- หน้าแรก
- เกิดใหม่มาเห็นดาวโรงเรียนขโมยของ ผมเลยแจ้งตำรวจจับคาหนังคาเขาซะเลย
- บทที่ 16: บรรลุข้อตกลง
บทที่ 16: บรรลุข้อตกลง
บทที่ 16: บรรลุข้อตกลง
ในช่วงครึ่งเดือนต่อมา ทุกอย่างดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างมาก การผ่าตัดของคุณย่าประสบผลสำเร็จด้วยดี และลุงใหญ่ก็ได้พาท่านกลับไปพักฟื้นที่บ้านเกิดเรียบร้อยแล้ว สำหรับเฉินฟานเอง ทุกอย่างก็ราบรื่นไม่แพ้กัน
อย่างแรก เขาใช้เงินเพียง 100 หยวนเพื่อกว้านซื้อบิตคอยน์จำนวน 3,000 เหรียญ ใช่ครับ ฟังไม่ผิดหรอก เงินแค่ 100 หยวนซึ่งถูกจนน่าเหลือเชื่อในตอนนั้น แน่นอนว่าเฉินฟานไม่ได้อาศัยจังหวะที่ราคามันถูกแสนถูกเพื่อกว้านซื้อมาเก็บไว้จนเกินพอดี นอกจากเหตุผลที่ว่าหากเขาถือครองมากเกินไปอาจทำให้กลุ่มทุนไม่ปั่นราคามันแล้ว เขายังมีความกังวลเรื่องความเสี่ยงด้วย ด้วยความรู้จากอนาคต เขารู้ดีว่าแม้จะมีการประโคมข่าวว่าบิตคอยน์นั้นไร้ศูนย์กลางและปลอดภัยขั้นสุด แต่หากสหรัฐฯ ต้องการจะตรวจสอบใครขึ้นมา พวกเขาก็ทำได้ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ หากเขาทำตัวโดดเด่นเกินไป ใครบางคนอาจหาข้ออ้างมายึดมันไปได้อย่างง่ายดาย และเมื่อถึงตอนนั้นเขาคงไม่มีแม้แต่ที่ให้ร้องไห้ แม้แต่บิตคอยน์ 3,000 เหรียญนี้ เฉินฟานก็ตั้งใจจะค่อยๆ ทยอยขายออกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพราะถึงอย่างไร มีเพียงเงินที่อยู่ในมือเท่านั้นที่เป็นความมั่งคั่งที่แท้จริง
อย่างที่สอง นิยายของเขาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม หลังจากเซ็นสัญญาได้ไม่นาน มันก็พุ่งเข้าสู่สิบอันดับแรกของอันดับนิยายใหม่ทันที น่าเสียดายที่เฉินฟานรีบร้อนปล่อยเนื้อหามากเกินไป ทำให้เขาพลาดโควตาการโปรโมตในหลายตำแหน่ง ปัจจุบัน ด้วยการโหมอัปเดตอย่างบ้าคลั่ง เขามียอดผู้ติดตามเพียงหมื่นต้นๆ แต่ถ้าทุกอย่างไปได้สวย ยอดสมัครสมาชิกในตอนแรกไม่น่าจะมีปัญหาในการแตะระดับสองพันคน และวันนี้ก็คือวันที่นิยายของเขาจะเริ่มเก็บค่าอ่านเป็นวันแรก
ในส่วนของเรื่องบ้าน ตอนนี้มันกลายเป็นสินค้าที่ผู้ซื้อจำนวนมากต่างแย่งชิงกัน เมื่อไม่กี่วันก่อน เฉินฟานขัดคำแนะนำของลุงใหญ่ด้วยการประกาศขายทั้งบ้านของเขาและบ้านของจางว่านโหรว ซึ่งดึงดูดความสนใจได้ในทันที หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมบ้านธรรมดาแค่สองหลังถึงสร้างความฮือฮาได้ขนาดนี้ มันช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะธรรมชาตของมนุษย์ก็เป็นเช่นนั้นเอง เมื่อราคาบ้านพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้คนต่างก็ไม่อยากขาย เพราะหวังว่าราคาจะไปต่อ ดังนั้น บ้านในอำเภอโว่หลงจึงตกอยู่ในภาวะขาดแคลนเสมอ และมีน้อยคนนักที่จะยอมปล่อยขายจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้น เขตที่พักอาศัยเต๋อซิ่งยังมีทำเลที่ตั้งยอดเยี่ยม และในเมื่อเฉินฟานเป็นเพียงนักเรียนมัธยมที่ไม่มีพ่อแม่หรือประสบการณ์ทางสังคม ใครๆ ต่างก็คิดจะมาเคาะประตูบ้านเขาเพื่อกดราคาในชั่วข้ามคืน
แต่น่าเสียดายที่คนพวกนี้ดีใจเร็วเกินไป ไม่มีใครคาดคิดว่าภายในร่างกายที่ยังดูเป็นวัยรุ่นของเฉินฟาน จะมีดวงวิญญาณที่ผ่านการเคี่ยวกรำจากสังคมมาอย่างโชกโชนซ่อนอยู่ ตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมา นอกจากจะไม่มีใครเอาเปรียบเขาได้แล้ว พวกเขาทุกคนกลับถูกเฉินฟานตกได้เหมือนปลาติดเบ็ด เหมือนกับ "ครูฝึกหวัง" ที่กำลังเดินดูบ้านอยู่ในตอนนี้ นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่เขามาที่นี่ นอกจากจะต่อรองราคาไม่ได้แล้ว ราคากลับยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเขาแทบจะกระอักเลือดด้วยความแค้นใจ
"น้องชาย พี่พอใจบ้านหลังนี้มากจริงๆ และอยากได้มันมาก เรามาตกลงกันที่ราคาเดิมตอนแรกได้ไหม? พี่พร้อมเซ็นสัญญาเดี๋ยวนี้เลย!" ครูฝึกหวังพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ ในฐานะครูสอนขับรถที่เพิ่งย้ายกลับมาบ้านเกิดและมีลูกที่กำลังจะเข้ามัธยมปลาย ความจำเป็นในการซื้อบ้านของเขาจึงเร่งด่วนมาก บ้านของเฉินฟานเป็นบ้านที่ทำเลดีที่สุดและราคาคุ้มค่าที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา และเขาไม่อยากจะพลาดมันจริงๆ
เฉินฟานส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด "อาหวังครับ ผมขอโทษจริงๆ แต่เมื่อวานมีคนเสนอราคาที่สูงกว่านี้มาให้ ผมแค่ไม่อยากเสียคำพูดที่รับปากอาไว้ก่อน ก็เลยยังไม่ได้ปรับราคาขึ้นน่ะครับ" นี่คือความจริง... แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ความจริงคือมีคนเสนอราคาสูงกว่าจริง แต่คนพวกนั้นท่าทางโยกโย้เรื่องการจ่ายเงินและดูไม่จริงใจ บางคนถึงกับเห็นว่าเขาเป็นเด็กเลยกะจะข่มขู่ด้วยการขอจ่ายเป็นใบสัญญาหนี้แทน มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะขายบ้านให้คนพวกนั้น สิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดคือความซื่อตรงของครูฝึกหวังที่อยู่ตรงหน้า และเขาตั้งใจจะปิดดีลให้ได้ในวันนี้
ครูฝึกหวังก็ได้ยินข่าวลือมาบ้าง นั่นคือเหตุผลที่เขารีบกลับมาอย่างร้อนรน หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งเขาก็พยัดหน้าอย่างขมขื่น: "ก็ได้ พี่ตกลง แต่ขอเวลาพี่รวบรวมเงินอีกนิดได้ไหม..." เฉินฟานยังคงส่ายหน้า "ผมเกรงว่าจะไม่ได้ครับอาหวัง ผมบอกอาตั้งแต่แรกแล้วว่าที่ผมขายบ้านเพราะผมต้องใช้เงินด่วนและรอได้ไม่นาน ใครพร้อมจ่ายเงินเร็วที่สุด ผมก็ต้องขายให้คนนั้น..."
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นได้จังหวะพอดี เฉินฟานส่งสายตาขอโทษให้ครูฝึกหวังแล้วเดินออกไปที่ระเบียง เพียงไม่กี่วินาที เสียงสนทนาแว่วๆ ก็ลอยเข้ามา เช่น: "บ้านทั้งสองหลังมีนัดดูเต็มหมดแล้วครับสำหรับพรุ่งนี้ คุณต้องรอวันมะรืนนะครับ..." "ยังไม่ได้ตกลงขายครับ แต่หลังหนึ่งครอบครัวเพื่อนร่วมชั้นของผมดูไว้แล้ว น่าจะจบที่พรุ่งนี้ครับ..." "คุณยอมจ่ายเพิ่มเพื่อให้ผมล็อกไว้ให้เหรอครับ? มันจะดูไม่ค่อยดีมั้ง... ผมขอคุยกับลูกค้าวันนี้ให้จบก่อนนะครับ"
ครูฝึกหวังเงี่ยหูฟังบทสนทนานั้นอย่างใจจดใจจ่อ เขาเดินพล่านไปรอบห้องนั่งเล่นด้วยความกระวนกระวาย นึกอยากจะกระชากโทรศัพท์เฉินฟานทิ้งไปเดี๋ยวนี้ เขาไม่เคยสงสัยเลยว่าเฉินฟานกำลังวางกับดัก หากเป็นผู้ใหญ่ที่เจ้าเล่ห์ พฤติกรรมปั่นประสาทแบบนี้อาจจะเป็นไปได้ แต่นี่เฉินฟานเป็นแค่เด็กมัธยมที่ยังไม่เคยเข้าสู่สังคม เขาจะไปรู้เล่ห์เหลี่ยมพวกนี้ได้ยังไง? ประกอบกับที่บ้านหลังนี้เป็นที่ต้องการจริงๆ ถ้าเขามัวแต่ลังเล คนอื่นอาจจะชิงตัดหน้าไปก่อนได้
ดังนั้น ทันทีที่เฉินฟานวางสายและเดินกลับมา ครูฝึกหวังก็รีบหยิบเงินมัดจำ 20,000 หยวนที่เตรียมไว้ในกระเป๋าออกมาทันที "น้องชาย พี่เอาหลังนี้แหละ ไม่ต้องเปิดให้ใครดูแล้วนะ!" เฉินฟานทำสีหน้าประหลาดใจและยังไม่ยอมยื่นมือไปรับเงิน เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง "อาหวังครับ ผมต้องขอย้ำไว้ก่อนนะว่า ถ้าอาจ่ายเงินส่วนที่เหลือไม่ทันตามกำหนด เงินมัดจำก้อนนี้จะไม่มีการคืนนะครับ และข้อกำหนดนี้จะถูกระบุไว้ในสัญญาด้วย" "ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา เอาตามที่เธอว่าเลย!" ครูฝึกหวังกำลังหน้ามืดตามัว เขาจึงยัดเงินใส่มือเฉินฟานโดยตรง เฉินฟานรับมันมาอย่างเสียไม่ได้ และหลังจากถูกรบเร้าให้เซ็นสัญญาโดยมีการบันทึกวิดีโอเป็นหลักฐาน ครูฝึกหวังถึงได้รู้สึกโล่งใจ
เมื่อบรรลุข้อตกลง ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีความสุข เฉินฟานเดินไปส่งครูฝึกหวังที่ประตู ก่อนจะจากกันเขานึกบางอย่างได้จึงถามขึ้นว่า "อาหวังครับ ที่โรงเรียนสอนขับรถของอาคิดค่าเรียนเท่าไหร่ครับ? ผมอยากจะสมัครเรียนพอดี" ครูฝึกหวังอารมณ์ดีจึงหัวเราะร่า "ราคาปกติคือ 3,200 แต่ถ้าเป็นนักเรียนเฉิน พี่ลดให้เหลือ 3,000 ถ้วนเลย" เฉินฟานยังคงต่อรองต่อ "ผมขับรถเป็นอยู่แล้วครับ และผมยังแนะนำเพื่อนร่วมชั้นให้อาได้อีกหลายคนเลยนะ อาลดให้อีกหน่อยได้ไหมครับ?" "ได้สิ ถ้าเธอสอบผ่านในครั้งเดียว พี่จะลดให้อีก 200 หยวน และถ้าเธอแนะนำเพื่อนมา พี่จะให้ค่าแนะนำหัวละ 100 หยวน ส่วนเพื่อนที่เธอพามา พี่ก็คิดราคาถูกกว่าปกติให้อีก 200 หยวนด้วย" ครูฝึกหวังกำลังต้องการนักเรียนเพื่อสร้างชื่อเสียง นี่เป็นสถานการณ์ที่ได้ประโยชน์ทั้งคู่ เขาจึงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ
เฉินฟานทำมือโอเค ส่งครูฝึกหวังเสร็จเขาก็เดินกลับเข้าไปในบ้านของจางว่านโหรว วันนี้จางว่านโหรวหยุดงานและกำลังง่วนอยู่ในครัวเพื่อตุ๋นเนื้อ กลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยออกมานั้นช่างยั่วน้ำลายเสียจริง เฉินฟานเดินเข้าไปในครัวและเห็นจางว่านโหรวสวมเสื้อยืดตัวหลวม หยดเหงื่อใสไหลรินลงมาตามลำคอระหง ผ่านไหปลาร้าที่สวยงาม และหายลับเข้าไปในสาบเสื้อที่ดูลึกลับ
"พี่ว่านโหรว ทำอะไรกินเหรอครับ? ทำไมกลิ่นหอมขนาดนี้?" เฉินฟานก้าวเข้าไปใกล้พลางสูดดมกลิ่นหอม ใครจะคิดว่าจางว่านโหรวจะตกใจแล้วถอยหลังหนีไปสองก้าว ใบหน้าสวยของเธอเต็มไปด้วยท่าทีระแวดระวัง บรรยากาศพลันเปลี่ยนเป็นความอึดอัดทันที เฉินฟานถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ นี่คือผลกรรมจากการวู่วามของเขาครั้งก่อน วันนั้นเขาตั้งใจจะแค่กอดจางว่านโหรว แต่สันดานเสียดันกำเริบจนเผลอจูบเธอเข้า น่าเสียดายที่ตอนนั้นจางว่านโหรวเบี่ยงหลบไปนิดหน่อย เขาเลยจูบโดนแค่แก้มเนียนใสของเธอเท่านั้น ไม่อย่างนั้น ทั้งคู่คงเสียจูบแรกให้แก่กันไปแล้ว
"หึๆ พี่ว่านโหรว ผมจะไปเล่นเน็ตหน่อยนะ ถ้ามีใครมาดูบ้าน พี่โทรหาผมทันทีเลยนะ" เฉินฟานรู้สึกว่าตัวเองทำตัวน่าเก้อเขิน เขาจึงยิ้มแหยๆ แล้วเตรียมตัวจะไปร้านอินเทอร์เน็ตเพื่อลงนิยาย วันนี้เป็นวันที่นิยายเรื่อง "ภรรยาอาจารย์และศิษย์พี่หญิงทั้งเก้าของผมสวยล้ำเลิศไร้เทียมทาน" จะเริ่มวางขาย ดังนั้นจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด จางว่านโหรวยังคงนิ่งเงียบ และเมื่อร่างของเฉินฟานกำลังจะพ้นสายตาไป เธอก็กำทัพพีในมือแน่นแล้วรีบถามว่า "เย็นนี้จะกลับมากินข้าวที่บ้านไหม?" "กลับสิครับ! ฝีมือพี่ว่านโหรวทั้งที ผมจะพลาดได้ไง!" เฉินฟานโผล่หัวออกมาจากกำแพงพร้อมรอยยิ้มสดใส ทำให้จางว่านโหรวต้องรีบก้มหน้าลงด้วยความขัดเขิน...