- หน้าแรก
- ติ๊กต็อกของผมเชื่อมต่อกับหมื่นราชวงศ์
- บทที่ 46 จูตี้: รับสนองโองการสวรรค์ปราบกบฏ ยาตราทัพลงใต้จับมังกร!
บทที่ 46 จูตี้: รับสนองโองการสวรรค์ปราบกบฏ ยาตราทัพลงใต้จับมังกร!
บทที่ 46 จูตี้: รับสนองโองการสวรรค์ปราบกบฏ ยาตราทัพลงใต้จับมังกร!
ในเวลานี้ภายในใจของจูเปียวก็พูดไม่ออกเช่นกัน ผู้สืบทอดคนนี้ท่านไม่ใช่คนเลือกเองหรือ ไอดอล? พอเกิดเรื่องขึ้นมากลับมาเอาเรื่องกับข้า? แต่ปากก็คงพูดออกไปเช่นนั้นไม่ได้
จูเปียวรับคำ "ลูกทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ..."
เถ้าแก่จูพยักหน้า แล้วกล่าวต่อว่า: "น้องสิบสองของเจ้ามีนิสัยเช่นไรเจ้าย่อมรู้ดี เขาไม่เหมือนน้องคนอื่นๆ ของเจ้า เขาเป็นคนซื่อสัตย์รักสงบ พ่อหวังว่าจะได้รับคำอธิบายที่สมเหตุสมผล!"
"แล้วก็หลานชายคนโตของพ่อ แม้พ่อจะไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำร้ายเขา แต่สุดท้ายคนที่ได้ขึ้นครองราชย์ก็คือจูอวิ๋นเหวิน นั่นก็แสดงว่าในตอนนั้นพ่อไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว!"
"เรื่องนี้มีใครอยู่เบื้องหลังเจ้าย่อมรู้ดี... แม้พ่อจะไม่มีหลักฐาน แต่พ่อต้องการให้นางตาย!"
"ลูกรับทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ..."
จูเปียวพูดจบก็หันหลังเดินจากไป กลับไปยังตำหนักบูรพาเพื่อจัดการเรื่องที่องค์รัชทายาทอย่างเขาควรจะจัดการ
ฉินอ๋องจูส่วงและจิ้นอ๋องจูคังที่อยู่ด้านข้างมีเครื่องหมายคำถามเต็มหัว ในรายชื่อผู้ที่ถูกลดอำนาจกลับไม่มีชื่อของพวกเขางั้นรึ? แล้วตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่น้องสี่ของพวกเขามีกำลังกล้าแข็งที่สุด? แล้วพวกเขาเล่า? เจ้าเด็กนี่แสดงออกชัดเจนว่าไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตาเลยนี่นา!
อิ๋งเจิ้งในเวลานี้ก็ตกใจกับการกระทำของจูอวิ๋นเหวินบนม่านแสงเช่นกัน อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ: "นี่... นี่คือการลดอำนาจบรรดาอ๋องงั้นรึ? นี่มันหั่นหัวกันชัดๆ!"
จากนั้นพอนึกขึ้นได้ว่าบ้านตัวเองก็มีตัวที่เหี้ยมกว่านี้โผล่มา ถึงขั้นประหารล้างโคตรตัวเองไปเลย... ชั่วขณะนั้นในใจก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมาทันที
[ท่านจิ๋นซีผู้ยิ่งใหญ่... ไอ้ลูกทรพีบ้านท่านก่อเรื่องอีกแล้ว โปรดจุติลงไปเถิด!]
[กฎเดิม เข็มขัดเจ็ดหมาป่ามีให้ไม่อั้น แอลกอฮอล์มีให้ไม่อั้น!]
อิ๋งเจิ้งได้ยินที่เทียนเป่าพูดก็หน้าดำคร่ำเครียด "ได้... เทียนเป่า รอเจิ้นจัดการการประชุมขุนนางเสร็จก่อนเถอะ ไอ้ลูกเวรนี่ถ้าไม่ตีสักสามวันคงได้ปีนหลังคาเปิดกระเบื้องเล่นแน่!"
"การลดอำนาจผู้ครองนครนี้ช่างทุเรศทุรังจนทนดูไม่ได้ สมองแบบนี้ได้ขึ้นครองราชย์มาได้อย่างไร?" ฮั่นอู่ตี้ไม่เข้าใจตรรกะความคิดของเจี้ยนเหวินตี้ผู้นี้เอาเสียเลย!
ในเวลานี้บนม่านแสงยังคงดำเนินต่อไป
[เจี้ยนเหวินตี้จะบีบบังคับใครให้ตายก็ได้ แต่คนเดียวที่บีบให้ตายไม่ได้คือเซียงอ๋องผู้ไม่เคยมีพิษมีภัยกับใคร หนึ่งคือเขาไม่มีทายาท สองคือเขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง วันๆ เอาแต่คัดลายมือ ปรุงยา และอยู่เป็นเพื่อนภรรยา ผลสุดท้ายเพียงราชโองการฉบับเดียวกลับทำให้เขากลายเป็นนักโทษ บีบบังคับจนเขาต้องเผาตัวเองตาย ซ้ำหลังสวรรคตยังประทานพระนามให้ว่า 'ลี่' อีกต่างหาก]
[เรื่องนี้ก็เทียบได้กับถังเสวียนจงประกาศว่าจะปลดขุนนางที่แต่งกวีไม่เป็น แล้วก็ดันไปปลดหลี่ไป๋ หรือหลิวช่านประกาศว่าจะจัดการกับขุนนางที่ไม่จงรักภักดี แล้วก็ดันไปเชือดจูกัดเหลียงทิ้งนั่นแหละ]
[ตั้งแต่อดีตกาล การลดอำนาจบรรดาอ๋องล้วนแต่มุ่งเป้าไปที่อ๋องที่มีกำลังทหารและอำนาจอยู่ในมือ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อการปกครองของราชสำนัก สำหรับอ๋องที่สงบเสงี่ยมเจียมตัวอย่างเซียงอ๋อง เหมาะที่สุดที่จะเก็บไว้เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเมตตากรุณาและความปรองดองในครอบครัวของราชวงศ์]
[ผลปรากฏว่าแม้แต่คนที่ไร้อำนาจที่สุดยังถูกหลานชายคนโตบีบจนตาย แล้วเสด็จอาคนอื่นๆ ที่กุมอำนาจอยู่เต็มมือและมีความคิดทะเยอทะยานอยู่ในหัว จะยังหลับลงได้อย่างไร?]
[อย่างเช่นจูตี้ เขาก็นอนไม่หลับ เมื่อจูตี้รู้ถึงวิธีการลดอำนาจของหลานชายแล้ว ก็ถูกบีบให้ต้องแกล้งบ้า วันๆ เอาแต่ทำตัวสติฟั่นเฟือน ร้องห่มร้องไห้ตะโกนโวยวาย ถึงขั้นไปกินนอนรวมกับหมู ในเกร็ดพงศาวดารยังบันทึกไว้ว่าเขายอมแม้กระทั่งกินมูลหมู ซ้ำในฤดูร้อนที่ร้อนจัดยังสวมเสื้อเสื้อบุนวมนั่งผิงไฟอยู่หน้าเตา พลางร้องว่า "หนาวเหลือเกิน หนาวเหลือเกิน"]
[เมื่อมีขุนนางจากราชสำนักมาเยี่ยมเยียน จูตี้ก็แสดงท่าทีบ้าคลั่งต่อหน้าพวกเขาอย่างสมจริง นอนลงกับพื้น ผมเผ้ายุ่งเหยิงรุงรัง ไม่ตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างใดๆ ทว่าเบื้องหลังกลับเริ่มซ่องสุมกำลังพลอย่างเงียบๆ]
[ไม่รู้ว่าเจี้ยนเหวินตี้หลงเชื่อว่าเสด็จอาสี่ของตนเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ หรือจงใจบีบให้เสด็จอาสี่ก่อกบฏกันแน่ สรุปคือเขายอมปล่อยโอรสของจูตี้กลับไปดูแลบิดา]
จูตี้ที่อยู่ใต้ม่านแสงเมื่อได้เห็นภาพนี้ ใบหน้าก็มืดครึ้มไปทั้งแถบ "มารดามันเถอะ เรื่องแบบนี้ยังเอามาพูดได้อีกรึ? แบบนี้จะเอาความน่าเกรงขามของเจิ้นไปไว้ที่ไหน?" "คราวนี้ล่ะดีเลย คนทั้งใต้หล้าได้รู้กันหมดแล้วว่าเจิ้นเคยกินขี้หมู!"
ส่วนในกลุ่มสนทนาก็ยิ่งครึกครื้นเป็นพิเศษ
ปฐมจักรพรรดิแห่งต้าฉิน: "สุดยอดไปเลย จูตี้ผู้นี้เป็นคนแน่จริง มิน่าล่ะถึงก่อกบฏสำเร็จ ขนาดขี้ยังกล้ากิน!"
หมูป่าแห่งต้าฮั่น: "เจิ้นละอายใจที่ยังสู้ไม่ได้จริงๆ!"
บาตรใบเดียว: "เจ้าสี่ ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้... มิน่าล่ะพอเห็นพ่อถึงได้วิ่งหนี!"
