เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 521 มังกรยักษ์ทองคำ

ตอนที่ 521 มังกรยักษ์ทองคำ

ตอนที่ 521 มังกรยักษ์ทองคำ


ซุ่ยฉางอวิ้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลี่ยงตอบเป็นคำถามอื่นแทน

"แล้วน้องลู่หลิงมั่นใจแค่ไหนล่ะว่าจะชิงกระบี่เทวะเทียนโจวมาครองได้?"

ลู่หลิงส่ายหน้า รอยยิ้มจางลงเล็กน้อย นางมองซุ่ยฉางอวิ้นด้วยแววตาจริงจัง

"ข้าไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด แต่ถ้าพี่ฉางอวิ้นอยากได้ ข้าก็จะช่วยท่านเต็มที่"

ซุ่ยฉางอวิ้นหัวเราะพลางลูบศีรษะนางเบาๆ

"เอาเป็นว่าต่างคนต่างพยายามก็แล้วกัน"

พอได้ยินเช่นนั้น ลู่หลิงก็ยู่ปากเล็กน้อย เอ่ยอย่างแง่งอน

"พี่ฉางอวิ้นพูดแบบนี้ เห็นข้าเป็นคนอื่นคนไกลไปแล้วหรือ?"

นางรู้จักซุ่ยฉางอวิ้นมาตั้งแต่อายุแปดขวบปี ตอนนั้นเขาในวัยสิบเก้าช่างหล่อเหลาสง่างาม ชนิดที่ใครเห็นเป็นต้องตราตรึงใจ

วันเวลาผันผ่าน ลู่หลิงยิ่งหลงใหลชื่นชอบซุ่ยฉางอวิ้นมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่นางสัมผัสได้ว่าเขามองนางเป็นเพียงน้องสาวมาตลอด ลึกๆ จึงอดน้อยใจไม่ได้ ถึงอย่างนั้น นางก็ไม่เคยคิดจะปิดบังความรู้สึกที่มีต่อเขาเลยสักนิด

แม้มารดาจะไม่ค่อยสนับสนุนนัก แต่บิดากลับมองว่าแค่นางชอบก็พอ ทั้งยังลั่นวาจาว่าการที่คุณหนูตระกูลลู่อย่างนางไปมีใจให้ใคร นับเป็นเกียรติของบุรุษผู้นั้นแล้ว

ซุ่ยฉางอวิ้นยิ้มรับ

"ย่อมไม่ใช่คนนอกอยู่แล้ว เจ้าเป็นน้องสาวข้านี่นา"

ทว่าเขาชิงตัดบทก่อนที่ลู่หลิงจะได้เอ่ยสิ่งใดต่อ

"ไปกันเถอะ"

"ก็ได้"

ลู่หลิงตอบรับอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

ขณะเดียวกัน ห่างออกไปไม่ไกลนัก คุณหนูสามแห่งตระกูลเฮ่อเหลียนนาม 'เฮ่อเหลียนอวี้เฟิ่ง' หรี่ตาลงเล็กน้อยพร้อมแค่นเสียงหยัน

ลู่หลิงคือลูกพี่ลูกน้องของนาง ทว่าอีกฝ่ายไม่ค่อยลงรอยกับนางมาแต่ไหนแต่ไร กลับไปสนิทสนมกับพี่รองอย่างเฮ่อเหลียนอวี้เจี๋ยเสียมากกว่า เฮ่อเหลียนอวี้เฟิ่งจึงคร้านจะเสวนาด้วย

ทันใดนั้น เสียงสตรีผู้หนึ่งก็ดังขึ้นข้างกาย

"อวี้เฟิ่ง พวกเราไปดูทางอื่นกันบ้างดีไหม?"

เฮ่อเหลียนอวี้เฟิ่งหันมองสหายสนิทนาม 'เซวียชิง' ใบหน้าของอีกฝ่ายงดงามจิ้มลิ้ม ทว่าแววตากลับหนักแน่นเด็ดเดี่ยว แฝงกลิ่นอายห้าวหาญไม่แพ้บุรุษ

เฮ่อเหลียนอวี้เฟิ่งคลายปมคิ้วลงแล้วพยักหน้า

"อืม"

เซวียชิงคว้ามือเฮ่อเหลียนอวี้เฟิ่งพร้อมฉีกยิ้มกว้าง

"ไปกันเถอะ!"

