เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1673 (795) ขุมกำลังที่อยู่เบื้องหน้า (ตอนฟรี)

บทที่ 1673 (795) ขุมกำลังที่อยู่เบื้องหน้า (ตอนฟรี)

บทที่ 1673 (795) ขุมกำลังที่อยู่เบื้องหน้า (ตอนฟรี)


บทที่ 1673 (795) ขุมกำลังที่อยู่เบื้องหน้า

จี้เฟิงทิ้งให้ฮั่นจงรออยู่ในห้องรับรองด้านนอก และเข้าไปพบเจิ้งหยวนซานเพียงลำพัง

มีหลายเรื่องที่ยังไม่สะดวกจะบอกฮั่นจงในตอนนี้ และจี้เฟิงก็ไม่อยากให้เขาต้องถลำลึกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นการไม่ให้ฮั่นจงรับรู้เรื่องนี้จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

นี่ไม่ใช่การระแวงฮั่นจง แต่เป็นการปกป้องเขา

หลังจากพบเจิ้งหยวนซานแล้ว จี้เฟิงก็เล่ารายละเอียดการสอบสวนเฉิงฮ่าวไท่และอิชิดะ โอโนะ ให้ฟังทั้งหมด โดยเฉพาะเน้นย้ำเรื่องที่เกี่ยวข้องกับองค์กร ‘หวางฉาว’

เป็นไปตามคาดเจิ้งหยวนซาน ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ในระดับสูงสุดทันที

แม้คนในจีนที่รู้จักองค์กรหวางฉาวอาจจะมีไม่มากนัก แต่ใครก็ตามที่เคยได้ยินชื่อนี้ ย่อมต้องรู้สึกหวาดผวายิ่งรู้จักมากเท่าไร ก็ยิ่งตระหนักได้ว่าองค์กรนี้ลึกลับและทรงพลังเพียงใด

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่การปรากฏตัวของมนุษย์ดัดแปลง สัตว์ประหลาดที่ที่ไร้มนุษยธรรมเหล่านี้ จะก่อให้เกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่หากเรื่องนี้หลุดไปถึงหูคนทั่วไป

แต่สำหรับเจิ้งหยวนซาน สิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากกว่าคืออันตรายที่หวางฉาวมีต่อประเทศจีน

ใครก็ตามที่มีสมองย่อมมองเห็นได้ชัดเจนว่า องค์กรที่ลึกลับและน่าสยดสยองอย่างหวางฉาว หากยังคงมีตัวตนอยู่ในจีนต่อไปอีกเพียงแค่วันเดียว มันก็จะเป็นภัยคุกคามอันยิ่งใหญ่ต่อความมั่นคง ยิ่งองค์กรนี้อยู่นานเท่าไร จีนก็จะยิ่งตกอยู่ในอันตรายมากขึ้นเท่านั้น

คนอื่นอาจไม่รู้แต่เจิ้งหยวนซานรู้เรื่องหวางฉาวไม่น้อย เช่น เหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในปักกิ่ง รวมถึงข้อมูลจากช่องทางพิเศษและการแลกเปลี่ยนข่าวสารกับทางกองทัพ ทำให้เขารู้ซึ้งถึงความน่ากลัวขององค์กรนี้ดี

และตอนนี้เจิ้งหยวนซานเพิ่งได้รับรายงานว่า คดีอาชญากรรมของอิชิดะ โอโนะ และเฉิงฮ่าวไท่ที่เดิมทีดูเหมือนจะเป็นแค่การจ้องฮุบกิจการเถิงเฟยกรุ๊ป กลับมีความเกี่ยวพันไปถึงหวางฉาว!

ผู้ที่ต้องการครอบครองเถิงเฟยกรุ๊ปจริงๆ กลับกลายเป็นหวางฉาว!

“เจ้าชาย(หวางเยว่)...” เจิ้งหยวนซานขมวดคิ้วแน่น เขาพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ถ้าฉันจำไม่ผิดเหอหงเหว่ย คุณชายใหญ่แห่งตระกูลเหอ ก็คอยงัดข้อกับเจ้าชายคนนี้มาตลอด แถมยังเคยถูกลอบสังหารโดยลูกน้องของเจ้าชายอยู่หลายครั้ง เจ้าชายที่นายพูดถึง คือคนคนเดียวกับคนนี้ใช่ไหม?”

“จากร่องรอยหลายๆอย่างในประเทศจีน น่าจะมีเจ้าชายเพียงคนเดียวครับ” จี้เฟิงตอบ

“ถ้าคนที่นายพูดถึงคือคนเดียวกับคู่ปรับของเหอหงเหว่ยล่ะก็ ต้องยอมรับเลยว่าเจ้าชายคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ!”

