- หน้าแรก
- ฮ่องเต้องค์นี้เลว แถมยังห่วยแตก
- บทที่ 4 เขายังอายุแค่ห้าสิบกว่าๆ ยังหนุ่มอยู่เลย!
บทที่ 4 เขายังอายุแค่ห้าสิบกว่าๆ ยังหนุ่มอยู่เลย!
บทที่ 4 เขายังอายุแค่ห้าสิบกว่าๆ ยังหนุ่มอยู่เลย!
บทที่ 4 เขายังอายุแค่ห้าสิบกว่าๆ ยังหนุ่มอยู่เลย!
“เจ้ารู้หรือเปล่า? เมื่อเช้านี้... อดีตฮ่องเต้ทรงปรากฏพระองค์!”
“จริงหรือ? เกิดอะไรขึ้น?”
“เขาเล่ากันว่า อดีตฮ่องเต้ทรงทนไม่ได้ที่นางปีศาจฮองไทเฮาก่อความวุ่นวายในราชสำนัก เลยเข้าสิงร่างฝ่าบาทองค์ปัจจุบัน แล้วด่ากราบนางปีศาจนั่นเสียยับเยิน! ด่าจนนางเป็นลมล้มพับไปตรงนั้นเลย!”
“เรื่องจริงหรือเปล่าเนี่ย?”
“จริงแท้แน่นอน คิดดูสิ ปกติฝ่าบาททรงกตัญญูเป็นที่สุด แต่วันนี้ทำไมถึงระเบิดอารมณ์ออกมาได้ขนาดนั้น?”
เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าแต่ก่อนฮ่องเต้มีนิสัยอย่างไร!
“แล้วยังว่ากันว่า นางปีศาจนั่นเคยทำเรื่องบัดสีต่อหน้าป้ายพระวิญญาณของอดีตฮ่องเต้ด้วยนะ ถามหน่อยเถอะ นอกจากคนที่แอบทำกันเองแล้ว ใครจะไปรู้เรื่องแบบนี้? ก็คงมีแต่... อดีตฮ่องเต้ใช่ไหมล่ะ?”
“ซี๊ด... เจ้าพูดมีเหตุผล!”
ณ จวนอัครเสนาบดี ฮั่วเสี่ยนเฉิน อัครเสนาบดีคนปัจจุบันนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักพลางขมวดคิ้วมุ่น
ฮั่วเจวี๋ย บุตรชายคนโตเอ่ยถามอย่างกังวล
“ท่านพ่อ นิสัยใจคอของฮ่องเต้น้อยเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนในวันนี้ หรือจะเป็นอย่างข่าวลือที่ว่าอดีตฮ่องเต้...”
“สงบสติอารมณ์หน่อย!”
ฮั่วเสี่ยนเฉินกระแทกถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะ!
“ข้าบอกเจ้ากี่ครั้งแล้วว่าให้สุขุมเมื่อเผชิญหน้ากับวิกฤต ดูเจ้าสิ ข้าจะฝากฝังทุกอย่างของตระกูลฮั่วไว้ที่เจ้าได้ยังไง!”
ฮั่วเจวี๋ยรีบก้มหน้าทันที “คำตำหนิของท่านพ่อถูกต้องแล้วครับ!”
“อย่างที่โบราณว่าไว้ ‘วิญญูชนไม่เอ่ยถึงเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์และวิญญาณ’ เรื่องไร้สาระพวกนี้ไม่ต้องพูดถึงมันอีก!”
เขาปากก็ว่าอย่างนั้น แต่ในใจกลับไม่สงบเลย เพราะอาณาจักรต้าฉินนั้นมีความเชื่อเรื่องเทพเจ้าและดวงวิญญาณอย่างแรงกล้า!
“แล้ว... เรื่องฮ่องเต้น้อยล่ะครับ?”
“มันต้องมีเงื่อนงำบางอย่าง อย่าเพิ่งขยับเขยื้อนสุ่มสี่สุ่มห้า นังผู้หญิงคนนั้นโง่เขลา หลังจากโดนไปขนาดนี้ นางไม่มีทางอยู่เฉยแน่”
“ข้าจะฆ่ามัน!”
ภายในพระราชวังฉางเล่อ ฮองไทเฮากำลังอาละวาดทำลายข้าวของอย่างบ้าคลั่ง!
นางเดิมทีคิดว่าหลังจากเรื่องเมื่อเช้า เจ้าเด็กนั่นจะต้องโดนรุมประณาม
แต่ใครจะไปรู้ว่าสุดท้ายกลายเป็นนางเองที่โดนสาปแช่ง!
แถมมันยังแฉความลับของนางอีก!
“ไอ้สารเลวนั่น มัน... มันกล้าดูหมิ่นข้าขนาดนี้! ข้าจะให้มันตาย! ข้าต้องการให้มันตาย!”
“ฮองไทเฮา!”
ขันทีหนุ่มรูปงามคนหนึ่งพลันโผล่เข้ามากอดนางไว้!
“ฮองไทเฮา อย่าเพิ่งวู่วามพะยะค่ะ! ไอ้เด็กนั่นไม่มีใคร ไม่มีอำนาจ มันก่อเรื่องใหญ่ไม่ได้หรอก!”
“อวิ๋นชวน ยอดรักของข้า! เด็กดีของข้า ข้ามีเพียงเจ้าเท่านั้น! มีเพียงเจ้าที่ดีกับข้า!”
ฮองไทเฮาประคองใบหน้าของขันทีน้อยพลางจุมพิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
ทว่านางกลับมองไม่เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความรำคาญบนใบหน้าของขันทีผู้นี้เลย!
“ยอดรัก ข้าทนไม่ไหวแล้ว ทำไมไอ้เด็กนั่นถึงได้นั่งบนบัลลังก์? ข้าต้องการให้ลูกของเราได้นั่งบนนั้น!”
“ฮองไทเฮา ท่านจะวู่วามไม่ได้เด็ดขาด! เราไม่ได้วางยาพิษมันอยู่หรือ? รอให้ยาพิษออกฤทธิ์ก่อนค่อยว่ากันดีไหมพะยะค่ะ?”
อวิ๋นชวนเหงื่อตก เขาเขารู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงคนนี้โง่ แต่ไม่นึกว่าจะโง่ขนาดนี้!
เพิ่งจะมีเรื่องกัน แล้วอีกวันฮ่องเต้ตาย ใครเขาก็รู้ว่าเป็นฝีมือใคร!
แล้วลูกของพวกเขาจะขึ้นครองราชย์ได้ยังไง?
“ไม่ต้องห่วง ข้าเตรียมการไว้หมดแล้ว เราจะประกาศว่านี่คือโอรสนอกสมรสของอดีตฮ่องเต้ที่ถูกทิ้งไว้ข้างนอก! เพียงเท่านี้ ราชวงศ์ฉินทั้งหมดก็จะเป็นของเรา!”
ฮองไทเฮากล่าวอย่างตื่นเต้น!
อวิ๋นชวนอึ้งกิมกี่... ไม่นะ ท่านคิดว่าคนในราชสกุลเป็นเพียงหุ่นโชว์หรือไง?
แล้วเสนาบดีผู้สำเร็จราชการทั้งสามคนข้างนอกนั่นไม่มีทางยอมแน่!
“คืนนี้ ข้าจะส่งคนไปกำจัดไอ้สารเลวนั่น แล้วพรุ่งนี้เราจะเชิญลูกของเราขึ้นครองราชย์!”
“แต่ ฮองไทเฮา เรื่องนี้...”
“ยอดรัก ไม่ต้องห่วง พอไอ้เด็กนั่นตาย ข้าจะยกมเหสีทั้งสามของมันให้เจ้า! ถึงตอนนั้น ทั้งฮองไทเฮา ฮองเฮา และพระสนม จะได้อยู่ปรนนิบัติเจ้าพร้อมหน้า...”
