- หน้าแรก
- เทพยุทธ์เจ้าจักรวาล!
- บทที่ 28 ความสุขของครอบครัว
บทที่ 28 ความสุขของครอบครัว
บทที่ 28 ความสุขของครอบครัว
บทที่ 28 ความสุขของครอบครัว
ค่ำวันนั้น ภายในบ้านของครอบครัวฟาง ณ หมู่บ้านจัดสรรจงหลินอวี้ฝู่
"พี่ พี่เก่งสุดๆ ไปเลย"
"สอบปรับวุฒิ ได้โควตาสอบเข้าตรง? หลายปีถึงจะมีสักคนเนี่ยนะ?" ตอนนี้ทั้งฟางหลงและฟางซือเย่วตื่นเต้นกันสุดๆ ดูจะดีใจยิ่งกว่าฟางอวี่ซะอีก
"ตระกูลฟางของเรา ในที่สุดก็จะมีนักศึกษาปริญญาตรีสายยุทธ์แล้ว" ฟางจื้อหย่วนก็หัวเราะร่วน "ถ้าปู่ทวดของพวกแกรู้เข้า คงจะดีใจหน้าบานแน่ๆ"
วันนี้ พอฟางอวี่กลับมาถึงบ้าน แน่นอนว่าเขาก็ต้องเอาข่าวดีนี้มาบอกให้คนในครอบครัวรู้ คืนนี้ก็เลยมีการฉลองกัน
"สัญญาแบบอีลีท" ใบหน้าของฟางผิงอันเต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้าง
เมื่อไม่นานมานี้ ตอนที่เขากลับมาถึงบ้าน ฟางอวี่ก็กลับมาถึงแล้ว และหลังจากได้อ่านสัญญาที่ฟางอวี่ยื่นให้ ความกังวลในใจของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นความดีใจจนแทบเนื้อเต้น! ตื่นเต้นสุดๆ
ความคาดหวังที่เขามีต่อฟางอวี่ คือแค่ให้สอบติดปริญญาตรีสายยุทธ์ได้ก็พอแล้ว
ไม่นึกฝันเลยว่า ฟางอวี่จะสามารถคว้าสัญญาแบบอีลีทมาได้ ซึ่งเกินความคาดหมายของเขาไปมาก... นี่มันระดับที่นักศึกษาปริญญาตรีสายยุทธ์ระดับหัวกะทิเท่านั้นถึงจะทำได้นะ
"นักศึกษาปริญญาตรีสายยุทธ์ทั่วไป ได้เงินทุนสนับสนุนปีละ 300,000 เหรียญ" ฟางผิงอันถอนใจด้วยความทึ่ง "เสี่ยวหลง ซือเย่ว แต่เงินทุนสนับสนุนของพี่ชายลูกน่ะ 1 ล้านเหรียญเลยนะ"
"เรียนปริญญาตรีสองปี ก็ได้เงินทุนสนับสนุนตั้ง 2 ล้านเหรียญแล้ว นักศึกษาที่เรียนจบสายสามัญบางคน ทำงานมาทั้งชีวิตยังเก็บเงิน 2 ล้านไม่ได้เลย"
"พี่ชายของลูกยังไม่ได้ปลุกเนตรดาราด้วยซ้ำ นี่มันมาจากความมุ่งมั่นทุ่มเท และทักษะวิชาการต่อสู้ล้วนๆ" ฟางผิงอันหันไปมองพี่น้องทั้งสองคน "พวกลูกก็ห้ามขี้เกียจเด็ดขาดนะ"
"ค่ะ/ครับ" ฟางหลงพยักหน้ารัวๆ
"ทักษะวิชาการต่อสู้ของพี่ชาย ต้องเก่งกาจขั้นเทพอยู่แล้ว" ฟางซือเย่วก็รีบเสริม พวกเธอได้ฝึกกับฟางอวี่มาหนึ่งเดือนเต็มๆ รับรู้ได้เลยว่าพี่ชายคนโตของเธอนั้นเก่งกาจแค่ไหน
"พ่อครับ!"
"ผมขอแก้ความเข้าใจผิดของพ่อหน่อยนะ" ฟางอวี่ยิ้ม "พอผมเข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยสายยุทธ์หูกว่างแล้ว... ทางมหาวิทยาลัยจะจ่ายเงินทุนสนับสนุนพิเศษย้อนหลังของช่วงปีหนึ่งถึงปีสามให้ผมรวดเดียวเลยครับ"
"ดังนั้น เงินก้อนแรกที่ผมจะได้รับทันที ก็คือ 3.7 ล้านเหรียญครับ"
"แล้วก็ไม่ต้องเสียภาษีด้วยนะครับ" ฟางอวี่อธิบายเพิ่มเติม
อย่างพวกค่าโฆษณาอะไรทำนองนั้น ถือเป็นรายได้ ต้องเสียภาษี เพียงแต่ว่าทางผู้จัดการฮั่วเป็นคนออกให้
แต่เงินทุนสนับสนุนพิเศษแบบนี้ มันถือเป็นรางวัลจากทางสหพันธ์บลูมูนโดยตรงอยู่แล้ว
"3.7 ล้านเหรียญ?" ทุกคนในครอบครัวถึงกับตกตะลึง พวกเขาเพิ่งจะได้ดูสัญญาของฟางอวี่ไปเมื่อกี้ ต่างก็เข้าใจว่าเงินทุนสนับสนุนคือ 2 ล้านเหรียญสำหรับช่วงเวลาสองปีที่เหลือในชีวิตนักศึกษาปริญญาตรีของฟางอวี่
"3.7 ล้านเหรียญ?" ฟางผิงอันถึงกับเบิกตากว้าง อึ้งจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
หลายปีมานี้ เขาเหน็ดเหนื่อยกับการเปิดซูเปอร์มาร์เก็ต แม้จะถือว่ามีรายได้ค่อนข้างดี แต่การที่ต้องลงทุนสนับสนุนเส้นทางสายยุทธ์ของฟางอวี่ รวมไปถึงเรื่องที่ลูกสาวและลูกชายคนเล็กปลุกเนตรดาระดับสูงได้ ก็ทำให้เขาต้องแบกรับความกดดันอย่างหนัก
พร้อมกันนั้น เขาก็รู้สึกผิดต่อฟางอวี่มาโดยตลอด... เพราะตอนที่ฟางอวี่เรียนอยู่มัธยมปลาย ในช่วงที่ต้องปูพื้นฐานร่างกาย เขาลงทุนให้กับฟางอวี่น้อยกว่าฟางหลงและฟางซือเย่ว
เขาไม่คาดคิดเลยว่า
เพียงแค่วันเดียว ฟางอวี่ก็นำเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่มาให้เขา
"นี่คือประสิทธิภาพในการหาเงินของนักรบเหรอเนี่ย?" น้องชายอย่างฟางหลงเบิกตากว้าง ไม่รู้ว่าในใจกำลังคิดอะไรอยู่
"3.7 ล้านเหรียญ? สมกับเป็นหลานชายคนโตของปู่" ฟางจื้อหย่วนยิ่งดีใจ "คืนนี้ปู่ต้องขอชนแก้วฉลองซะหน่อยแล้ว"
เมื่อเห็นภาพของคนในครอบครัว ฟางอวี่ก็ยิ่งรู้สึกมีความสุขในใจ
หกปีในชั้นมัธยม สามปีในวิทยาลัยอาชีวศึกษา
ฝึกฝนอย่างหนักไม่ว่าจะฤดูร้อนหรือฤดูหนาว
อดทนฝึกฝนมาอย่างยาวนาน
เพื่ออะไรล่ะ?
ก็เพื่อวันนี้ไม่ใช่เหรอ?
ในทางกลับกัน ฟางอวี่รู้ดีว่า นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
...
หลังจากการฉลองจบลง คนในครอบครัวก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
มีเพียงฟางอวี่ที่อยู่เป็นเพื่อนพ่อของเขา ฟางผิงอัน พวกเขาเดินขึ้นไปยังห้องพระเล็กๆ บนชั้นสาม และโค้งคำนับป้ายวิญญาณหลายป้ายอย่างเคารพ
"ถ้าย่าของลูกรู้ถึงความสำเร็จของลูกในวันนี้ ท่านก็คงจะภูมิใจในตัวลูกเหมือนกัน" ใบหน้าของฟางผิงอันมีรอยยิ้มบางๆ เหมือนกำลังนึกย้อนไปถึงอดีต "ตอนที่ย่าของลูกเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยสายยุทธ์หูกว่าง เหมือนจะไม่ได้สัญญาแบบอีลีทหรอกนะ"
ฟางอวี่ทำหน้าครุ่นคิด
ตอนที่แม่หายตัวไปที่ดาวปฐมกาล เธออายุสี่สิบกว่าปี แต่ระดับพลังชีวิตอยู่ที่เลเวล 28 ตอนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยสายยุทธ์หูกว่าง เธอก็น่าจะเป็นแค่นักศึกษาธรรมดาๆ
"พ่อครับ"
"ผมมีเรื่องจะบอกพ่อครับ" ฟางอวี่พูดขึ้น
ไม่นาน ฟางอวี่ก็เล่าเรื่องของต่งซินและผู้จัดการฮั่วให้พ่อฟังทั้งหมด แม้กระทั่งเรื่องทุจริตลับๆ ของผู้จัดการฮั่ว เขาก็ไม่ได้ปิดบัง
เพราะตอนนี้เรื่องราวมันบานปลายไปกันใหญ่แล้ว จะปิดบังต่อไปไม่ได้อีกแล้ว
"ลูกทำถูกแล้ว" ฟางผิงอันฟังจบก็บอก "เรื่องของผู้จัดการฮั่วคนนั้น ลูกห้ามเอาไปปูดเด็ดขาด... แต่การที่ลูกไปเซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์ให้เขาในวันนี้ มันค่อนข้างเสี่ยงไปหน่อยนะ"
"เสี่ยงเหรอ?" ฟางอวี่ชะงัก
"ด้วยความสามารถของลูกตอนนี้ ยังไม่ถึงขั้นที่จะเซ็นสัญญาแบบนั้นหรอกนะ" ฟางผิงอันอธิบาย "ถ้าวันใดวันหนึ่งในอนาคต สำนักยุทธ์เถี่ยซานเกิดสืบสวนผู้จัดการฮั่วคนนั้นขึ้นมา สัญญาฉบับนี้ของลูกก็มีสิทธิ์ที่จะโดนหางเลขไปด้วย ในข้อหามีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการติดสินบน"
ฟางอวี่ทำหน้าครุ่นคิด "แต่ศิษย์พี่ต่งบอกว่า..."
"ศิษย์พี่ต่งของลูกรับปากว่าจะช่วยไกล่เกลี่ยให้ แต่นั่นก็เท่ากับว่าลูกเอาชะตาชีวิตไปฝากไว้ในมือคนอื่น" ฟางผิงอันส่ายหน้า "ศิษย์พี่ต่งช่วยลูก ลูกต้องสำนึกบุญคุณเขา"
"แต่หลักการในวงการธุรกิจก็คือ อย่าเชื่อใจใครแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เด็ดขาด"
"ตอนที่ลูกคุยกับผู้จัดการฮั่ว ลูกได้อัดเสียงไว้หรือเปล่า?" ฟางผิงอันถาม "เปิดให้พ่อฟังหน่อยสิ"
"มีครับ" ฟางอวี่พยักหน้า
นี่เป็นนิสัยที่ดีที่เขาได้รับการปลูกฝังมาจากพ่อ คือการบันทึกเสียงสนทนาทุกครั้ง
ไม่นาน
ฟางผิงอันก็ฟังคลิปเสียงการสนทนาของทั้งคู่จนจบ ดูเหมือนเขาจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก "โชคดีนะ อย่างน้อยลูกก็ไม่ได้ไปข่มขู่เขา และก็ไม่ได้มีเนื้อหาอะไรที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ถ้าวันหนึ่งเรื่องแดงขึ้นมาจริงๆ ต่อให้ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล อย่างมากก็แค่คืนเงินเขาไป... จำไว้นะ คราวหน้าถ้ามีเรื่องแบบนี้อีก ต้องนัดคุยกันต่อหน้า"
"ทางที่ดีควรจะนัดคุยในสถานที่ที่ลูกคุ้นเคยและสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แล้วก็เชิญบุคคลที่สามที่น่าเชื่อถือมาเป็นพยานด้วย"
"นัดคุยต่อหน้า? บุคคลที่สามเป็นพยาน" ฟางอวี่ทำหน้าครุ่นคิด
"อย่างเช่นอาจารย์ 'เหยียนฝู' ของลูกไง" ฟางผิงอันยิ้มบางๆ "ถ้าลูกขอให้เขาช่วย โดยให้เขาเป็นตัวแทนของวิทยาลัยมาเป็นพยานในการเซ็นสัญญาพรีเซนเตอร์ เขาคงไม่ปฏิเสธหรอก"
"ทำแบบนี้ ลูกก็ไม่ต้องมากังวลอะไรอีกแล้วใช่ไหมล่ะ?"