เจิ้งหยวนซานให้การประเมินชายผู้นี้ไว้สูงมาก “การต่อสู้ระหว่างคุณชายตระกูลเหอกับเจ้าชายคนนี้ ฉันพอรู้มาบ้างนิดหน่อย แต่ได้ยินมาว่าเหอหงเหว่ยงัดเอาทุกกลเม็ดออกมาใช้แล้วก็ยังไม่สามารถเอาชนะเจ้าชายได้ แถมยังถูกกดดันอยู่ฝ่ายเดียว ตอนนี้เจ้าชายยังเบนเป้าหมายมาที่เถิงเฟยกรุ๊ปอีก ความทะเยอทะยานและตัณหาของเขามันช่าง...”

จี้เฟิงพยักหน้า “ใช่ครับ หมอนี่ความตะกละมหาศาล แถมชั้นเชิงยังแพรวพราว ยิ่งมีพลังของหวางฉาวหนุนหลังอยู่ ยิ่งเป็นปัญหาใหญ่!”

ความจริงเรื่องการต่อสู้ระหว่างเหอหงเหว่ยกับเจ้าชาย จี้เฟิงเคยสืบรู้มานานแล้วตอนที่ไปดื่มด้วยกัน เขายังแกล้งถามเหอหงเหว่ยเรื่องเจ้าชายคนนี้ด้วยซ้ำ

ตามที่เหอหงเหว่ยเล่า เจ้าชายคนนี้เก่งกาจมาก ไม่ใช่แค่เรื่องชั้นเชิงธุรกิจ แต่รวมถึงการสนับสนุนที่เขาได้รับจากหวางฉาว และสายตาที่เฉียบคมในการมองการณ์ไกล

ตอนที่คุยกับจี้เฟิงเหอหงเหว่ยเคยพูดประโยคหนึ่งว่า “ถ้าตัดเรื่องอื่นออกแล้ววัดกันแค่ความสามารถทางธุรกิจและชั้นเชิง ฉันกล้าประลองกับเจ้าชายได้ทุกที่ทุกสถานการณ์ แต่ที่น่าเจ็บใจคือเจ้าชายมีการสนับสนุน ที่ทรงพลังกว่าและมีขุมกำลังในเงามืดที่ฉันไม่มี ถ้าจีนไม่ใช่สนามเหย้าของฉัน เจ้าชายคงเล่นงานฉันจนตายไปนานแล้ว!”

คำพูดนี้อาจมีส่วนที่เหอหงเหว่ยถ่อมตัวอยู่บ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันแสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวของเจ้าชาย!

โดยเฉพาะประโยคที่ว่า เจ้าชายมีการสนับสนุนที่ทรงพลังและขุมกำลังในเงามืด คือจุดที่ชี้ชัดปัญหาที่สุด

จากการสืบหาข้อมูลของจี้เฟิง ประกอบกับเรื่องที่เหอหงเหว่ยเคยเล่าตอนคุยกันเล่นๆ จี้เฟิงพอจะวิเคราะห์สถานการณ์ที่ยากลำบากของเหอหงเหว่ยได้ และรู้ว่าเจ้าชายแข็งแกร่งที่ตรงไหน

ประการแรก พรสวรรค์และชั้นเชิงทางธุรกิจของเจ้าชาย แม้จะไม่ได้เหนือกว่าเหอหงเหว่ย แต่อย่างน้อยก็อยู่ในระดับที่สูสีพอจะประลองกันได้

ประการที่สอง แม้เหอหงเหว่ยจะบริหารกลุ่มบริษัทขนาดยักษ์ แต่ความแข็งแกร่งของบริษัทนั้นแสดงออกมาให้เห็นชัดเจน ใครที่จ้องมองอยู่ย่อมมองเห็นความเคลื่อนไหวได้ไม่ยาก

แต่สำหรับเจ้าชายนั้นต่างออกไป ไม่มีใครรู้ว่าเขามีบริษัทในเครืออยู่กี่แห่ง ตัวอย่างเช่น หากไม่ได้สืบประวัติเบื้องหลังของเฉิงฮ่าวไท่และจับตัวเขามา จี้เฟิงจะไปรู้ได้อย่างไรว่าโรงแรมฮ่าวไท่และธุรกิจอื่นๆของเฉิงฮ่าวไท่ มีหุ้นของไป่เหลียนกรุ๊ปซ่อนอยู่?

