- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน ชีวิตเกมที่โคตรโกงของฉัน
- บทที่ 15 การตัดสินใจของฉินจิงหรู
บทที่ 15 การตัดสินใจของฉินจิงหรู
บทที่ 15 การตัดสินใจของฉินจิงหรู
บทที่ 15 การตัดสินใจของฉินจิงหรู
เมื่อได้เห็นท่าทางที่ดูสับสนของฉินจิงหรู หยางเทาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยกระเซ้าออกมา "นั่นแหละ ถ้าเธอกินมันเข้าไปแล้ว เธอต้องแต่งงานกับฉันนะ ถึงตอนนี้จะไม่กินก็ไม่ทันเสียแล้วล่ะ"
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ฉินจิงหรูก็ยื่นมือเล็กๆ ของเธอออกไปหยิบองุ่นในชามมากินอีกครั้ง
"ครอบครัวของฉันอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลฉิน เขตฉางผิง ฉันมีพี่ชายสองคนและพี่สาวหนึ่งคน ฉันเป็นลูกคนเล็ก พี่ชายคนโตแต่งงานแล้ว พี่ชายรองยังไม่ได้แต่ง ส่วนพี่สาวของฉัน..."
จิงหรูเจื้อยแจ้วเรื่องราวของตนเองและครอบครัวในขณะที่เธอกินไปด้วย
หยางเทายื่นมือไปหยิบเนื้อวัวชิ้นหนึ่งเข้าปาก แล้วอธิบายสถานการณ์ของตนเองคร่าวๆ แน่นอนว่าเงื่อนไขที่ปรากฏภายนอกของเขานั้นดูไม่จืดเลยจริงๆ สำหรับชีวิตในเมือง
"ตอนแรกฉันวางแผนว่าจะเลี้ยงมื้อค่ำเธอดีๆ สักมื้อคืนนี้ แต่ฝีมือทำอาหารของฉันมันมีแต่จะทำให้เสียของเสียเปล่าๆ เออ จริงสิ เธาตุ๋นไก่เป็นไหม"
"ฉันไม่เคยตุ๋นเลยค่ะ..."
น้ำเสียงของจิงหรูดูลังเลเล็กน้อยยามที่เธอกล่าวเช่นนี้
ในหมู่บ้านมีการเลี้ยงไก่ก็จริง แต่แม้แต่แม่ไก่แก่ที่ออกไข่ไม่ได้แล้ว ส่วนใหญ่ก็มักจะถูกนำไปขายทิ้ง ผู้คนหาได้ยากนักที่จะนำมาปรุงกินเอง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสถานการณ์ในช่วงสามปีที่ผ่านมานี้เลย
เมื่อได้ยินดังนั้น หยางเทาก็เดาะลิ้นแล้วพูดว่า
"ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจัดการเอง"
จิงหรูมองไปที่ชามอีกใบบนโต๊ะแล้วถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ ว่า "พี่คะ เนื้อในชามนี้ราคาเท่าไหร่หรือคะ"
"เนื้อวัวราคาขายตามระบบคือจินละ 6 เหมา แต่นั่นต้องใช้คูปองด้วยนะ ส่วนราคาในตลาดมืดฉันก็ไม่แน่ใจนัก แต่ถ้าเป็นเนื้อปรุงสำเร็จแบบนี้ จินละสามถึงห้าหยวนก็น่าจะไม่มีปัญหา"
"พี่คะ พี่ไม่ใช่คนชอบตบตีเมียใช่ไหมคะ"
แค่ของว่างสองอย่างนี้ราคาก็ปาเข้าไปกว่า 10 หยวนแล้ว แม้แต่การเลี้ยงข้าวในวัน 'ดูตัว' จริงๆ ถ้ามีราคาถึงสามหยวนก็นับว่าเป็นมื้ออาหารที่หรูหรามากแล้ว เพราะการดูตัวก็ใช่ว่าจะรับประกันความสำเร็จเสมอไป
บางครั้งไก่ตุ๋นหนึ่งตัวและหมูสามชั้นน้ำแดงหนึ่งจานบนโต๊ะ ยังมีราคาสูงกว่าค่าสินสอดในหมู่บ้านตอนนี้เสียอีก
"กินไปเถอะ เดี๋ยวพี่สะใภ้ของเธอก็คงจะมาถึงแล้ว"
เมื่อได้ยินคำพูดของหยางเทา จิงหรูไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอรับตะเกียบที่เขายื่นให้และเริ่มกินอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย
อาหารที่มีไขมันนั้นหาได้ยากยิ่งในยุคสมัยนี้ ถึงแม้เนื้อวัวจะไม่หอมหวลเท่าเนื้อหมู แต่มันก็คือเนื้อ
เมื่อมองไปยังจิงหรูที่ยังมีใบหน้าดูซูบเหลือง หยางเทาก็เริ่มมีแผนการพัฒนาอยู่ในใจแล้ว
หลังจากจิงหรูกินเนื้อจนหมด หยางเทาก็ไม่เกรงใจ ชี้ไปที่ถังน้ำในห้องแล้วพูดว่า "ล้างชามนั่นซะ แล้วเอาไปเก็บในตู้ อ้อ ในตู้นั่นมีปิ่นโตอยู่สองเถา เอาออกมาด้วยนะ"
เมื่อได้ยินคำสั่งของหยางเทา จิงหรูลุกขึ้นโดยสัญชาตญาณ เธอหยิบชามเดินไปที่ถังน้ำ ตักน้ำขึ้นมาล้างจนสะอาด จากนั้นก็นำชามไปที่ตู้แล้วเปิดออก
เมื่อได้เห็นธัญพืชสองถุง ไข่ไก่นับสิบฟอง แม่ไก่แก่สองตัวที่ถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา และแตงโมลูกโตหนึ่งลูกที่อยู่ข้างใน
จิงหรูรีบเอามือปิดปากของเธอไว้ เธอวางชามในตู้อย่างระมัดระวัง หยิบปิ่นโตออกมา ปิดประตูตู้ แล้วรีบวิ่งกลับมาที่ข้างกายหยางเทา
"พี่คะ พี่..."
"ฉันเก็บไว้ให้เธอกินนั่นแหละ ขอแค่เธอเป็นเด็กดีก็พอ"
จิงหรูรีบพยักหน้าหงึกๆ ราวกับไก่จิกข้าว ในเวลานี้ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเลื่อมใสในตัวหยางเทา
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้คือสิ่งที่หยางเทาวางแผนไว้
หากผู้ชายไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจ ไม่มีรูปร่างหน้าตา และไม่มีความสามารถ เขาก็มักจะโทษว่าผู้หญิงนั้นเห็นแก่เงิน
ขนาดเหออวี่จู้ยังรู้เลยว่าอาสะใภ้รองของตือโป๊ยก่ายนั้นไม่สวย
เขาเปิดปิ่นโตออก ซึ่งข้างในมีหัวไชเท้าตุ๋นที่เหลือจากมื้อเที่ยงและหมั่นโถวธัญพืชรวมหนึ่งลูก
"นี่คือของที่เหลือจากมื้อเที่ยงที่โรงงาน พอพี่สะใภ้เธอมาถึง ก็แกล้งทำเป็นกินเจ้านี่ซะ เดี๋ยวฉันจะพาเธอออกไปเดินเล่นข้างนอก"
"อื้อ"
จิงหรอมองไปที่หยางเทา เธอเป็นคนฉลาด แม้จะมีความอยากรู้อยากเห็นท่วมท้น แต่เธอก็รู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควรถาม
ทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่พักหนึ่ง หยางเทาก็พลันตระหนักได้ว่าแม้สาวน้อยคนนี้จะไม่ได้มีการศึกษาสูงนัก แต่บุคลิกของเธอก็นับว่าดีไม่น้อย เธอไม่มีท่าทางขี้ขลาดตาขาวเหมือนเด็กสาวจากชนบททั่วไป
หลังจากนั้นไม่นาน
ฉินหวยหรูเดินมาจากลานกลาง ทันทีที่มาถึง เธอก็เห็นจิงหรูถือตะเกียบกำลังกินหัวไชเท้าจากปิ่นโต
เธอนึกออกทันทีว่าเป็นของเหลือจากโรงอาหารมื้อเที่ยง เพราะเธอก็กินสิ่งนี้เป็นมื้อเที่ยงเช่นกัน
"จิงหรู ที่บ้านเตรียมข้าวเย็นไว้เสร็จแล้วนะ..."
"พี่คะ ฉันอิ่มแล้วค่ะ ฉันอยากออกไปเดินเล่นกับแฟน ฉันจะรีบกลับมานะคะ"
เมื่อได้ยินคำพูดของจิงหรู ฉินหวยหรูก็มองเธอด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา
"ยัยเด็กโง่ พูดอะไรออกมาน่ะ! เขาไปเป็นแฟนแกตั้งแต่เมื่อไหร่กัน"
"ฉันว่าพี่หยางเขาดีมากเลยค่ะ เขายังเลี้ยงข้าวฉันด้วย..."
เมื่อมองดูหัวไชเท้าตุ๋นแฉะๆ บนโต๊ะ แม้ว่าฉินหวยหรูจะไม่รู้จักประโยคที่ว่า "มันเกิดบ้าอะไรขึ้น" แต่อารมณ์ของเธอในตอนนี้ก็คือความรู้สึกนั้นนั่นเอง
เดิมทีเธอตั้งใจจะใช้ลูกพี่ลูกน้องของเธอเป็นเหยื่อล่อเท่านั้น แต่ใครจะไปคิดว่าปลาจะงับไปทั้งคันเบ็ดแบบนี้!
