เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 เอาสุนัขไปผูกไว้ตรงตำแหน่งนั้นยังจะดีเสียกว่า!

บทที่ 22 เอาสุนัขไปผูกไว้ตรงตำแหน่งนั้นยังจะดีเสียกว่า!

บทที่ 22 เอาสุนัขไปผูกไว้ตรงตำแหน่งนั้นยังจะดีเสียกว่า!


รัชศกหย่งเล่อ ราชวงศ์หมิง

จูตี้ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัว ถึงกับยืนเซ่อไปเลย...

ดาบในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังเคร้ง!

“ไม่ได้การ... ไม่ได้การ จะให้เสด็จพ่อรู้ไม่ได้ว่าข้าก่อกบฏ... ไม่เช่นนั้นตาเฒ่านั่นต้องคลั่งแน่!”

มหาจักรพรรดิหย่งเล่อ: “ช่างบังเอิญนัก เจิ้นเองก็เป็นฮ่องเต้เหมือนกัน...”

หลังจากที่ทุกคนได้รับทราบถึงวิธีใช้ฟังก์ชันการสื่อสารเรียบร้อยแล้ว ความตื่นตระหนกและความแปลกถิ่นในตอนแรกก็มลายหายไปจนหมดสิ้น!

เหลือเพียงความรู้สึกว่าม่านแสงนี้ช่างมหัศจรรย์ยิ่งนักที่สามารถเชื่อมต่อจักรพรรดิทุกราชวงศ์เข้าด้วยกันได้

อีกทั้งยังทำให้ได้รู้จักกับบรรพบุรุษและลูกหลานในอนาคตอีกด้วย!

ในตอนนั้นเอง เทียนเป่าก็กระโดดออกมา

[คาดว่าจักรพรรดิทุกพระองค์คงทราบถึงวิธีใช้โหมดสื่อสารกันแล้ว โปรดระมัดระวังข้อควรปฏิบัติ ห้ามเผยแพร่เนื้อหาล่วงหน้า... ห้ามสปอยล์... ห้ามสปอยล์อนาคตเด็ดขาด! เรื่องสำคัญต้องย้ำสามรอบ!]

[พูดดีมีศรีแก่ตัว พูดชั่วอัปราชัย สุภาพเข้าไว้เพื่อสังคมที่น่าอยู่ หากฝ่าฝืนกฎจะถูกลงทัณฑ์ด้วยสายฟ้าสวรรค์นะจ๊ะ!]

[หากต้องการผูกมิตรโปรดเปิดโหมดแชตส่วนตัว อย่าใช้พื้นที่สาธารณะให้เปลืองทรัพยากร!]

...

ในขณะเดียวกัน บนม่านแสงก็เริ่มปรากฏหัวข้อใหม่ขึ้นมา!

[จักรพรรดิผู้ยอดแย่ตลอดกาล: โหดเหี้ยมล้างบางวงศาคณาญาติ หูไฮ่!]

ภายใต้ม่านแสง

พี่เจิ้งที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและกำลังนั่งกินมันเทศเผาพลางคุยกับเทียนเป่า จ้องมองหัวข้อบนม่านแสงตาไม่กะพริบ!

ท่าทางการปอกมันเทศหยุดชะงักลง สายตาเหม่อลอย สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ

เมื่อพี่เจิ้งได้สติก็เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ เขาไม่คาดคิดเลยว่าคนแรกที่ติดอันดับจักรพรรดิผู้ยอดแย่จะเป็นกษัตริย์แห่งต้าฉินของเขา

ยิ่งไปกว่านั้น! หูไฮ่? เขาจำได้แม่นยิ่งกว่าใคร!

นั่นไม่ใช่ลูกชายคนที่สิบแปดของเขาหรอกหรือ?

นิสัยใจคอของเจ้านั่นก็แทบจะไม่ต่างจากพวกไม่เอาถ่าน คิดจนหัวแทบแตกเขาก็คิดไม่ออกว่าทำไมตนเองถึงจะสถาปนาหูไฮ่ขึ้นเป็นฮ่องเต้

แถมแม่มันยังได้ขึ้นอันดับหนึ่งของทำเนียบจักรพรรดิผู้น่าอนาถ (ทำเนียบฝ่ายน้องชาย) อีกด้วย

“เชี่ยเอ๊ย! คนต่อไปมันควรจะเป็นฝูซูไม่ใช่รึ?”

“มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมโลกนี้ถึงได้ดูแปลกหน้านัก?”

วินาทีนี้อิ๋งเจิ้งรู้สึกอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก สภาพจิตใจแทบจะพังทลาย

เขาถือมันเทศเดินหน้ามืดครึ้มไปยังท้องพระโรงทันที บรรดาขุนนางที่กำลังถือมันเทศอยู่ต่างก็นิ่งเงียบไม่กล้าส่งเสียง

เหล่าขุนนางเองก็ถูกอันดับฝ่ายน้องชายนี้ทำให้มึนตึบไปตาม ๆ กัน

เจ้าเกาและหลี่ซื่อมองหน้ากัน รู้สึกได้ถึงไอเย็นที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากกลางกระหม่อม

นิสัยขององค์ชายหูไฮ่นั้นเจ้าเกาย่อมรู้ดีที่สุด หากเจ้านั่นได้ขึ้นครองราชย์ แม่หมูก็คงปีนต้นไม้ได้แล้ว!

หลี่ซื่อมองดูหัวข้อบนม่านแสง สัญชาตญาณก็สัมผัสได้ถึงวิกฤตที่กำลังคืบคลานเข้ามาในใจ

อิ๋งเจิ้งถือมันเทศกวาดสายตาอันเย็นชาไปรอบ ๆ แล้วเอ่ยเสียงเย็น: “ทุกคนกลับเข้าท้องพระโรงไปประชุมเดี๋ยวนี้!”

เจ้าเกาปาดเหงื่อเย็นที่หน้าผากแล้วกล่าวว่า: “ฝ่าบาท... ยามนี้... เลยเวลาว่าราชการมานานแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”

อิ๋งเจิ้งไม่หันกลับมามองพลางตะคอกว่า: “โอเวอร์ไทม์! เจิ้นต้องรู้เรื่องนี้ให้กระจ่าง! อีกอย่าง ไปตามตัวองค์ชายหูไฮ่ รวมถึงองค์ชายและองค์หญิงคนอื่น ๆ มาให้หมด!”

...

หากเป็นหูไฮ่ขึ้นครองราชย์จริงๆ ด้วยฝีมืออันน้อยนิดของเจ้านั่น พี่เจิ้งกล้ารับประกันเลยว่ามันจะสร้างความฉิบหายครั้งใหญ่ให้เขาแน่นอน

ยามนี้ชื่อเสียงจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลของเขาเพิ่งจะได้รับการยอมรับ ราษฎรเริ่มให้ความศรัทธา วิกฤตแฝงในต้าฉินเริ่มมลายหายไป

หากหูไฮ่มาสร้างเรื่องในตอนนี้ แสนยานุภาพที่อุตส่าห์สร้างมามิต้องพังทลายไปหมดหรอกหรือ?

พวกเดนตายหกแคว้นเหล่านั้นคงจะเอาเรื่องนี้ไปขยายความกันสนุกปากแน่

...

ในเวลานี้ เฉินเซิ่งและอู๋ก่วงที่กำลังทำนาอยู่ มองดูหัวข้อบนม่านแสง

ชั่วขณะนั้น อดไม่ได้ที่จะนึกเชื่อมโยงไปถึงคำขวัญที่พวกเขาสองคนตะโกนออกมาในตอนแรก

เดิมทีพวกเขาเป็นเพียงชาวนาธรรมดา พอเห็นคำขวัญบนม่านแสงเป็นสิ่งที่ตนเองตะโกนออกมาจึงได้มารวมตัวกันเพื่อวางแผนการใหญ่!

ใครจะรู้ว่าม่านแสงดันบอกว่าจิ๋นซีฮ่องเต้เป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล ทำให้แผนการของพวกเขาพังทลายลง ตอนแรกคิดว่าคงต้องทำนาไปชั่วชีวิตเสียแล้ว

ทว่าพอเห็นหัวข้อบนม่านแสง: จิ๋นซีที่สองหูไฮ่ โหดเหี้ยมล้างบางตระกูล!

พวกเขารู้ทันทีว่าโอกาสมาถึงแล้ว

ทำเนียบฝ่ายน้องชายก่อนหน้านี้บอกไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า ผู้ที่ติดอันดับนี้ย่อมเป็นพวกโง่เขลาเบาปัญญา

พวกเขาเพียงแค่ต้องรอให้หูไฮ่สืบทอดบัลลังก์ ถึงตอนนั้นใต้หล้าย่อมเกิดกลียุค พวกเชื้อพระวงศ์หกแคว้นและเหล่านักรบกู้ชาติย่อมต้องลุกฮือขึ้นก่อกบฏ

เมื่อถึงเวลานั้น พวกเขาเพียงแค่ตะโกนประโยคที่ว่า “เหล่ากษัตริย์ ขุนนาง แม่ทัพ และอำมาตย์ ล้วนมีสายเลือดสูงส่งมาแต่กำเนิดกระนั้นหรือ!” ทหารและเสบียงย่อมหลั่งไหลมาเอง

ทั้งสองมองหน้ากันด้วยแววตาฮึกเหิม เอ่ยขึ้นพร้อมกันว่า:

“สหาย งานใหญ่ของเราสำเร็จแน่!”

“รีบไปเร็ว กลับบ้านไปวางแผนกันให้ดี แล้วรอดูว่าม่านแสงจะมีคำชี้แนะอะไรอีก ถึงตอนนั้นคำขวัญพวกเราก็แบ่งกันพูดคนละประโยค”

พูดจบทั้งสองก็ทิ้งเครื่องมือทำนา แล้วสับเท้าวิ่งกลับบ้านทันที!

หัวข้อนี้ปรากฏขึ้นมาสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งราชวงศ์ฉิน

เหล่าเชื้อพระวงศ์หกแคว้นมองดูหัวข้อบนม่านแสง แต่ละคนตื่นเต้นยิ่งกว่าใคร

ชายชราผมขาวโพลนคนหนึ่งแหงนหน้าหัวเราะลั่น ตะโกนสุดเสียงว่า: “ฮ่าๆๆ สวรรค์ไม่สิ้นแคว้นเว่ยของข้า การกอบกู้แคว้นเว่ยมีความหวังแล้ว มีความหวังแล้ว!”

จางเหลียงในยามนี้แววตาเป็นประกายวาววับ พึมพำเบาๆ ว่า

“ลิขิตสวรรค์เป็นเช่นนี้เอง ต่อให้เจ้าจิ๋นซีจะเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลแล้วอย่างไร แต่ลูกชายของเจ้าเป็นคนโง่เขลาไร้ความสามารถ แคว้นหานของข้ามีความหวังแล้ว!”

อีกด้านหนึ่ง เซี่ยงอวี่และอาของเขาในยามนี้ก็มีปฏิกิริยาไม่ต่างจากจางเหลียงนัก!

ชั่วขณะหนึ่ง บรรยากาศเช่นนี้ได้แผ่กระจายไปทั่วทั้งต้าฉิน

...

ในเวลาเดียวกัน บนม่านแสงก็ปรากฏภาพขึ้นมา!

ภายในภาพยามนี้ ณ พระราชวังเสียนหยาง ชายคนหนึ่งสวมชุดมังกรสีดำนั่งอยู่บนบัลลังก์ ใบหน้าประดับไปด้วยท่าทางเสเพลหยิ่งยโส!

กลางท้องพระโรงมีเหล่านางรำโฉมงามยืนเรียงราย แต่ละนางมีเอวคอดกิ่วดุจกิ่งหลิว เป็นยอดหญิงที่หาได้ยากยิ่ง

คลอไปกับเสียงเครื่องดนตรีสัมฤทธิ์เหล่านางกำนัลเริ่มขับขานบทเพลง นางรำเริ่มร่ายรำนวยนาดบิดส่ายร่างกายอันเย้ายวน

ชายบนบัลลังก์มังกรเมื่อเห็นท่วงท่าร่ายรำที่ยั่วยวนใจ ก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้อีกต่อไป เขาเดินลงจากแท่นสูงด้วยสายตาพร่ามัวทีละก้าวไปยังกลางท้องพระโรง

เหล่านางรำต่างก็งัดไม้เด็ดออกมาประจบเอาใจชายหนุ่มที่ลุ่มหลงในกามารมณ์ของพวกนางอย่างเต็มที่!

ชั่วขณะนั้น บรรยากาศเต็มไปด้วยความยั่วยวน... กลิ่นอายราคะพวยพุ่ง ชายหนุ่มกำลังจมดิ่งอยู่ในโลกแห่งความหรูหราฟุ่มเฟือย

...

ภาพเปลี่ยนไปอีกครั้ง!

ในภาพยามนั้น ด้านนอกราษฎรอยู่กันอย่างยากลำบากแร้นแค้น ความโง่เขลาของฮ่องเต้ทำให้ราษฎรเดือดดาลไปทุกหย่อมหญ้า

ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยกองทัพกบฏชาวนาที่ลุกขึ้นต่อต้าน!

กองทัพกบฏมีกำลังพลมหาศาลและหนาแน่น ทว่าภายในพระราชวัง ฮ่องเต้หนุ่มกลับไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ยังคงลุ่มหลงอยู่ในการร้องรำทำเพลงและความหรูหราฟุ่มเฟือยจนถอนตัวไม่ขึ้น!

ภายใต้ม่านแสง

คนทุกยุคทุกสมัยต่างพากันขำกับพฤติกรรมของหูไฮ่!

โดยเฉพาะหลี่เอ้อ, ฮั่นอู่ตี้, จูตี้ และคนอื่นๆ ต่างก็ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

หูไฮ่เรียกได้ว่ารวบรวมทุกคุณลักษณะของจักรพรรดิที่ห่วยแตกเอาไว้ในตัวคนเดียว

แถมยังถูกม่านแสงเอามาประจานต่อหน้าต่อตาพวกเขาอีกด้วย!

“พูดกันตามตรงนะ ตำแหน่งนั้นน่ะ เอาสุนัขไปผูกไว้ยังจะทำหน้าที่ได้ดีกว่ามันเลย!”

...

จบบทที่ บทที่ 22 เอาสุนัขไปผูกไว้ตรงตำแหน่งนั้นยังจะดีเสียกว่า!

คัดลอกลิงก์แล้ว