- หน้าแรก
- เกมจุติ สกิลของฉันไม่มีคูลดาวน์
- ตอนที่ 12 อาณาเขตของกิลด์
ตอนที่ 12 อาณาเขตของกิลด์
ตอนที่ 12 อาณาเขตของกิลด์
ตอนที่ 12 อาณาเขตของกิลด์
"ไอ้นี่มันร้ายกาจเอาเรื่องนะเนี่ย!"
ปลุกสกิลเดียว ดาเมจเพิ่มขึ้นทันที 10%
ดาเมจขนาดนี้ การจะไปเนียนรับ EXP คงง่ายขึ้นเยอะใช่ไหมล่ะ?
"นี่สิถึงจะเป็นสกิลที่พึ่งพาได้จริงๆ!"
สกิลที่ปลุกขึ้นมาคราวนี้เซียวเฉินพอใจมาก เขายังใช้หนังสือสกิลอาชีพทั่วไปได้อีกแปดเล่ม
"ยังต้องหาเงินอีกหนึ่งพันหกมหาเหรียญทองสินะ!"
หลังจากดีใจได้พักใหญ่ เซียวเฉินก็ต้องกลับไปลุยดันเจี้ยนเลเวลสี่ต่อ
ทีมเดิมสลายตัวไปแล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แค่หาทีมใหม่ก็พอ
เลเวล 36 แล้ว การหาทีมนั้นง่ายแสนง่าย
เซียวเฉินเปิดหน้าต่างสถานะ คิดว่าจะลองหาปาร์ตี้ที่มั่นคงในกิลด์ดู
ตอนนั้นเอง ในช่องกิลด์ก็มีประกาศพิเศษเด้งขึ้นมา:
"กิลด์เทียนสิงใช้แต้มผลงาน 1,000,000 แต้ม เพื่อก่อสร้างอาณาเขตรดับหนึ่ง 'หมู่บ้านเทียนสิง' ณ พิกัด (316, 425)"
"กิลด์เทียนสิงใช้แต้มผลงาน 400,000 แต้ม เพื่อสร้างกำแพงหมู่บ้านระดับหนึ่ง"
"ใช้แต้มผลงาน 400,000 แต้ม เพื่อสร้างป้อมปราการป้องกันระดับหนึ่ง 4 แห่ง!"
"กำลังสร้างเหมืองแร่ในอาณาเขต"
"กำลังสร้างน้ำพุแห่งชีวิตในอาณาเขต"
"กำลังสร้างน้ำพุแห่งมานาในอาณาเขต"
เมื่อเห็นประกาศรัวๆ แบบนี้ เซียวเฉินรู้สึกเหมือนฝันไป
"อาณาเขตกิลด์งั้นเหรอ?"
ปีที่ผ่านมากิลด์เทียนสิงเติบโตเร็วมากจริง แต่เซียวเฉินไม่คิดเลยว่ากิลด์จะสามารถสร้างอาณาเขตขึ้นมาได้แล้ว
ในเมืองเทียนหนาน กิลด์ที่มีอาณาเขตมีเพียง 5-6 กิลด์เท่านั้น
หลังจากสร้างอาณาเจกระดับหนึ่งเสร็จ แต้มผลงานของกิลด์ก็เกลี้ยงพอดี
"รีบร้อนสร้างกิลด์ เอ้ย อาณาเขตขนาดนี้เลยเหรอ?"
เซียวเฉินดูพิกัดของกิลด์ มันห่างจากประตูทิศเหนือของเมืองเทียนหนานไปถึง 20 ลี้
ที่นั่นเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายระดับสูง จะรักษาไว้ได้จริงๆ เหรอ?
เซียวเฉินดูสถานะของสมาชิกกิลด์ คนที่อันดับสูงๆ เลเวลถึงเจ็ดสิบกันแล้ว
"ไม่มีเลเวลหนึ่งร้อย ปกป้องอาณาเขตไม่ได้หรอก"
เรื่องพื้นๆ แบบนี้เซียวเฉินยังรู้ ระดับสูงของกิลด์ย่อมต้องรู้แน่นอน
"ก็จริง กิลด์เทียนสิงไม่มีคนเลเวลหนึ่งร้อย แต่เมืองเทียนหนานมี"
ถ้ามีมอนสเตอร์ระดับสูงบุกโจมตี ยอดฝีมือในเมืองคงต้องออกโรงแน่นอน
"หวังว่าอาณาเขตนี้จะถูกสร้างขึ้นมาได้สำเร็จจริงๆ นะ"
กิลด์ยิ่งพัฒนาดียิ่งขึ้น ย่อมเป็นผลดีกับเซียวเฉิน
"มีอาณาเขตกิลด์แล้ว หลังจากนี้คงมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างใช่ไหม?"
