- หน้าแรก
- ติ๊กต็อกของผมเชื่อมต่อกับหมื่นราชวงศ์
- บทที่ 33 หยางเจียน: หลี่หยวน มาดูสิว่าลูกพี่ลูกน้องของเจ้าหน้าตาน่าชังหรือไม่?
บทที่ 33 หยางเจียน: หลี่หยวน มาดูสิว่าลูกพี่ลูกน้องของเจ้าหน้าตาน่าชังหรือไม่?
บทที่ 33 หยางเจียน: หลี่หยวน มาดูสิว่าลูกพี่ลูกน้องของเจ้าหน้าตาน่าชังหรือไม่?
พูดกันตามตรง หลี่หยวนมีฝีมือในการให้กำเนิดบุตรชายจริงๆ ด้วยผลงานอันรุ่งโรจน์ของหลี่ซื่อหมิน หากเป็นลูกชายของเขา คงได้นอนหลับฝันดีจนหัวเราะตื่นขึ้นมาเป็นแน่
เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าหลี่หยวนเอาไพ่ดีๆ ในมือไปเล่นจนพังพินาศได้อย่างไร!
แถมดูจากที่ม่านแสงบอก ผู้สืบทอดในอนาคตของเขาดูเหมือนจะไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่
ตอนนี้เขามีความคิดที่บ้าระห่ำอย่างหนึ่ง หากเขารับลูกชายของหลี่หยวนมาเป็นลูกบุญธรรม... เช่นนั้นต้าสุยก็สามารถ... ผงาดขึ้นมาได้อย่างยิ่งใหญ่เลยใช่หรือไม่?
ตัวเขาเป็นถึงเซิ่งเหรินเข่อหาน... หากลูกชายกลายเป็นเทียนเข่อหานอีกคน ต้าสุยก็ไร้เทียมทานแล้ว
ยิ่งคิดก็ยิ่งมีเหตุผล!
เมื่อคิดมาถึงจุดที่ตื่นเต้น ก็อดไม่ได้ที่จะปรบมือร้องดีใจ...
"คน ไปนำตัวหลี่หยวนออกจากคุกมาพบเจิ้น แล้วก็แวะไปที่จวนของหลี่หยวนเพื่ออุ้มลูกชายที่เพิ่งเกิดของเขามาให้เจิ้นด้วย!"
องครักษ์ที่หน้าประตูรับคำสั่งแล้วจากไป
ผ่านไปเพียงครู่เดียวหลี่หยวนก็ถูกพาตัวมา ในตอนนี้หลี่หยวนมีสภาพทุลักทุเลเล็กน้อย
เตรียมใจพร้อมที่จะตายแล้ว!
หยางเจียนมองดูท่าทางไม่เกรงกลัวความตายของหลี่หยวน แค่นเสียงเย็นแล้วกล่าวว่า: "หลี่หยวนเอ๋ย ลูกชายคนที่สองของเจ้านี่ช่างเป็นอัจฉริยะที่ฟ้าประทานมาให้จริงๆ!"
"เทียนเข่อหานงั้นรึ? เจ้าลองฟังดูสิ คำเรียกขานนี้ช่างน่าเกรงขามเกินไปแล้ว! แทบจะตามทันเซิ่งเหรินเข่อหานอย่างข้าอยู่แล้วเนี่ย!"
หลี่หยวนหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แล้วเอ่ยว่า: "ฝ่าบาท... กระหม่อมไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ขอเพียงเห็นแก่ที่เราเป็นญาติกัน ทรงโปรดยกเว้นโทษ ละเว้นครอบครัวของกระหม่อมด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!"
หยางเจียนส่ายหัวไปมา หัวเราะพลางกล่าวว่า: "ไอ้หยา... เจ้าคงเข้าใจผิดไปแล้ว เจิ้นเป็นลุงเขยของเจ้านะ จะฆ่าเจ้าได้อย่างไร?"
หลี่หยวนมองดูท่าทีหน้าเนื้อใจเสือของหยางเจียน ชั่วขณะนั้นถึงกับงุนงงไปเลย
เกิดอะไรขึ้น? หรือว่าจะยังมีชีวิตรอดได้?
หยางเจียนกล่าวต่อไปว่า: "หลี่หยวนเอ๋ย เจิ้นได้ยินมาว่าหลานสะใภ้ของเจิ้นเพิ่งจะคลอดลูกชายตัวอ้วนจ้ำม่ำมาอีกคน!"
"ถ้าเจิ้นเดาไม่ผิด... เด็กคนนี้คงจะเป็นซื่อหมินใช่หรือไม่?"
