- หน้าแรก
- ติ๊กต็อกของผมเชื่อมต่อกับหมื่นราชวงศ์
- บทที่ 18 เจิ้นจะเริ่มแก้แค้นแล้ว กวาดล้างหกแคว้น!
บทที่ 18 เจิ้นจะเริ่มแก้แค้นแล้ว กวาดล้างหกแคว้น!
บทที่ 18 เจิ้นจะเริ่มแก้แค้นแล้ว กวาดล้างหกแคว้น!
[มู่กวนยิ่งนานวันก็ยิ่งได้ใจจนลืมตัว อาศัยความโปรดปรานของจ้าวชีเที่ยวคบหาพรรคพวกเพื่อขยายอำนาจของตนเอง]
[ถึงขนาดที่ครั้งหนึ่งหลังจากดื่มสุราจนเมามาย เขาได้กล่าววาจาสามหาวว่าตนเองคือ 'พ่อบุญธรรม' ของอิ๋งเจิ้ง]
[คำพูดนี้เข้าหูอิ๋งเจิ้งอย่างรวดเร็ว ทว่าในเวลานั้นอิ๋งเจิ้งยังไม่มีอำนาจสิทธิ์ขาด จึงทำได้เพียงหลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่ง]
[เขาทำได้เพียงเริ่มวางกำลังอย่างลับๆ ติดต่อเหล่าขุนนางและขุนพลที่จงรักภักดีต่อตนเอง]
[ขณะเดียวกันก็ยังคงแสร้งทำเป็นไม่รู้เห็นเรื่องระหว่างมู่กวนกับจ้าวชี เพื่อรอคอยโอกาสที่เหมาะสมที่สุด]
[เตรียมพร้อมที่จะกวาดล้างมู่กวนและพรรคพวกให้สิ้นซากในคราวเดียว เพื่อล้างมลทินอันน่าอัปยศและกอบกู้เกียรติภูมิของราชวงศ์คืนมา]
[ทว่าสุดท้ายเขากลับพบว่าทั้งสองคนแอบลักลอบให้กำเนิดบุตรด้วยกันถึงสองคน? เรื่องนี้ต่อให้เป็นพระอิฐพระปูนก็ยังยากจะทานทน]
[มู่กวนเองก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารของอิ๋งเจิ้งที่ต้องการจะปลิดชีพเขา เขาจึงรีบรวบรวมเหล่ายอดฝีมือเตรียมการก่อกบฏ อีกทั้งยังหว่านล้อมให้จ้าวชีใช้ตราประทับของนางในการเคลื่อนพลก่อจลาจลที่ตำหนักฉีเหนียน]
[ประวัติศาสตร์ขานเรียกเหตุการณ์นี้ว่า กบฏมู่กวน!]
ภาพบนม่านแสงเปลี่ยนไป!
[เมื่ออิ๋งเจิ้งทราบข่าว จึงส่งฉางผิงจวินและฉางเหวินจวินนำทัพไปปราบกบฏ]
[ทั้งสองฝ่ายสู้รบกันที่เมืองเสียนหยาง มู่กวนพ่ายแพ้และหลบหนีไป]
[อิ๋งเจิ้งออกประกาศตั้งรางวัลนำจับมู่กวน หากจับเป็นจะปูนบำเหน็จหนึ่งล้านตำลึง หากจับตายจะให้ห้าแสนตำลึง]
[ในเดือนเก้าของปีนั้น มู่กวนและพรรคพวกทั้งหมดก็ถูกจับกุมได้สำเร็จ]
[มู่กวนถูกลงทัณฑ์ด้วยการใช้รถม้าแยกปางและถูกประหารเจ็ดชั่วโคตร พรรคพวกคนสำคัญอีกยี่สิบคนถูกตัดศีรษะประจาน เหล่าผู้ติดตามที่ความผิดไม่ร้ายแรงถูกจำคุกสามปี อีกสี่พันกว่าครัวเรือนถูกถอดฐานันดรศักดิ์และเนรเทศไปยังแดนจด]
[ส่วนเจ้าลูกนอกกฎหมายสองคนนั้นก็ถูกอิ๋งเจิ้งสั่งประหารด้วยการบรรจุใส่ถุงแล้วฟาดกับพื้นจนตายยิ่งไปกว่านั้นจ้าวชีถึงขั้นยอมตัดพ้อต่อความเป็นแม่ลูกกับอิ๋งเจิ้งเพื่อมู่กวนและลูกนอกกฎหมายทั้งสอง]
[สรุปโดยรวมคือ... ตายไม่กี่คนหรอก!]