ไป่เหลียนกรุ๊ปคือบริษัทของหวางฉาว และเจ้าชายคือผู้รับผิดชอบสูงสุดในจีน นั่นหมายความว่าโรงแรมฮ่าวไท่และธุรกิจอื่นๆของเฉิงฮ่าวไท่ ล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าชายทั้งสิ้น

และอย่าลืมว่าสำหรับเจ้าชายแล้ว อิชิดะ โอโนะ เป็นเพียงเบี้ยตัวเล็กๆ ที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเห็นใบหน้าจริงของเขาด้วยซ้ำ ลองจินตนาการดูสิว่า ในมือของเจ้าชายยังมีความมั่งคั่งและขุมกำลังที่ซ่อนอยู่อีกมากเพียงใด

คนหนึ่งอยู่ในที่แจ้ง อีกคนอยู่ในที่ลับ การที่เหอหงเหว่ยสู้กับเจ้าชายได้สูสีขนาดนี้ ก็นับว่าเก่งมากแล้ว

และนั่นเป็นเพียงด้านเดียวเท่านั้น

อีกด้านหนึ่ง คือการที่กลุ่มบริษัทเทียนเหยาที่เหอหงเหว่ยคุมอยู่นั้นเป็นบริษัทถูกกฎหมาย ดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจตามปกติ แน่นอนว่าอาจมีวิธีการที่ไม่ใสสะอาดบ้าง เวลาประมูลงานโครงการ... แต่นั่นก็คือเรื่องปกติในโลกธุรกิจ

ทว่าเจ้าชายนั้นไม่ใช่

เจ้าชายซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ในมือเขาไม่เพียงแต่มีทรัพย์สินมหาศาลจนน่าตกใจ แต่เขายังถือครองขุมกำลังในด้านมืดของหวางฉาวไว้ด้วย เช่น มนุษย์ดัดแปลง และเหล่านักฆ่า

ครั้งหนึ่งเพียงเพราะเหอหงเหว่ยสร้างปัญหาใหญ่ให้เจ้าชายในโลกธุรกิจ เจ้าชายถึงกับส่งมนุษย์ดัดแปลงไปลอบสังหารเหอหงเหว่ย!

นั่นคือครั้งแรกที่จี้เฟิงพบกับเหอหงเหว่ย และเขาก็เป็นคนช่วยชีวิตเหอหงเหว่ยเอาไว้

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ จี้เฟิงก็ยิ่งเห็นภาพลักษณ์ของเจ้าชายชัดเจนขึ้น

ความสามารถเหนือชั้น โหดเหี้ยม เผด็จการ ไร้ความปรานี แต่กลับมีความคิดที่ละเอียดลออ วางแผนรอบคอบ และมีความเจ้าเล่ห์ดุจสุนัขจิ้งจอก... คุณสมบัติเหล่านี้รวมอยู่ในตัวเจ้าชายแทบทั้งหมด

จี้เฟิงคิดในใจว่าหากเขาไม่ได้ฝึกฝน ท่าแปลกประหลาดอย่างแอโรบิกนั่น และไม่มีลูกน้องอย่างอี้ซิงเฉินอยู่เคียงข้าง เกรงว่าต่อหน้าเจ้าชาย เขาคงจะไม่มีค่าน่ามองแม้แต่นิดเดียว!

นี่คือคู่ปรับที่น่ากลัวจริงๆ!

“เรื่องนี้ต้องรายงานเบื้องบน!” เจิ้งหยวนซานครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวทันที “จากข้อมูลที่เราได้มาในหลายๆด้าน ตอนนี้ขุมกำลังใต้ดินของหวางฉาวในจีน ถูกกวาดล้างไปเกือบหมดแล้ว แต่ขุมกำลังที่แฝงตัวอยู่เบื้องหน้าภายใต้ชื่อธุรกิจอื่นกลับขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มจะเป็นรูปเป็นร่างที่น่ากลัว นี่ไม่ใช่เรื่องที่เราจะตัดสินใจกันเองได้แล้ว ต้องรายงานขึ้นไป!”

จี้เฟิงพยักหน้า “ผมก็คิดแบบนั้นครับ ถึงได้มาหาลุงเจิ้งนี่แหละ”

เจิ้งหยวนซานอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “นายนี่มัน...”

เขาเข้าใจความหมายของจี้เฟิงทันที เรื่องนี้จี้เฟิงอาจจะเกี่ยวข้องด้วย แต่คนที่จะรายงานต้องเป็นเขา เพราะเขาคือรองผู้กำกับกรมตำรวจเมืองเจียงโจว เรื่องนี้อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของเขาพอดี

หากจี้เฟิงเป็นคนไปรายงานเอง ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกมองว่าเป็นการใช้เส้นสายแก้แค้นส่วนตัว หรืออาจจะมีคนนินทาว่าจี้เฟิงเอาเรื่องหวางฉาวมาอ้าง เพียงเพราะมีคนไปล่วงเกินนายน้อยตระกูลจี้เข้า เลยถูกยัดข้อหาและใส่ร้ายเอาได้ง่ายๆ

เมื่อคำนึงถึงเรื่องนี้ เจิ้งหยวนซานจึงไม่ปฏิเสธ เขาพยักหน้าและกล่าวว่า “ฉันจะเป็นคนรายงานเอง แต่ต้องรอให้สอบปากคำทุกคนให้เสร็จก่อน แล้วค่อยรวบรวมหลักฐานและผลการสอบสวนสรุปเป็นเอกสารเพื่อส่งรายงานขึ้นไป”

จี้เฟิงกล่าวว่า “เรื่องนั้นไม่มีปัญหาครับ ตอนนี้เหลือนักฆ่ากับมนุษย์ดัดแปลงอีกสองคนที่ยังไม่ได้สอบสวน ส่วนอีกสี่คนรวมถึงอิชิดะ โอโนะ และเฉิงฮ่าวไท่ ผมได้จัดการสอบสวนไปแล้ว และหลี่ลู่หนานก็เข้าไปสอบสวน ตามระเบียบเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ก็เหลือแค่สอบปากคำพวกที่เหลือเท่านั้นครับ”

เจิ้งหยวนซานพยักหน้า “วางใจเถอะ เรื่องพวกนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง”

“ลุงเจิ้งพูดแบบนี้ ผมก็วางใจครับ!” จี้เฟิงยิ้มพยักหน้า จากนั้นเขาก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ “ลุงเจิ้งครับ ผมมีอีกเรื่องอยากถามหน่อย”

“ว่ามาสิ” เจิ้งหยวนซานยิ้มรับ

“ผมอยากรู้ว่า ตอนนี้ลุงเจิ้งเริ่มเตรียมตัวสำหรับการย้ายไปประจำการที่ หนานเยว่แล้วใช่ไหมครับ?” จี้เฟิงถามยิ้มๆ

“หืม?”

เจิ้งหยวนซานชะงักไปครู่หนึ่ง มองจี้เฟิงด้วยความประหลาดใจ “ทำไมจู่ๆ ถึงถามเรื่องนี้ล่ะ?”

จี้เฟิงยิ้มตอบ “เร็วๆนี้ผมอาจจะต้องไปหนานเยว่สักหน่อย เลยอยากให้ลุงเจิ้งช่วยครับ ลุงเจิ้งครับตอนนี้เหลือแค่รอคำสั่งย้ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น แต่ก่อนหน้านั้นลุงคงเริ่มงานเตรียมความพร้อมไปบ้างแล้วใช่ไหม?”

ในแวดวงข้าราชการ ตราบใดที่คำสั่งย้ายยังไม่ออกมาอย่างเป็นทางการอะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ การที่เจิ้งหยวนซานจะได้ย้ายไปหนานเยว่ ก็แทบจะเป็นเรื่องที่นอนมาแล้ว

ในสถานการณ์แบบนี้ เพื่อให้เจิ้งหยวนซานสามารถเริ่มงานและกุมอำนาจในกรมตำรวจประจำมณฑลให้ได้เร็วที่สุดเมื่อไปถึงหนานเยว่ เขาต้องส่งคนล่วงหน้าไปสืบหาข้อมูล หรือฝังผู้ช่วยบางคนเอาไว้ก่อน ซึ่งนี่เป็นเรื่องปกติที่ทำกัน

และสิ่งที่จี้เฟิงต้องการ ก็คือความช่วยเหลือจากคนที่เจิ้งหยวนซานส่งไปนั่นเอง

“มีเรื่องอะไรกันแน่ เล่าให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม?” เจิ้งหยวนซานถาม เขาไม่ได้ปฏิเสธ ซึ่งนั่นเท่ากับเป็นการยอมรับกลายๆ ว่าเขาได้ส่งคนไปหนานเยว่แล้วจริงๆ

“ผมอาจจะต้องพาคนไป ‘ทำกิจกรรม’ ที่หนานเยว่สักหน่อยครับ!” จี้เฟิงกล่าว

“จี้เฟิงนายจะไปวุ่นวายอะไรที่นั่นอีกหรือเปล่า?” เจิ้งหยวนซานตกใจไม่น้อย ครั้งที่แล้วจี้เฟิงพาคนไปถล่มหนานเยว่จนสั่นสะเทือนไปทั้งมณฑล คราวนี้จะไป ‘ทำกิจกรรม’ อะไรอีก?

“ไม่ใช่อย่างที่ลุงคิดหรอกครับ” จี้เฟิงยิ้มบางๆ แล้วกล่าวต่อว่า “ผมรู้ที่กบดานของเจ้าชายแล้ว ผมจะไปจัดการไอ้คนลึกลับนั่นให้สิ้นซาก!”

....จบบทที่ 1673~

จบบทที่ บทที่ 1673 (795) ขุมกำลังที่อยู่เบื้องหน้า (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว