- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 656 : สังหารผู้ผสานวิถีเต๋า
บทที่ 656 : สังหารผู้ผสานวิถีเต๋า
บทที่ 656 : สังหารผู้ผสานวิถีเต๋า
บทที่ 656 : สังหารผู้ผสานวิถีเต๋า
เฉินซานซือยืนหยัดอยู่บนหน้าผาสูงชัน นัยน์ตาสงบนิ่งทอดมองอีกฝ่ายที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามาใกล้ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่รีบร้อน
"ผู้อาวุโสกู ท่านย่อมรู้ดีว่าทุกคำพูดและการกระทำของท่าน
ไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนของท่านผู้เดียว ทว่ายังหมายรวมถึงสำนักเสินเซียวด้วย หากวันนี้ท่านพ่ายแพ้และตกตายอยู่ที่นี่ วันหน้าข้าจะต้องไปกวาดล้างสำนักเสินเซียวให้สิ้นซากอย่างแน่นอน"
เมื่อกูหงอิงได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกัดฟันกรอดด้วยความโกรธเกรี้ยว
"ไอ้หนุ่ม! นี่เจ้าผสานกับวิถีเต๋าสายไหนกัน ถึงได้ทำให้เจ้ากำเริบเสิบสานได้ถึงเพียงนี้?!"
เฉินซานซือค่อยๆยกหอกยาวขึ้นด้วยมือเดียว
ปลายหอกชี้ตรงไปเบื้องหน้า พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"หากผู้อาวุโสกูอยากรู้จริงๆ ก็ลองเข้ามาทดสอบด้วยตัวเองดูสิ"
"รนหาที่ตาย!"
กูหงอิงตวาดลั่น แขนเสื้อทั้งสองข้างพองออกราวกับหมู่เมฆ
นิ้วมือทั้งสิบงอและเหยียดออกอย่างรวดเร็วราวกับกิ่งไม้แห้ง
ทุกที่ที่ปลายนิ้วตวัดผ่าน ห้วงมิติถึงกับส่งเสียงครางแผ่วเบาราวกับทนรับน้ำหนักไม่ไหว ทิ้งร่องรอยบิดเบี้ยวเอาไว้เป็นทาง
"โฮก——!"
เสียงคำรามแหลมเล็กบาดแก้วหูแหวกอากาศดังก้อง
เปลวเพลิงแท้ปิงติงสีแดงฉานก่อตัวขึ้นกลางอากาศ กลายเป็นมังกรเพลิงเกล็ดหนาเตอะ หัวมีเขาแหลมคมน่าเกรงขาม
มันคำรามก้องก่อนจะพุ่งทะยานเข้าใส่ร่างเบื้องหน้าอย่างดุดัน
ทว่า...มังกรเพลิงเหล่านั้นยังไม่ทันจะได้เข้าใกล้ตัวเฉินซานซือด้วยซ้ำ
พวกมันก็เริ่มบิดเบี้ยวและเสียรูปทรง ก่อนจะแตกกระจายออกเป็นงูไฟตัวเล็กตัวน้อย และที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ เฉินซานซือกลับสูดกลืนพวกมันเข้าไปในร่างราวกับเป็นเพียงปราณวิญญาณธรรมดาๆ
"อะไรกัน?!"
กูหงอิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด
ในอดีตเขาเองก็เคยเป็นผู้ฝึกฝนวิชาอัคคีเป็นหลักมาก่อน
แต่วิชาศักดิ์สิทธิ์ที่เขาเพิ่งสำแดงออกไปเมื่อครู่ กลับไม่มีผลกระทบใดๆต่อเฉินซานซือเลยแม้แต่น้อย!
เจ้านี่...เมินเฉยต่อวิชาศักดิ์สิทธิ์ของเขาอย่างสิ้นเชิง!
หรือว่าจะเป็นเพราะวิชาอัคคี?
"ข้ารู้แล้ว!
"ที่แท้วิถีเต๋าที่เจ้าผสานก็คือ วิถียุทธ์สายอัคคีนี่เอง!"
กูหงอิงคิดว่าตนมองทะลุถึงก้นบึ้งของอีกฝ่ายแล้วจึงรีบเปิดฉากการโจมตีระลอกที่สองในทันที
เขาตบฝ่ามือซ้ายลงด้านล่างอย่างแรง อักขระสีน้ำเงินเข้มวาบขึ้นกลางฝ่ามือแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว
"ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!"
เสียงแหวกอากาศดังก้องขึ้นอย่างหนาหู
กลางอากาศเหนือศีรษะของเฉินซานซือ ปรากฏเข็มน้ำแข็งขนาดเล็กจิ๋วเท่าเส้นขนวัวส่องประกายความหนาวเหน็บเสียดกระดูกนับไม่ถ้วน!
ปลายเข็มแต่ละเล่มถูกปกคลุมไปด้วยไอเย็นสีฟ้าอ่อนที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า บนตัวเข็มยังมีอักขระเก้าจิ๋วอันบิดเบี้ยวปรากฏให้เห็นลางๆ
ห่าฝนเข็มร่วงหล่นลงมาดั่งน้ำตก ความหนาวเหน็บพัดพาความเย็นยะเยือกมาด้วย
มันถาโถมลงมาเบื้องล่างราวกับพายุฝนโหมกระหน่ำ
แต่เฉินซานซือกลับไม่หลบหลีก และไม่ได้ใช้วิชาป้องกันใดๆ
เขาเพียงแค่เป่าลมหายใจออกไปเบาๆ ใส่ห่าฝนน้ำแข็งที่กำลังตกลงมาปกคลุมร่าง
ลมหายใจนี้ เกิดจากปราณแท้จริงปฐมกาลภายในร่างของเขา
ทันทีที่ห่าฝนเข็มน้ำแข็งสัมผัสกับปราณแท้จริงพวกมันก็ละลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับหิมะที่ตกลงบนเตาหลอมที่ร้อนระอุ!
...
รูม่านตาของกูหงอิงหดเกร็ง เขามองดูมือทั้งสองข้างของตัวเองด้วยความรู้สึกที่ยากจะยอมรับ
ไอ้เด็กนี่...
แค่เป่าลมหายใจออกมาเบาๆก็สามารถสลายวิชาศักดิ์สิทธิ์ของเขาได้แล้วงั้นหรือ?!
จะเป็นไปได้ยังไง!
"ดี! ดี! นิ่งสงบดั่งขุนเขาสินะ!" กูหงอิงโกรธจนหัวเราะออกมา
แววตาแห่งการหยั่งเชิงในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นจิตสังหารอันบ้าคลั่ง
เขากัดปลายลิ้นอย่างแรง พ่นเลือดแก่นแท้ที่ปะปนกับกลิ่นคาวเหม็นเน่าจนน่าสะอิดสะเอียนออกไปในอากาศเบื้องหน้า
เลือดแก่นแท้และกลิ่นเหม็นเน่าหมุนวนและผสานเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็วกลางอากาศ กลายเป็นกลุ่มหมอกพิษสีดำขลับราวกับน้ำหมึก
ภายในนั้นมีเงาของแมลงพิษตัวเล็กตัวน้อยนับไม่ถ้วนกำลังดิ้นรนไปมา
ทันทีที่หมอกพิษปรากฏขึ้น ทะเลหมอกที่ลอยอยู่รอบๆก็ส่งเสียง "ซู่ซู่" ราวกับถูกกัดกร่อนก่อนจะกลายเป็นน้ำหนองพิษสีเหลืองขุ่นจำนวนมหาศาล
หมอกพิษหมื่นกู่กลืนวิญญาณ!
กูหงอิงแผดเสียงร้องโหยหวน สองมือผลักออกไปพร้อมกัน!
กลุ่มหมอกพิษอันน่าสะพรึงกลัวที่มีเงาของแมลงพิษและวิญญาณอาฆาตนับล้านดิ้นรนอยู่ภายใน
ขยายตัวขึ้นเป็นร้อยเท่าพันเท่าในชั่วพริบตาราวกับมารร้ายที่หลุดพ้นจากนรกภูมิเก้าชั้น
มันพกพาความเหม็นเน่าและความสิ้นหวังที่ทำให้วิญญาณต้องสั่นสะท้าน บดบังท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ พุ่งตรงเข้าครอบคลุมร่างของเฉินซานซือ
เฉินซานซือเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน
เพลิงนิพพานปะทุออกจากร่างของเขาเป็นศูนย์กลาง แผ่กระจายออกไปปกคลุมทั่วฟ้าดินในชั่วพริบตา
เมื่อหมอกพิษหมื่นกู่กลืนวิญญาณของกูหงอิงถูกม้วนเข้าไปในนั้น มันก็ส่งเสียงปะทุ "เปรี๊ยะๆ" ดังสนั่น ก่อนจะละลายหายไปอย่างรวดเร็วจนไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย!
ในที่สุดชายชุดขาวก็เริ่มเคลื่อนไหว เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ก่อนจะกลืนหายเข้าไปในทะเลเพลิง
และเมื่อปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เขาก็ไปยืนอยู่ตรงหน้าศัตรูเสียแล้ว
หอกยาวเล่มหนึ่งที่ห่อหุ้มด้วยเพลิงนิพพานอันร้อนแรงและปราณแท้จริงปฐมกาล พุ่งแทงออกไปราวกับจะทะลวงฟ้าดินให้ทะลุ
ทุกที่ที่มันพาดผ่าน แม้แต่กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินก็ยังต้องแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ!
"เฉินซานซือ!!" กูหงอิงคำรามลั่น
ทั้งที่ทั้งสองยังไม่ได้ประมือกันอย่างจริงจังเลยสักครั้ง แต่เขากลับบ้าคลั่งไปแล้ว
เขาตบฝ่ามือเข้าที่จุดตันเถียนของตัวเองอย่างแรง
เสียงดังทึบๆดังขึ้น…ลูกแก้วสีทองส่องประกายเจิดจ้าขนาดเท่ากำปั้น พุ่งทะยานออกจากกลางกระหม่อมของเขา!
ลูกแก้วมรรคหมื่นธรรม!
ลูกแก้วนี้ คือสมบัติล้ำค่าที่เขาใช้จุดตันเถียนและจิตวิญญาณของตนเองหลอมรวมเข้าด้วยกัน…โดยใช้เวลาถึงแปดร้อยปีกว่าจะหลอมสร้างมันขึ้นมาได้!
ภายในนั้นอัดแน่นไปด้วยอานุภาพของวิชาอาคมและวิชาศักดิ์สิทธิ์นับหมื่นพัน และมันยังเป็นสมบัติวิเศษกำเนิดแห่งโชคชะตาของเขาอีกด้วย!
ลูกแก้วมรรคขยายใหญ่ขึ้นตามแรงลม
ท่ามกลางอาณาเขตแห่งเพลิงสวรรค์ มันแปรเปลี่ยนเป็นดวงอาทิตย์สีทองเจิดจ้า ที่แทบจะทำให้เพลิงแท้นิพพานต้องหม่นหมองลงไป
ดวงอาทิตย์ลูกแก้วมรรคที่อัดแน่นไปด้วยอานุภาพอันไร้ขีดจำกัด
มันต้านทานการกัดกร่อนของเพลิงแท้ ค่อยๆเคลื่อนตัวไปข้างหน้า หมายจะกลืนกินเฉินซานซือและอาณาเขตทั้งหมดเข้าไปพร้อมๆกัน
แต่ทว่า...เพียงไม่นาน กูหงอิงก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ
เมื่อการบำเพ็ญเพียรมาถึงระดับของพวกเขา การต่อสู้ห้ำหั่นกันนั้นไม่ใช่แค่การประลองวิชาอาคมธรรมดาๆอีกต่อไป
แต่โดยเนื้อแท้แล้ว มันคือการประลองความเข้าใจใน "กฎเกณฑ์แห่งวิถีเต๋า" ต่างหาก
และในเวลานี้...เขาสามารถสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของเฉินซานซือ
สิ่งที่อีกฝ่ายปลดปล่อยออกมา ไม่ใช่ "พลังเซียนกำเนิด" ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของผู้ฝึกตนขอบเขตผสานวิถี
แต่เป็นพลังปราณลี้ลับชนิดหนึ่งที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายเต๋าที่ลึกล้ำยิ่งกว่า!
และเส้นทางที่คนผู้นี้เลือกเดิน ก็ไม่ใช่วิชาอัคคีธรรมดาๆอย่างแน่นอน
แต่มันคือ...วิถีเต๋าที่กูหงอิงไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิต!
มันคืออะไรกันแน่?!
เขาไม่มีเวลามานั่งเดาอีกต่อไป ทำได้เพียงรีดเร้นพลังเซียนกำเนิดหยดสุดท้ายในร่างออกมา เสริมพลังให้กับลูกแก้วมรรคหมื่นธรรม เพื่อตัดสินเป็นตายกับอีกฝ่าย
ดวงอาทิตย์สีทองเจิดจ้าเคลื่อนเข้าใกล้ร่างเล็กๆที่ถือหอกยาวเข้ามาทุกที
"แครก!"
เสียงระเบิดดังก้องขึ้นในหัวของกูหงอิง
เขามองเห็น...การพังทลายของกฎเกณฑ์!
ลูกแก้วมรรคหมื่นธรรมลูกนี้ ไม่เพียงแต่เป็นสมบัติวิเศษกำเนิดแห่งโชคชะตาของเขาเท่านั้น
แต่มันยังเป็นตัวแทนของวิถี "หมื่นธรรม" อีกด้วย
แต่ทว่าในตอนนี้...วิถีหมื่นธรรมกำลังถูกหอกยาวเล่มหนึ่งฉีกทึ้งจนขาดวิ่น!
ทุกครั้งที่เฉินซานซือแทงหอกคืบหน้าไปหนึ่งชุ่น ดวงอาทิตย์สีทองก็จะบิดเบี้ยวไปหนึ่งส่วน
ไม่ว่าภายในลูกแก้วมรรคจะอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายเต๋าหมื่นธรรมมากเพียงใด หรือมีวิชาอาคมและวิชาศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังแค่ไหน ก็ไม่อาจหยุดยั้งเฉินซานซือได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
ท้ายที่สุด เขาก็ทำได้เพียงเบิกตากว้าง มองดูหอกยาวเล่มนั้นแทงทะลุเข้าไปในดวงอาทิตย์
ไม่มีปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่อลังการใดๆและไม่มีกระบวนท่าที่สะเทือนเลื่อนลั่นฟ้าดิน หอกมังกรประกายเงินเพียงแค่แทงทะลุผ่านไปเบาๆก็มีกลิ่นอายเต๋าที่ไม่อาจบรรยายได้ระเบิดออกมาฉีกกระชากดวงอาทิตย์จนขาดสะบั้น!
ราวกับจอมยุทธ์สองคนในยุทธภพ คนหนึ่งใช้อาวุธลับและกระบวนท่าสารพัดรูปแบบ แต่สุดท้ายกลับถูกคู่ต่อสู้ซัดตายด้วยหมัดเดียว
พลังเดียว ทำลายหมื่นธรรม!
"พรวด——"
ลูกแก้วมรรคระเบิดแตกกระจาย เมื่อจิตใจเชื่อมโยงกัน
กูหงอิงจึงรู้สึกราวกับถูกสายฟ้านับหมื่นฟาดใส่ ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ก่อนจะพ่นเลือดแก่นแท้ผสมกับเศษอวัยวะภายในที่แหลกเหลวออกมาคำโต ร่างกายอ่อนยวบราวกับโคลนตมที่ถูกสูบกระดูกออกไปจนหมด ล้มพับคุกเข่าลงกับพื้น
"เป็น...เป็นไปได้ยังไง..."
มาถึงตอนนี้…
กูหงอิงลืมไปแล้วว่าตนไล่ตามสังหารเฉินซานซือมาด้วยเหตุใด ภายในใจเหลือเพียงความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง
เขาสัมผัสได้แล้ว สัมผัสได้แล้ว!
กลิ่นอายเต๋าของอีกฝ่ายนั้นกว้างใหญ่ไพศาลราวกับมหาสมุทรที่รองรับแม่น้ำทุกสาย
มันคือเส้นทางที่ยังไม่เคยมีใครเดินมาก่อน
นั่นก็หมายความว่า...คนผู้นี้ได้บุกเบิกเส้นทางมรรคาสู่สวรรค์ขึ้นมาด้วยตัวเอง!
ในอนาคต...เขาจะต้องกลายเป็นปรมาจารย์เต๋าอย่างแน่นอน!
ปรมาจารย์เต๋า!
คำคำนี้ ควรจะเป็นคำเรียกขานที่มีอยู่เฉพาะในยุคบรรพกาลเท่านั้น
แต่ตอนนี้ มันกลับปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาอย่างแท้จริง!
แต่จะเป็นไปได้ยังไงกัน?
เจ้านี่เห็นๆอยู่ว่ายังหนุ่มแน่นนัก ฝึกฝนมาไม่ถึงพันปีด้วยซ้ำ!
แต่เขาหารู้ไม่ว่าหากเฉินซานซือไม่เสียเวลาไปมากมายในโลกเบื้องล่าง การจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้
เขาสามารถทำได้ภายในเวลาไม่ถึงห้าร้อยปีด้วยซ้ำ
"เคร้ง——"
เสียงหอกยาวดังกังวานขึ้น
กูหงอิงมองเห็นแสงสีเงินสายหนึ่งแทงทะลุร่างของตนเอง
แต่ทว่า...หอกเล่มนี้ ระดับชั้นยังไม่สูงพอ!
หอกยาวเล่มนี้เป็นเพียงสมบัติโบราณระดับสื่อวิญญาณเท่านั้น ไม่ใช่สมบัติวิเศษกำเนิดที่ผู้ฝึกตนขอบเขตผสานวิถีใช้ มันจึงแทบจะไม่สร้างความเสียหายใดๆต่อจิตวิญญาณของเขาเลย
"ข้าต้องรอดกลับไปให้ได้!"
ในใจของกูหงอิงเหลือเพียงความคิดเดียวเท่านั้น
ไอ้เด็กนี่พูดถูก
ในเมื่อผูกความแค้นกันแล้ว ก็ต้องจัดการให้ถึงที่สุด!
เขาจะต้องกลับไปที่สำนักเสินเซียว ให้ศิษย์พี่ใหญ่และท่านอาจารย์ลงมือสังหารไอ้สารเลวนี่ด้วยตัวเอง!
มิเช่นนั้น...หากปล่อยให้อีกฝ่ายเติบโตต่อไป จนกลายเป็นจอมเซียน ปรมาจารย์เซียน
หรือกลายเป็นปรมาจารย์แห่งวิถีเต๋าอย่างแท้จริง
เมื่อนั้นสำนักเสินเซียวก็จะต้องพบกับหายนะถึงขั้นสิ้นชื่อแน่!
สมบัติวิเศษของอีกฝ่ายระดับชั้นต่ำเกินไป ไม่สามารถกักขังเขาไว้ได้ เขายังมีโอกาสหนีรอด!
เมื่อคิดได้เช่นนั้น...จิตวิญญาณของกูหงอิงก็พุ่งออกจากร่าง กลายเป็นดาวตกสีขาวซีด ความเร็วของมันเหนือขีดจำกัดที่สายตาจะมองเห็นได้
การหลบหนีเอาชีวิตรอดในครั้งนี้ เขาต้องเผาผลาญต้นกำเนิดของตนเอง ความเร็วของมันพุ่งทะยานไปไกลนับพันลี้ในชั่วพริบตา ไร้รูปลักษณ์ ไร้ตัวตน สามารถทะลวงภูเขา ดำดิน และกลืนหายไปในความว่างเปล่าได้
เฉินซานซือใช้วิชาเผาผลาญเลือดไล่ตามอยู่เบื้องหลัง แต่เนื่องจากถูกจำกัดด้วยร่างกายเนื้อ เขาจึงตามหลังอยู่นิดหน่อยเสมอ เขาง้างธนูยิงลูกศรออกไปสองดอกขณะไล่ตาม...
แต่ก็ถูกสมบัติวิเศษกำเนิดที่คอยปกป้องจิตวิญญาณของอีกฝ่ายปัดป้องไว้ได้ ระยะห่างระหว่างทั้งสองจึงค่อยๆห่างออกไปเรื่อยๆ
ทั้งสองไล่กวดกันข้ามผ่านภูเขาและแม่น้ำนับไม่ถ้วน
เฉินซานซือไล่ตามอย่างไม่ลดละ
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ไม่มีวันปล่อยให้อีกฝ่ายรอดชีวิตกลับไปได้เด็ดขาด
ทว่าอีกเพียงสองหมื่นลี้ ก็จะเข้าสู่อาณาเขตของสำนักเสินเซียวแล้ว
ในฐานะหนึ่งในแปดสำนักเซียนที่ยิ่งใหญ่ ภายในสำนักเสินเซียวก็ย่อมมีจอมเซียนประจำอยู่เช่นกัน
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เฉินซานซือก็ตัดสินใจถอดจิตวิญญาณออกจากร่างเช่นกัน
ส่วนร่างกายเนื้อของเขานั้น ก็ซ่อนตัวอยู่ในความว่างเปล่า
"อะไรนะ?!"
กูหงอิงที่กำลังหนีหัวซุกหัวซุนอยู่เบื้องหน้า เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง
หากไม่ได้ฝึกฝนวิชาประเภทนี้เป็นหลัก จิตวิญญาณที่ออกจากร่างจะอยู่ห่างจากร่างกายเนื้อได้ไม่นานนัก
แต่ไอ้เด็กนี่ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้รับผลกระทบใดๆเลย!
เมื่อจิตวิญญาณออกจากร่าง เฉินซานซือก็ไม่มีอุปสรรคใดๆขวางกั้นอีกต่อไป
เพียงไม่กี่อึดใจ เขาก็ไล่ตามกูหงอิงทัน บนหมัดของเขาลุกโชนไปด้วยเพลิงแท้นิพพาน เขาซัดหมัดลงไปตรงกลางร่างจิตวิญญาณของอีกฝ่ายจนเป็นรูโหว่
จิตวิญญาณของกูหงอิงร้องโหยหวนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะแตกสลายหายไปตลอดกาล!
"วิ้ง!"
ขณะที่เฉินซานซือกำลังจะดึงจิตวิญญาณกลับเข้าร่าง จู่ๆเขาก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ซ่านมาจากทุกทิศทุกทาง
วินาทีต่อมา เขาก็เห็นม่านพลังสีรุ้งร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า กักขังจิตวิญญาณของเขาเอาไว้ภายใน!
...
นี่มันสมบัติวิเศษกำเนิดที่สร้างขึ้นมาเพื่อจัดการกับจิตวิญญาณโดยเฉพาะ!
บ้าเอ๊ย!
นี่คือเหตุผลที่ก่อนหน้านี้เฉินซานซือไม่อยากถอดจิตวิญญาณออกไปไล่ล่า
สำหรับผู้ฝึกตนแล้ว แม้ว่าจิตวิญญาณจะแข็งแกร่งมากเพียงใด แต่เมื่อสูญเสียการปกป้องจากร่างกายเนื้อ มันก็จะเกิดจุดอ่อนขึ้นมากมาย
โชคดีที่ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เขาก็สามารถใช้วิชานิพพานคืนชีพได้ ถึงตอนนั้นก็น่าจะสามารถดิ้นหลุดจากสมบัติวิเศษประหลาดชิ้นนี้ได้
ยิ่งไปกว่านั้น การผสานวิถีเต๋าของเขา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวิถีเต๋าใดๆที่มีอยู่แล้ว
ดังนั้น ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับจอมเซียน เขาก็ยังสามารถหาโอกาสหนีรอดไปได้
เฉินซานซือเงยหน้าขึ้นมองอย่างใจเย็น เขาเห็นผู้ฝึกตนชุดดำคนหนึ่งกำลังเดินก้าวเดินออกมาจากสุดปลายเมฆ
ชายผู้นั้นมองดูห้วงมิติที่ฉีกขาดและทะเลหมอกที่ปั่นป่วนจากการต่อสู้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนจะเอ่ยปากพูดอย่างช้าๆ
"เจ้าคือเฉินซานซือแห่งสำนักหลัวเซียวงั้นรึ?!"
"ใช่ ข้าเอง!" เฉินซานซือตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา "ท่านคือคนของสำนักเสินเซียวงั้นรึ?"
"ข้าคือซูหลิวอวิ๋น ผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักเสินเซียว"
ผู้ฝึกตนชุดดำชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสริม
"คนที่เจ้าเพิ่งฆ่าไปเมื่อครู่คือศิษย์น้องที่เติบโตมาด้วยกันกับข้าตั้งแต่เด็ก"
เฉินซานซือไม่ได้ตอบกลับ
เพราะเขารู้สึกแปลกๆ
หากอีกฝ่ายต้องการแก้แค้น ด้วยระดับพลังขั้นจอมเซียน ก็ไม่มีความจำเป็นต้องมาพูดพล่ามทำเพลงกับเขาให้เสียเวลา
ดังนั้น...คำพูดประโยคนี้ ไม่ได้พูดกับเขา
เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด สายลมเย็นพัดโชยมา
สมบัติวิเศษกำเนิดที่กักขังเฉินซานซือไว้ ก็คลายตัวออกโดยอัตโนมัติ และลอยกลับไปอยู่ในมือของซูหลิวอวิ๋น
เฉินซานซือตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขารีบเรียกกายเนื้อกลับมาจากความว่างเปล่าและผสานเข้าด้วยกันทันที จากนั้นก็หันไปมอง และเห็นร่างที่คุ้นเคยร่างหนึ่ง
ติงซิว ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักหลัวเซียว ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
"นี่คือ..." ซูหลิวอวิ๋นพูดซ้ำ "ศิษย์น้องที่เติบโตมาด้วยกันกับข้าตั้งแต่เด็ก!"
