เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 549 สบสายตา

ตอนที่ 549 สบสายตา

ตอนที่ 549 สบสายตา


เมื่อเสิ่นเยียนก้าวออกมาจากท้องพระคลัง เวลาก็ล่วงเลยไปกว่าหนึ่งชั่วยามครึ่งแล้ว

ท้องฟ้าเบื้องบนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีมืดค่ำ

นางย้อนกลับไปยังจุดนัดพบที่แยกกับเหล่าสหาย และก็เป็นไปตามคาด... ทุกคนยังคงปักหลักรอนางอยู่ที่เดิม

อวี่ฉางอิงรีบเดินเข้ามาหาพลางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

"เป็นอย่างไรบ้าง?"

เสิ่นเยียนยกยิ้ม

"ทุกอย่างเรียบร้อยดี"

"เช่นนั้นก็ดีแล้ว"

"ข้าเลือกของที่เหมาะกับพวกเจ้ามาจากท้องพระคลังด้วยนะ"

เสิ่นเยียนกวาดสายตามองทุกคน นางนำสมบัติล้ำค่าที่จะมอบให้แต่ละคนบรรจุลงในแหวนมิติทั้งเจ็ดวง ก่อนจะส่งถึงมือพวกเขาเรียงคน

"ขอบคุณท่านหัวหน้า"

เวินอวี้ชูยิ้มรับ

"ขอบใจนะ เยียนเยียน!"

จูเก๋อโย่วหลินแทบรอไม่ไหว เขารีบส่งสัมผัสวิญญาณเข้าไปสำรวจในแหวนทันที สิ่งที่เห็นคือแสงสีทองอร่ามเจิดจรัสอยู่ภายใน ทำเอาเขาตาโตด้วยความคาดไม่ถึง เด็กหนุ่มถลันเข้าไปสวมกอดเสิ่นเยียนแน่นด้วยความตื่นเต้นดีใจจนเนื้อเต้น

เสิ่นเยียน

"..."

ของที่นางมอบให้โย่วหลินคือทองคำมหาศาล มอบให้เยวี่ยเยวี่ยคือตำราโอสถและตำราแพทย์ล้ำค่า มอบให้ฉางอิงคือวัตถุดิบหลอมสร้างอาวุธหายากและเคล็ดวิชาหลอมสร้างระดับสูง มอบให้อวี้ชูคือพิณเทวะ 'เชียนซุ่ย' มอบให้เผยซู่คือตำราวิชาพืดกระบี่คู่ระดับสูง มอบให้เซียวเจ๋อชวนคือดาบเทวะ 'ไท่อี่' และมอบให้ฉือเยว่คือเคล็ดวิชาพฤกษาวิญญาณพร้อมเมล็ดพันธุ์หายากอีกสามเมล็ด

เมื่อเสิ่นเยียนดันตัวจูเก๋อโย่วหลินออก สหายคนอื่นๆ ก็เริ่มสำรวจของในแหวนมิติของตนบ้าง แล้วพวกเขาก็ต้องตกตะลึงจนหน้าถอดสี

"เยียนเยียน ของพวกนี้มันล้ำค่าเกินไป..."

เจียงเสียนเยวี่ยเอ่ยเสียงสั่น สีหน้าดูซับซ้อนยิ่งนัก

"นั่นสิ พวกเราไม่อาจรับไว้ได้หรอก"

ของแต่ละชิ้นเหนือกว่าที่พวกเขาจะกล้าจินตนาการถึงด้วยซ้ำ

สมบัติพวกนี้เพียงชิ้นเดียว ก็เพียงพอจะทำให้ยอดฝีมือทั่วแผ่นดินรุมแย่งชิงกันจนนองเลือดได้แล้ว

แต่นางกลับยกให้พวกเขาดื้อๆ เช่นนี้

ช่าง... ชวนให้รู้สึกละอายใจที่จะรับไว้จริงๆ

"เอ๋? พวกเจ้าไม่เอาเหรอ? ทำไมล่ะ?"

จูเก๋อโย่วหลินถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ

เหล่าสหายพร้อมใจกันตวัดสายตาเย็นชาใส่เขาทันที

จูเก๋อโย่วหลิน "..." (ข้าพูดอะไรผิดงั้นเหรอ?)

เสิ่นเยียนถอนหายใจเบาๆ

"รับไปเถอะ ข้าตั้งใจเลือกมาให้พวกเจ้าโดยเฉพาะ อย่าปฏิเสธน้ำใจของข้าเลยนะ"

ได้ยินเช่นนั้น ทุกคนต่างก็รู้สึกซาบซึ้งจนบอกไม่ถูก

เพราะของขวัญแต่ละชิ้นที่นางเลือกมาให้ ล้วนส่งเสริมหนทางการบำเพ็ญเพียรของแต่ละคนได้อย่างแม่นยำที่สุด

เวินอวี้ชูคลี่ยิ้มละมุน

"ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็ขอรับไว้ด้วยความยินดี"

อวี่ฉางอิงเม้มปากเบาๆ

"เยียนเยียน เจ้าดีกับพวกเราเหลือเกิน ถ้าพวกเราเป็นคนไม่ดีขึ้นมา คงหลอกเจ้าจนหัวหมุนแน่ๆ"

"ถ้าพวกเจ้าเป็นคนเลว เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าจะหลอกข้าได้?"

เสิ่นเยียนเลิกคิ้วถามกลับ

อวี่ฉางอิงชะงักไปก่อนจะหัวเราะขื่น

"...เออแฮะ หลอกไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ"

พูดจบนางก็โผเข้ากอดเสิ่นเยียนอีกคน น้ำเสียงแฝงความจริงจัง

"เยียนเยียน ขอบใจเจ้ามากนะ"

เสิ่นเยียนไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ลูบหลังนางเบาๆ อย่างอ่อนโยน

"ไปเถอะ กลับกันได้แล้ว"

"กลับกันเถอะ!"

จูเก๋อโย่วหลินแผดเสียงสมทบ

สองวันต่อมา

แดนลับจักรพรรดิหลิงใกล้จะถึงเวลาปิดตัวลงแล้ว

ณ กระโจมพักแรมภายนอกเมืองหลวง ชายหนุ่มที่นอนสงบอยู่บนตั่งมีใบหน้าซีดขาว ขนตาของเขาขยับสั่นเพียงเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นในที่สุด

และในวินาทีที่เขาตื่น หนานหรงจิ้งอวิ๋นก็เดินเข้ามาพอดี

"ศิษย์น้อง!"

หนานหรงจิ้งอวิ๋นอุทานด้วยความดีใจ

นางรีบก้าวเข้ามาข้างเตียงของเนี่ยสวิน ใบหน้าเปื้อนยิ้มกว้างทว่าแววตากลับปิดซ่อนความห่วงใยไว้ไม่มิด

"ศิษย์น้อง ในที่สุดเจ้าก็ตื่นเสียที"

"ข้า... สลบไปนานเท่าไหร่?"

เนี่ยสวินถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเนื่องจากไม่ได้ใช้เสียงมานาน

"สองวันแล้ว"

หนานหรงจิ้งอวิ๋นตอบ

เนี่ยสวินจ้องมองนางพลางถามต่อ

"มีใคร... มาเยี่ยมข้าบ้างไหม?"

สีหน้าของหนานหรงจิ้งอวิ๋นชะงักไปวูบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า

"นอกจากคนในสำนักจี๋เต้า ก็มีเพียงหมอจากขุมกำลังอื่นมาดูอาการเท่านั้น ศิษย์น้อง ถามแบบนี้ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?"

เนี่ยสวินได้ยินคำตอบ แววตาก็หม่นแสงลงด้วยความอ้างว้าง

สุดท้ายมันก็เป็นแค่ความฝัน

องค์หญิงใหญ่ไม่มีทางมาที่นี่หรอก

และเสิ่นเยียน... ก็ไม่มีทางมาเช่นกัน

หนานหรงจิ้งอวิ๋นสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเขา หัวใจของนางพลันรวดร้าวขึ้นมาเล็กน้อย นางฝืนยิ้มแล้วกล่าวว่า

"ศิษย์น้อง ขอบใจเจ้ามากนะที่ช่วยชีวิตข้ากับท่านพ่อไว้"

"ไม่เป็นไรครับศิษย์พี่"

เนี่ยสวินตอบอย่างเสียไม่ได้ "แดนลับจักรพรรดิหลิงจะปิดลงเมื่อไหร่?"

"ใกล้แล้วล่ะ"

"องค์หญิงใหญ่ เสิ่นเคอ ปรากฏตัวบ้างไหม?"

"ไม่เลย"

คำตอบนั้นทำให้หัวใจของเนี่ยสวินสั่นสะท้าน เขาพยายามจะยันตัวลุกขึ้น

หนานหรงจิ้งอวิ๋นรีบเข้าไปประคอง นางนึกว่าเขาแค่จะลุกนั่ง แต่เนี่ยสวินกลับตลบผ้าห่มออกทำท่าจะลงจากตั่ง

นางตกใจหน้าตื่น

"ศิษย์น้อง! แผลเจ้ายังไม่หายดี ลงจากเตียงไม่ได้นะ!"

"ศิษย์พี่ ข้าไม่เป็นไรแล้ว ข้าแค่อยากออกไปเดินดูข้างนอกหน่อย"

เขาตอบเสียงเรียบ

หนานหรงจิ้งอวิ๋นเตรียมจะห้ามต่อ แต่เนี่ยสวินกลับหยิบเสื้อคลุมออกมาจากมิติเก็บของมาสวมอย่างรวดเร็ว แล้วเดินดุ่มๆ ออกจากกระโจมไปทันที

นางรีบวิ่งตามไปติดๆ

ทว่าเพียงแค่ก้าวพ้นชายกระโจม เงาร่างของเนี่ยสวินก็หายลับไปเสียแล้ว

"ศิษย์น้อง!"