ทั้งสองทะยานร่างมุ่งหน้าไปอีกทิศทางทันที

เนื่องจากสถานที่สำคัญหลายแห่งในวังล้วนถูกกางม่านอาคมคุ้มกันเอาไว้ ศิษย์จำนวนมากจึงเข้าไปไม่ได้และตัดสินใจแยกย้ายกันไปล่าของวิเศษชิ้นอื่นแทน

เวลาผ่านไปไม่นาน การต่อสู้แย่งชิงของวิเศษในวังก็เริ่มปะทุเดือดขึ้นหลายจุด

ตัดมาด้านเวินอวี้ชูและจูเก๋อโย่วหลิน ทั้งสองพบเครื่องประดับทองคำตกเกลื่อนกลาดอยู่ตามทาง พอจูเก๋อโย่วหลินเห็นเข้าก็ตาลุกวาว โกยทุกอย่างยัดใส่แหวนมิติทันที

ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ในแดนฉางหมิงไม่ได้ให้ค่ากับทองคำทางโลกอีกต่อไป ดังนั้นเมื่อศิษย์จากขุมกำลังอื่นเห็นท่าทีหิวเงินราวกับคนบ้านนอกเข้ากรุงของเขา ลึกๆ จึงอดดูแคลนไม่ได้

ทว่าจูเก๋อโย่วหลินกำลังอารมณ์ดีสุดขีด ต่อให้มองออกว่าคนรอบข้างส่งสายตารังเกียจ เขาก็หาได้ใส่ใจ เพราะแค่นี้ก็ไม่ทำให้ความสุขของเขาลดลงเลยสักนิด!

ทันทีที่ก้าวเข้าไปในตำหนัก จูเก๋อโย่วหลินกวาดสายตาเพียงปราดเดียวก็ไปสะดุดเข้ากับบัลลังก์มังกรทองคำบริสุทธิ์ นัยน์ตาเขาเบิกโพลงด้วยความตื่นตะลึง ก่อนจะรีบหันขวับไปกวักมือเรียกเวินอวี้ชูที่อยู่ด้านหลังอย่างกระตือรือร้น

"อวี้ชู เร็วเข้าๆ!"

เวินอวี้ชูยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มละมุน ก่อนจะเร่งฝีเท้าตามเข้าไป

จูเก๋อโย่วหลินพุ่งพรวดเข้าไปหาบัลลังก์อย่างอดใจไม่อยู่ สองแขนโอบกอดมันไว้แน่น ใบหน้าเปี่ยมด้วยความปีติยินดีจนปิดไม่มิด

เห็นดังนั้น เวินอวี้ชูก็อดขำไม่ได้ ได้แต่หัวเราะพลางส่ายหน้าเบาๆ

ทว่าเพียงครู่เดียว เขาก็สังเกตเห็นความผิดปกติที่พนักพิง! ดวงตามังกรคู่หนึ่งบนนั้นพลันเบิกโพลง เปล่งประกายดุดันเปี่ยมด้วยจิตสังหาร

"แย่แล้ว!"

สีหน้าเวินอวี้ชูเปลี่ยนไปทันที

"โย่วหลิน ถอยออกมา!"

ทว่าช้าไปเสียแล้ว!

พริบตานั้น บัลลังก์มังกรพลันระเบิดพลังอันแข็งแกร่ง ซัดร่างจูเก๋อโย่วหลินกระเด็นปลิวละลิ่ว!

"พรวด!"

จูเก๋อโย่วหลินกระอักเลือดคำโต ร่างหมุนคว้างกลางอากาศก่อนจะร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง

ขณะเดียวกัน บัลลังก์มังกรก็เริ่มบิดเบี้ยวเปลี่ยนรูป ชั่วพริบตากลับกลายเป็นมังกรยักษ์สีทองอร่าม! มันอ้าปากกว้างราวกับอ่างเลือด พ่นพลังโจมตีใส่ผู้ที่กล้าล่วงเกินมันทันที!

ตู้ม!!

เสียงระเบิดกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งตำหนัก

เมื่อกลุ่มควันจางลง จึงเห็นเวินอวี้ชูใช้มือข้างหนึ่งหิ้วคอเสื้อจูเก๋อโย่วหลิน กระโดดถอยร่นรักษาระยะห่างออกมา เขาเงยหน้ามองมังกรทองเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง

มังกรยักษ์เบนเป้ามาที่พวกเขาทั้งสองอีกครั้ง หมายจะบดขยี้ให้แหลกคามือ

เวินอวี้ชูพาจูเก๋อโย่วหลินหลบหลีกการโจมตีอันตรายได้อย่างหวุดหวิดหลายระลอก ฝั่งจูเก๋อโย่วหลินที่เพิ่งตั้งสติได้ก็รีบยืดตัวขึ้น มองมังกรทองอย่างอึ้งๆ ก่อนจะโพล่งออกมา

"เจ้านี่... กินได้ไหม?"

มังกรทองมีชีวิต... ก็น่าจะกินได้ล่ะมั้ง?

เวินอวี้ชู "..."

"ถ้าล้มมันได้ก็กินได้ มิเช่นนั้น... พวกเรานี่แหละที่จะโดนมันกิน"

พอได้ยินแบบนั้น จูเก๋อโย่วหลินก็วิญญาณนักสู้ลุกโชนทันที! เขาปาดคราบเลือดที่มุมปาก ดวงตาที่จ้องมองมังกรยักษ์เปล่งประกายเจิดจ้า

"งั้นก็ล้มมันซะ!"

สิ้นเสียง มังกรทองก็ทะยานขึ้นฟ้า พุ่งเข้าใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง จูเก๋อโย่วหลินมีสีหน้าตื่นเต้นจัด เขารีบถอยร่นออกไปนอกตำหนัก สองมือตวัดควบคุมด้ายวิญญาณเพื่อสกัดกั้นเอาไว้

ความโกลาหลและเสียงระเบิดกึกก้องเมื่อครู่ ดึงดูดผู้คนจำนวนไม่น้อยให้แห่กันมามุงดู

ภาพที่ทุกคนเห็นคือเด็กหนุ่มผมแดงยืนหยัดอยู่กลางอากาศอย่างมั่นคง... ไม่สิ หากจะพูดให้ถูกคือเขากำลังเหยียบอยู่บนด้ายวิญญาณโปร่งแสงที่ถักทอประสานกันกลางอากาศต่างหาก!

มุมปากเขายกขึ้น เผยรอยยิ้มเปี่ยมความมั่นใจ สายตาจับจ้องมังกรยักษ์เบื้องหน้าที่มีขนาดมหึมากว่าตนหลายเท่า ก่อนจะเปิดฉากจู่โจมอย่างไม่ลังเล

พริบตานั้น ด้ายวิญญาณโปร่งแสงนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานจากทุกทิศทางราวกับห่าธนู เข้าโอบรัดร่างมหึมาของมันไว้แน่น! ทว่าเมื่อเผชิญกับการโจมตีอันหนาแน่น มังกรยักษ์กลับระเบิดพลังอันแข็งแกร่ง สลัดพันธนาการจนขาดสะบั้นได้อย่างง่ายดาย

จังหวะที่มันเตรียมพุ่งขย้ำเด็กหนุ่มผมแดง ทันใดนั้นเสียงกู่ฉินอันไพเราะก็ดังกังวานขึ้นกลางอากาศ

เจิง!

คลื่นเสียงกู่ฉินแหลมคมกรีดร้องแหวกอากาศ นำพาปราณพลังอันดุดันกวาดผ่านร่างมังกรยักษ์ไปในพริบตา

มังกรยักษ์ตวัดหาง ปัดป้องการโจมตีอย่างดุดัน!

ตู้ม!!

เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว

เหล่าศิษย์ที่มุงดูเหตุการณ์ต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

"ทำไมที่นี่ถึงมีมังกรทองโผล่มาได้!?"

วินาทีนั้น เด็กสาวคนหนึ่งพุ่งทะยานพ้นฝูงชนออกมา นางตวัดกระบี่อักขระในมือ ฟาดฟันใส่มังกรยักษ์อย่างแรง!

ตู้ม!

คลื่นกระบี่มหึมาพุ่งกระแทกมังกรยักษ์จนมันต้องถอยร่นไปเล็กน้อย ทว่ากลับไม่อาจทิ้งร่องรอยบาดแผลใดไว้บนเกล็ดอันแข็งแกร่งของมันได้เลย

จูเก๋อโย่วหลินนึกว่ามีคนมาแย่งมังกรทองของตน จึงหันขวับไปตวาดลั่น

"ใครน่ะ?!"

เด็กสาวที่มือหนึ่งถือกระบี่อักขระ อีกมือคีบยันต์อักขระ เลิกคิ้วขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

"อะไรกัน? จำข้าไม่ได้แล้วหรือ?"

จูเก๋อโย่วหลินขมวดคิ้ว

"เจ้าเป็นใคร?"

พอเห็นว่าเขาจำไม่ได้จริงๆ เด็กสาวก็โกรธจนแทบเต้น นางถลึงตาโต แผดเสียงแหวขึ้นมาทันที

"ข้าคือโม่ยวี่เอ๋อร์! โม่ยวี่เอ๋อร์ที่เคยสู้กับพวกเจ้าที่เกาะป้านเยวี่ยยังไงเล่า!"

จบบทที่ ตอนที่ 521 มังกรยักษ์ทองคำ

คัดลอกลิงก์แล้ว