ขณะที่เซียวเฉินกำลังคิดเรื่องนี้ ก็มีประกาศกิลด์เด้งขึ้นมาทีละข้อความ
"ผู้มีอาชีพเลเวล 30 ขึ้นไปทุกคน มุ่งหน้าไปยังอาณาเขตกิลด์เพื่อร่วมป้องกันเมืองทันที!
รีบเข้าปาร์ตี้ทีม แล้วไปรวมตัวกันที่ประตูเมืองทิศเหนือ เพื่อเดินทางไปยังอาณาเขตกิลด์พร้อมกัน"
"ผู้มีอาชีพที่เข้าร่วมการป้องกันเมือง จะได้รับรางวัล 100 เหรียญทอง!"
"ทุกคนต้องพยายามหาแต้มผลงานกิลด์ เพื่อรีบยกระดับอาณาเขตให้เร็วที่สุด
เมื่อมีอาณาเขตแล้ว จะเป็นประโยชน์ต่อผู้มีอาชีพทุกคน ขอให้ทุกคนสู้ๆ"
ในเมื่อต้องไปช่วยป้องกันเมือง เซียวเฉินจึงพักเรื่องดันเจี้ยนเลเวลสี่ไว้ก่อน
เซียวเฉินเข้าปาร์ตี้ทีม แล้วรีบบึ่งไปที่ประตูทิศเหนือทันที
จากประตูทิศเหนือไปถึงอาณาเขตระยะทาง 20 ลี้ ถ้าไม่มียอดฝีมือนำทางล่ะก็อันตรายมาก
ตอนที่เซียวเฉินเข้าทีม จำนวนคนในทีมเพิ่งจะทะลุหนึ่งหมื่นคนพอดี นั่นหมายความว่ากิลด์มีผู้มีอาชีพเลเวล 30 ขึ้นไปเกินหมื่นคนแล้ว
สมาชิกกิลด์จำนวนมากถูกทยอยรับตัวไป เซียวเฉินเองก็ออกเดินทางไปพร้อมกับทีมร้อยคน
คนที่พาพวกเขาไปยังอาณาเขตกลับเป็นเฉินจั้น นักรบคลั่งผู้แข็งแกร่งคนนั้น
ตลอดทางเต็มไปด้วยลูกกระจ๊อกเลเวล 30-40 เฉินจั้นถือขวานสองเล่มฟันฝ่าเปิดทางออกมาได้อย่างดุดัน
"เมื่อถึงอาณาเขตแล้ว ห้ามแยกตัวออกไปคนเดียวเด็ดขาด
หลังจากนี้จะมีมอนสเตอร์บุกเมืองอย่างต่อเนื่อง อาจจะลากยาวไปเป็นสิบปีเลยก็ได้"
"ขอแค่รักษาไว้ให้ได้หนึ่งเดือน ก็นับว่าเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว
ถึงตอนนั้นเมื่อค่ายกลวาร์ปไปยังเมืองเทียนหนานสร้างเสร็จ อาณาเขตก็จะปลอดภัย"
"เน้นพึ่งพาป้อมป้องกันและกำแพงเมืองในการตั้งรับ อัตราการฟื้นฟูเลือดและมานาในอาณาเขตจะเร็วขึ้นมาก"
"ไม่ต้องกังวลว่าจะมีมอนสเตอร์เลเวลสูงบุกเมือง ทุกอย่างมีการเตรียมการไว้แล้ว
วันนี้มี 5 กิลด์สร้างอาณาเขตพร้อมกัน พวกมอนสเตอร์คงยังตั้งตัวไม่ทัน อาศัยจังหวะนี้รีบเข้าอาณาเขตซะ
หลังจากนี้ถ้าจะเข้าอาณาเขตอีกล่ะก็ จะลำบากกว่านี้เยอะ"
เซียวเฉินได้ยินแบบนี้ ก็เริ่มรู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ แล้ว
"หมายความว่า ถ้าอาณาเขตนี้รักษาไว้ไม่ได้ พวกเขาก็กลับเมืองเทียนหนานไม่ได้งั้นเหรอ?"
พอความคิดนี้แวบเข้ามาในหัว เซียวเฉินก็เริ่มอยากจะเผ่นแล้ว
รางวัลหนึ่งร้อยเหรียญทองเนี่ย มันไม่ได้หามาได้ง่ายๆ จริงด้วย
แต่มาถึงครึ่งทางแล้วจะแยกตัวออกจากทีมก็ไม่ได้ ไม่งั้นคงโดนมอนสเตอร์นับไม่ถ้วนรุมทึ้งจนไม่เหลือซากแน่
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ในที่สุดพวกเขาก็ถึงจุดหมาย
หมู่บ้านเทียนสิง หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีพื้นที่ประมาณหนึ่งร้อยหมู่ (หน่วยพื้นที่จีน)
ตอนที่เซียวเฉินไปถึง ก็มีมอนสเตอร์จำนวนมากกำลังบุกเมืองอยู่แล้ว
มียอดฝีมือจากในอาณาเขตออกมาสมทบ ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันเปิดทางถึงจะเข้าไปในหมู่บ้านเทียนสิงได้
หมู่บ้านที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นมานั้นดูซอมซ่อมาก นอกจากกำแพงเมืองหนึ่งชั้นและป้อมป้องกันสี่แห่ง พื้นที่ส่วนใหญ่ยังว่างเปล่า
ตรงกึ่งกลางมีน้ำพุพุ่งออกมาสองแห่ง น่าจะเป็นสิ่งที่เรียกว่าน้ำพุแห่งชีวิตนั่นแหละ
"ติ๊ง คุณเข้าสู่อาณาเขตกิลด์ พลังชีวิต +1000, โจมตี +200, ป้องกัน +100"
เมื่อเห็นบัฟที่รุนแรงขนาดนี้ เซียวเฉินก็เริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้าง
"คุณได้รับบัฟจากน้ำพุแห่งชีวิตระดับหนึ่ง ฟื้นฟูเลือด 10 แต้มต่อวินาที"
"คุณได้รับบัฟจากน้ำพุแห่งมานาระดับหนึ่ง ฟื้นฟูมานา 10 แต้มต่อวินาที"
นอกจากบัฟจากอาณาเขต เซียวเฉินยังได้รับโบนัสออร่าของทีมและบัฟสกิลอีกหลายสิบอย่าง
นั่นทำให้เซียวเฉินสบายใจขึ้นไปอีก พลังโจมตีของเขาพุ่งไปแตะ 9000 ส่วนเลือดทะลุหมื่นไปเรียบร้อย
"หวังเจิ้น พวกนายถึงหรือยัง?"
พอเข้าอาณาเขตปุ๊บ เซียวเฉินก็รีบส่งข้อความหาพวกหน่วยพายุทันที
"ถึงแล้วครับ พวกเราอยู่บนกำแพงทิศเหนือ กำลังสู้กับพวกมอนสเตอร์ที่พยายามปีนกำแพงอยู่นี่ไง!"
โอเค ดูท่าการป้องกันเมืองครั้งนี้จะอันตรายสุดๆ มอนสเตอร์ถึงขนาดปีนกำแพงเมืองกันแล้ว
หลังจากเซียวเฉินเข้าร่วมทีมย่อย เขาก็เห็นพวกหวังเจิ้นยืนอยู่ตรงช่วงกลางของกำแพงเมือง
"ทำไมพวกนายไม่ไปอยู่ใต้ป้อมป้องกันล่ะ?"
"ตรงนั้นโดนจองเต็มไปหมดแล้วครับ หัวหน้า รีบมาเร็วเข้า จะต้านไม่ไหวแล้ว"
พวกหวังเจิ้นตอนนี้เลเวลปาไป 35 กันหมดแล้ว จริงๆ เซียวเฉินก็ไม่ได้เก่งกว่าพวกเขาเท่าไหร่เลย
"มาแล้ว!"
เซียวเฉินวิ่งทะยานไปยังกำแพงเมือง แล้วก็ได้เห็นว่าตลอดแนวเต็มไปด้วยผู้มีอาชีพที่กำลังสู้รบกับมอนสเตอร์อย่างดุเดือด
มอนสเตอร์บางตัวถึงขนาดข้ามกำแพงเมืองเข้ามาได้แล้ว แต่ก็ถูกผู้มีอาชีพจัดการได้ทันควัน
"เชี่ย มอนสเตอร์เลเวล 40-50 ทั้งนั้นเลย แบบนี้จะป้องกันไหวได้ไง!"
เซียวเฉินเริ่มแอบเสียใจ วันนี้เขาไม่ควรมาเลยใช่ไหม?
แต่แน่นอน ในเมื่อมาถึงขนาดนี้แล้วก็เสียใจไม่ทันแล้ว
พอเซียวเฉินขึ้นไปบนกำแพงเมือง เขาก็หยิบธนูออกมาทันที
"ฟิ้ว!"
"ฟิ้ว ฟิ้ว!"
(-8613)
(-9126)
ลูกกระจ๊อกเลเวล 30 ยิงทีเดียวร่วง สะใจสุดๆ แต่พวกลูกกระจ๊อกเลเวล 40 การจะสังหารยังถือว่าลำบากอยู่บ้าง
ไม่นาน เซียวเฉินก็เห็นหน่วยพายุกำลังต้านทานอย่างสุดกำลัง
เหมือนกับตอนที่เจอกันครั้งแรก คนพวกนี้เริ่มจะต้านไว้ไม่ไหวแล้ว
มอนสเตอร์ที่เจอคราวนี้เลเวลสูง พลังโจมตีและเลือดไม่ใช่สิ่งที่ลูกกระจ๊อกทั่วไปจะเทียบได้
พวกหวังเจิ้นถ้าไม่มีแทงค์ตั้งสามคน ป่านนี้คงม่องเท่งไปแล้ว
แทงค์ทั้งสามคน ต่างรับมือกับงูยักษ์สีดำเลเวลสี่สิบสองคนละตัว
นี่เป็นมอนสเตอร์ที่เซียวเฉินไม่เคยเห็นมาก่อน
[งูยักษ์นรก, LV42, พลังชีวิต 12,000, โจมตี 1600]
นี่เป็นแค่ลูกกระจ๊อกนะเนี่ย เลือดขนาดนี้ตีลำบากจริงๆ
สายประชิดสามคนไม่เพียงแต่ต้องสู้กับมอนสเตอร์เลเวลสี่สิบกว่าสามตัวนี้ แต่ยังต้องรับมือกับมอนสเตอร์ที่ดาหน้าเข้ามาอย่างไม่ขาดสายด้วย
ถ้าไม่ได้บัฟสารพัดอย่างมาช่วย เพื่อนกลุ่มนี้คงจบเห่ไปแล้ว
"มอนสเตอร์เลเวลสูงนี่มันดีจริงๆ!"
อย่างน้อย EXP ที่ได้ก็พุ่งกระฉูด
เซียวเฉินเรียกเสี่ยวเฉียงออกมาก่อน:
"เสี่ยวเฉียง นายยืนหลังหวังเจิ้นคอยทำดาเมจก็พอ"
พอมีบัฟสารพัดอย่าง พลังของเสี่ยวเฉียงก็น่าประทับใจขึ้นมาบ้าง
มีแทงค์สามคนบังอยู่ข้างหน้า มันจึงไม่ได้ตายง่ายขนาดนั้น
ต่อให้ตายก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ อีกชั่วโมงค่อยอัญเชิญใหม่ก็ได้
"เชี่ย หัวหน้า โครงกระดูกพี่เก่งขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย"
"มันก็ต้องเก่งขึ้นสิ หวังเจิ้นระวังข้างหลังนายด้วย"
"แม่ร่วง แอบลอบกัดข้านี่หว่า"
ขณะที่พูด หวังเจิ้นถูกโจมตีเข้าที่หัว เลือดหายไปหนึ่งในสาม
"ตั้งใจสู้หน่อย อย่ามัวแต่พูด!"
ดาเมจของเซียวเฉินสูงขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังไม่อาจเปลี่ยนสถานการณ์ได้ในทันที
เขาใช้สกิลยิงห้าศรออกมาทันที ผสานกับเอฟเฟกต์ศรเจาะเกราะ ดาเมจที่ทำได้จึงถือว่ายอดเยี่ยมมาก
"-9268"
"EXP +160 (+40)"
ดาเมจนี้ทำเอาลูกทีมอึ้งไปตามๆ กัน
"หัวหน้า ไม่เจอกันครึ่งปี พี่พัฒนาไปขนาดนี้เลยเหรอ"
"แม่ร่วง ลอบกัดข้าอีกแล้วนะ"
เซียวเฉินถึงกับพูดไม่ออก ตั้งใจฆ่ามอนสเตอร์ก่อนได้ไหม
แต่ดาเมจของเขาสูงกว่าคนอื่นจริงๆ มากกว่าเกือบครึ่งเลยทีเดียว
"ใช้หนังสือสกิลไปเล่มนึง นอกนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ"
เซียวเฉินหาตำแหน่งยืนด้านหลัง เล็งเป้าไปที่มอนสเตอร์เลเวล 40 ขึ้นไปพร้อมกันห้าตัว
ตรงกลางไม่มีป้อมป้องกัน เซียวเฉินจึงทำหน้าที่เป็นป้อมป้องกันเคลื่อนที่ขนาดเล็กแทน
เมื่อเริ่มทำดาเมจได้อย่างมั่นคง ผลลัพธ์ที่ได้จึงน่าทึ่ง
เพราะมีเขาอยู่ แรงกดดันในการป้องกันในรัศมีหลายสิบเมตรรอบตัวจึงเบาบางลงไปเยอะ
"ทุกการโจมตีได้โบนัส EXP ความเร็วในการอัปเลเวลนี่มันไวกว่าฟาร์มดันเจี้ยนเลเวลสี่อีกนะเนี่ย"
ไม่ใช่แค่ EXP ที่พุ่งเร็ว แต้มผลงานที่เขาได้รับก็พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
"บางที อีกไม่กี่เดือนก็น่าจะสะสมแต้มผลงานพอซื้อหนังสือสกิลได้แล้ว"
เสี่ยวเฉียงเองก็ทำดาเมจอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย นานๆ ทีก็จะอัญเชิญโครงกระดูกตัวเล็กออกมาเป็นพรวน
ในอาณาเขตมานาฟื้นฟูเร็วมาก เซียวเฉินไม่ได้รับผลกระทบอะไร แต่ประสิทธิภาพในการอัญเชิญร่างแยกของเสี่ยวเฉียงกลับเพิ่มขึ้นมหาศาล
ขณะที่ฟาร์มลูกกระจ๊อก เซียวเฉินก็ยังหาจังหวะปั้นมานาแกรเนดอยู่เป็นระยะ
"ติ๊ง คุณสังหารงูมารห้วงลึก ยอดคิล +1, ดีงู +1, เหรียญทองแดง +200"
ของดรอปนี่ใช้ได้เลย ถึงกับดรอปวัตถุดิบระดับเหล็กดำมาให้เลยแฮะ
ดีงูหนึ่งชิ้นขายได้ตั้งห้าร้อยเหรียญทองแดง!
"ติ๊ง คุณได้รับส่วนแบ่งจากทีม 100 เหรียญทอง"
รางวัลการป้องกันเมืองที่กิลด์ให้มาถึงแล้ว มันเป็นรางวัลที่มหาศาลจริงๆ
เซียวเฉินซื้อแก่นวิญญาณอมตะระดับทั่วไป 100 เม็ดทันที แล้วให้เสี่ยวเฉียงหลอมรวมรวดเดียว
"พลังชีวิต +100, ป้องกัน +20"
"พลังชีวิต +80, ป้องกัน +10"
ช่วงแรกๆ เลือดที่เพิ่มจากคริสตัลแต่ละเม็ดยังคงเสถียรมาก
แต่ช่วงหลังๆ การพัฒนาเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ
หลังจากใช้ไป 90 เม็ด แก่นวิญญาณระดับทั่วไปก็ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป
หากต้องการพัฒนาต่อ ต้องใช้แก่นวิญญาณระดับเหล็กดำแล้ว
แก่นวิญญาณอมตะระดับเหล็กดำราคาสูงลิ่ว ตอนนี้ยังไม่มีปัญญาซื้อ
หลังจากหลอมรวมไป 90 เม็ด ความแข็งแกร่งของเสี่ยวเฉียงก็พัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน
[โครงกระดูกอมตะ, ระดับ: เหล็กดำ, เลเวล: 36
พลังชีวิต: 9800 โจมตี: 621 ป้องกัน: 250
สกิล: อัญเชิญ]
ถ้ารวมบัฟสารพัดอย่างเข้าไปด้วย เลือดของเสี่ยวเฉียงพุ่งไปถึงหนึ่งหมื่นสามพัน ส่วนพลังโจมตีก็ทะลุพันไปแล้ว
มีแทงค์สามคนอยู่ข้างหน้า มีฮีลเลอร์สามคนคอยดูอยู่ข้างหลัง เสี่ยวเฉียงจึงไม่ตายเลยสักครั้งเดียว และกลายเป็นตัวทำดาเมจที่มั่นคงมาก
ร่างแยกโครงกระดูกพวกนั้นสืบทอดสถานะของเสี่ยวเฉียงมา 20% เมื่อรวมกันแล้วยังพอช่วยรับดาเมจได้บ้าง