[หลี่ว์ปู้เหวยเองก็ได้รับผลกระทบจนถูกปลดจากตำแหน่งอัครเสนาบดี ส่วนจ้าวชีถูกคุมขังอยู่ที่ตำหนักพระราชวังยงตี้!]
[ไพ่ในมือที่ถือมาอย่างดี กลับถูกจ้าวชีเล่นจนพังพินาศป่นปี้!]
ภายใต้ม่านแสง เถ้าแก่หลี่ว์เมื่อเห็นจุดจบของตนเองก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา
เขารู้สึกหลากหลายอารมณ์ประดังเข้ามาในอก
เขาหลี่ว์ปู้เหวยยอมทุ่มเททรัพย์สินทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือคนตระกูลอิ๋ง... ทั้งส่งโฉมงาม ทั้งส่งแก้วแหวนเงินทอง
ใครจะไปนึกว่าสุดท้ายแล้ว... จะต้องมาตกม้าตายเพราะเรื่องพรรค์นี้จนกลายเป็นความอับยศไปชั่วกาลนาน!
เรื่องนี้จะโทษใครก็ไม่ได้ ต้องโทษตัวเองที่ควบคุมอารมณ์ใฝ่ต่ำไม่ได้
สุดท้ายแผนการที่วางมาทั้งชีวิตก็มลายหายไปกับสายน้ำ!
หลังจากดูจบ เถ้าแก่หลี่ว์รู้สึกเพียงว่าชีวิตนี้ของตนคงจบสิ้นแล้ว ภายในใจเต็มไปด้วยความอ้างว้าง!
ราชวงศ์ต้าฮั่น
ฮั่นอู่ตี้หลิวเช่อมองดูเรื่องราวในอดีตบนม่านแสงแล้วอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ: "กบฏมู่กวนครั้งนี้ นับเป็นความอัปยศของต้าฉินโดยแท้ แต่อิ๋งเจิ้งกลับฆ่าคนเพียงเท่านี้เองรึ?"
"นี่น่ะหรือที่คนทั่วหล้าตราหน้าว่าเป็นทรราช?"
ถ้าเป็นเขา มีหรือจะไม่ฆ่าให้เลือดนองเป็นสายน้ำ?
แต่พอนึกได้ว่านี่อาจจะเป็นฝีมือของบรรพบุรุษอย่างหลิวปังที่คอยใส่ร้ายป้ายสีพี่เจิ้ง เขาก็เริ่มเข้าใจได้!
ในยามนี้บนม่านแสงยังคงดำเนินต่อไป
[นับจากนี้ อิ๋งเจิ้งกุมอำนาจสิทธิ์ขาดเพียงผู้เดียว เริ่มแต่งตั้งหลี่ซือ, เว่ยเจี้ยน, เหมิงเถียน และขุนนางทั้งบุ๋นบู๊เข้ามาใช้งาน! เปิดฉากยุคสมัยของอิ๋งเจิ้งอย่างแท้จริง!]
