- หน้าแรก
- The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
- บทที่ 1674 (796) การปรึกษาหารือ (ตอนฟรี)
บทที่ 1674 (796) การปรึกษาหารือ (ตอนฟรี)
บทที่ 1674 (796) การปรึกษาหารือ (ตอนฟรี)
บทที่ 1674 (796) การปรึกษาหารือ
“ไม่ใช่อย่างที่ลุงคิดหรอกครับ” จี้เฟิงยิ้มบางๆ แล้วกล่าวต่อว่า “ผมรู้ที่กบดานของหวางเยว่แล้ว ผมจะไปจัดการไอ้คนลึกลับนั่นให้สิ้นซาก!”
“อะไรนะ?!”
เจิ้งหยวนซานถึงกับตกตะลึง เขาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันทีพลางถามด้วยความตกใจ
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเจิ้งหยวนซาน จี้เฟิงก็ได้แต่ส่ายหน้ายิ้มขื่น
เห็นได้ชัดว่าก่อนหน้านี้ ลุงเจิ้งคงคิดว่าเขาจะเปิดศึกกับตระกูลอู๋อีกรอบ และตั้งใจจะไปปั่นป่วนที่หนานเยว่ให้พินาศเหมือนคราวก่อน
เรื่องนี้ทำให้จี้เฟิงรู้สึกหดหู่อยู่บ้าง นี่ในสายตาของเจิ้งหยวนซาน เขาเป็นคนเจ้าอารมณ์และทำตัวเป็นเด็กๆขนาดนั้นเลยหรือ?
ความจริงแล้วเจิ้งหยวนซานไม่ได้คิดแบบนั้น และนั่นเป็นสิ่งที่จี้เฟิงเข้าใจผิดไปเอง
พวกเขารู้จักกันมานาน ผ่านเรื่องราวต่างๆมามากมาย เจิ้งหยวนซานย่อมพอจะเข้าใจนิสัยของจี้เฟิงอยู่บ้าง เขาจะมองจี้เฟิงเป็นแค่เด็กหนุ่มเลือดร้อนได้อย่างไร?
เด็กเลือดร้อนที่ไหนจะสามารถนำคนบุกถล่มหนานเยว่และแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำได้ด้วยตัวคนเดียว ต่อให้นายน้อยทั้งสองของตระกูลอู๋จะขนขุมกำลังมามากแค่ไหน สุดท้ายกลับถูกจี้เฟิงปั่นหัวจนยับเยิน?
ใครเคยเห็นเด็กเลือดร้อน ที่สามารถบีบให้ตระกูลเจิ้ง ต้องถอยกรูดทุกฝีก้าวบ้าง?
หรืออย่างครั้งนี้ที่องค์กรหวางฉาว คิดจะวางแผนเล่นงานจี้เฟิง โดยเล็งเป้าไปที่เถิงเฟยกรุ๊ป แต่ใครจะไปคิดว่าจี้เฟิงจะพลิกวิกฤตที่เสียเปรียบอย่างยิ่งให้กลายเป็นโอกาส ลงมือด้วยสายฟ้าแลบจนสถานการณ์พลิกกลับตาลปัตรในคราวเดียว?
เรื่องพวกนี้เด็กเลือดร้อนที่ทำอะไรตามอารมณ์ไม่มีทางทำได้แน่
ใครที่คิดแบบนั้นก็นับว่าโง่เต็มทีแล้ว
แน่นอนว่าเจิ้งหยวนซานไม่ได้โง่ สาเหตุที่เขาชะงักตอนได้ยินว่าจี้เฟิงจะไป ‘ทำกิจกรรม’ ที่หนานเยว่ เพราะเขาคิดไปเองตามสัญชาตญาณว่า จี้เฟิงจะถือโอกาสนี้หาเรื่องใส่ความตระกูลอู๋ เช่น อ้างง่ายๆว่าจากการสอบปากคำสมาชิกหวางฉาว พบว่าหวางฉาวมีฐานลับอยู่ในหนานเยว่
หรืออ้างว่าหวางฉาวกำลังจะดำเนินแผนการบางอย่างในหนานเยว่ ข้ออ้างเหล่านี้เพียงพอที่จะทำให้จี้เฟิงสร้างแรงสั่นสะเทือนในหนานเยว่ได้โดยที่ตระกูลอู๋เถียงไม่ออกสักคำ
หากเป็นเช่นนั้นสถานการณ์ในหนานเยว่ จะถูกกวนจนขุ่นคลั่กทันที และเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง ตระกูลอู๋ต้องโต้กลับอย่างสุดกำลัง ซึ่งสุดท้ายมันอาจจะกลายเป็นการเดินหมากเกมใหญ่ที่ยืดเยื้อและกินเวลายาวนาน
ในขณะที่ตอนนี้ขั้วอำนาจตระกูลจี้ ยังไม่ได้เตรียมตัวรับมือเรื่องนั้น และจี้เฟิงก็เพิ่งจะเริ่มแผนการกะทันหัน เจิ้งหยวนซานจึงต้องรีบขวางไว้ก่อน
แต่พอได้ยินจี้เฟิงบอกว่าเขาพบที่กบดานของหวางเยว่ เจิ้งหยวนซานก็เข้าใจกระจ่างแจ้งทันที ครั้งนี้จี้เฟิงไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ตระกูลอู๋ แต่เป้าหมายของเขาคือหวางเยว่
เจิ้งหยวนซานอุทานด้วยความทึ่ง “จี้เฟิงนายพูดจริงเหรอ?”
การพบที่กบดานของหวางเยว่ ถือเป็นข่าวที่สำคัญอย่างยิ่งยวด ไม่ต้องพูดถึงว่าถ้าจับตัวหวางเยว่ได้จะมีความดีความชอบมหาศาลแค่ไหน ลำพังแค่ในฐานะคนจีนคนหนึ่ง ย่อมเป็นเรื่องชอบธรรมที่ต้องกำจัดองค์กร ที่จ้องจะกัดกินทำลายประเทศชาติให้สิ้นซาก
จี้เฟิงมีความสามารถและมีความกล้าหาญพอที่จะทำเรื่องนี้
และเจิ้งหยวนซานในฐานะข้าราชการระดับสูงในระบบตำรวจ ย่อมถือว่านี่เป็นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบอย่างเลี่ยงไม่ได้!
ดังนั้นเมื่อได้ยินสิ่งที่จี้เฟิงพูด เจิ้งหยวนซานจึงให้ความสนใจและห่วงใยทันที
จี้เฟิงพยักหน้า “เรื่องจริงครับ! นี่เป็นข้อมูลที่ผมได้มาจากอิชิดะ โอโนะ คิดว่ามันคงไม่กล้าโกหกผม!”
สำหรับนิสัยใจคอของอิชิดะ โอโนะ จี้เฟิงย่อมไม่เชื่อถือ แต่สำหรับ ‘วิธีการ’ ของตัวเอง จี้เฟิงมั่นใจเต็มร้อย อิชิดะ โอโนะ ทนความทรมานระดับนั้นไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่มันพูดออกมาต้องเป็นความจริงแน่นอน!
ตามที่อิชิดะ โอโนะ บอก เขาเคยพบหวางเยว่ไม่กี่ครั้ง แม้ทุกครั้งหวางเยว่จะสวมหน้ากาก หรือไม่ยอมพบหน้าเขาโดยตรง โดยให้อิชิดะยืนอยู่นอกฉากกั้นเพื่อรายงานเรื่องต่างๆ และหวางเยว่จะสั่งการออกมาจากด้านใน แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
อิชิดะ โอโนะ รู้ว่าต้องไปที่ไหนถึงจะพบหวางเยว่ และนั่นคือสิ่งที่จี้เฟิงต้องการ
ตอนนี้จี้เฟิงไม่รีบร้อน แม้การรู้ใบหน้าที่แท้จริงของหวางเยว่จะเป็นเรื่องดี แต่ถ้าไม่รู้ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรมากนัก
รอให้จับตัวหวางเยว่ได้ก่อน ถึงตอนนั้นค่อยดูโฉมหน้าที่แท้จริงภายใต้หน้ากากก็ยังไม่สาย
“แล้วนายวางแผนจะทำยังไง?” เจิ้งหยวนซานถาม ก่อนจะเสริมขึ้นมาว่า “ถ้าไม่สะดวกจะพูดก็ไม่เป็นไรนะ”
เรื่องการปฏิบัติการย่อมต้องมีความลับสูงสุด เจิ้งหยวนซานแม้จะเป็นคนในระบบตำรวจ แต่ในเมื่อจี้เฟิงเป็นคนดำเนินการเรื่องนี้มาตลอด เขาจึงไม่ก้าวก่ายโดยพลการ เพียงแต่พร้อมจะยื่นมือเข้าช่วยเมื่อจี้เฟิงต้องการเท่านั้น
จี้เฟิงกล่าวว่า “ไม่มีอะไรไม่สะดวกครับลุงเจิ้ง อิชิดะ โอโนะ บอกที่อยู่แห่งหนึ่งมา ซึ่งอยู่ในหนานเยว่ แต่ผมสงสัยว่าหวางเยว่ไม่ได้มีที่กบดานแค่ที่เดียว หรือบางทีหวางเยว่อาจจะมีฐานะอื่นบังหน้าในยามปกติด้วย ดังนั้นการจะจับตัวเขา จะบุ่มบ่ามไม่ได้เด็ดขาด”
เจิ้งหยวนซานเห็นด้วยอย่างยิ่ง ขนาดพวกหัวหน้าแก๊งนักเลงหรือลูกน้องระดับล่าง ยังมีที่พักมากกว่าหนึ่งแห่ง นับประสาอะไรกับตัวละครระดับบิ๊กอย่างหวางเยว่?
จี้เฟิงกล่าวต่อ “ตามคำบอกเล่าของอิชิดะ โอโนะ ทุกครั้งที่เขาจะไปพบหวางเยว่ เขาต้องติดต่อล่วงหน้า และต้องรอให้หวางเยว่ตกลงก่อนถึงจะไปได้ นี่แสดงว่าหวางเยว่เป็นคนที่ระมัดระวังตัวมาก และองค์กรของพวกเขามีระเบียบวินัยที่เข้มงวด ในสถานการณ์แบบนี้ ผมจำเป็นต้องหาคนที่คุ้นเคยกับพื้นที่ในพื้นที่นั้นจริงๆ เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนไหว ไม่อย่างนั้นหากแหวกหญ้าให้งูตื่น หวางเยว่อาจจะไหวตัวทันและหนีไปได้”
เจิ้งหยวนซานพยักหน้า “ใช่ การทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมรอบๆ เป็นเรื่องสำคัญมาก”
ความจริงมันก็เหมือนกับการจับกุมอาชญากรทั่วไป ต้องสำรวจพื้นที่ให้ละเอียดก่อนจะวางกำลังซุ่ม และปิดท้ายด้วยการลงมือแบบสายฟ้าแลบ
โดยเฉพาะกับคนอย่างหวางเยว่ ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะฝีมือของหวางฉาวไม่ใช่เรื่องขี้คุย
เดิมทีเจิ้งหยวนซานยังแอบกังวลว่าจี้เฟิงอาจจะคิดไม่รอบคอบ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าแม้จี้เฟิงจะไม่เคยเป็นตำรวจ แต่กระบวนการคิดของเขานั้นละเอียดถี่ถ้วนมาก อายุยังน้อยแต่เก่งกาจขนาดนี้ น่าทึ่งจริงๆ!
“ไม่มีปัญหา นายบอกมาได้เลยว่าจะลงมือเมื่อไร ฉันจะส่งคนไปประสานงานกับนายทันที” เจิ้งหยวนซานรับคำอย่างรวดเร็ว
“ขอบคุณมากครับลุงเจิ้ง” จี้เฟิงยิ้ม
“เจ้านี่ ยังจะมาขอบคุณลุงอีกเหรอ?” เจิ้งหยวนซานส่ายหน้ายิ้มๆ “จี้เฟิงลุงว่าแบบนี้ดีไหม เพื่อความลับสูงสุด รอให้นายตัดสินใจจะลงมือจริงๆก่อน แล้วลุงค่อยแจ้งคนทางนั้น วิธีนี้น่าจะปลอดภัยที่สุด นายว่าไง?”
“ตกลงครับ”
จี้เฟิงพยักหน้า เขาเข้าใจความหมายของเจิ้งหยวนซาน เรื่องบางเรื่องรู้กันน้อยเท่าไรยิ่งดี การรับมือกับหวางฉาวต้องระวังและรอบคอบที่สุด
เจิ้งหยวนซานนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นอีกว่า “จี้เฟิงลุงพิจารณาซ้ำแล้วซ้ำอีก ยังรู้สึกว่ามีบางอย่างที่มันยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง...”
จี้เฟิงรู้สึกแปลกใจจึงถามว่า “หืม? ที่ลุงเจิ้งว่าไม่เข้าที่เข้าทางคือเรื่องไหนครับ?”
เจิ้งหยวนซานกล่าวว่า “การลงมือครั้งนี้ นายจะลงมือด้วยตัวเอง หรือแค่ไปคุมเชิงอยู่ข้างหลัง?”