มหาจักรพรรดิหย่งเล่อ: "เสด็จพ่อ... ลูกก็ถูกบีบบังคับจนหมดหนทางนะพ่ะย่ะค่ะ ท่านดูสิว่าลูกถูกบีบจนมีสภาพเช่นไรแล้ว (น้อยใจ)!"
...
ในเวลานี้บนม่านแสง ภาพก็ตัดสลับไปมาอย่างต่อเนื่อง เดี๋ยวก็ซุกตัวอยู่ในเล้าหมูแย่งอาหารหมูกิน เดี๋ยวก็ห่มผ้าห่มผิงไฟอยู่ข้างเตา เดี๋ยวก็ถือบาตรแตกๆ ออกไปขอทานตามท้องถนน สรุปคือใครเห็นก็ต้องคิดว่าคนผู้นี้บ้าไปแล้วจริงๆ!
รัชศกหงอู่ ราชวงศ์หมิง ยามนี้เถ้าแก่จูมองดูภาพที่สว่างวาบไปมาบนม่านแสง ชั่วขณะนั้นก็ปลุกความทรงจำในวัยเยาว์ตอนที่เขาเป็นขอทานขึ้นมา ตอนนั้นเขาก็ต้องอาศัยชามแตกๆ ใบหนึ่งในการขอทานไม่ใช่หรือ? นับตั้งแต่วินาทีที่เขาได้เป็นฮ่องเต้ เขาก็สาบานว่าในภายภาคหน้าจะไม่มีทางให้ลูกหลานต้องมาทนทุกข์ทรมานมีชีวิตเยี่ยงหมูเยี่ยงหมาเช่นนั้นอีกเด็ดขาด
แต่จูอวิ๋นเหวินผู้นี้ทำอะไรลงไป? บีบบังคับลูกชายแท้ๆ ของเขาทั้งเป็นจนต้องพึ่งพาการแกล้งบ้าถึงจะมีชีวิตรอดไปได้ เช่นนี้แล้วจะมิให้เถ้าแก่จูโกรธได้อย่างไร?
"ในเมื่อเจ้าไม่ปล่อยให้ลูกของพ่อได้อยู่ดีมีสุข งั้นก็บีบคอให้ตายไปเสียเลยก็แล้วกัน... ตระกูลจูไม่มีไอ้เดรัจฉานที่ทำตัวเยี่ยงหมูเยี่ยงหมาแบบนี้!" เถ้าแก่จูกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องที่ไม่สลักสำคัญอะไร ลูกรองและลูกสามที่อยู่ด้านหลัง รวมถึงจูตี้ที่หมอบอยู่บนพื้น ในวินาทีนี้ต่างก็รู้ดีว่า เสด็จพ่อของพวกเขาคราวนี้คงเกิดจิตสังหารขึ้นมาจริงๆ แล้ว เสด็จพ่อของพวกเขากล้าทำเรื่องเช่นนี้จริงๆ!
...
จูเปียวที่กลับมาถึงตำหนักบูรพา ยามนี้เมื่อดูฉากบนม่านแสงจบ ก็มีสีหน้าละอายใจเช่นกัน "น้องสี่ พี่ใหญ่ขอโทษเจ้าจริงๆ!"
จากนั้นราวกับตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ เขาถือผ้าแพรขาวความยาวสามฉื่อเดินไปตรงหน้าพระชายาหลี่ว์สื้อ ทิ้งไว้เพียงประโยคเดียวว่า "เจ้ากับอวิ๋นเหวิน รอดได้แค่คนเดียว!"
เขาไม่สนใจเสียงร้องไห้โวยวายของหลี่ว์สื้อ หันหลังเดินจากไปทันที จากนั้นไม่นาน ตำหนักบูรปาก็มีข่าวลือแพร่สะพัดออกมาว่า จูอวิ๋นเหวินไปวิ่งเล่นในอุทยานหลวงแล้วพลัดตกทะเลสาบ จมน้ำสิ้นพระชนม์อย่างน่าสลดใจ ส่วนพระมารดาอย่างพระชายาหลี่ว์สื้อก็ตรอมใจอย่างหนักจนผูกคอตาย!
และเรื่องที่องค์รัชทายาทเมามายจนพลาดพลั้งไปมีความสัมพันธ์กับนางกำนัลเมื่อหกปีก่อนจนให้กำเนิดบุตรชาย เพิ่งจะถูกค้นพบในวันนี้ เพื่อรักษาหน้าตาของราชวงศ์ จึงให้ปลดเด็กคนนี้ออกจากฐานันดรศักดิ์องค์ชาย และส่งตัวกลับไปเฝ้าสุสานบรรพชนที่บ้านเกิดในฟ่งหยาง
...
[ปีเจี้ยนเหวินศกที่หนึ่ง จูตี้ใช้ข้ออ้าง "กวาดล้างกังฉินพิทักษ์ราชบัลลังก์" ประกาศกร้าวต่อต้านราชโองการ ชูธงก่อกบฏ "จิ้งน่าน"!]
ภาพบนม่านแสงสลับไปอีกครั้ง คราวนี้จูตี้สวมชุดเกราะควบม้าศึกตัวใหญ่ ทั่วทั้งร่างแผ่รังสีอำมหิตน่าเกรงขาม ในดวงตาลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้น... ใครเห็นก็คงดูไม่ออกว่านี่คือคนที่แกล้งบ้าปัญญาอ่อนก่อนหน้านี้!
"ข้าคือโอรสสายตรงของไท่จู่เกาหวงตี้และฉือเซี่ยวเกาหวงโฮ่ว เป็นพระญาติสนิทของแผ่นดิน นับตั้งแต่ได้รับแต่งตั้งเป็นอ๋องก็ปฏิบัติตามกฎมณเฑียรบาลและรักษากฎหมายมาโดยตลอด ทว่าฮ่องเต้น้อยกลับหลงเชื่อขุนนางกังฉิน ก่อให้เกิดภัยพิบัติเข่นฆ่าครอบครัวของข้า บรรพชนมีคำสอนไว้ว่า หากราชสำนักไร้ขุนนางตงฉิน ภายในมีคนชั่วช้า ย่อมต้องยกทัพไปปราบปราม เพื่อกวาดล้างคนชั่วข้างกายฮ่องเต้ ขอกระจายข่าวให้รับรู้ทั่วหล้า ข้ารับสนองโองการสวรรค์ปราบกบฏ..."
เหล่าทหารเบื้องล่างต่างมีขวัญกำลังใจฮึกเหิม "รับสนองโองการสวรรค์ ปราบกบฏ... ปราบกบฏ... ปราบกบฏ!"
ทว่าในเวลานั้น บนท้องฟ้ากลับมีเมฆดำทะมึนปกคลุม ฟ้าแลบฟ้าร้อง และมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ลมกรรโชกแรงจนพัดเอาผู้คนลืมตาไม่ขึ้น... กระเบื้องบนหลังคาบ้านเรือนถูกพัดปลิวว่อนไปทั่ว!
ในแววตาของจูตี้ที่นั่งอยู่บนหลังม้าศึกตัวใหญ่ฉายแววตื่นตระหนกออกมาอย่างเห็นได้ชัด เสียงโห่ร้องของทหารก็ค่อยๆ เบาลง... ม้าศึกยิ่งส่งเสียงร้องคำรามอย่างไม่อาจควบคุมได้! ราวกับกำลังส่งสัญญาณเตือนถึงลางร้ายบางอย่าง
ในตอนนั้นเอง หลวงจีนในชุดดำผู้หนึ่งก็หัวเราะลั่นแล้วก้าวออกมายืนข้างหน้า... "ลิขิตสวรรค์อยู่ที่เยียนอ๋อง ลิขิตสวรรค์อยู่ที่เยียนอ๋อง มังกรวารีผ่านด่านเคราะห์ เพียงพานพบพายุฝนก็กลายร่างเป็นมังกร... เยียนอ๋องต่างหากที่เป็นจ้าวแห่งลิขิตสวรรค์ตัวจริง!"
"คราวนี้เป็นสวรรค์ที่บันดาลพายุฝนลงมาเพื่อแสดงความยินดีที่เยียนอ๋องได้กลายร่างเป็นมังกร เรียกได้ว่าชอบธรรมโดยแท้!" "รับโองการสวรรค์ ย่อมเจริญรุ่งเรืองสถาพร... พวกเจ้าทุกคนล้วนเป็นขุนนางคู่บุญที่สวรรค์ส่งมาให้เยียนอ๋อง..."
เมื่อผ่านการปลุกปั่นเช่นนี้ เหล่าทหารแต่ละคนต่างก็เชื่อสนิทใจ แม้แต่ตัวจูตี้เองก็ยังเชื่อไปด้วย
"เยียนอ๋อง... เยียนอ๋อง ท่านคือโอรสสวรรค์ตัวจริง พวกเรายินดีติดตามเยียนอ๋องไปจนตัวตาย!" "ขอติดตามเยียนอ๋องไปจนตัวตาย!" ท่ามกลางเสียงพายุฝน เสียงตะโกนก็ดังขึ้นเรื่อยๆ ทีละระลอก
...