[บัดนี้เรามาถึงช่วงครึ่งหลังของช่วงที่สาม นั่นคือการกวาดล้างหกแคว้น]
[ก่อนการกวาดล้างหกแคว้น อิ๋งเจิ้งได้เตรียมการหลายประการ เช่น การส่งเสริมการบุกเบิกที่ดินรกร้าง การสร้างระบบชลประทาน เช่น ระบบชลประทานตูเจียงเยี่ยน และคลองเจิ้งกั๋ว เพื่อเป็นรากฐานด้านเสบียงอาหารสำหรับการทำศึกสงคราม]
[ด้านการทหารมีการปฏิรูประบบกองทัพ: สถาปนาระบบการทหารที่เข้มงวด ยกระดับขีดความสามารถในการรบ และฝึกฝนทหารชั้นยอดจำนวนมหาศาล ทำให้กองทัพฉินมีแสนยานุภาพในการทำศึกที่แข็งแกร่ง]
[ด้านยุทธศาสตร์มีการนำคำแนะนำของหลี่ซือและเว่ยเหลียวมาใช้ โดยวางกลยุทธ์ 'ผูกมิตรแดนไกล โจมตีแดนใกล้' เตรียมบุกแคว้นที่อยู่ติดกันก่อน แล้วค่อยๆ กำจัดหกแคว้นไปทีละก้าว]
[ด้านการทูตมีการทำลายพันธมิตรเหอจ้ง: โดยการใช้สินบนและอุบายยุแยงตะแคงรั่ว ทำลายการร่วมมือของหกแคว้น ทำให้พวกมันไม่สามารถรวมพลังต่อต้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ]
[ทั้งหมดนี้... คือวิถีแห่งการพิชิตหกแคว้น!]
เหล่าบูรพกษัตริย์ฉินที่อยู่ใต้ม่านแสงต่างพากันยิ้มจนหุบปากไม่ลง
ฉินอู่หวังในยามนี้ตื่นเต้นอย่างยิ่ง: "วันนี้เจิ้นดีใจนัก จะขอโชว์พลังยกกระถางยักษ์เพื่อลูกหลานต้าฉินอีกสักรอบ..."
ฉินเจาเซียงหวังลูบเคราพลางยิ้มละไม: "ฮ่าๆ... ใต้หล้าเป็นหนึ่ง ใต้หล้าเป็นหนึ่ง... อยู่ตรงหน้านี้เอง!"
ฉินเซี่ยวเหวินหวัง ถึงกับตื่นเต้นจนลุกขึ้นนั่งบนเตียง ใบหน้าแดงก่ำ ไม่มีเค้าลางของคนที่กำลังจะสิ้นใจเลยสักนิด!
"นึกไม่ถึงว่าในวาระสุดท้ายของเจิ้น จะได้เห็นวันที่ต้าฉินรวบรวมใต้หล้าเป็นหนึ่งเดียว... เจิ้นตายตาหลับแล้ว!"
ฉินจวงเซียงหวัง: "หึหึ... ลูกของเจิ้น! ลูกของเจิ้นกำลังจะเริ่มรวมใต้หล้าแล้ว!"
เหล่าบูรพกษัตริย์ฉินในทุกมิติต่างเตรียมพร้อมที่จะรับชมมหาสงครามแห่งการรวมชาติ
บนม่านแสง เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมเสร็จสรรพ ฉินหวังอิ๋งเจิ้งก็ประกาศสงครามต่อหกแคว้นด้วยแสนยานุภาพอันเกรียงไกร!
[เริ่มจากการสั่งให้เน่ยสื่อเถิงบุกแคว้นหานเพื่อใช้เป็นจุดยุทธศาสตร์ในการเปิดเกม หากถามว่าทำไมต้องเป็นแคว้นหาน?]
[เหตุผลไม่มีอะไรมาก เพราะมันอ่อนแอที่สุดและอยู่ใกล้ที่สุด เหมาะแก่การทดสอบแสนยานุภาพของตนเองว่าอยู่ในระดับใด!]
ภายใต้ม่านแสง จางเหลียงเห็นเช่นนั้นก็ทั้งอับอายและโกรธแค้น!
จางเหลียงโกรธจนตาแทบหลุด ชี้หน้าเงาร่างของอิ๋งเจิ้งบนม่านแสงพลางด่าทอ: "อิ๋งเจิ้งไอ้เด็กโฉด เจ้าทำศึกสงครามเพียงเพื่อสนองตัณหาของตนเอง ก่อเพลิงสงครามทำให้ราษฎรต้องทุกข์ยากล้มตาย!"
"แคว้นหานมีความผิดอันใด ถึงต้องกลายเป็นเครื่องสังเวยในการทดสอบกำลังของเจ้า!"
ทว่าในม่านแสง กองทัพฉินประดุจพยัคฆ์ร้ายลงจากขุนเขา พุ่งเข้าใส่แคว้นหานอย่างรวดเร็ว
แคว้นหานตกอยู่ในความวุ่นวายทันที ราษฎรต่างพาลูกจูงหลานหนีตายกันอลหม่าน
จางเหลียงมองดูภาพเหล่านั้นด้วยความโกรธแค้นที่ทวีคูณ เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อโดยไม่รู้ตัว
เหล่าบูรพกษัตริย์ฉินมองดูกองทัพฉินที่รุกคืบราวกับลมฤดูใบไม้ร่วงกวาดใบไม้แห้ง ต่างก็พากันตบมือชอบใจ
ในเวลานี้บนม่านแสง!
[เมื่อ 230 ปีก่อนคริสตกาล เน่ยสื่อเถิงตีทัพหานแตกพ่าย จับตัวหานหวังอันได้ แคว้นหานจึงล่มสลายลง... กลายเป็นจังหวัดหนึ่งของต้าฉิน!]
[ประสบการณ์จากการทำลายแคว้นแรกทำให้อิ๋งเจิ้งมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นมหาศาล เขาจึงมุ่งเป้าต่อไปที่แคว้นจ้าว!]
ภาพบนม่านแสงยามนี้
อิ๋งเจิ้งประทับอยู่บนบัลลังก์ แววตาอันเย็นเยียบแฝงไปด้วยความแค้นเคือง เขามองดูแคว้นจ้าวบนแผนที่พลางกัดฟันพูด
"เจิ้นจะเริ่ม... แก้แค้นแล้ว! หวังเจี่ยน... กวาดล้างจ้าว!"
[เมื่อ 234 ปีก่อนคริสตกาล หวังเจี่ยนนำทัพบุกแคว้นจ้าวและได้รับชัยชนะครั้งใหญ่]
[เมื่อ 229 ปีก่อนคริสตกาล หวังเจี่ยนรับราชโองการออกศึกถล่มจ้าวอีกครั้ง เขาใช้อุบายยืมมือฆ่า (แผนไส้ศึก) ทำให้จ้าวหวังเชียนสั่งประหารยอดขุนพลหลี่มู่ด้วยความเข้าใจผิด]
[หลังจากนั้นตีทัพจ้าวแตกพ่าย ยึดเมืองหานตานเมืองหลวงของแคว้นจ้าวได้สำเร็จ จ้าวหวังเชียนถูกจับเป็นตัวประกัน แคว้นจ้าวถือว่าล่มสลายโดยพฤตินัย และในปี 228 ก่อนคริสตกาล แคว้นจ้าวก็ประกาศล่มสลายอย่างเป็นทางการ!]
[ชาวแคว้นจ้าวในเมืองหานตานที่เคยรุมรังแกอิ๋งเจิ้งในวัยเยาว์ ล้วนถูกสั่งประหารด้วยการฝังทั้งเป็นทั้งหมด!]
[จากนั้นก็ตามด้วยแคว้นเว่ย, ฉู่, เอี้ยน และฉี ยกเว้นเพียงตอนรบกับแคว้นฉู่ที่อิ๋งเจิ้งไม่ได้ฟังคำทักท้วงของขุนพลเฒ่าหวังเจี่ยนที่บอกว่าต้องใช้ทหารไม่ต่ำกว่าหกแสนนาย จนต้องสูญเสียทหารไปถึงสองแสนนาย นอกนั้นล้วนดำเนินการไปได้อย่างราบรื่น!]
...
ภายใต้ม่านแสง!
อิ๋งเจิ้งมองดูเรื่องราวในอดีตของตนเอง ภายในใจรู้สึกหลากหลายอารมณ์
ครั้งหนึ่งเขาเคยอดทนต่อความยากลำบาก ดิ้นรนท่ามกลางเล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง ก้าวเดินทีละก้าวมาจนถึงจุดที่กำลังจะรวมใต้หล้าเป็นหนึ่งเดียวได้ในตอนนี้
ทว่าขณะเดียวกัน ก็ยังมีเสียงคัดค้านซ่อนตัวอยู่ในเงามืด
อิ๋งเจิ้งมองดูภาพเหล่านี้ เขารู้ดีว่าการปกครองใต้หล้านั้นยากลำบากกว่าการตีชิงใต้หล้ามากนัก
พวกเดนตายจากหกแคว้นเหล่านี้หากเผลอเพียงนิดเดียวก็จะฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ ยามที่เขายังอยู่ทุกอย่างย่อมสงบสุข ทว่าหากเขาสิ้นไป คนพวกนี้คงจะลุกขึ้นมาสร้างความวุ่นวายเป็นแน่
ด้วยเหตุนี้เขาจึงเฝ้าแสวงหายาอายุวัฒนะ!
เหล่าบูรพกษัตริย์ฉินมองดูอาณาเขตของต้าฉินที่กว้างใหญ่ถึงเพียงนี้ ต่างก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
...
ในเวลานี้บนม่านแสงมาถึงช่วงที่สี่ของอิ๋งเจิ้ง ภาพเปลี่ยนไปอีกครั้ง
ท่ามกลางเสียงแตรสัญญาณที่ดังกังวาน อิ๋งเจิ้งสวมมงกุฎมีรวงไหมสิบสองแถว (เหมี่ยนกวาน) สวมชุดมังกรสีดำขลับ (เสวียนเผ่า) คาดกระบี่ยาวที่เอว สายตาดุจคบเพลิง เขาก้าวเดินไปตามเสียงแตรทีละก้าว มุ่งหน้าสู่ยอดเขาไท่ซาน!
ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดช่างดูเคร่งขรึมและสง่างาม!
เขาทำพิธีบวงสรวงสวรรค์และปฐพี (เฟิงฉ่าน) ที่เขาไท่ซานด้วยพิธีกรรมที่นอบน้อมที่สุด และจารึกผลงานอันยิ่งใหญ่ของตนไว้บนศิลาจารึกยอดเขา
เบื้องหลังของเขาคือทหารเสือดาวแห่งต้าฉินที่ยืนตระหง่านอยู่เต็มพื้นที่!
หลังจากอิ๋งเจิ้งจุดธูปบูชา เขาก็กวาดสายตาอันคมกริบมองไปเบื้องหน้า โบกมืออย่างสง่างามและเปี่ยมด้วยบารมี
"นับจากนี้ไป ทั่วหล้า... มีเพียงต้าฉิน!"
ไม่ต้องมีคำพูดที่สวยหรูมากมาย เพียงคำว่า "มีเพียงต้าฉิน" ก็เพียงพอที่จะสยบทุกวาทะประกาศศักดาในใต้หล้า!
เหล่าทหารเบื้องล่าง... ต่างพากันโห่ร้องอย่างบ้าคลั่ง
"วายุ... วายุ... วายุ! วายุสลาตัน!"
เสียงนั้นดังกึกก้องประดุจสายฟ้าฟาด ทำเอาผู้ที่ได้ยินถึงกับขวัญหนีดีฝ่อไปตามๆ กัน!