นางตะโกนเรียกอย่างร้อนรน

เสียงของนางดึงดูดศิษย์คนอื่นๆ ในสำนักจี๋เต้าให้รีบวิ่งเข้ามาหา

"ศิษย์พี่ เกิดอะไรขึ้นครับ?!"

หนานหรงจิ้งอวิ๋นขมวดคิ้ว พยายามข่มใจให้สงบแล้วสั่งการ

"ศิษย์พี่เนี่ยของพวกเจ้าหายไป รีบไปตามหาเร็วเข้า!"

ขณะที่คนของสำนักจี๋เต้ากำลังจะแยกย้ายกันออกไป ผู้อาวุโสท่านหนึ่งก็ร้องห้ามไว้

"เดี๋ยวก่อน"

เขาหันไปบอกหนานหรงจิ้งอวิ๋น

"ในเมื่อเนี่ยสวินเลือกจะออกไปเอง เขาย่อมรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไร เดี๋ยวเขาก็กลับมา อีกอย่าง ตอนนี้แดนลับใกล้จะปิดแล้ว เราจะปล่อยให้คนในขบวนแตกกระสานซ่านเซ็นไม่ได้"

หนานหรงจิ้งอวิ๋นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจำใจพยักหน้า

ศิษย์น้อง... เจ้าจะไปที่ไหนกันแน่?

ขณะเดียวกัน เนี่ยสวินกำลังพาสังขารที่ยังบอบช้ำมุ่งหน้ากลับไปยังพระราชวัง

ใบหน้าของเขาขาวซีดลงเรื่อยๆ ตามแรงกายที่ถดถอย

ในที่สุด เขาก็มาหยุดยืนอยู่หน้าพระราชวังอีกครั้ง

เบื้องหน้าของเขาคือช้างหินสยบมารสองตัวที่ทำหน้าที่พิทักษ์ประตู

เนี่ยสวินหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ใบหน้าหล่อเหลาดูซูบเซียวจนน่าใจหาย เขาเค้นเสียงถามอย่างร้อนรน

"องค์หญิงใหญ่อยู่ที่ไหน?"

ดวงตาของช้างหินสยบมารทั้งสองกลิ้งลงมามองเนี่ยสวินนิ่งๆ

พวกมันไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา

แต่แววตาของพวกมันกลับดูแฝงไปด้วยความสงสัยแปลกๆ

เนี่ยสวินขมวดคิ้วด้วยความผิดหวัง

"องค์หญิงใหญ่ออกจากแดนลับไปแล้วงั้นเหรอ?"

ยังไม่ได้ไป

ในที่สุด ช้างหินสยบมารก็ยอมส่งกระแสจิตตอบเขา

นัยน์ตาของเนี่ยสวินสั่นไหวเล็กน้อย

"แล้วตอนนี้องค์หญิงใหญ่อยู่ที่ไหน?"

ช้างหินสยบมารไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่มันค่อยๆ เหลือกตาชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง

เนี่ยสวินเห็นดังนั้นก็รีบประสานมือคารวะขอบคุณ

จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปยังทิศทางนั้นทันที

ยิ่งเนี่ยสวินเข้าใกล้เป้าหมายมากเท่าไหร่ รอยประทับชาดตรงกระดูกไหปลาร้าของเขาก็ยิ่งร้อนลวกมากขึ้นเท่านั้น

ทันใดนั้น หัวใจของเขาก็กระตุกวูบอย่างแรง

เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง เขาก็เห็นเด็กสาวในชุดศิษย์สำนักเฉียนคุนยืนอยู่เบื้องหน้า นางหันหลังให้เขา รอบกายของนางมีศิษย์คนอื่นๆ อยู่ไม่น้อย แต่สายตาของเขากลับถูกตรึงไว้ที่ร่างของนางราวกับถูกมนต์สะกด

เด็กสาวคนนั้นคล้ายจะสัมผัสได้ถึงแรงอาฆาต เอ๊ย แรงกดดันบางอย่าง จึงค่อยๆ หันกลับมามอง

สายตาของทั้งคู่ประสานกันในที่สุด

วินาทีนัน หัวใจของเนี่ยสวินสั่นสะท้านอย่างรุนแรง รอยประทับชาดตรงกระดูกไหปลาร้าทวีความร้อนรุ่มราวกับจะแผดเผาสติสัมปชัญญะของเขาให้มอดไหม้เป็นจุณ

"เสิ่น... เยียน..."

ริมฝีปากที่ไร้สีเลือดของเขาสั่นระริก

ทำไมกัน... ทำไมพอเห็นนาง รอยประทับชาดนี่ถึงได้ร้อนราวกับไฟแผดเผาเช่นนี้!

จบบทที่ ตอนที่ 549 สบสายตา

คัดลอกลิงก์แล้ว