- หน้าแรก
- วิถีเซียนเมืองหลวงกับหอคอยพกพาพลิกโลก
- ตอนที่ 18 ข้าติดค้างน้ำใจท่าน
ตอนที่ 18 ข้าติดค้างน้ำใจท่าน
ตอนที่ 18 ข้าติดค้างน้ำใจท่าน
ผู้เฒ่าจินรีบกล่าวขึ้นว่า
"สหายหนุ่มหลิน นายเกรงใจเกินไปแล้ว! ถ้านายชอบขวดใบนี้ ก็รับไปชื่นชมเถอะ จะมาพูดเรื่องซื้อขายอะไรกัน? ฉันมีขวดและไหโบราณแบบนี้อีกนับไม่ถ้วน ขวดใบนี้ดูไม่ออกเลยว่ามาจากยุคสมัยไหน ฉันแค่เห็นว่าสีมันสวยดีก็เลยเอามาตั้งโชว์ไว้ตรงนี้ ถ้านายสนใจ ฉันยังมีของสะสมจากราชวงศ์หมิง ชิง หรือแม้แต่ถังและซ่งในคอลเลกชันอีกตั้งมากมาย นายเข้าไปเลือกหยิบกลับไปศึกษาที่บ้านได้ตามสบายเลยนะ"
"ผู้เฒ่าจิน ท่านใจดีเกินไปแล้วครับ พูดตามตรง ขวดสีม่วงใบนี้อาจเป็นเพียงของเก่าชิ้นหนึ่งสำหรับท่าน แต่มันมีประโยชน์กับผมมาก เอาอย่างนี้ดีไหม ผมขอเสนอซื้อในราคาเจ็ดสิบล้าน นั่นคือเงินทั้งหมดที่ผมมีติดตัวตอนนี้ครับ"
ผู้เฒ่าจินตบไหล่หลินเทียนเบาๆ แล้วกล่าวว่า
"สหายหนุ่มหลิน! พวกเราตกลงกันแล้วไงว่าเป็นสหายกัน แล้วครั้งนี้นายก็ช่วยเหลือลูกชายของฉันไว้มาก พวกเรายังไม่รู้เลยว่าจะขอบคุณนายยังไงดี! ฉันเคยเอาขวดใบนี้ไปให้ที่รับประเมินราคา งานประมูล แล้วก็ผู้เชี่ยวชาญหลายต่อหลายคนดูแล้ว แต่ไม่มีใครบอกได้เลยว่ามันคืออะไร ฉันก็แค่บังเอิญได้มันมาแล้วก็จำราคาไม่ได้ด้วยซ้ำ ยังไงมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับพวกเราอยู่แล้ว ในเมื่อนายรู้ว่ามันคืออะไร สหายหนุ่มหลิน ฉันขอย้ำอีกครั้ง รับมันไปเถอะ! อย่ามามัวเกรงใจกันเลย! ถ้านายยังเกรงใจอยู่อีก ตาแก่คนนี้จะโกรธเอาจริงๆ นะ!"
หลินเทียนเองก็ต้องการขวดหลอมวิญญาณใบนี้อย่างมากเช่นกัน เมื่อเห็นว่าผู้เฒ่าจินยืนกรานและมีน้ำใจถึงเพียงนี้ หลินเทียนจึงกล่าวว่า...
"ในเมื่อท่านเมตตาถึงเพียงนี้ ผู้เฒ่าจิน ผมก็ขอน้อมรับไว้ด้วยความยินดีครับ! ทว่าผมคงรับมันไว้เปล่าๆ ไม่ได้ ถือซะว่านับจากนี้ไป ผมติดค้างน้ำใจตระกูลจินของท่านหนึ่งหนก็แล้วกัน!"
ผู้เฒ่าจินหยิบขวดสีม่วงจากชั้นวางแล้วยื่นให้หลินเทียนพลางกล่าว
"สหายหนุ่มหลิน โปรดรับไว้เถอะ ตาแก่คนนี้ต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายติดค้างน้ำใจนาย!"
ในเวลานั้น ผู้เฒ่าจินหารู้ไม่ว่าน้ำใจหนนี้นั้นยิ่งใหญ่เพียงใด ในกาลต่อมา เมื่อตระกูลจินต้องเผชิญกับเคราะห์กรรม หลินเทียนก็ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในยามที่พวกเขาต้องการมันมากที่สุด ทว่านั่นเป็นเรื่องราวในอนาคต...
หลินเทียนรู้สึกตื่นเต้นอย่างถึงที่สุดราวกับกำลังฝันไป สุดยอดศาสตราวุธทรงพลังอย่างขวดหลอมวิญญาณบัดนี้ตกเป็นของเขาแล้ว! จากนั้น หลินเทียนก็แสร้งทำเป็นเก็บขวดลงในกระเป๋าเดินทางที่เหยียนเว่ยลากมา แต่แท้จริงแล้วเขาได้ส่งมันเข้าไปเก็บไว้ในมิติของหอคอยโกลาหลเฉียนคุนอย่างแนบเนียน มีเพียงการเก็บไว้ในมิติแห่งนี้เท่านั้นที่จะทำให้เขาวางใจได้อย่างแท้จริง!
จากนั้น ผู้เฒ่าจินก็ร่วมรับประทานมื้อค่ำกับหลินเทียน ผู้เฒ่าจินอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก เขาชนแก้วดื่มอวยพรกับหลินเทียนและพรรคพวกจอกแล้วจอกเล่า... ผู้เฒ่าจินมีความสุขเหลือเกินที่ได้ผูกมิตรกับสหายหนุ่มผู้เก่งกาจเช่นนี้ จึงเผลอดื่มหนักกว่าปกติไปหลายจอก
ขณะที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับการดื่มกิน จินซาก็พุ่งพรวดเข้ามาและกล่าวอย่างร้อนรน...
"น้องชายหลิน น้องชายหลิน รีบตามฉันมาเร็ว..."
ผู้เฒ่าจินผุดลุกขึ้นทันทีพร้อมเอ่ยตำหนิ
"ดูแกสิ ทำตัวรีบร้อนลุกลี้ลุกลนอยู่เรื่อย มีอะไรทำไมไม่รอให้กินข้าวกันเสร็จก่อนแล้วค่อยคุยฮะ?"
"อ๊ะ? ท่านพ่อ ผมขอโทษครับ คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ ผมส่งอู่เทาลูกน้องของผมไปคอยจับตาดูนังร่านนั่น แล้วเมื่อกี้อู่เทาก็มารายงานว่านางแอบไปพบกับหม่าเหลียง รองหัวหน้าของผม ผมนึกไม่ถึงเลยว่าพวกมันจะกล้า... ผมก็เลยอยากจะขอร้องให้น้องชายหลินไปช่วยหน่อย..."
หลินเทียนหยัดกายลุกขึ้นและกล่าว
"พี่จิน อย่าเพิ่งใจร้อน เล่าเรื่องหม่าเหลียงคนนี้ให้ผมฟังหน่อยสิครับ"
"เพราะตัวฉันเองก็มาจากตงต้า ฉันเลยไว้ใจคนที่มาจากตงต้ามากกว่า หม่าเหลียงติดตามฉันมาเกือบสิบปีแล้ว ด้วยความที่มันเป็นคนหัวไว เวลาที่งานยุ่งๆ ฉันก็เลยมอบหมายเรื่องธุรกิจหยกให้มันจัดการดูแลทั้งหมด ซึ่งมันก็ทำธุรกิจได้ดีมาก แต่เมื่อไม่นานมานี้ จู่ๆ มันก็เปรยขึ้นมาว่าอยากจะเข้าไปก้าวก่ายธุรกิจค้ายาเสพติด ซึ่งฉันก็ปฏิเสธเสียงแข็งไปทันที ของพรรค์นั้นมันทำลายทั้งคนอื่นและตัวเอง ถึงฉันจะมีอิทธิพลอยู่ในประเทศหลาน แต่ฉันก็ไม่มีทางไปแตะต้องธุรกิจระยำนั่นเด็ดขาด ฉันเดาว่าคงเป็นเพราะฉันปฏิเสธไม่ยอมให้มันทำธุรกิจชั่วๆ นั่นแหละ มันก็เลยผูกใจเจ็บและคิดไม่ซื่อกับฉัน..."
ในเวลานี้ ผู้เฒ่าจินก็กล่าวสมทบขึ้นมา
"สมัยก่อน ตระกูลจินของเราไม่ได้ถือว่าเป็นตระกูลใหญ่โตอะไรในตงต้าหรอก แต่เราก็เป็นตระกูลบัณฑิต โชคร้ายที่เราไปล่วงเกินผู้มีอำนาจเข้า ชะตาของตระกูลจึงตกต่ำลง จนต้องระหกระเหินหนีมายังประเทศเล็กๆ แถบชายแดนแห่งนี้ ธุรกิจหลักของพวกเราคือการค้าหินก้อนดิบและของเก่า หลังจากทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายมาหลายปี ในที่สุดก็พอจะมีความสำเร็จอยู่บ้าง แต่ตระกูลจินของเราไม่มีวันไปแตะต้องของชั่วช้าเลวทรามอย่างยาเสพติดหรือการค้าอวัยวะมนุษย์เป็นอันขาด!"
หลินเทียนพยักหน้ารับ
"โอ้? งั้นหม่าเหลียงก็คงจะวางแผนทรยศเรื่องนี้มานานแล้วสินะ!"
พูดจบ หลินเทียนก็ขึ้นรถจี๊ปของจินซา และเดินทางมาถึงเหมืองหินก้อนดิบของเขาทันที...
หลินเทียนเพิ่งสมาธิไปที่หอคอยโกลาหลเฉียนคุน เพื่อสอดส่องทุกการเคลื่อนไหวของหม่าเหลียง ทันใดนั้น หลินเทียนก็อุทานขึ้นในใจ
"แย่แล้ว!"
จินซาชะงักไปชั่วครู่
"น้องชายหลิน เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ?"