เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 40 : รถหรู

ตอนที่ 40 : รถหรู

ตอนที่ 40 : รถหรู


ตอนที่ 40 : รถหรู

ถนนด้านหน้าสถานีรถไฟที่อยู่ไม่ไกลออกไปนักกลับมีรถโรลส์-รอยซ์จอดอยู่หลายคัน!

มันคือขบวนรถโรลส์-รอยซ์ทั้งขบวน!

คันหน้าสุดคือโรลส์-รอยซ์ แฟนธอม รุ่นฐานล้อขยายยาว ตามด้วยโรลส์-รอยซ์ แฟนธอม รุ่นธรรมดาและโรลส์-รอยซ์ เรธ.......

รถทุกคันใหม่เอี่ยม ภายใต้แสงแดดที่สาดส่องลงมา สีของตัวรถระดับท็อปเหล่านั้นก็แผ่ประกายเงางามอันเป็นเอกลักษณ์ออกมาอย่างโดดเด่น

ส่วนหน้าของรถก็จะสามารถมองเห็นการออกแบบที่คลาสสิกของโรลส์-รอยซ์ มันให้ความรู้สึกที่ดูหนักแน่นและปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูกให้กับผู้ที่พบเห็น

เส้นสายด้านข้างและโครงสร้างส่วนท้ายรถ ทุกจุดล้วนแสดงถึงฐานะความเป็นเจ้าแห่งยนตรกรรมของโรลส์-รอยซ์ เพียงแค่จอดอยู่ตรงนั้นกลิ่นอายแห่งความน่าเกรงขามก็แผ่ซ่านออกมาจนผู้คนไม่สามารถมองข้ามการดำรงอยู่ของมันได้

ตราสัญลักษณ์ "สปิริต ออฟ เอ็กซ์ตาซี" ที่ส่องประกายแวววาวบนฝากระโปรงหน้ารถ คือตัวแทนของความหรูหราและสถานะที่สูงส่ง

ตอนนี้ทั้งขบวนรถจอดเรียงรายกันอยู่ตรงนั้น ทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับกองทัพนับพันนับหมื่น ความรู้สึกกดดันจนแทบหายใจไม่ออกก็ถาโถมเข้าใส่ทันที

ไม่ใช่แค่พวกนักเรียนเหล่านี้เท่านั้นที่ตกตะลึงจนตาค้าง แม้แต่คนที่เดินผ่านไปมาก็ยังถูกมนต์เสน่ห์ของมันดึงดูดจนก้าวขาไม่ออก

“พี่เฉียง พี่เป็นเซียนเรื่องรถ รถพวกนี้ราคาเท่าไหร่เหรอครับ?” ลูกน้องคนหนึ่งของจางเฉียงเอ่ยถามขึ้นมา

“ฉันจะบอกให้ รถพวกนี้น่ะมันสุดยอดมาก! พวกนายคิดว่ามันเป็นแค่โรลส์-รอยซ์ธรรมดางั้นเหรอ? ไม่เลย! ถ้าฉันดูไม่ผิดล่ะก็ รถพวกนี้ล้วนเป็นโรลส์-รอยซ์รุ่นสั่งทำพิเศษทั้งหมด! แต่ละคันอย่างน้อยต้องมีราคาหลายสิบล้าน หรืออาจจะถึงร้อยล้านหยวนเลยด้วยซ้ำ! เห็นคันหน้าสุดที่เป็นรุ่นฐานล้อขยายยาวนั่นไหม? ราคาของมันต้องพุ่งไปถึง 150 ล้านหยวนขึ้นไปอย่างแน่นอน!”

150 ล้านหยวน?

แค่รถคันเดียวเนี่ยนะ?

คำพูดของจางเฉียงทำให้ทุกคนถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน

พวกเขาเพิ่งจะบรรลุนิติภาวะ ความคิดเกี่ยวกับเรื่องมูลค่าของเงินก็ยังไม่ชัดเจนนัก

พอได้ยินตัวเลขที่มหาศาลขนาดนี้ มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวและใจสั่นไปหมด

ภายในใจของทุกคนต่างก็ตกตะลึงอย่างมากและสีหน้าท่าทางที่แสดงออกมาก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจที่ไม่อาจเก็บซ่อนไว้ได้

จางเฉียงมองดูท่าทางเซ่อซ่าของเพื่อนร่วมชั้นเหล่านั้นแล้วก็เริ่มลำพองใจขึ้นมา

ช่างเป็นพวกบ้านนอกที่ไม่เคยเห็นโลกกว้างจริงๆ!

“พวกนายไม่ต้องตกใจขนาดนั้นหรอก รถระดับนี้ปกติจะเป็นรถรับรองของบริษัทใหญ่ๆ ไม่มีทางเป็นของส่วนตัวได้หรอก ลองคิดดูสิ จะมีใครรวยพอที่จะซื้อรถหรูพร้อมกันทีละเยอะๆ ขนาดนี้ได้?” จางเฉียงเอ่ยอธิบายเสริม

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยรัวๆ และจ้องมองจางเฉียงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใส

สมกับเป็นคนรวยจริงๆ ความรู้ความเข้าใจของพวกเขามันแตกต่างกันจริงๆ

ดังนั้นเพื่อนร่วมชั้นต่างก็อาศัยโอกาสนี้พากันประจบสอพลอจางเฉียงกันใหญ่

“พี่เฉียงพูดถูกครับ!”

“บริษัททั่วไปคงไม่มีกำลังขนาดนี้หรอก รถคันนี้มันช่างหรูหราเกินไปแล้ว!”

“โชคดีที่มีพี่เฉียงอยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นพวกเราคงไม่รู้จักแม้แต่ยี่ห้อรถด้วยซ้ำ!”

ฉู่เหมิงเหมิงและจางเล่ยกับเพื่อนๆ ก็ยืนมองรถหรูเหล่านั้นด้วยอาการเหม่อลอยเช่นกัน

สมกับเป็นจินหลิงจริงๆ ขนาดรถมารับคนยังดูหรูหราและโอ่อ่าขนาดนี้

ในจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของฉู่เหมิงเหมิงก็ดังขึ้น เป็นฉู่หลิงที่โทรเข้ามานั่นเอง

“พี่คะ หนูเพิ่งลงรถไฟมาพี่ก็โทรมาหาพอดีเลย! ใจตรงกันจริงๆ เลยนะคะ!”

ฉู่เหมิงเหมิงรับสายของฉู่หลิงด้วยความดีใจ เสียงหัวเราะที่ราวกับเสียงระฆังเงินของเธอก็ดังแว่วไปไกล

ฉู่หลิงที่ได้ยินเสียงหัวเราะจากปลายสายก็พลอยรู้สึกอารมณ์ดีไปด้วย ที่มุมปากของเขาก็ฉายรอยยิ้มจางๆ “ก็พี่มีตาทิพย์ยังไงล่ะ! แล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหนแล้ว?”

“หนูอยู่ตรงทางออกสถานีรถไฟค่ะ” ฉู่เหมิงเหมิงพูดไปพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ และพยายามหาจุดสังเกตที่มองเห็นได้เด่นชัดเพื่อให้พี่ชายหาตัวเธอได้ง่ายขึ้น

“หนูอยู่แถวๆ ป้ายรถเมล์ค่ะพี่ เดี๋ยวหนูรอพี่อยู่ตรงนี้ก็แล้วกัน ดีไหมคะ?”

หลังจากฉู่เหมิงเหมิงพูดจบและเห็นว่าฉู่หลิงยังไม่ตอบกลับมา เธอก็คิดว่าพี่ชายอาจจะกำลังหาตำแหน่งป้ายรถเมล์อยู่ แต่ในขณะที่เธอกำลังจะมองหาจุดอื่นต่อ เธอก็เหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นเคยร่างหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล และกำลังจ้องมองเธอด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

นั่นก็คือฉู่หลิงนั่นเอง เขาเห็นฉู่เหมิงเหมิงนานแล้ว แต่กลับแกล้งนิ่งเงียบไว้เพื่อรอดูว่าอีกฝ่ายจะหาเขาเจอเมื่อไหร่

มือขวาของฉู่หลิงถือโทรศัพท์ไว้ ส่วนมือซ้ายก็หิ้วถุงน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นมื้อเช้าที่เขาเตรียมมาให้ฉู่เหมิงเหมิง

ดวงตาของฉู่เหมิงเหมิงก็เบิกกว้างด้วยความดีใจ เธอกระโดดโลดเต้นพลางโบกมือให้ฉู่หลิงอย่างสุดแรงพร้อมกับตะโกนลั่นว่า “พี่ชายคะ หนูอยู่นี่!”

