เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 47: พวกเรากำลังถ่ายหนังกันอยู่

ตอนที่ 47: พวกเรากำลังถ่ายหนังกันอยู่

ตอนที่ 47: พวกเรากำลังถ่ายหนังกันอยู่


หลินเทียนขมวดคิ้ว ลุกขึ้นยืน ทอดสายตามองลงมาที่มันแล้วถอนหายใจ

"ฉันเป็นปัญญาชน ทำไมฉันจะต้องฆ่าแกด้วย? ฉันเพิ่งจะเตือนไปหยกๆ ว่าอย่าเข้าไปตีใคร สู้รบปรบมือทำข้าวของพังพินาศ พวกแกก็ไม่มีปัญญาจ่ายหรอก ดูสิ ดูสิ่งที่พวกแกทำลงไปสิ ค่าเนื้อก็ยังไม่ได้จ่าย แถมตอนนี้ยังต้องมาจ่ายค่าโต๊ะที่พังไปอีก"

"ฉะ...ฉันจะจ่ายค่าเสียหายเอง ฉัน...ฉันจะจ่ายให้ ทั้งหมดเท่าไหร่ล่ะ?"

"ทำไมไม่รู้จักยอมจ่ายค่าเสียหายให้มันเร็วกว่านี้เล่า? เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน แกไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มหรอก จ่ายแค่ค่าเนื้อกับค่าโต๊ะพับตัวนี้ก็พอ สองล้านคงไม่มากเกินไปใช่ไหม?"

มุมปากของลูกพี่เป้ากระตุกยิกๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"ไม่มากครับ ไม่มากเลย ผม... ผมจะโอนให้เดี๋ยวนี้เลยครับ"

พูดจบ ลูกพี่เป้าก็รีบล้วงโทรศัพท์ออกมาสแกนคิวอาร์โค้ดของหลินเทียน เสียงติ๊ดดังขึ้น พร้อมกับยอดเงินสองล้านที่โอนเข้าบัญชีของเขา

หลินเทียนปรายตามองหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะยิ้มแล้วเอ่ยว่า

"ครั้งนี้ถือว่าแกทำตัวว่าง่าย วันหลังก็หัดเลิกทำเรื่องเลวๆ ซะบ้างนะ ไสหัวไปได้แล้ว!"

ลูกพี่เป้ารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นเตรียมจะเผ่นหนี! ทว่าจังหวะนั้น จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ...

"พวกเราคือเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจหางโจว! พวกคุณตกเป็นผู้ต้องสงสัยในเหตุทะเลาะวิวาท ทุกคนเอามือประสานท้ายทอยแล้วนั่งยองๆ ลงเดี๋ยวนี้!"

ตำรวจหญิงคนหนึ่งถืออาวุธปืนพุ่งเข้ามาขวางทางหลินเทียนและลูกพี่เป้าเอาไว้

ตอนนั้นเอง หลินเทียนก็เอ่ยกับตำรวจหญิงคนนั้นว่า

"ผมแค่มากินข้าวที่นี่ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับผมเลยนะครับ!"

ตำรวจหญิงตวาดด้วยความโกรธ

"เพิ่งจะมีคนแจ้งความว่ามีเหตุวิวาทที่นี่ แถมยังมีคนถ่ายคลิปเอาไว้ด้วย คุณจะบอกว่าไม่เกี่ยวอะไรกับคุณเลยงั้นเหรอ? แล้วทำไมคนพวกนี้ถึงลงไปนอนกองกับพื้นกันหมดล่ะ?"

จังหวะนั้น ลูกพี่เป้าก็รีบลุกขึ้นยืน ส่งยิ้มประจบประแจงให้ตำรวจหญิงแล้วเอ่ย...

"เอ่อ... คุณตำรวจครับ พวกเราแค่กำลังถ่ายหนังกันอยู่น่ะครับ คนพวกนี้เป็นนักแสดงกันหมดเลย"

พูดจบ เขาก็หันไปพยุงบอดี้การ์ดที่นอนอยู่บนพื้นขึ้นมาแล้วถามนำ

"ใช่มั้ยล่ะ?"

บอดี้การ์ดคนนั้นฝืนทนความเจ็บปวด ลุกขึ้นยืนแล้วรีบตอบรับ...

"ชะ...ใช่ครับ พวกเรากำลังถ่ายหนังกันอยู่"

"ถ่ายหนังงั้นเหรอ? แล้วตากล้องของพวกคุณไปไหนซะล่ะ?"

ลูกพี่เป้าปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าของตน แสร้งยิ้มแล้วอธิบาย

"คุณตำรวจไม่รู้อะไร พวกเรากำลังทำหนังสั้นกันอยู่น่ะครับ ทุนสร้างมันน้อย ก็เลยใช้แค่กล้องมือถือถ่ายทำเอา"

ตำรวจหญิงยกมือเกาหัวด้วยความสับสน ก่อนจะหันไปถามหลินเทียน

"นี่พวกคุณกำลังถ่ายหนังกันอยู่จริงๆ เหรอ?"

หลินเทียนยิ้มกริ่มแล้วตอบกลับ

"ก็ถ่ายหนังกันจริงๆ น่ะสิครับ ไม่อย่างนั้น ถ้าผมสามารถจัดการคนห้าสิบหกสิบคนได้ด้วยตัวคนเดียว ผมไม่กลายเป็นเทพเซียนกลับชาติมาเกิดไปแล้วเหรอ?"

ตำรวจหญิงพยักหน้ารับ ก่อนจะกล่าวว่า

"ในเมื่อเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ก็แล้วไปเถอะ คราวหน้าคราวหลังถ้าจะถ่ายทำอะไร ก็ช่วยแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้าด้วยล่ะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็เกิดเรื่องเข้าใจผิดกันขึ้นมาอีก"

ลูกพี่เป้ารีบพยักหน้ารับรัวๆ

"เข้าใจแล้วครับ เข้าใจแล้ว คราวหน้าผมจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าแน่นอนครับ"

ตำรวจหญิงโบกมือให้เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ แล้วสั่งการ

"เลิกแถว กลับได้!"

หลังจากพวกตำรวจเดินลับสายตาไป ลูกพี่เป้าก็หันมาฝืนยิ้มแหยๆ ให้หลินเทียน ก่อนจะออกคำสั่งให้ลูกน้องของตนล่าถอยกลับไปเช่นกัน

หลินเทียนมองดูกลุ่มอันธพาลที่พากันวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนจนหายลับไปตรงหัวมุมถนน จากนั้นเขาจึงหันหลังผลักประตูกระจกของร้านปิ้งย่างเข้าไป

ภายในร้าน โต๊ะและเก้าอี้ล้มระเนระนาด เศษขวดแก้วแตกกระจายเกลื่อนพื้น ด้านหลังห้องครัว เด็กหญิงตัวน้อยผมแกละชะโงกหน้าออกมา ดวงตาของเธอเป็นประกายทันทีที่เห็นเขา ก่อนจะรีบวิ่งเข้ามาหา

"พี่ชายคะ พี่ไล่พวกคนเลวไปหมดแล้วเหรอคะ?"

หลินเทียนย่อตัวลงนั่งยองๆ มองดูรอยนิ้วมือที่บวมแดงบนใบหน้าของเธอ แล้วเอื้อมมือไปสัมผัสมันอย่างแผ่วเบา

"พี่ไล่พวกมันไปหมดแล้วล่ะ"

ฝ่ามือของเขาสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าว พลังอันอ่อนโยนสายหนึ่งซึมซาบเข้าสู่พวงแก้มของเด็กน้อย

"หนิวหนิว ยังเจ็บอยู่ไหม?"

เด็กน้อยส่ายหน้า รอยบวมแดงบนแก้มยุบลงอย่างเห็นได้ชัด

"ไม่เจ็บแล้วค่ะ! พี่ชายเก่งจังเลย!"

เถ้าแก่ร้านเดินออกมาจากห้องครัว เมื่อเห็นใบหน้าที่หายเป็นปกติของลูกสาว เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแล้วเดินเข้ามาหา

"พ่อหนุ่ม เธอเนี่ยเก่งจริงๆ ไอ้หลิวหัวโล้นนั่นมันทำตัวกร่างระรานคนแถวนี้มาหลายปีแล้ว คอยรีดไถเก็บค่าคุ้มครองทุกเดือน พวกเราคนทำมาหากินก็ต้องยอมทนกลืนเลือดเพื่อประคองร้านต่อไป..."

หลินเทียนหยิบบัตรธนาคารใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้ววางลงบนโต๊ะ

"เมื่อกี้ฉันเพิ่งจะรีดเงินพวกมันมาได้สองล้าน เถ้าแก่เอาไปแบ่งให้ร้านค้าระแวกนี้เถอะ ถือซะว่าเป็นค่าชดเชยสำหรับความสูญเสียที่ผ่านมาตลอดหลายปีนี้ก็แล้วกัน"

สีหน้าของเถ้าแก่เปลี่ยนไปทันที เขารีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน

"ไม่เอาหรอก! ไม่เอาเด็ดขาด! พวกนั้นมันโหดเหี้ยมอำมหิตจะตายไป วันนี้พวกมันกลัวเธอ แต่ถ้าเธอไปแล้วล่ะ? ถ้าพวกมันรู้ว่าพวกเรารับเงินนี่มา พวกเราจะยังมีชีวิตรอดอยู่อีกเหรอ?"

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหวาดกลัวจนหน้าซีดเผือด หลินเทียนก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อ และยอมเก็บเงินกลับคืนมา

"ตกลง"

เขาปรายตามองโต๊ะพับที่ล้มระเนระนาดอยู่หน้าร้าน สลับกับเนื้อเสียบไม้บนเคาน์เตอร์

"เนื้อเสียบไม้พวกเมื่อกี้ กับโต๊ะหน้าร้านนั่น เดี๋ยวฉันจะจ่ายค่าเสียหายให้ก็แล้วกัน"

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วสแกนคิวอาร์โค้ด

"ติ๊ด  รับเงินผ่านวีแชต 10 000 "

เถ้าแก่ร้านเพิ่งจะรู้สึกตัวเมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนเงินเข้า เขารีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธพัลวัน

"นี่มันเยอะเกินไปแล้ว! เนื้อย่างของเธอไม่กี่ไม้มันราคาแค่ไม่เท่าไหร่เองนะ!"

หลินเทียนยิ้มและเก็บโทรศัพท์กลับเข้ากระเป๋า

"ถือซะว่าเป็นค่าอาหารล่วงหน้าก็แล้วกัน วันหลังฉันจะแวะมากินที่นี่บ่อยๆ"

ตอนนั้นเอง นาน่าและอวิ๋นเหยาก็เดินออกมา นาน่ามองหน้าหลินเทียนแล้วเอ่ย

"พี่หลิน? จัดการเสร็จแล้วใช่ไหมคะ? ฉันยังหิวอยู่เลยอ่ะ!"

หลินเทียนหัวเราะเบาๆ

"ยายเด็กตะกละเอ๊ย ในหัวนี่คิดแต่เรื่องกินหรือไงหืม?"

เมื่อเห็นดังนั้น เถ้าแก่ร้านก็รีบพูดแทรกขึ้นมา

"ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ! โปรดรอสักครู่ เดี๋ยวผมจะรีบเอาอาหารไปเสิร์ฟให้เดี๋ยวนี้เลย..."

หลังจากทั้งสามคนทานอาหารเสร็จเรียบร้อย พวกเขาก็เดินทางกลับบ้าน

บางทีพวกเขาอาจจะเหนื่อยเกินไป อวิ๋นเหยาและอู๋นาน่าจึงกลับไปที่ห้องและหลับไปทันที

จบบทที่ ตอนที่ 47: พวกเรากำลังถ่ายหนังกันอยู่

คัดลอกลิงก์แล้ว