- หน้าแรก
- วิถีเซียนเมืองหลวงกับหอคอยพกพาพลิกโลก
- ตอนที่ 46: ไป๋หลง เฮยหู่
ตอนที่ 46: ไป๋หลง เฮยหู่
ตอนที่ 46: ไป๋หลง เฮยหู่
หลินเทียนเดินออกจากร้าน หิ้วคอลูกพี่เป้าขึ้นมาจากพื้น เหวี่ยงร่างของมันออกไปให้ไกลกว่าเดิม ก่อนจะยิ้มแล้วเอ่ยว่า...
"คนอื่นเขากำลังทำมาค้าขาย ถ้าพวกแกรังแกคนแถมยังทำข้าวของพังพินาศ แกมีปัญญาชดใช้ไหม? ค่าเนื้อย่างแกก็ยังไม่ได้จ่ายเลยนะเว้ย!"
สภาพของลูกพี่เป้าในตอนนี้คลุกฝุ่นมอมแมมไปทั้งตัว ความหยิ่งผยองก่อนหน้านี้มลายหายไปจนสิ้น มันตะคอกด้วยความเกรี้ยวกราด
"ทุกคน บุกเข้าไป! กระทืบมันให้พิการ! กูจะเอาให้มันพิการ!"
ทันใดนั้น กลุ่มคนจำนวนมากที่พกพาทั้งท่อเหล็กและไม้เบสบอลก็กรูเข้ามาล้อมหลินเทียนเอาไว้ ทว่าพริบตาเดียว ร่างของหลินเทียนก็กลายเป็นเพียงภาพติดตา เขาพุ่งทะยานแหวกวงล้อมอย่างรวดเร็ว ซัดฝ่ามือตบหน้าทุกคนที่ขวางทาง ภายในเวลาไม่กี่นาที ทุกคนก็ลงไปนอนร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดอยู่บนพื้น
ตอนนั้นเอง ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์สองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังลูกพี่เป้าก็ก้าวออกมา! พวกเขาพุ่งเข้าประกบซ้ายขวาปิดทางหลินเทียน ลูกพี่เป้าคำรามลั่น
"ไป๋หลง! เฮยหู่! พวกมึงสองคนรีบเข้าไปฆ่ามันเดี๋ยวนี้!"
เฮยหู่เกร็งนิ้วทั้งห้าจนกลายเป็นกรงเล็บ ข้อนิ้วหนาและแข็งแกร่งราวกับตะขอเหล็ก ส่งเสียงลั่นกรอบแกรบทุกครั้งที่ขยับ เห็นได้ชัดว่าผ่านการฝึกปรือมาอย่างหนัก มันแสยะยิ้ม ก่อนจะพุ่งทะยานไปข้างหน้าราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่ กรงเล็บพุ่งตรงเข้าหาลำคอของหลินเทียน ทั้งรวดเร็วและอำมหิต นี่คือวิชากรงเล็บอินทรีของแท้ หากตะปบเข้าเต็มเปา ลำคอของเป้าหมายย่อมแหลกสลายอย่างไม่ต้องสงสัย
ส่วนไป๋หลงกลับไม่ได้ขยับเขยื้อน มันยืนกอดอกอยู่ด้านข้าง นัยน์ตาจ้องมองหลินเทียนอย่างเย็นชา ราวกับกำลังมองหาช่องโหว่ หรือไม่ก็กำลังคอยระวังหลังให้พี่น้องของตน
หลินเทียนมองดูเฮยหู่ที่กำลังพุ่งทะยานเข้าใส่ เขาไม่ได้หลบหลีกหรือเบี่ยงตัวหลบ รอยยิ้มบนใบหน้ากลับยิ่งลึกซึ้งขึ้น
จังหวะที่กรงเล็บของเฮยหู่อยู่ห่างจากลำคอของเขาไม่ถึงสามนิ้ว จู่ๆ หลินเทียนก็ขยับตัว เขาออกกระบวนท่าเพียงครั้งเดียว นั่นคือการยกมือขึ้นแล้วตบฉาดเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่าย
ไม่ได้มีกระบวนท่าหรูหราอลังการ หรือการปะทะกันอย่างดุเดือด
มันก็แค่การตบหน้าธรรมดาๆ
เพียะ!
ร่างของเฮยหู่ปลิวละลิ่วกลางอากาศตามแรงตบ ไปกระแทกเข้ากับโต๊ะร้านค้าระแวกนั้นจนกลิ้งหลุนๆ ไปกับพื้น ใบหน้าซีกหนึ่งของมันบวมเป่งราวกับซาลาเปา มันถ่มเลือดและฟองน้ำลายคำใหญ่ออกมาพร้อมกับฟันกรามสองซี่ มันพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น แต่หัวกลับอื้ออึงไปหมด แขนขาไม่ยอมทำตามคำสั่ง ทำได้เพียงนอนกระตุกอยู่บนพื้น
สีหน้าของไป๋หลงแปรเปลี่ยนไปทันที
มันลดแขนที่กอดอกลง สัญชาตญาณสั่งให้ถอยหลังไปครึ่งก้าว รังสีอำมหิตในดวงตาที่เคยมองหลินเทียนมลายหายไปจนสิ้น ถูกแทนที่ด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึง จากประสบการณ์ฝึกยุทธ์มายี่สิบปี สายตาของมันย่อมเฉียบคม ฝ่ามือเมื่อครู่นี้รวดเร็วจนมันมองตามไม่ทันด้วยซ้ำ พลังทำลายล้างก็รุนแรงจนน่าขนลุก หรือว่าไอ้หมอนี่... อย่างน้อยๆ จะต้องอยู่ในขอบเขตอั้นจิ้นขั้นต้น?
หลินเทียนชักมือกลับ ปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนฝ่ามือ ก่อนจะหันไปยิ้มให้ไป๋หลง
"ตาแกแล้ว"
ลูกกระเดือกของไป๋หลงขยับขึ้นลง เหงื่อเย็นเยียบผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก
ลูกพี่เป้าตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก กระโดดเหยงๆ พลางตะโกนสั่ง
"ไป๋หลง! มึงจะยืนบื้ออยู่ทำซากอะไรวะ? เข้าไปอัดมันสิ! กูจ่ายเงินจ้างพวกมึงมาให้ยืนดูเฉยๆ หรือไง?"
ไป๋หลงกัดฟันกรอด สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วชักมีดสั้นที่เหน็บไว้ด้านหลังเอวออกมา มันไม่กล้าเข้าไปสู้มือเปล่าอีกแล้ว สภาพของเฮยหู่เป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีที่อยู่ตรงหน้า
มันกระชับมีดสั้นในมือแน่น ขยับฝีเท้าเดินวนรอบตัวหลินเทียน ปลายมีดตวัดส่ายไปมาเพื่อหลอกล่อสายตา หลังจากเดินวนได้สามรอบ จู่ๆ มันก็คำรามลั่น ประกายมีดสว่างวาบ พุ่งตรงเข้าหาหัวใจของหลินเทียนทันที
หลินเทียนไม่ได้แม้แต่จะหันไปมอง เขาเพียงแค่ยื่นมือออกไป ใช้เพียงสองนิ้วหนีบใบมีดเอาไว้ได้อย่างแม่นยำ
ไป๋หลงออกแรงดึงมีดกลับอย่างสุดชีวิต แต่มันกลับไม่ขยับเขยื้อน ครั้นจะแทงสวนไปข้างหน้าก็ทำไม่ได้ มีดสั้นเล่มนั้นราวกับถูกเชื่อมติดเข้ากับนิ้วของหลินเทียนอย่างแน่นหนา จะเดินหน้าก็ไม่ได้ จะถอยหลังก็ไม่พ้น
หลินเทียนมองไปที่มัน แววตาของเขาทอประกายขบขันมากยิ่งขึ้น
"พลังเหมิงจิ้นขั้นปลายงั้นรึ? ฝีมือแค่นี้ยังมีหน้าออกมาทำตัวเป็นนักเลงอันธพาลอีกเหรอ?"
ใบหน้าของไป๋หลงเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำอมม่วง มันตัดสินใจปล่อยมือจากด้ามมีด หันหลังกลับและเตรียมจะวิ่งหนี
ทว่ามันเพิ่งจะก้าวเท้าไปได้เพียงสองก้าว คอเสื้อก็ถูกคว้าหมับ ร่างของมันถูกหิ้วลอยขึ้นกลางอากาศ ก่อนที่หลินเทียนจะจับมันทุ่มลงกับพื้นราวกับกระสอบมันฝรั่ง ไป๋หลงส่งเสียงครวญครางและนอนนิ่งสนิท ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีกเลย
หลินเทียนปัดมือทั้งสองข้างเข้าหากัน หันหลังกลับ แล้วเดินสาวเท้าเข้าไปหาลูกพี่เป้าทีละก้าว
มาถึงตอนนี้ ลูกพี่เป้าถึงกับยืนตะลึงเป็นไก่ตาแตก
เขาทรุดตัวลงไปกองกับพื้น ผมเผ้ายุ่งเหยิง ซิการ์กระเด็นหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ แหวนหยกบนนิ้วโป้งก็เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนของเขา คนหนึ่งนอนชักกระตุกอยู่บนพื้น ส่วนอีกคนก็นอนสลบเหมือดแกล้งตาย รอบตัวเขามีลูกน้องกว่าห้าสิบหกสิบคนนอนเกลื่อนกลาด เสียงครวญครางระงม ท่อเหล็กและไม้เบสบอลตกกระจายเกลื่อนพื้น
เขามองดูหลินเทียนที่กำลังเดินคืบคลานเข้ามา สองขาพยายามถีบพื้นเพื่อกระถอยหลังหนี ริมฝีปากสั่นระริก อยากจะพ่นคำขู่ด่าทอออกไป แต่เสียงที่เล็ดลอดออกจากลำคอกลับเป็นเพียงเสียงสั่นเครือ
"แก... แกอย่าเข้ามานะ... ฉัน... ฉันเป็นคนของตระกูลเกาแห่งหางโจว แกฆ่าฉันไม่ได้นะ..."
หลินเทียนย่อตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้ามัน พร้อมกับจ้องมองมันด้วยรอยยิ้ม
ลูกพี่เป้าตกใจมากจนรู้สึกร้อนวูบวาบที่บริเวณหว่างขา และรู้ตัวว่าตัวเองปัสสาวะราดแล้ว