ฉู่เหมิงเหมิงตื่นเต้นมาก เสียงของเธอจึงดังจนเพื่อนร่วมชั้นที่อยู่ไม่ไกลต่างก็ได้ยินกันหมด

ทุกคนต่างหันไปมองตามทิศทางที่ฉู่เหมิงเหมิงมองไป และในพริบตานั้นทุกคนก็ถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน

หนุ่มหล่อคนนี้เหรอ คือพี่ชายของฉู่เหมิงเหมิง?

ว้าว นี่มันหล่อเกินไปแล้ว!

ฉู่หลิงดูมีอายุประมาณ 21-22 ปี ยังดูหนุ่มแน่นมาก เส้นผมสีดำขลับเป็นเงางามก็ถูกจัดทรงมาอย่างดี

เขาเป็นคนตัวสูง รูปร่างสมส่วนและดูแข็งแรง โดยเฉพาะใบหน้าของฉู่หลิงที่มีโครงหน้าชัดเจนราวกับถูกแกะสลัก จมูกโด่งและดวงตาที่ลุ่มลึกก็กำลังจ้องมาทางนี้

ทุุกอิริยาบถที่เขาแสดงออกมา ดูสง่างามราวกับสายลมที่พัดผ่านใบหน้า

หล่อมาก! ถ้าหากได้เข้าวงการบันเทิง เขาคงจะสามารถโค่นพวกดาราวัยรุ่นชื่อดังได้อย่างง่ายดายแน่นอน!

พวกผู้หญิงต่างก็พากันตกอยู่ในภวังค์ความหล่อจนถอนตัวไม่ขึ้น ส่วนพวกผู้ชายนั้นกลับมีปฏิกิริยาที่รวดเร็วกว่า สีหน้าของแต่ละคนแปรเปลี่ยนจากความทึ่งกลายเป็นความดูแคลนแทน

ฉู่หลิงคนนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ อุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางมารับน้องสาวถึงที่นี่ แต่กลับหิ้วมาแค่น้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ มันจะไม่ดูจนไปหน่อยเหรอ?

แถมพอมองดูถุงกระดาษที่ห่อมา ก็เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นของที่ขายตามร้านรถเข็นริมทางอย่างแน่นอน ซึ่งมันต้องไม่ถูกสุขลักษณะอนามัยแน่ๆ

อย่างน้อยจะซื้อของกินมาให้ผู้หญิงทั้งที ไม่รู้จักเลือกให้มันดูดีกว่านี้หน่อยเหรอ?

เมื่อคิดได้ดังนั้น สายตาที่พวกผู้ชายมองไปยังฉู่หลิงก็ยิ่งดูถูกมากขึ้นไปอีก

พวกเขามองสำรวจฉู่หลิงตั้งแต่หัวจรดเท้า และพบว่าแม้ชุดวอร์มบนตัวของฉู่หลิงจะดูเข้าทรงดี แต่นั่นก็น่าจะเป็นผลพวงมาจากรูปร่างที่ดีของเขาที่ช่วยส่งเสริมให้มันดูดีขึ้นมา

พวกผู้ชายพยายามมองหาโลโก้แบรนด์เนมบนตัวฉู่หลิงอยู่นาน แต่ก็ไม่พบร่องรอยของสัญลักษณ์ใดๆ เลย

ในสายตาของพวกเขา ต่อให้จะเป็นของเลียนแบบเกรดเอซักนิดก็ยังดี แต่นี่กลับดูไม่มีอะไรเลย มันคือเสื้อผ้าจากตลาดนัดชัดๆ!

อ้อ จริงสิ ฉู่หลิงคนนี้ก็เป็นแค่ไอ้ขี้แพ้ที่เรียนจบมาจากวิทยาลัยอาชีวะเท่านั้นเองนี่นา

“หึหึ พี่ชายคนนี้ช่างยากจนจริงๆ เลยนะ! แม้แต่เสื้อผ้าก็ยังเปรียบเทียบกับพี่เฉียงที่ใส่แบรนด์เนมหรูไม่ได้เลย บางทีชุดไนกี้หรืออาดิดาสบนตัวของพวกเราก็อาจจะแพงกว่าชุดที่เขาใส่ซะอีก!” นักเรียนชายคนหนึ่งเริ่มทนดูไม่ได้จึงเอ่ยเยาะเย้ยออกมา

หล่อแล้วมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ?

สุดท้ายก็ยังต้องใส่เสื้อผ้าตลาดนัด หิ้วของกินจากร้านริมทางอยู่ดี!

ในสายตาของพวกผู้ชาย ฉู่หลิงก็คือพวกขี้แพ้แบบมาตรฐานนั่นเอง

“พวกนายอย่าเอาเขามาเปรียบเทียบกับฉันเลย มันจะทำให้ฐานะของฉันดูต่ำลงไปด้วย!” จางเฉียงมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ ไอ้พวกขี้แพ้ระดับไหนกัน ถึงกล้าเอามาเปรียบเทียบกับเขา

เขาไม่เพียงแต่จะไม่รู้สึกยินดี แต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกหลอกด่ายังไงยังงั้น

เขาคือคุณชายตัวจริงเสียงจริง จะไปเปรียบเทียบกับพวกขี้แพ้ไปทำไม!

จางเฉียงเหลือบมองฉู่หลิงแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ดูถูกอย่างยิ่งว่า “นี่เหรอคือพี่ชายที่ฉู่เหมิงเหมิงเฝ้ารอ?”

ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอก หรือความรู้สึกที่สัมผัสได้ ต่างก็เป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่ได้เรื่องคนหนึ่งเท่านั้น

พวกลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นสีหน้าของจางเฉียง ก็เดาออกทันทีว่าตอนนี้ลูกพี่ของพวกเขากำลังไม่สบอารมณ์ พวกเขาจึงรีบกลอกตาไปมาแล้วตอบว่า

“จากคำพูดของฉู่เหมิงเหมิง ก็น่าจะเป็นไอ้เด็กคนนี้แหละครับ! พี่เฉียงครับ ผมไม่ได้อยากจะพูดให้ร้ายใครนะ แต่ดูสภาพขี้แพ้ของมันสิ ชุดที่มันใส่นั่นน่ะ ผมว่ารวมทั้งตัวไม่เกิน 180 หยวนหรอกครับ”

ในเมื่อลูกพี่ไม่พอใจ พวกเขาก็ต้องรีบเหยียบย่ำฉู่หลิงให้จมดิน!

หล่อแล้วจะมีผลอะไรล่ะ สุดท้ายก็เป็นแค่ไอ้คนจนคนหนึ่งเท่านั้น

พวกลูกน้องคนอื่นๆ ต่างก็พากันส่งเสียงสนับสนุนตามมา

“จริงด้วย ดูจากการแต่งตัวแล้ว สมกับที่เป็นเด็กจบจากวิทยาลัยอาชีวะจริงๆ คนแบบนี้จะมีปัญญาเช่าบ้านอยู่ในเมืองใหญ่อย่างจินหลิงได้ยังไง?”

“เช่าบ้านเหรอ? ฉันว่าต่อให้เขาไม่กินไม่นอนก็ยังไม่มีเงินพอจ่ายค่าเช่าเลยมั้ง! อย่างมากก็ได้แค่ห้องเช่ารูหนูเล็กๆ ห้องเดียวเท่านั้นแหละ!”

“เมื่อกี้ฉันนึกว่าจะเป็นคุณชายผู้ร่ำรวยที่ไหนซะอีก ที่บอกว่าเรียนจบปุ๊บซื้อบ้านปั๊บ! ผิดหวังจริงๆ เลยนะเนี่ย!”

........

คำพูดถากถางแต่ละประโยคถูกพ่นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาลง

แต่ฉู่หลิงไม่ได้ยินคำพูดเหล่านั้นเลย เขาเดินหิ้วมื้อเช้าเดินตรงเข้าไปหาฉู่เหมิงเหมิง

ฉู่เหมิงเหมิงที่เห็นพี่ชายเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ก็เก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ เธอรีบวิ่งเข้าไปหาและกระโดดเข้ากอดฉู่หลิงทันที

“พี่ชายคะ หนูคิดถึงพี่จะแย่อยู่แล้วค่ะ!” ฉู่เหมิงเหมิงเอ่ยออดอ้อน น้ำเสียงของเธอทั้งนุ่มนวลและอ่อนหวาน เหมือนกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่มีผิด

ฉู่หลิงอดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมา เขาใช้แขนข้างที่ถือโทรศัพท์ประคองตัวฉู่เหมิงเหมิงไว้ เพราะเกรงว่าเธอจะเสียหลักล้มลง

เมื่อเห็นท่าทางดีใจของฉู่เหมิงเหมิง ฉู่หลิงก็รู้สึกอบอุ่นในใจเช่นกัน

เด็กน้อยที่คอยวิ่งตามหลังเขาต้อยๆ ในตอนนั้น ตอนนี้เติบโตเป็นสาวสวยสะพรั่งไปเสียแล้ว แต่ทว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนกลับไม่ได้เหินห่างลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกันมันกลับยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ

“โตเป็นสาวขนาดนี้แล้วยังทำตัวไม่รู้จักโตอีกนะ ดูสิ เกือบจะทำน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ที่พี่ซื้อมาให้หกหมดแล้ว” ฉู่หลิงจ้องมองฉู่เหมิงเหมิงด้วยรอยยิ้ม แม้คำพูดจะฟังดูเหมือนเป็นการดุ แต่มันกลับแฝงไปด้วยความเอ็นดูอย่างเต็มเปี่ยม

ฉู่เหมิงเหมิงทำปากยื่นมองมา และมองตาของฉู่หลิง

วินาทีต่อมา หน้าจอโปร่งแสงก็เด้งขึ้นตรงหน้าฉู่หลิง

【ชื่อ : ฉู่เหมิงเหมิง】

【ค่าความสวย : 96】

【ความสูง : 165 เซนติเมตร】

【ค่าความประทับใจ : 90】

“เชอะ ก็หนูคิดถึงพี่นี่นา! เพิ่งจะมาถึงแท้ๆ พี่ชายก็เริ่มจะมองหนูขวางหูขวางตาซะแล้วเหรอคะ?” ฉู่เหมิงเหมิงทำหน้าทะเล้นใส่พลางยื่นมือไปรับน้ำเต้าหู้จากมือฉู่หลิง

เมื่อได้สัมผัสกับถุงน้ำเต้าหู้ที่ยังคงอุ่นอยู่ แววตาของฉู่เหมิงเหมิงก็เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม

พี่ชายยังคงเป็นห่วงเธอเหมือนเดิมเลยสินะ ถึงขนาดตั้งใจหิ้วน้ำเต้าหู้ร้อนๆ มารับเธอด้วยตัวเองแบบนี้

“มาๆๆ ของพวกเธอก็มีนะ!” ฉู่เหมิงเหมิงหันไปมองรูมเมทที่เดินตามหลังมา แล้วส่งถุงน้ำเต้าหู้ให้ “ยังร้อนอยู่เลยนะ พวกเธอรีบกินตอนที่ยังร้อนๆ สิ!”

จางเล่ยคอยสังเกตฉู่หลิงอยู่ตลอดเวลา เธอถือถ้วยน้ำเต้าหู้ด้วยมือทั้งสองข้าง และเป็นฝ่ายเอ่ยทักทายฉู่หลิงก่อน “พี่ฉู่หลิงคะ ไม่ได้เจอกันแปปเดียว พี่ดูหล่อขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยนะคะเนี่ย!”

รูมเมทคนอื่นๆ ต่างก็ถูกใบหน้าที่แสนจะหล่อเหลาของฉู่หลิงตกจนเสียสติไปหมดแล้ว พวกเธอต่างก็พากันเอ่ยชมไม่ขาดปาก

“นั่นสิคะ เมื่อก่อนได้ยินเหมิงเหมิงบอกว่าพี่ฉู่หลิงหล่อมาก แต่พอมาเจอตัวจริงถึงได้รู้ว่า สิ่งที่เหมิงเหมิงบรรยายมามันธรรมดาเกินไปจริงๆ ค่ะ!”

“ก็นั่นน่ะสิคะ! สงสัยเหมิงเหมิงจะกลัวว่าพวกเราจะมาแย่งพี่ฉู่หลิงไปแน่ๆ เลย ถึงได้แกล้งบอกคะแนนความหล่อไว้ซะต่ำเชียว”

“พี่ฉู่หลิงคะ พี่หล่อขนาดนี้ มีแฟนหรือยังคะ? ถ้ามีแล้ว พี่รังเกียจที่จะเปลี่ยนคนใหม่ดูบ้างไหมคะ?”

ฉู่หลิงยืนฟังกลุ่มเด็กสาวพูดจนจบด้วยรอยยิ้ม แล้วจึงหันไปมองจางเล่ยและเอ่ยว่า “เธอคือเสี่ยวเล่ยใช่ไหม? เดี๋ยวนี้โตเป็นสาวแล้วนะเนี่ย ยิ่งโตยิ่งสวยจริงๆ!”

สำหรับรูมเมทคนอื่นๆ ฉู่หลิงก็กล่าวทักทายอย่างเป็นกันเอง และไม่ลืมที่จะขอบคุณพวกเธอที่คอยดูแลน้องสาวของเขา “เหมิงเหมิงชอบเล่าเรื่องพวกเธอให้พี่ฟังบ่อยๆ บอกว่าพวกเธอดีกับเธอมากแถมยังคอยดูแลเธอเป็นอย่างดีมาโดยตลอดด้วย”

เมื่อรูมเมทเหล่านั้นเห็นฉู่หลิงพูดจาสุภาพและเป็นกันเองขนาดนี้ พวกเธอต่างก็พากันหน้าแดงด้วยความเขินอาย และรีบโบกมือพร้อมกับบอกว่าต่างคนต่างก็ช่วยกันดูแล ไม่จำเป็นต้องเกรงใจอะไรขนาดนั้น

ความจริงแล้วภายในใจของเด็กสาวกลุ่มนี้ก็เริ่มปั่นป่วนไปหมดแล้ว พวกเธอรู้สึกว่าฉู่หลิงช่างเป็นคนที่เข้าถึงง่ายและน่ารักเหลือเกิน ใครเห็นก็ต้องตกหลุมรักทั้งนั้นแหละ!

ถ้าหากได้แฟนที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้มาครอง ต่อให้หลับก็คงจะฝันจนยิ้มแก้มปริแน่นอน!

ฉู่หลิงไม่ได้รู้ถึงความคิดของเด็กสาวเหล่านี้เลย เขามองดูพวกเธอทั้ง 4 คนตรงหน้าด้วยสีหน้าที่ดูหนักใจเล็กน้อย

ฉู่เหมิงเหมิงก็เริ่มรู้สึกหิวมาได้พักหนึ่งแล้ว เมื่อได้กลิ่นหอมของมื้อเช้า เธอจึงยืนทานปาท่องโก๋อยู่ริมถนนทันที

แน่นอนว่าเธอก็ไม่ลืมที่จะแบ่งให้รูมเมทแต่ละคนด้วย

“พี่คะ พี่หิวไหม? ทานด้วยกันสักหน่อยไหมคะ?” ฉู่เหมิงเหมิงพูดไปพลางยื่นปาท่องโก๋ไปจ่อที่ปากของฉู่หลิง

ฉู่หลิงงับปาท่องโก๋เข้าไปหนึ่งคำอย่างเป็นธรรมชาติ เขามองไปยังเพื่อนร่วมชั้นที่ยืนจ้องมองพวกเขาตาปริบๆ อยู่ไม่ไกล แล้วจึงเอ่ยถามว่า “เหมิงเหมิง ไม่แบ่งมื้อเช้าให้เพื่อนคนอื่นบ้างเหรอ? พี่ซื้อมาเผื่อตั้งเยอะเลยนะ”

ท่าทางที่สนิทสนมกันระหว่างฉู่เหมิงเหมิงและฉู่หลิงเมื่อครู่ ถูกสายตาของจางเฉียงจ้องเขม็งอยู่ตลอดเวลา เขากำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น และแทบอยากจะเดินเข้าไปบีบคอฉู่หลิงให้ตายคามือ

เป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องกันไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงต้องทำท่าทางสนิทสนมกันขนาดนั้นด้วย มันน่าโมโหจริงๆ!

ฉู่เหมิงเหมิงก็มีสีหน้าที่ดูเรียบเฉยและไม่ได้ตอบคำถามนั้น เธอตั้งใจกัดปาท่องโก๋เข้าไปอีกสองคำใหญ่

เพื่อนพวกนี้เหรอจะมาอยากกินมื้อเช้าที่พี่ชายของเธอซื้อมาให้ ฝันไปเถอะ!

เธอมองเห็นสีหน้าที่ดูหนักใจเล็กน้อยบนใบหน้าของพี่ชาย เธอจึงเอ่ยถามด้วยความห่วงใยว่า “พี่คะ พี่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ หรือว่าการที่หนูมาครั้งนี้ จะไปขวางธุระสำคัญของพี่เข้า?”

ฉู่หลิงส่ายหน้าเบาๆ แล้วยิ้มตอบว่า “เปล่าหรอก พี่แค่สะเพร่าไปหน่อยน่ะ ไม่คิดว่าพวกเธอจะมากันเยอะขนาดนี้ รถของพี่เลย... น่าจะรับไปไม่หมดน่ะ”

จบบทที่ ตอนที่ 40 : รถหรู

คัดลอกลิงก์แล้ว