม ช่วงเอวตรงกลางก็เผยให้เห็นผิวหนังที่ขาวเนียนเป็นเส้นบางๆ ดูสดใสแต่ก็แฝงไปด้วยความซุกซนและเซ็กซี่เล็กน้อย
ยิ่งประกอบกับการที่เธอเพิ่งจะผ่านการเปลี่ยนแปลงจากเด็กสาวมาเป็นผู้หญิงเต็มตัวไปเมื่อครู่ ทั่วทั้งร่างกายของเธอจึงแผ่ซ่านกลิ่นอายแห่งความเย้ายวนออกมา จนทำให้คนที่ได้มองละสายตาไปจากเธอไม่ได้
บนใบหน้าที่แสนจะงดงามนั้นก็ไม่ได้แต่งแต้มเครื่องสำอางใดๆ แต่กลับยังคงความสวยงามผุดผ่อง ดวงตาคู่สวยก็ดูมีพลังและฉ่ำวาว ราวกับภายในนั้นมีมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ซ่อนอยู่
“สวยจังเลยนะคะ คุณเป็น...เอ่อ....?” หลี่ฮวนอุทานออกมาพลางเอ่ยถามยิ้มๆ
ฉู่หลิงยังไม่ทันได้อ้าปากพูด ฉวี่เสี่ยวปิงก็เป็นฝ่ายก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พร้อมกับแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มว่า “สวัสดีค่ะ ฉันเป็นแฟนสาวของฉู่หลิงค่ะ ฉันชื่อฉวี่เสี่ยวปิงค่ะ”
เมื่อมองดูท่าทางที่เร่งรีบประกาศความเป็นเจ้าของของฉวี่เสี่ยวปิง ฉู่หลิงก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
จากนั้นฉวี่เสี่ยวปิงก็ชายตามองมาทางฉู่หลิงแวบหนึ่ง สายตาคู่นั้นทำให้ฉู่หลิงรู้สึกเหมือนกำลังถูกคาดคั้นเอาคำตอบอย่างไรอย่างนั้น
หลังจากนั้นฉู่หลิงก็ทำเพียงยักไหล่ ปล่อยให้เธอเดาเอาเอง เพราะอย่างไรเสียผู้หญิงคนนั้นก็เทียบกับฉวี่เสี่ยวปิงไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
เมื่อเห็นท่าทางของฉู่หลิง ฉวี่เสี่ยวปิงก็อดไม่ได้ที่จะเม้มปากยิ้มออกมาด้วยความยินดี