พออวิ๋นชวนได้ยินเช่นนั้น เขาก็รู้สึกร้อนวูบขึ้นมาทันที เดิมทีเขาก็เป็นคนมักมากอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าลอบสังวาสกับฮองไทเฮา แถมยังทำหน้าป้ายวิญญาณอดีตฮ่องเต้อีก... ถ้าเป็นอย่างที่ว่า มันก็น่าเสี่ยง!
บวกกับฮองไทเฮาบอกว่าเตรียมการไว้พร้อมแล้ว... เอาวะ ทำก็ทำ!
“ตามราชโองการของฮองไทเฮา อิ๋งอี้ขาดความกตัญญู ดูหมิ่นฮองไทเฮา และทารุณกรรมข้ารับใช้ จึงมีคำสั่งให้กักบริเวณอิ๋งอี้เป็นเวลาห้าวัน และให้คัดลอก 'คัมภีร์กตัญญู' หนึ่งร้อยจบ จบราชโองการ!”
อวิ๋นชวนวางราชโองการในมือลง พลางมองอิ๋งอี้ด้วยรอยยิ้มกึ่งเยาะ
ข้างหลังเขามีองครักษ์ร่างกำยำหลายคนยืนคุมเชิงอยู่
“ฝ่าบาท เชิญพะยะค่ะ!”
เขาคาดหวังจะเห็นฮ่องเต้น้อยร้องห่มร้องไห้ แต่กลับต้องแปลกใจที่พบว่าดวงตาของเด็กหนุ่มคนนั้นเปล่งประกายราวกับหลอดไฟ!
“โอ้ เสี่ยวเฉา ดูเหมือนคืนนี้จะเป็นเวลาที่เราต้องจากกันเสียแล้ว! ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวข้าจะไปเข้าฝันเจ้าจากข้างล่างนั่น!”
พูดจบ เขาก็ไม่สนแม้แต่จะใส่รองเท้า รีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปหา
“เอาล่ะพวกเจ้า ไปกันเถอะ!”
อวิ๋นชวน: “...”
“เดี๋ยวก่อน!”
คนที่เอ่ยปากขัดขึ้นคือ มหาขันทีเฉา นั่นเอง!
“ขันทีอวิ๋น ท่านคิดจะพาฝ่าบาทไปที่ไหน?”
“ตำหนักเหนือ!”
ตำหนักเหนือที่ว่านี้ไม่ใช่ตำหนักเฉพาะเจาะจง แต่หมายถึงกลุ่มตำหนักทางทิศเหนือซึ่งเป็นเขตตำหนักร้างของราชวงศ์ฉิน!
“ไม่ได้ ฝ่าบาททรงเป็นโอรสสวรรค์ และเพิ่งจะหายจากอาการประชวรหนัก จะให้เสด็จไปยังสถานที่โสโครกเช่นนั้นได้อย่างไร?”
“ขันทีเฉา นี่คือราชโองการของฮองไทเฮา”
แววตาของอวิ๋นชวนเย็นเยียบขึ้นมาทันที!
“บ่าวย่อมเคารพในราชโองการของฮองไทเฮา แต่พระพลานามัยของฝ่าบาทสำคัญที่สุด ดังนั้น บ่าวเห็นว่าควรจะกักบริเวณพระองค์ไว้ในห้องบรรทมแทนจะดีกว่าหรือไม่?”
ไม่ใช่ว่ามหาขันทีเฉาจะนึกใจดีขึ้นมาหรอก แต่ประเด็นคือเขากลัว!
ไม่ใช่กลัวว่าอิ๋งอี้จะฆ่าตัวตาย เพราะถ้าอิ๋งอี้โดนกักบริเวณไปแล้ว จะเป็นจะตายก็ไม่เกี่ยวกับเขา
เดิมทีเขาอยู่ข้างฮองไทเฮา ใครจะทำอะไรเขาก็พร้อมร่วมมือเพื่อรอรับเงิน!
แต่ปัญหาคือ เขาได้ยินข่าวลือที่แพร่สะพัดอยู่ข้างนอก!
โดยเฉพาะประโยคที่ว่า อิ๋งอี้ถูกอดีตฮ่องเต้เข้าสิง!
พอนึกถึงความเป็นไปได้นี้ ขนหัวเขาก็ลุกซู่ขึ้นมาทันที!
เขารู้สึกว่ามันเป็นไปได้มาก เพราะฮ่องเต้น้อยเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเพียงชั่วข้ามคืน ถ้าไม่ใช่โดนสิงแล้วจะเป็นอะไรไปได้?
และที่สำคัญ อิ๋งอี้เอาแต่พยายามจะฆ่าตัวตาย หรือว่าเขากำลังหาทางกลับไปยมโลกด้วยวิธีนี้?
ที่จริงถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีไป แต่ประเด็นคืออิ๋งอี้เอาแต่บอกว่าจะ จองที่ไว้รอเขาข้างล่างนั่น!
เขายังไม่อยากลงไปเร็วขนาดนั้น! เขาเพิ่งอายุแค่ห้าสิบกว่าๆ ยังหนุ่มแน่นอยู่เลย!
“แบบนั้นก็ได้! แต่อองครักษ์ของข้าสองสามคนนี้จะอยู่ที่นี่เพื่อ 'คุ้มครอง' ฝ่าบาท!”
“ได้ ไม่มีปัญหา โอ้ จริงด้วย เสี่ยวอวิ๋นใช่ไหม? คืนนี้ตอนเจ้ามา ช่วยพกอาวุธมาเยอะๆ หน่อยนะ เอามาให้ครบเลยทั้ง ดาบ หอก ทวน ขวาน ง้าว ตะขอ พลอง! ข้ารับมือไหว!”
อวิ๋นชวน: “...”
หัวใจของเขาเต็นระรัวทันที หรือว่าไอ้เด็กนี่จะรู้ว่าฮองไทเฮาจะลงมือคืนนี้?
อวิ๋นชวนมองใบหน้ายิ้มแย้มของอิ๋งอี้แล้วรู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าความลับทุกอย่างของเขาถูกมองทะลุปรุโปร่ง!
'ใจเย็นไว้ ฮองไทเฮาบอกว่าเตรียมการไว้แล้ว ต้องไม่มีปัญหาแน่!'
เขารีบเดินออกจากห้องบรรทมไปทันที อิ๋งอี้เหลือบมองมหาขันทีเฉา!
“เสี่ยวเฉา เจ้าไม่ต้องอยู่ที่นี่แล้วล่ะ คืนนี้ข้าจะไปแล้ว เจ้าอยากไปทำอะไรก็ไปเถอะ ถ้าเจ้าอยู่ตรงนี้ พวกนั้นจะลงมือลำบาก!”
“ฝ่าบาทล้อเล่นแล้ว บ่าวชราผู้นี้เป็นข้ารับใช้ของท่าน ท่านอยู่ที่ไหน บ่าวก็อยู่ที่นั่น!”
มหาขันทีเฉาสั่นสะท้านไปทั้งตัว เพราะจากคำพูดของอิ๋งอี้ มันชัดเจนว่าอีกฝ่ายจะลงมือคืนนี้แน่!
นี่หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าอดีตฮ่องเต้ต้องทรงหยั่งรู้ไว้ล่วงหน้าแล้ว!
ต่อให้ไม่ใช่เรื่องหยั่งรู้ แต่อิ๋งอี้หาข้อมูลมาได้ด้วยวิธีที่พวกเขาไม่รู้ นั่นยิ่งน่าสยดสยองเข้าไปใหญ่!
ดังนั้นมหาขันทีเฉาจึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะอยู่ข้างกายอิ๋งอี้ไม่ไปไหนทั้งนั้น!
“เอาเถอะ ถ้าอย่างนั้นข้าหิวแล้ว ไปหาอะไรให้ข้ากินหน่อย คืนนี้เราคงไม่ได้นอนกันแน่!”