- หน้าแรก
- เกมจุติ สกิลของฉันไม่มีคูลดาวน์
- ตอนที่ 13 มันทำได้จริงๆ ด้วย
ตอนที่ 13 มันทำได้จริงๆ ด้วย
ตอนที่ 13 มันทำได้จริงๆ ด้วย
ตอนที่ 13 มันทำได้จริงๆ ด้วย
ใช้ลูกศรสิบดอกก็ฆ่าลูกกระจ๊อกเลเวลสี่สิบกว่าได้หนึ่งตัว ใช้เวลาเพียงครึ่งนาทีก็จัดการได้ตัวหนึ่ง
แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวที่ทำดาเมจ ความเร็วในการจัดการมอนสเตอร์จึงไวขึ้นมาก
เซียวเฉินพลังโจมตีสูง ดาเมจคงที่ โอกาสที่จะสังหารศัตรูได้ดาบสุดท้ายจึงมีสูงกว่ามาก
พวกมอนสเตอร์ดุร้ายมาก เซียวเฉินเห็นผู้มีอาชีพเลเวลสามสิบกว่าหลายคนล้มลงบนกำแพงเมือง
จู่ๆ เสียงร้องด้วยความตกใจก็ดังเข้าหูเซียวเฉิน:
"ใครก็ได้มาช่วยที มีตัวอีลีทเลเวล 50 เข้ามาใกล้แล้ว!"
เซียวเฉินมองตามเสียงไป พบว่าเป็นไอ้ตัวยักษ์สูง 5-6 เมตรตัวหนึ่ง
โครงกระดูกขนาดยักษ์ เปลวเพลิงวิญญาณวูบวาบ หัวของมันแทบจะสูงเท่ากำแพงเมืองอยู่แล้ว
"เชี่ย มอนสเตอร์อีลีท อย่าปล่อยให้มันขึ้นกำแพงเมืองเด็ดขาด"
โชคดีที่มอนสเตอร์มีจำนวนมากเกินไป ความแออัดทำให้พวกมันเคลื่อนไหวลำบาก
[โครงกระดูกอีลีท เลเวล 50, พลังชีวิต 120,000, โจมตี 2500, ป้องกัน 1200
สกิล: อัญเชิญอมตะ!]
โครงกระดูกอีลีทคำรามลั่น โครงกระดูกเลเวล 45 นับร้อยตัวก็พุ่งทะยานเข้าหาแนวของกำแพงเมือง
สกิลอัญเชิญเหมือนกัน แต่ความสามารถของเจ้านี่เหนือกว่าเสี่ยวเฉียงมหาศาล
"เยี่ยมเลย มอนสเตอร์กระจุกตัวกันแน่นดี!"
เซียวเฉินเห็นมอนสเตอร์ระดับสูงมากมายขนาดนี้กลับไม่ตื่นตระหนก แต่เขากลับรู้สึกตื่นเต้น เขาหยิบมานาแกรเนดออกมาเป็นมัดๆ
"ปั้นระเบิดมาตั้งครึ่งปี ก็เพื่อรอจังหวะนี้แหละ!"
บึ้ม!
บึ้ม บึ้ม!
เสียงระเบิดดังสนั่นติดต่อกันสิบกว่าครั้ง มอนสเตอร์หน้ากำแพงเมืองถูกกวาดล้างจนโล่งไปเป็นแถบ
"EXP +2400"
"เหรียญทองแดง +720"
"คุณได้รับคริสตัลอมตะ (ระดับเหล็กดำ) x2"
จะว่ายังไงดีล่ะ ขาดอะไรของก็มาส่งถึงที่ทันที
เซียวเฉินจับคริสตัลหลอมรวมกับเสี่ยวเฉียงทันที
"พลังชีวิต +200, โจมตี +80, ป้องกัน +30"
ใช้คริสตัลไปสองก้อนรวด ไอเทมมูลค่าหลายสิบเหรียญทองหายวับไปในพริบตา
การเลี้ยงอสูรอัญเชิญสักตัวเนี่ย มันเปลืองเงินจริงๆ เผลอๆ จะใช้เงินมากกว่าตัวเซียวเฉินเองซะอีก
"เชี่ย หัวหน้า พี่ไปเอาไอ้ของพรรค์นั้นมาจากไหนน่ะ?"
"มานาแกรเนดน่ะ จริงๆ มันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรอก แค่เน้นปริมาณเข้าว่าก็พอมีผลอยู่บ้าง"
โยนระเบิดมือออกไปทีละหลายร้อยลูก ยังไงมันก็ต้องมีผลบ้างล่ะ
แน่นอนว่าเขาปั้นมาตั้งครึ่งปี ในมือมีระเบิดมืออยู่นับหมื่นลูก
เมื่อไหร่ที่มีมอนสเตอร์ระดับสูงมากันเยอะๆ เขาก็จะโยนออกไปสักมัดสองมัด
และตอนนี้ ก็เป็นเวลาที่ควรใช้ระเบิดนี่ที่สุด เพราะโครงกระดูกระดับสูงมันผุดออกมาเยอะเกินไปแล้ว
บึ้ม!
คราวนี้เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวเป็นพิเศษ เพราะเขาโยนออกไปทีเดียวหลายร้อยลูก
"EXP +2400"
โยนติดต่อกันไป 7-8 รอบ มานาแกรเนดของเซียวเฉินหายไปครึ่งหนึ่งในพริบตา
แน่นอนว่า EXP ที่ได้ก็ไม่ใช่น้อยๆ
โครงกระดูกอีลีทตัวนั้นเหมือนจะเห็นเซียวเฉินเข้าให้แล้ว มันกำลังจะพุ่งมาทางเขา
ตอนนั้นเอง ผู้มีอาชีพคนหนึ่งก็กระโดดลงจากกำแพงเมือง เข้าไปดึงค่าความเกลียดชังของโครงกระดูกอีลีทตัวนั้นไว้แน่น แล้วลากมันมาจนถึงหน้ากำแพงเมือง
"เชี่ย แทงค์เลือดแสนกว่า!"
พรีสต์บู๊เลเวล 50 เซียวเฉินไม่คุ้นชื่อนี้เลย น่าจะเป็นผู้มีอาชีพที่เพิ่งจะเติบโตขึ้นมาใหม่
"เร็วเข้า รุมฆ่ามันซะ เดี๋ยวฉันต้องไปช่วยกู้สถานการณ์ที่อื่นต่อ!"
พรีสต์บู๊คนนั้นรับมือกับมอนสเตอร์อีลีทเลเวล 50 ได้อย่างชิลล์ๆ ถึงขนาดไม่ต้องให้ฮีลเลอร์ช่วยเติมเลือดเลย
สายดาเมจระยะไกลทุกคนต่างระดมยิงใส่โครงกระดูกอีลีทตัวนั้น เซียวเฉินที่ใช้สกิลยิงห้าศร ก็แบ่งลูกศรหนึ่งดอกเล็งไปที่โครงกระดูกอีลีทด้วย
สิบกว่าคนรุมทำดาเมจ เมื่อดูอันดับดาเมจแล้ว เซียวเฉินอยู่ตรงช่วงกลางๆ ไม่ได้โดดเด่นอะไรนัก
สถานะของเซียวเฉินอาจจะสูงกว่าคนทั่วไป ดาเมจของเขานิ่งกว่า แต่พลังระเบิดดาเมจยังถือว่าด้อยกว่าคนอื่นอยู่บ้าง
พอมีแทงค์ที่แข็งแกร่งขนาดนี้ มอนสเตอร์อีลีทแบบนี้ก็ตีได้ไม่ยากเย็นนัก
สายตีไกลสิบกว่าคนรุมถล่ม ไม่กี่นาทีก็ปิดจ๊อบได้แล้ว
เซียวเฉินไม่ได้หวังอะไรมาก เขาแค่กะจะเนียนรับ EXP ไปเฉยๆ
การจะแย่งคิลแบบนี้มันยากเกินไป
เลือดของโครงกระดูกอีลีทใกล้จะหมดหลอด เซียวเฉินยิงลูกศรสุดท้ายออกไปเตรียมจะพักมือ
"ติ๊ง คุณสังหารมอนสเตอร์อีลีทเลเวล 50 สำเร็จ ได้รับความสำเร็จ: นักล่าระดับต้น
สถานะทุกอย่าง +5, เหรียญทอง +5"
"ยอดคิล +1, EXP +4000, เหรียญทอง +10"
"เลเวลของคุณเพิ่มขึ้นเป็น 37 สถานะทุกอย่าง +1, แต้มสถานะอิสระ +5"
"คุณได้รับสร้อยคอแห่งรัศมี"
[สร้อยคอแห่งรัศมี, ระดับเงิน, เลเวลอุปกรณ์: ไม่มี
สถานะทุกอย่าง +40, พลังโจมตี +20%]
ประกาศที่เด้งขึ้นมารัวๆ ทำเอาเซียวเฉินถึงกับใบ้กิน
แย่งคิลมาได้เฉยเลย แถมของดรอปด้วยเหรอ?
อุปกรณ์ระดับเงินเชียวนะ แถมเป็นสร้อยคออีกต่างหาก
"เชี่ย ดวงฉันเริ่มจะกลับมาดีแล้วใช่ไหมเนี่ย?"
อุปกรณ์ระดับเงิน แถมยังเป็นสร้อยคอซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่แพงยิ่งกว่าอาวุธซะอีก
เซียวเฉินรีบถอดสร้อยคอวายุออก แล้วสวมสร้อยคอแห่งรัศมีเข้าไปทันที
สร้อยคอระดับเงิน ในตลาดการค้าขายกันราคาตั้งสองพันกว่าเหรียญทอง!
อุปกรณ์ชิ้นเดียวเปลี่ยนอะไรได้เยอะจริงๆ
พอได้โบนัสจากสร้อยคอเส้นนี้ พลังโจมตีพื้นฐานของเซียวเฉินก็พุ่งไปแตะห้าพัน
"พลังโจมตี: 5039"
พอบวกบัฟต่างๆ เข้าไป พลังโจมตีก็ทะลุหมื่นไปเรียบร้อย!
เก็บอุปกรณ์ได้ชิ้นนึง นี่คุณกล้าคิดกล้าฝันไหมล่ะ?
สร้อยคอวายุที่ถอดออกมา ยังเอาไปขายได้ตั้งร้อยเหรียญทอง
แน่นอนว่าคราวนี้เขาไม่ขาย
เซียวเฉินยอมหรูหราสักครั้ง เขาไม่เปลี่ยนสร้อยคอเป็นเหรียญทอง แต่เอาไปให้เสี่ยวเฉียงใส่แทน
ชั่วพริบตา เลือดและพลังโจมตีของเสี่ยวเฉียงก็พุ่งขึ้นมาอีกขั้นใหญ่ๆ
เสี่ยวเฉียงขาดแค่แหวนอีกสองวง ไม่งั้นอุปกรณ์มันก็จะเต็มทุกช่องแล้ว
เลเวลสามสิบเจ็ดแล้ว ฝีมือของเขายกระดับขึ้นมาอย่างมหาศาลในพริบตา
เขาเริ่มแอบหวังแล้วว่า เมื่อไหร่จะมีมอนสเตอร์อีลีทโผล่มาอีกนะ?
ต่อให้ไม่ใช่เลเวลห้าสิบ เลเวลสี่สิบก็ยังดี
ขอแค่มีพื้นที่ให้เขาเดินเกมได้สะดวก เซียวเฉินรู้สึกด้วยซ้ำว่าเขาสามารถโซโล่มอนสเตอร์อีลีทเลเวลสี่สิบได้แล้ว
ดาเมจทะลุหมื่นแล้ว จะมั่นใจขึ้นมาบ้างก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
การจะรักษาอาณาเขตรดับหนึ่งไว้นั้นไม่ง่ายเลย ต่อให้มีเซียวเฉินมาร่วมทีม หน่วยพายุก็ยังสู้ได้อย่างยากลำบาก
ยังดีที่ทุกคนประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะเจอสถานะการณ์คับขันอยู่หลายครั้ง แต่โชคดีที่ไม่มีใครตาย
ตำแหน่งที่พวกเซียวเฉินอยู่ถือว่าค่อนข้างดี มอนสเตอร์ที่บุกเมืองส่วนใหญ่เลเวล 30-40 แต่มีหลายจุดที่เจอเข้ากับมอนสเตอร์เลเวล 60 ขึ้นไป ตรงนั้นตายกันระนาวเลยทีเดียว
มีครั้งหนึ่งที่ฝูงแมลงเกือบจะยึดกำแพงเมืองได้แล้ว เซียวเฉินโยนมานาแกรเนดที่เหลือทั้งหมดออกไป ระเบิดด้วงระดับสูงตายไปเป็นเบือถึงจะรักษาแนวไว้ได้
วันต่อๆ มา มักจะมีมอนสเตอร์อีลีทโผล่มาเป็นระยะ
ขอแค่เจอ เขาก็ต้องเข้าไปแจมด้วยแน่นอน ถือว่าไปลุ้นโชค
เซียวเฉินไม่มีดวงแบบนั้นอีกแล้ว เขาแย่งคิลไม่ได้อีกเลย
"ติ๊ง คุณกระตุ้นหนึ่งในหมื่น สุ่มสถานะ +10"
หลังจากได้ยินประกาศแบบนี้สองครั้ง เลเวลของเขาก็อัปขึ้นอีกหนึ่งระดับ แตะเลเวล 38 จนได้
"การป้องกันเมืองมันอันตรายก็จริง แต่ความเร็วในการอัปเลเวลนี่มันไวสุดๆ เลยแฮะ"
ดาเมจของเซียวเฉินสูงขึ้น EXP ที่แบ่งได้ก็สูงตาม เสี่ยวเฉียงเองก็ช่วยหา EXP ได้บ้าง เมื่อรวมกันแล้วจึงถือว่ามหาศาลมาก
การแบ่งส่วนแบ่งตามผลงานนี่มันแฟร์จริงๆ
"กิลด์ใช้แต้มผลงาน 100,000 แต้ม ป้อมป้องกันกิลด์ +1"
แรงกดดันในการป้องกันอาณาเขตมันมากเกินไป พอแต้มผลงานครบแสนปุ๊บ กิลด์ก็รีบสร้างป้อมป้องกันเพิ่มทันที
[ป้อมป้องกันระดับหนึ่ง: พลังชีวิต 50,000, โจมตี 2000, ระยะโจมตี 200 เมตร
เอฟเฟกต์การโจมตี: มัลติช็อต 6 ศร, ความเร็วโจมตี: 2]
ป้อมป้องกันหนึ่งแห่ง ดาเมจที่ทำได้ถือว่าโหดสุดๆ
ความเร็วโจมตีและดาเมจขนาดนี้ แทบไม่มีผู้มีอาชีพคนไหนเทียบได้เลย
แถมป้อมป้องกันแบบนี้ยังอัปเกรดได้อีก ในอนาคตมันจะกลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่สำคัญที่สุดในการป้องกันอาณาเขตกิลด์
"พี่น้องทั้งหลาย ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว
เราขอแค่รักษาแนวไว้ได้อีกสิบวัน แนวป้องกันก็น่าจะเริ่มมั่นคงขึ้น"
ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดผ่านพ้นไปแล้วก็จริง แต่หลังจากป้องกันเมืองมาหลายวัน จำนวนคนก็ลดลงไปถึงสองพันคนแล้ว
ในช่องแชททีม มักจะมีเสียงออกคำสั่งของผู้บัญชาการดังออกมาเป็นระยะ:
"มีบอสเลเวลหกสิบเข้ามาใกล้ เฉินจั้น พวกนายออกนอกเมืองไปสกัดมันไว้ อย่าให้มันเข้าใกล้ตัวเมืองเด็ดขาด"
"เส้นทางมุ่งสู่อาณาเขตถูกมอนสเตอร์ระดับสูงยึดครองไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว หลังจากนี้จะไม่มีกำลังเสริมมาช่วยอีก
พวกเราต้องอาศัยกำลังของตัวเอง ต้านทานการบุกระลอกแล้วระลอกเล่าให้ได้ จนกว่าค่ายกลวาร์ปจะสร้างเสร็จ"
เซียวเฉินได้ยินแบบนี้แล้วอยากจะด่าคนจริงๆ
ถ้าไม่มีกำลังเสริมมาช่วย พวกเขาไม่โดนบดขยี้จนตายกันหมดเหรอ?
เซียวเฉินรู้สึกหงุดหงิดมากในตอนนี้!
ตอนนั้นเอง เซียวเฉินก็ได้รับประกาศ:
"คุณได้รับส่วนแบ่งจากทีม เหรียญทอง +200"
โอเค เห็นแก่เหรียญทอง จะยอมทนหน่อยก็ได้
แจกเงินให้ทุกคนคนละสองร้อยเหรียญทองเนี่ย มันเพียงพอให้ทุกคนเปลี่ยนอุปกรณ์เป็นระดับทองแดงครบเซตได้เลยนะ
พอบวกกับเงินหนึ่งร้อยเหรียญทองที่แจกไปก่อนหน้านี้ ก็สามารถทำให้ผู้มีอาชีพคนไหนก็ตามแข็งแกร่งขึ้นได้อีกขั้นใหญ่ๆ
ในช่วงเวลาที่ทุกคนต้องการพัฒนาฝีมืออย่างเร่งด่วนแบบนี้ เวลาในการแจกเงินถือว่าเป๊ะมาก
สมาชิกหน่วยพายุทุกคน ต่างมีพลังรบเพิ่มขึ้นไม่น้อย
แจกรางวัลหนักขนาดนี้ กิลด์เทียนสิงถือว่าใจป้ำสุดๆ
เงินสองร้อยเหรียญทองนี้ เซียวเฉินเอาไปซื้อคริสตัลอมตะระดับเหล็กดำมา 10 ก้อน
เลือดของเสี่ยวเฉียงบวกเพิ่มมาอีกสองพัน พลังโจมตีและป้องกันก็เพิ่มขึ้นไม่น้อย
"เสี่ยวเฉียง อัดดาเมจให้หนักๆ เข้าล่ะ หา EXP มาให้ได้เยอะๆ!"
ถลุงเงินไปอีกหลายร้อยเหรียญทอง ก็แอบเสียดายอยู่เหมือนกันนะเนี่ย
พอได้รับการสนับสนุนเป็นเหรียญทองก้อนโต ฝีมือของทุกคนก็เพิ่มขึ้น ทำให้การป้องกันกำแพงเมืองเริ่มมั่นคง
หลังจากป้องกันเมืองมาหลายวัน เซียวเฉินก็พบว่ากิลด์อื่นๆ ก็ต้องเผชิญกับสถานการณ์แบบเดียวกัน
ทุกกิลด์ต่างตรากตรำป้องกันเมือง และทุกกิลด์ต่างก็สูญเสียคนไปมหาศาลเช่นกัน
ตอนนี้ นอกเมืองเทียนหนานมีอาณาเขตถูกสร้างขึ้นถึงสิบแห่งรวด
"ด่านนี้สำคัญต่อเมืองเทียนหนานมาก ถ้าผ่านด่านนี้ไปได้ สถานการณ์ของเมืองเทียนหนานจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างมาก"
การสร้างอาณาเขตพร้อมกันหลายแห่ง ก็เพื่อกระจายแรงโจมตีของพวกมอนสเตอร์
ในอนาคตถ้ามีฐานที่มั่นหลายแห่งคงอยู่ได้ตลอดไป ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระของเมืองเทียนหนานได้มหาศาล และอาจกลายเป็นฐานที่มั่นสำคัญในการล่ามอนสเตอร์ได้ด้วย
ทุกอาณาเขตต่างป้องกันกันอย่างยากลำบาก ผู้มีอาชีพระดับต่ำก็ลำบาก พวกลูกพี่เลเวลร้อยก็ลำบากเช่นกัน
พวกเขารับหน้าที่สกัดบอสระดับสูงไว้ข้างนอก ไม่งั้นก็คงไม่มีฐานที่มั่นไหนถูกสร้างขึ้นมาได้หรอก
หน่วยรบที่แข็งแกร่งที่สุดของกิลด์เทียนสิงก็ไม่ได้อยู่ในปาร์ตี้ทีม คาดว่าคงไปปฏิบัติภารกิจสังหารบอสระดับสูงเช่นกัน
พวกบิ๊กบอสรับหน้าที่ที่ยากที่สุดไปแล้ว พวกเขาจึงไม่มีอะไรให้ต้องบ่น
"ติ๊ง จางฟานเข้าร่วมปาร์ตี้ทีม!"
ข้อความหนึ่งดึงดูดความสนใจของเซียวเฉิน
"จางฟาน?"
ป้องกันเมืองมาตั้งนานขนาดนี้ ทำไมพึ่งจะเข้าทีมตอนนี้ล่ะ?
แถมเข้าทีมมาตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร?
เส้นทางจากเมืองเทียนหนานมาที่ฐานที่มั่นโดนปิดตายไปหมดแล้วนี่นา
"เดี๋ยวนะ จางฟานเลเวล 51 แล้วเหรอ?"
เซียวเฉินรู้สึกตกใจกับความเร็วในการเติบโตของเพื่อนร่วมทางจริงๆ ตอนนี้เขาเลเวล 38 ยังห่างชั้นกันอีกไกลโข
เสียงหนึ่งดังเข้าหูทุกคน เป็นเสียงของเจ้าอ้วนที่กำลังตะโกนอยู่
"เฮ้ย พวกเดียวกัน อย่าโจมตีข้านะเว้ย!"
ไม่นาน สมาชิกกิลด์เทียนสิงทุกคนก็เห็นเจ้าอ้วนคนหนึ่ง กำลังขี่อยู่บนหลังนกอินทรียักษ์บินข้ามกำแพงเมืองมา
อสูรอัญเชิญสายบิน!
ต่อให้จะเป็นอสูรอัญเชิญสายบินระดับต่ำ ก็เพียงพอจะทำให้คนอื่นอิจฉาตาร้อนได้แล้ว
แถมอสูรอัญเชิญของเจ้าอ้วนนี่ดูท่าจะไม่ใช่ระดับต่ำเลยสักนิด
นกอินทรีดำตัวนั้น ขนาดตัวยาว 4-5 เมตร พอกางปีกออกมาน่าจะวางเตียงลงไปได้ทั้งหลังเลยล่ะ
"เชี่ย สู้กันนัวเลยแฮะ!
หมีปฐพี ออกไปอาละวาดให้เต็มที่เลยลูกพ่อ"
หมีปฐพีเลเวลห้าสิบเอ็ด เลือดปาเข้าไปห้าหมื่นแล้ว
มันคำรามลั่น ร่างที่ใหญ่ราวกับภูเขาเลูกย่อมๆ กระโดดทะยานออกจากตัวเมือง พุ่งเข้าใส่ฝูงมอนสเตอร์ทันที
มีอสูรอัญเชิญที่เก่งขนาดนี้ อัปเลเวลช้าก็แปลกแล้วล่ะ
เจ้านกอินทรีดำตัวนั้น ระดับชั้นต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ เพราะมันก็พุ่งเข้าใส่ฝูงมอนสเตอร์ด้วยเหมือนกัน
อสูรอัญเชิญที่แข็งแกร่งสองตัว เพียงพอจะทำให้แต้มผลงานของจางฟานพุ่งเข้าสู่ร้อยอันดับแรกได้อย่างง่ายดาย
ในฐานที่มั่นฟื้นฟูเร็ว อสูรอัญเชิญก็ตายยากขึ้นด้วย
"รบกวนฮีลเลอร์ทุกคนด้วยนะครับ ช่วยคอยดูเลือดอสูรอัญเชิญของผมให้หน่อย"
หมีปฐพีพุ่งเข้าใส่ฝูงลูกกระจ๊อก สกิลเหยียบปฐพีทีเดียวทำให้เลือดลูกกระจ๊อกในรัศมีวงกว้างหายไปเกือบครึ่งหลอด
"นกอินทรีดำของเขาทำไมไม่ช่วยสู้ล่ะ?
แล้วเขาไปยืนกลางอาณาเขตทำไมกันเนี่ย ยืนเหม่อเหรอ?"
เซียวเฉินรู้จักคนไม่กี่คน พอเห็นเจ้าอ้วนบินมาที่อาณาเขต เขาก็เลยคอยมองตามเป็นพิเศษ
เจ้าอ้วนหลังจากนั้นก็ไม่ทำอะไรเลย ดันตะโกนเสียงดังในช่องแชททีม:
"ขอระดมทุนเหรียญทองหน่อยครับ ผมจะซื้ออสูรอัญเชิญระดับเงินเพิ่มอีกตัว
แล้วพวกคุณจะมีตัวทำดาเมจสุดโหดเลเวลห้าสิบกว่าเพิ่มมาอีกหนึ่งตัวทันที!"
"ลูกพี่ทั้งหลาย ขอยืมเงินหน่อยครับ
แค่พวกพี่สลัดเศษเงินออกมานิดหน่อย ก็เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้แล้วนะ"
"ซัมมอนเนอร์นี่มันจนจริงๆ เลยว่ะ ขอเงินซื้ออุปกรณ์ให้อสูรอัญเชิญหน่อยได้ไหมครับ?"
เจ้าอ้วนดูเหมือนจะไม่รู้สึกเขินอายเลยสักนิด ตะโกนป่าวร้องในทีมอย่างเมามัน
เฉินจั้นเห็นภาพนี้แล้ว ถึงกับต้องออกมาเตือน:
"จางฟาน เลิกสแปมในทีมได้แล้ว"
"ลูกพี่เฉินจั้น ในที่สุดพี่ก็เห็นผมสักที ขอยืมเงินหน่อยได้ไหมครับ?"
"ทักแชทส่วนตัวมา อย่าสแปมในนี้!"
"แปลว่าได้งั้นเหรอครับ?"
เซียวเฉินเห็นบทสนทนาของทั้งคู่แล้วถึงกับอึ้ง: "แบบนี้มันทำได้จริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย?"