“ลุงเจิ้งมีอะไรก็พูดตรงๆเถอะครับ พวกเราคนกันเองทั้งนั้น” จี้เฟิงยิ้มตอบเมื่อรู้ว่าลุงเจิ้งยังมีเรื่องจะพูดต่อ
“ลุงคิดว่าก่อนจะเริ่มปฏิบัติการครั้งนี้ นายควรจะไปคุยกับทางกองทัพสักหน่อย แบบนั้นจะทำงานได้สะดวกขึ้น นายคิดว่าไง?” เจิ้งหยวนซานพูดกลั้วหัวเราะ พลางชี้นิ้วไปในทิศทางหนึ่ง
จี้เฟิงเลิกคิ้วขึ้นทิศทางที่เจิ้งหยวนซานชี้ไปนั้น คือทิศที่ตั้งของฐานทัพในเขตทหารเจียงโจว และที่สำคัญที่สุดคือ หน่วยรบพิเศษของเซียงหยงซานอยู่ที่นั่น
จี้เฟิงเข้าใจความหมายของเจิ้งหยวนซานทันที
เจิ้งหยวนซานกำลังบอกใบ้ให้เขา ดึงเซียงหยงซานเข้ามาร่วมแผนการนี้ด้วย
พอนึกดูดีๆจี้เฟิงก็รู้สึกว่าคำแนะนำของเจิ้งหยวนซานนั้นมาได้ทันเวลามาก หากเขาลงมือคนเดียว อย่างน้อยที่สุดเขาก็ไม่สามารถลงมือได้อย่างโจ่งแจ้ง เพราะสถานะของเขาในตอนนี้เป็นเพียงแค่นักศึกษา การจะไปไล่จับคนมันไม่ใช่เรื่องที่เขาควรจะทำ
หากใช้กำลังตำรวจ ความลับก็อาจจะรั่วไหลได้ เพราะตำรวจมีคนเยอะเกินไป ไม่รู้ว่าข้อมูลจะหลุดไปทางไหนบ้าง
แต่ถ้าดึงเซียงหยงซานมาร่วมด้วย ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปทันที นอกจากนี้การดึงเซียงหยงซานเข้ามา ยังมีประโยชน์อีกอย่างที่สำคัญมาก นั่นคือการไม่กินรวบคนเดียว
ไม่ว่าท้ายที่สุดจะจับหวางเยว่ได้หรือไม่ แต่อย่างน้อยที่กบดานแห่งหนึ่งของหวางเยว่ก็ถูกยืนยันแล้ว การทำลายฐานที่มั่นของหวางฉาวได้ถือเป็นความดีความชอบครั้งใหญ่ หากจับหวางเยว่ได้ยิ่งเป็นผลงานระดับประวัติศาสตร์ จี้เฟิงไม่มีตำแหน่งทางการเมือง ย่อมไม่สามารถรับความดีความชอบนี้ได้ การยกผลงานให้เซียงหยงซาน จะช่วยกระชับมิตรภาพระหว่างตระกูลจี้และตระกูลเซียงให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในขณะที่จี้เฟิงจะได้ผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม และลดความเสี่ยงในการปฏิบัติการไปในตัว...
นี่มันยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวจริงๆ
จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งให้พลางยิ้มว่า “ลุงเจิ้งสุดยอดครับ! ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ดจริงๆ”
เจิ้งหยวนซานสมกับเป็นสุนัขจิ้งจอกเฒ่าที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงข้าราชการมานานหลายปี สติปัญญาของเขาไม่ธรรมดาเลย จี้เฟิงที่ว่าตัวเองฉลาดแล้ว พอมาเทียบกับเจิ้งหยวนซานถึงได้เห็นความต่างในเรื่องของประสบการณ์อย่างชัดเจน
จี้เฟิงพยักหน้ายอมรับในใจ หากไม่มีสติปัญญาเหนือชั้น เจิ้งหยวนซานจะก้าวมาถึงตำแหน่งนี้ได้อย่างไร?
...โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ตระกูลเจิ้ง (ตระกูลเดิมของเขา) ไม่ค่อยจะแยแสเขาด้วยซ้ำ!
ในวินาทีนี้จี้เฟิงรู้สึกอ่อนน้อมขึ้นมาทันที ความรู้สึกทะนงตนเล็กๆ ที่เกิดจากการพลิกชนะในครั้งนี้มลายหายไปสิ้น เพราะเขาตระหนักได้ว่าตัวเองยังมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้อีกมาก
เจิ้งหยวนซานโบกมือยิ้มๆ “เจ้านี่ไม่ต้องมาเยินยอลุงหรอก ลุงว่านะก่อนจะลงมือ นายควรจะไปปรึกษากับเลขาฯเจิ้นกั๋วดูสักหน่อย สายตาของเขานั้นเฉียบคมกว่าลุงมาก”
จี้เฟิงพยักหน้ายิ้มรับ แน่นอนว่าเขาต้องไปหาลุงรอง การปฏิบัติการระดับนี้ต้องขอคำชี้แนะ จากลุงรองก่อนถึงจะเริ่มลงมือได้
จากนั้นเขาก็พูดต่อว่า “จริงด้วยครับลุงเจิ้ง มีอีกเรื่องที่ต้องรบกวนลุง เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องโดยตรงว่าแผนการครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่!”
เจิ้งหยวนซานชะงักไป “เรื่องอะไรเหรอ?”
....จบบทที่ 1674~