หลี่หยวนได้ยินดังนั้น ภายในใจก็เต็มไปด้วยความเศร้าโศกและโกรธแค้น หยางเจียนกำลังบีบให้เขาทำเรื่องโหดร้ายอย่างพยัคฆ์กินลูกตัวเองสินะ!
เพื่อความอยู่รอดของครอบครัว เขาหลี่หยวนไม่มีทางเลือกอื่น เสียดายก็แต่ลูกชายผู้มีสง่าราศีของมหาจักรพรรดิของเขาเท่านั้น
"ฝ่าบาท... กระหม่อมทราบแล้วว่าควรทำเช่นไร!"
หยางเจียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ การคุยกับคนฉลาดนี่มันสบายใจจริงๆ "รู้ก็ดีแล้ว!"
หลี่หยวนตาแดงก่ำกล่าวต่อ: "กระหม่อมกลับไปจะบีบคอเด็กคนนี้ให้ตาย กระหม่อมทูลลา"
พูดจบก็เดินโซเซออกไปนอกท้องพระโรง
หยางเจียนอึ้งกิมกี่ไปเลย
อะไรนะ? บีบคอให้ตายงั้นรึ?
เมื่อมองดูหลี่หยวนที่กำลังจะก้าวออกนอกท้องพระโรง หยางเจียนก็มีเส้นดำขีดลงมาเต็มหน้า ที่แท้ความเข้าใจของมันก็คือความเข้าใจแบบนี้งั้นรึ?
"กลับมา... ใครสั่งให้เจ้าบีบคอให้ตายกัน?"
หลี่หยวนได้ยินคำพูดของหยางเจียน ร่างกายก็แข็งทื่อ ค่อยๆ หันกลับมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่เข้าใจ
เขาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ: "ฝ่าบาท เช่นนั้นพระองค์หมายความว่า..."
หยางเจียนถอนหายใจอย่างจนปัญญา เอ่ยว่า: "เฮ้อ! เจิ้นพูดกับเจ้าตรงๆ เลยก็แล้วกัน!"
"เจิ้นต้องการให้เจ้ายกเด็กคนนี้ให้เป็นลูกบุญธรรมของเจิ้น เจิ้นจะเลี้ยงดูเขาเอง วันหน้าเด็กคนนี้ก็คือลูกชายของเจิ้น เจ้าเข้าใจหรือไม่?"
หลี่หยวนเบิกตากว้าง แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
ยกให้เป็นลูกบุญธรรมของฝ่าบาท?
แล้วลำดับญาติล่ะ?
มิพังเละเทะไปหมดแล้วหรือ!
ลูกชายตัวเองหันหลังขวับกลายเป็นลูกพี่ลูกน้องของตัวเองงั้นรึ?
นี่... นี่...
หยางเจียนเห็นหลี่หยวนยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ก็นึกว่าเขาไม่ยินยอม จึงทำหน้าตมถมึงทึงแล้วกล่าวว่า: "ว่าอย่างไร? ไม่ยินยอมงั้นรึ?"
"หลี่หยวน เจิ้นจะบอกเจ้าให้ ที่เจิ้นทำเช่นนี้ก็เพราะเห็นแก่หน้าแม่ของเจ้ากับฮองเฮาที่เป็นพี่น้องกัน หวังว่าเจ้าจะไม่ปฏิเสธความหวังดีของเจิ้นนะ!"
หลี่หยวนได้สติกลับมา เขารีบคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้นพลางกล่าวว่า: "ฝ่าบาททรงปรีชา กระหม่อมน้อมรับพระราชโองการ เพียงแต่... วันหน้าหวังว่าฝ่าบาทจะทรงเมตตาซื่อหมินด้วยพ่ะย่ะค่ะ"
หยางเจียนโบกมือพลางเอ่ย: "วางใจเถอะ ในเมื่อเจิ้นรับเด็กคนนี้มา ย่อมต้องเลี้ยงดูประดุจสายเลือดในอุทรอยู่แล้ว"
"เจ้าก็รู้ถึงแสนยานุภาพของต้าสุยในตอนนี้ วันข้างหน้าเด็กคนนี้ก็คือรัชทายาทของต้าสุยในภายภาคหน้า!"
"เซิ่งเหรินเข่อหานอย่างเจิ้น ให้กำเนิดเทียนเข่อหาน นี่มันสมเหตุสมผลมากเลยใช่หรือไม่?"
ในตอนนั้นเอง องครักษ์ก็อุ้มซื่อหมินน้อยที่ยังร้องไห้จ้าอยู่ในห่อผ้าเดินเข้ามา
หยางเจียนเผยรอยยิ้มของคุณลุงใจดีออกมาทันที รับซื่อหมินน้อยมาอุ้มไว้แล้วเริ่มหยอกล้อ
เพียงครู่เดียวก็หยอกล้อจนซื่อหมินน้อยหัวเราะเอิ๊กอ๊ากไม่หยุด
หลี่หยวนในยามนี้ช่าง... ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี สรุปแล้วนี่มันลูกข้าหรือลูกท่านกันแน่?
ทำตัวสนิทสนมยิ่งกว่าตอนอยู่กับข้าเสียอีก?
หยางเจียนมองดูทารกน้อยที่ผิวพรรณขาวผ่องน่ารักน่าชังในห่อผ้า ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น หันไปร้องเรียกหลี่หยวนว่า: "มานี่สิหลานชาย... เจ้ามาดูสิว่าลูกพี่ลูกน้องของเจ้าหน้าตาน่าชังหรือไม่?"
คำพูดนี้สำหรับหลี่หยวนแล้ว ถือเป็นดาเมจคริติคอลเลยทีเดียว สีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเหมือนกับเพิ่งกินอึเข้าไปก็ไม่ปาน
หลี่หยวนเดินเข้าไปมองดูลูกชายที่กำลังหัวเราะเอิ๊กอ๊ากไม่หยุด กัดฟันข่มใจเอ่ยว่า: "ฝ่าบาท... ลูกพี่ลูกน้อง... ช่าง... ช่างน่าชังยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ! เพียงแต่ทางด้านฮองเฮา..."
หยางเจียนได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าไม่พอใจ ส่งซื่อหมินน้อยในมือให้แม่นมที่อยู่ข้างๆ อุ้มไว้
เขาปั้นหน้าตึงกล่าวว่า: "ทางด้านฮองเฮาไม่ต้องเป็นห่วง มีเจิ้นอยู่ทั้งคน ถึงอย่างไรเจิ้นก็เป็นฮ่องเต้"
"อย่างมากก็แค่... เจิ้น... เจิ้นพาซื่อหมินหนีออกจากบ้านแค่นั้นเอง!"
...
รัชศกไคหยวน ราชวงศ์ถัง
หลี่หลงจีใช้มือซ้ายโอบกอดลูกสะใภ้อย่างหยางอวี้หวน มือขวาถือจอกสุราเลิศรสส่งเข้าปาก
มองดูภาพบรรพบุรุษของตนอย่างหลี่เอ้อได้รับการสถาปนาเป็นเทียนเข่อหานบนม่านแสง
เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับความรุ่งเรืองแห่งยุคไคหยวนในยามนี้!
ยุคทองในตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นยุคที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดนับตั้งแต่สถาปนาราชวงศ์ถังมา
เมื่อเทียบภาพบนม่านแสงกับภาพการมาเข้าเฝ้าของทูตจากหมื่นแคว้นก่อนหน้านี้ของเขาแล้ว มันก็เป็นแค่เรื่องเด็กๆ ไปเลย!
หลี่หลงจีวางจอกสุราลง ถามหยางอวี้หวนอย่างภาคภูมิใจว่า: "สนมรัก เจ้าว่าความรุ่งเรืองแห่งยุคไคหยวนของเจิ้นเป็นอย่างไรบ้าง? เมื่อนำไปเทียบกับยุคทองแห่งเจินกวานในสมัยไท่จงบนม่านแสงนั่นแล้วเป็นเช่นไร?"
หยางอวี้หวนยิ้มหวานอิงแอบแนบชิดอยู่ในอ้อมอกของเขา "ความรุ่งเรืองแห่งยุคไคหยวนของฝ่าบาทนั้นไม่เคยมีมาก่อนในอดีต ภาพอันยิ่งใหญ่ของหมื่นแคว้นมาเข้าเฝ้านั้นเหนือกว่าอดีตที่ผ่านมา แม้แต่ไท่จงเองก็คงเทียบไม่ติดหรอกเพคะ"
หลี่หลงจีได้ยินดังนั้นก็หัวเราะลั่น เอื้อมมือไปตบต้นขาของหยางอวี้หวนเบาๆ จนเรียกเสียงร้องอุทานด้วยความเขินอายออกมา
"ฮ่าๆ... พูดได้ดีมากสนมรัก หากเรื่องแค่นี้ยังติดอันดับได้ งั้นเจิ้นก็ต้องติดอันดับได้เหมือนกัน!"