"เสี่ยวหยาง นาย..."
"พี่สะใภ้ คนเรามันก็แปลกอย่างนี้แหละ ผมกับจิงหรูเราแค่ถูกชะตากัน พี่จะทำอะไรได้ล่ะครับ"
สีหน้าที่ดูภูมิอกภูมิใจของหยางเทา ประเภทที่ได้ของถูกแล้วยังมาทำเป็นไขสือ ทำให้ฉินหวยหรูโกรธจนฟันแทบหัก แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้
"ถ้าอย่างนั้น เสี่ยวหยาง ไก่นั่น..."
"จะรีบร้อนไปทำไมล่ะครับ เมื่อถึงเวลาที่เราแต่งงานกัน ผมให้พี่แน่นอน แต่ถ้าระหว่างนี้จิงหรูเกิดไม่ชอบผมขึ้นมาล่ะ"
ประโยคเดียวปัดเรื่องนี้ออกไปไกลถึงอีกสองปีข้างหน้า ฉินหวยหรูสูดลมหายใจเข้าลึก จนทำให้ 'หมั่นโถว' ขนาดมหึมาของเธอขยายขนาดขึ้นมาอีกระดับ
"ก็ได้... จิงหรู แกต้องคิดเรื่องนี้ให้ดีๆ นะ!"
"พี่คะ ฉันคิดดีแล้วค่ะ"
จิงหรูรู้สึกว่าหยางเทาเป็นคนมีความสามารถ ในยุคสมัยนี้ ผู้หญิงไม่ได้มีทางเลือกมากนัก ขอเพียงผู้ชายสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ เขาก็คือผู้ชายที่ดีแล้ว!
"ตกลง ฉันไม่รบกวนพวกแกแล้ว ฉันจะกลับก่อน คืนนี้แกก็กลับเองแล้วกัน"
"อื้อ"
เมื่อมองฉินหวยหรูเดินจากไป หยางเทาก็ยิ้มแล้วลูบหัวจิงหรูเบาๆ ก่อนจะหยิบเมล็ดแตงโมขึ้นมาหนึ่งกำมือใส่มือเธอแล้วพูดว่า "เธอไปรอฉันที่หน้าประตูก่อนนะ เดี๋ยวฉันจัดของเสร็จแล้วจะตามออกไป"
"ค่ะ"
หลังจากจิงหรูออกไปแล้ว หยางเทาก็เดินไปที่ตู้แล้วกวาดทุกอย่างข้างในใส่เข้าไปในเป้สะพายหลังของเขา
สำหรับเขา เป้สะพายหลังเป็นทั้งตู้เซฟและตู้เย็นรวมกัน หลังจากล็อคประตูแล้ว หยางเทาก็พาจิงหรูเดินออกจากบ้านพักรวมไป... วันรุ่งขึ้น
ระหว่างทางไปทำงาน หยางเทาพูดคุยกับอี้จงไห่ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า ในขณะที่ฉินหวยหรูซึ่งมีเครื่องหมายตกใจสีทองอยู่บนหัวและใบหน้าที่บึ้งตึง เดินตามหลังหยางเทามา
"ความสงสัยของฉินหวยหรู"
"จากการที่เธอรู้จักลูกพี่ลูกน้องของเธอ ถึงจิงหรูจะดูซื่อๆ ไปบ้าง แต่มันเป็นไปไม่ได้เลยที่คนซึ่งมีเงื่อนไขอย่างเจ้าของร่างจะหลอกเธอได้ง่ายๆ แต่เมื่อคืนเธอถามน้องสาวอยู่นาน น้องสาวของเธอก็ยืนกรานแต่ว่าเจ้าของร่างนั้นหล่อเหลา"
"เงื่อนไขภารกิจ: อธิบายให้ฉินหวยหรูฟังว่าเจ้าของร่างจัดการหลอกฉินจิงหรูได้อย่างไร"
"รางวัลภารกิจ: 200 คะแนนประสบการณ์"
"เสบียงรางวัล: เลือกหนึ่งจากสี่รายการ"
"น้ำผึ้ง 5 ขวด"
"เค้กวันเกิดสองชั้นขนาด 32 นิ้ว 1 ก้อน"
"หนังสือพื้นฐานการเดินสายไฟ 2 เล่ม"
"แป้งสาลี 10 จิน"
ของรางวัลนั้นช่างเย้ายวนใจ แต่หยางเทากลับเพิกเฉยต่อมันโดยสิ้นเชิง
เขาสามารถหาคะแนนประสบการณ์ 200 คะแนนได้จากการกวาดพื้นในบ้านพักรวมและที่โรงงาน ทำไมเขาต้องไปโชว์พาวต่อหน้าฉินหวยหรูด้วยล่ะ เขาไม่มีความตั้งใจที่จะทำตัวเป็นพ่อสื่อแม่ชักเสียหน่อย