"แล้วยังไงล่ะ?" ติงซิวถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบสุดๆ
ซูหลิวอวิ๋นจ้องมองเฉินซานซือด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร
"ดังนั้น ผู้ใดที่ฆ่าศิษย์น้องของข้า ข้าจะต้องฆ่ามันให้จงได้!"
"เอาสิ" ติงซิวยังคงสงบนิ่งดั่งบ่อน้ำไร้คลื่น "สหายซูลองลงมือดูสิ"
ซูหลิวอวิ๋นยกมือขึ้นฟาดฝ่ามือออกไป
กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินพลันแปรเปลี่ยนเป็นน้ำตกสายใหญ่ พุ่งทะยานเข้าบดขยี้เฉินซานซือ
จอมเซียนวิถีหมื่นธรรม!
เฉินซานซือสัมผัสได้
อีกฝ่ายฝึกฝนวิถีหมื่นธรรมเหมือนกับกูหงอิง เพียงแต่คนผู้นี้ได้ก้าวไปถึงจุดสูงสุดและกลายเป็นจอมเซียนแล้ว
ติงซิวยืนนิ่งไม่ไหวติง หัวมังกรที่สลักอยู่บนไม้เท้าของเขาจู่ๆก็มีชีวิตขึ้นมา มันอ้าปากกว้าง กลืนกินน้ำตกที่เกิดจากกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินเข้าไปจนหมดสิ้น
"ข้าให้โอกาสเจ้าสามครั้ง"
"หลังจากผ่านไปสามครั้งแล้ว หากเจ้ายังไม่สามารถทำอันตรายสหายเฉินได้ เรื่องนี้ก็ถือว่าจบลงเพียงเท่านี้"
"เมื่อครู่นี้คือครั้งแรก"
ซูหลิวอวิ๋นกัดฟันกรอด
เขาปลดปล่อยวิชาศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังทำลายล้างฟ้าดินออกมาอีกสองกระบวนท่าในทันที
แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม
ไม่ว่าเขาจะใช้วิชาศักดิ์สิทธิ์ใดๆเมื่ออยู่ต่อหน้าติงซิว มันก็เป็นเพียงแค่สายลมแผ่วเบาที่พัดผ่านไปเท่านั้น
"ครบสามกระบวนท่าแล้ว" ติงซิวหัวเราะหึๆ
"สหายซู เรื่องนี้ถือเป็นอันยุติ นับจากนี้ไปเจ้ากับเจ้าหนูซานซือของข้าจะไม่มีความแค้นต่อกันอีก"
"ผู้อาวุโสติง!" ซูหลิวอวิ๋นโกรธจัดจนขาดสติ "ท่านทำเกินไปแล้ว!"
เขารวบรวมพลังเซียนกำเนิดสร้างดาบบินสีทองขึ้นมาเล่มหนึ่งไว้ในมือ จากนั้นก็ใช้วิชาทะลวงมิติ พริบตาเดียวก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าติงซิวและแทงดาบออกไป
"หืม?"
ติงซิวที่หันหลังเตรียมจะเดินจากไป ปรายตามองใบหน้าที่เคยสงบเยือกเย็นและเมตตามาตลอด
ในที่สุดก็ปรากฏแววตาแห่งความน่าเกรงขาม
"ครบสามกระบวนท่าแล้ว สหายซูยังคิดจะทำร้ายคนอีก มันไม่ออกจะเกินไปหน่อยหรือ?"
เขายกมือซ้ายขึ้น ท่าทางดูเชื่องช้าเหลือเกิน
แต่กลับสามารถมาขวางอยู่ตรงหน้าได้ก่อนที่คมดาบจะตกลงมา
เขาดีดนิ้วออกไปเบาๆ
"เพล้ง——"
ดาบบินที่สร้างขึ้นจากพลังแห่งกฎเกณฑ์ของจอมเซียนซูหลิวอวิ๋นแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ
เขากระอักเลือดคำโต ร่างกายสูญเสียการควบคุมและลอยกระเด็นถอยหลังไปไกล
เขาชนกระแทกห้วงมิติพังทลาย ข้ามผ่านระยะทางนับหมื่นลี้ ไปจนถึงหน้าประตูสำนักเสินเซียว ก่อนจะร่วงหล่นลงมาอย่างแรงราวกับดาวตก
……………..