ตาของฟางอวี่เป็นประกาย
ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ดจริงๆ
เขายอมรับเลยว่าตัวเองไม่ได้คิดลึกซึ้งถึงขนาดนี้
"แต่ตอนนี้ก็ถือว่ารับได้นะ" ฟางผิงอันบอก "ขอแค่พอเข้ามหาวิทยาลัยไปแล้ว ลูกยังคงพัฒนาตัวเองไปได้อย่างรวดเร็ว ค่าพรีเซนเตอร์แค่ไม่กี่แสนเหรียญ บริษัทใหญ่ๆ เขาไม่มานั่งใส่ใจหรอก ในฐานะนักศึกษาสอบเข้าตรง ลูกก็พอจะมีคุณสมบัติอยู่บ้าง ถึงในอนาคตศิษย์พี่ต่งของลูกจะไม่ช่วย ก็คงไม่มีใครอยากจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตหรอก"
ฟางอวี่พยักหน้า รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง
"อ้อใช่ พ่อครับ"
"เดี๋ยวพอเงินทุนสนับสนุนกับเงินทุนการศึกษาโอนเข้าบัญชีแล้ว ผมจะโอนให้พ่อสักก้อนนะครับ" ฟางอวี่พูดขึ้น เขารู้ดีว่าพ่อต้องแบกรับภาระหนักหนาแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เพิ่งซื้อยาและของล้ำค่าล็อตใหญ่มาให้เขาและน้องๆ
"ไม่!"
"ห้ามโอนมาเด็ดขาด ลูกเก็บไว้ใช้เองเถอะ" ฟางผิงอันปฏิเสธเสียงแข็ง "ลูกอย่าคิดว่าเงินแค่นี้มันเยอะนะ มันยังไม่พอหรอก พ่อเคยลองเช็กดูแล้ว ลูกต้องยกระดับพลังชีวิตให้ไปถึงเลเวล 39... ถ้าลูกยังไม่สามารถปลุกเนตรดาราแห่งความว่างเปล่าได้ อย่าว่าแต่หลักล้านเลย"
"หลักสิบล้านก็ยังไม่พอเลย"
"พ่อมีความสามารถจำกัด หลังจากนี้คงช่วยอะไรลูกไม่ได้มากแล้ว ลูกต้องพึ่งตัวเองแล้วล่ะ"
"ส่วนเรื่องของน้องๆ พวกเขาก็มีเส้นทางของตัวเอง... ลูกเป็นแค่พี่ชายคนโต ไม่ใช่พ่อของพวกเขา บางเรื่องลูกก็ไม่ต้องไปแบกรับมันหรอก" ฟางผิงอันมองหน้าฟางอวี่
"แต่ว่าพ่อ" ฟางอวี่มองพ่อด้วยความเป็นห่วง "สุขภาพของพ่อน่ะ"
"พ่อรู้ว่าลูกเป็นห่วงเรื่องอะไร"
"ไว้รอให้ลูกเป็นนักรบระดับสูง แล้วหาเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองได้สักหลายสิบล้านก่อนเถอะ" ฟางผิงอันแกล้งทำเป็นหัวเราะเบาๆ "ถึงตอนนั้น ถ้าลูกยังอยากจะให้เงินน้องๆ ไปทำทุน พ่อก็จะไม่ห้ามเลย"
"แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้เด็ดขาด"
"อืม" ฟางอวี่เข้าใจแล้วว่าพ่อจะไม่มีทางยอมรับเงินก้อนนี้ "พ่อครับ รอให้ผมเป็นนักรบระดับสูงก่อนนะ ถึงตอนนั้นถ้าผมให้เงินพ่อ พ่อห้ามปฏิเสธอีกนะ"
"ฮ่าๆ" ฟางผิงอันหัวเราะ "งั้นพ่อจะรอให้ถึงวันนั้นนะ ถึงตอนนั้นพ่อจะได้ทำตัวสบายๆ เหมือนปู่ของลูกบ้าง"
ในใจลึกๆ แล้ว ฟางผิงอันไม่ได้คิดว่าฟางอวี่จะสามารถเป็นนักรบระดับสูงได้เร็วขนาดนั้น... อย่างน้อยก็คงต้องใช้เวลาอีกหลายปี ถึงตอนนั้น ฟางหลงและฟางซือเย่วก็น่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว