เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 จักรวรรดิของเจิ้นล่มสลายไปแล้วงั้นรึ?

บทที่ 13 จักรวรรดิของเจิ้นล่มสลายไปแล้วงั้นรึ?

บทที่ 13 จักรวรรดิของเจิ้นล่มสลายไปแล้วงั้นรึ?


ราชวงศ์หมิง

เถ้าแก่จูพาจูเปียวรีบเร่งมุ่งหน้าไปยังตำหนักบูรพา ทันทีที่ก้าวเข้าประตูมา สายตาของเขาก็สบเข้ากับเตียงบรรทมที่มีหลานชายคนโตนอนอยู่ ในยามนี้หลานชายหลับตาแน่น ทั่วทั้งวรกายเต็มไปด้วยตุ่มหนองแดงของไข้ทรพิษ

หัวใจของเถ้าแก่จูบีบรัดแน่น ความรู้สึกที่ยากจะบรรยายประดังพรั่งพรูเข้ามาในอก

ในขณะที่หม่าฮองเฮานั่งอยู่ข้างเตียง ใบหน้าของนางซีดเซียวไม่แพ้กัน มีหยาดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผาก สายตาของนางจดจ้องอยู่ที่ร่างของหลานชายตาไม่กะพริบ มือทั้งสองกุมกันแน่น ราวกับกำลังสวดอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างเงียบเชียบ

จูเปียวยืนอยู่ด้านข้าง มองดูพระมารดาที่ซูบเซียวและบุตรชายคนโตที่นอนทอดร่างไร้ชีวิตชีวา ภายในใจรู้สึกขมขื่นยิ่งนัก

เขารีบก้าวเข้าไปหาพระมารดาแล้วเอ่ยเสียงเบา: "เสด็จแม่ ท่านเองก็ต้องรักษาสุขภาพด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ! มาเฝ้าอยู่ตรงนี้ทั้งวันทั้งคืน ร่างกายท่านจะรับไหวได้อย่างไร? กลับไปพักผ่อนที่ตำหนักสักระยะเถิดพ่ะย่ะค่ะ"

เถ้าแก่จูรีบพูดเสริมทันที: "น้องหญิง เปียวเอ๋อร์พูดถูกนะ! เจ้าดูตัวเองสิ สองสามวันมานี้เหนื่อยล้าขนาดไหนแล้ว? หากเจ้าล้ฟมพับไปอีกคน ข้าจะทำอย่างไร?"

หม่าฮองเฮาได้ยินดังนั้นก็เพียงแต่ยิ้มขื่นออกมาโดยไม่ตรัสอะไร สายตาของนางยังคงไม่ละไปจากหลานชาย ราวกับว่ามีเพียงการทำเช่นนี้เท่านั้นที่จะทำให้นางรู้สึกเบาใจขึ้นมาได้บ้าง

"ฉงปา... เมื่อครู่เจ้าได้ยินคำว่า 'ประชาชนจงเจริญ' สี่คำนั้นบนม่านแสงหรือไม่?"

เถ้าแก่จูถึงกับชะงักไป...

หม่าฮองเฮาละสายตาจากจูสยงอิงหลานชายคนโต หันมามองเถ้าแก่จูด้วยนัยน์ตาคลอน้ำตาพลางตรัสอย่างเนิบช้า: "ฉงปา หากวันหนึ่งที่ข้าไม่อยู่แล้ว... ข้าหวังว่าเจ้าจะยึดถือราษฎรเป็นหลัก อย่าได้ก่อกรรมทำเข็ญเข่นฆ่าผู้คนมากมายอีกเลย"

"ยามที่ข้ายังอยู่ยังพอจะเตือนเจ้าได้บ้าง หากข้าไม่อยู่แล้ว คงไม่มีใครหยุดเจ้าได้อีก..."

"น้องหญิง... เจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไรกัน นับจากนี้ไปข้าไม่อนุญาตให้เจ้าพูดจาอัปมงคลเช่นนี้อีก!"

เถ้าแก่จูได้ยินดังนั้นก็ร้อนรนขึ้นมาทันที ดวงตาเริ่มแดงก่ำ

"หากเจ้าไม่อยู่เคียงข้างข้า ข้าจะสั่งฆ่าล้างท้องพระโรงเฟิ่งเทียนให้เลือดนองเป็นสายน้ำ!"

"จะฆ่าให้หัวหลุดกระเด็น น้องหญิง... ข้าขาดเจ้าไม่ได้จริงๆ นะ"

หม่าฮองเฮาได้ยินเช่นนั้นก็โกรธจนหน้ามืดวิงเวียน ร่างโอนเอนแทบจะล้มลงไปกองกับพื้น "จูฉงปา... เจ้า... เจ้าตั้งใจจะยั่วโมโหให้ข้าตายใช่ไหม!"

เถ้าแก่จูรีบถลาเข้าไปพยุงหม่าฮองเฮาเอาไว้ "น้องหญิง... น้องหญิง ข้ารับปากเจ้าแล้ว แต่เจ้าเองก็ต้องรับปากข้าด้วยว่าต้องกลับไปพักผ่อนที่ตำหนักเดี๋ยวนี้!"

จูเปียวก็ช่วยเกลี้ยกล่อมพระมารดาอีกแรง

ประจวบเหมาะกับที่จูสยงอิงซึ่งหมดสติไปได้ฟื้นคืนสติขึ้นมา เมื่อเห็นพระอัยยิกาที่ซูบเซียวก็เอ่ยเสียงแผ่วเบาด้วยความอ่อนแรง: "ท่านย่า... เสด็จย่า... ท่านฟัง... ฟังคำของเสด็จปู่เถอะพ่ะย่ะค่ะ!"

เถ้าแก่จูเห็นหลานชายรู้ความเช่นนี้ก็ใจหาย น้ำตาคลอเบ้า เขาปาดน้ำตาที่เริ่มรื้นขึ้นมา

"น้องหญิง... กลับไปพักผ่อนที่ตำหนักสักสองสามวันเถอะ ข้าขอร้องเจ้าล่ะ!"

"ข้ารับรองกับเจ้า ว่าข้าจะต้องรักษาหลานใหญ่ให้หายให้ได้!"

หม่าฮองเฮายังคงไม่วางใจ นางลูบหน้าผากจูสยงอิงเบาๆ แล้วตรัสว่า: "หลานรัก... ย่าไม่เหนื่อย... ย่าไม่เหนื่อยเลย!"

"เสด็จย่า... เสด็จย่า อาการป่วยของสยงอิงติดต่อได้ สยงอิงไม่อยาก... ไม่อยากให้ติดต่อไปถึงเสด็จย่าพ่ะย่ะค่ะ!" จูสยงอิงกล่าวประโยคนี้ออกมาอย่างยากลำบาก

หม่าฮองเฮา จูเปียว และเถ้าแก่จู ได้ยินคำพูดนี้เข้าก็ยิ่งรู้สึกปวดใจจนบอกไม่ถูก

...

ครู่ต่อมา เถ้าแก่จูก็ยังไม่สามารถเกลี้ยกล่อมหม่าฮองเฮาได้สำเร็จ เขาจึงเดินออกจากตำหนักมาพร้อมกับจูเปียวด้วยดวงตาที่แดงก่ำ

เขาปาดน้ำตา พลางมองดูหัวข้อบนม่านแสงด้วยคิ้วที่ขมวดแน่น

เขาสู้รบมาทั้งชีวิต สถาปนาราชวงศ์หมิง มั่นใจว่าตนเองคู่ควรกับนามจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล ทว่าไอ้คำว่า 'จักรพรรดิผู้ยอดแย่ตลอดกาล' นี่สิที่ทำให้เขาไม่เข้าใจ

ในขณะนั้น เสียงบรรยายบนม่านแสงก็ดังขึ้น!

[เป็นที่ทราบกันดีว่าหน้าประวัติศาสตร์หัวเซี่ยนับหลายพันปีนั้นยาวนานยิ่งนัก มีราชวงศ์เกิดขึ้นทั้งหมด 24 ราชวงศ์ และมีจักรพรรดิรวมแล้วกว่าหลายร้อยพระองค์!]

[ในจำนวนนั้น มีทั้งมหาบุรุษผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและปรีชาสามารถจนเป็นอริยราชันที่ถูกจดจำไปชั่วกาลนาน และยังมีจักรพรรดิที่โง่เขลาเบาปัญญาไร้ความสามารถ!]

[ทำเนียบจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า คือผู้ที่มีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อประวัติศาสตร์หัวเซี่ย หรือผู้ที่มีผลงานอันยิ่งใหญ่ในบันทึกประวัติศาสตร์ หรือผู้ที่เปิดศักราชแห่งความสงบสุขร่มเย็น ส่วนทำเนียบจักรพรรดิผู้ยอดแย่ตลอดกาลนั้นจะตรงกันข้าม!]

[จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลจะได้รับรางวัลจากม่านแสงตามผลงาน ส่วนจักรพรรดิผู้ยอดแย่จะได้รับบทลงโทษตามกรรมที่ก่อไว้!]

ภายใต้ม่านแสง ทุกยุคทุกสมัยเมื่อเข้าใจความหมายแล้วต่างก็ร้องอ๋อขึ้นมาทันที

ที่แท้ไอ้ 'น้องชาย'นี่ก็หมายถึงแบบนี้เองสินะ!

มันก็คือจักรพรรดิที่ห่วยแตกนั่นแหละ

...

ราชวงศ์ต้าฉิน

“ไม่นึกเลย... ไม่นึกเลยจริงๆ! ว่าหลังจากเจิ้นแล้ว ยังมีราชวงศ์ตามมาอีกมากมายขนาดนี้?”

อิ๋งเจิ้งยอมรับความจริงที่ว่าต้าฉินล่มสลายไปแล้วได้ แต่พอมาได้ยินว่ามีถึง 24 ราชวงศ์ และจักรพรรดิอีกหลายร้อยคน เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโมโห

เขาคิดไม่ตกจริงๆ ว่าต้าฉินอันยิ่งใหญ่ของเขามันพินาศไปได้อย่างไร

ไม่รู้ว่าราชวงศ์ฉินครองแผ่นดินได้กี่ปี? คาดว่าน่าจะสักสองสามร้อยปีล่ะมั้ง?

ขณะเดียวกันเขาก็เริ่มสงสัยว่ารางวัลจากม่านแสงนั้นจะเป็นสิ่งใด!

จะเป็นอาวุธที่มีอานุภาพมหาศาลในยุคหลัง หรือว่าจะเป็นเมล็ดข้าวที่เลี้ยงคนได้หนึ่งพันสี่ร้อยล้านคนพวกนั้น

แค่คิดอิ๋งเจิ้งก็ตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นจนหยุดไม่อยู่!

...

ราชวงศ์ต้าฮั่น

หลิวเช่อได้ยินคำบรรยายจากม่านแสง ในใจก็ยิ่งกระวนกระวายอยากรู้ว่าตนเองจะติดอันดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่หรือไม่

เว่ยชิงและฮั่วชวี่ปิ้งที่อยู่ด้านข้างต่างก็กลั้นหายใจนิ่งเงียบ!

องค์รัชทายาทหลิวจวี้ แม้ในใจจะมีความคิดที่แตกต่างออกไป แต่ภายใต้บรรยากาศที่เคร่งขรึมนี้ เขาก็ทำได้เพียงข่มความรู้สึกเอาไว้

เขามองดูพระบิดาที่มีท่าทางคาดหวังแล้วก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

ในยามนี้พระบิดาทำศึกติดต่อกันหลายปี ราษฎรใช้ชีวิตลำบากกว่าเมื่อก่อนมาก หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ราษฎรจะต้องเดือดร้อนอย่างหนักเป็นแน่!

เมื่อถึงเวลานั้น...

ราชวงศ์ตงฮั่น

“24 ราชวงศ์? เยอะขนาดนี้เลยรึ?”

จู่ๆ หลิวซิ่วที่กำลังโอบกอดโหย่วลี่หัวอยู่ก็นึกอะไรบางอย่างได้ เขาถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหวาดเสียว!

“ซี๊ด... ท่าจะไม่ดีแล้ว... ต้าฮั่นของเจิ้น... ต้าฮั่นของข้าพินาศไปแล้วงั้นรึ?”

หลิวซิ่วมีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ ในยามนี้เขาเพิ่งสถาปนาราชวงศ์ แผ่นดินกำลังสงบสุข จะล่มสลายไปได้อย่างไร?

เขาอดไม่ได้ที่จะนึกเชื่อมโยงไปถึงนักพรตที่ปรากฏบนม่านแสงก่อนหน้านี้!

...

ราชวงศ์ถัง

“ยี่สิบสี่ราชวงศ์งั้นรึ?”

หลี่เอ้อนั่งนับนิ้ววนไปวนมาครั้งแล้วครั้งเล่า

“หนึ่ง, สอง, สาม... สิบสอง...”

นับไปนับมาก็ได้ข้อสรุปว่า... ต้าถังเองก็ไม่รอดเหมือนกัน!

หลี่เอ้อขว้างฎีกาในมือลงพื้นพลางกัดฟันกรอด: "ต้าถังของเจิ้นก็ล่มสลายไปแล้วงั้นรึ"

"ไอ้คนใจหมาคนไหน อย่าให้เจิ้นรู้นะว่าใครมันทำต้าถังล่มสลาย... มิฉะนั้นเจิ้นจะล้างบางบรรพบุรุษมันเก้าชั่วโคตร แล้วบดกระดูกพวกมันเก้าชั่วโคตรให้เป็นผง เอาไปตากแห้งให้ปลากินเสียให้เข็ด!"

ฝางเสวียนหลิงเอ่ยเตือนอยู่ข้างๆ: "ฝ่าบาท... พระองค์ทรงเชี่ยวชาญพงศาวดาร ย่อมทราบดีว่าการผลัดเปลี่ยนราชวงศ์เป็นเรื่องที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้พ่ะย่ะค่ะ"

หลี่เอ้อสงบสติอารมณ์ลงแล้วถอนหายใจยาว: "เรื่องนั้นเจิ้นย่อมรู้อยู่แล้ว... แต่... แต่... เฮ้อ!"

"ตอนนี้เจิ้นแค่อยากรู้ว่าต้าถังครองราชย์ได้กี่ปี และล่มสลายในน้ำมือของลูกหลานเนรคุณคนไหน!"

...

ราชวงศ์หมิง

ใบหน้าของเถ้าแก่จูมืดมนจนน่ากลัว... ต้าหมิงของเขาก็พินาศไปแล้วด้วยงั้นรึ?

นี่คือสิ่งที่เขายอมรับไม่ได้เด็ดขาด!

เถ้าแก่จูกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในอุ้งมือโดยไม่รู้ตัว

เขาทุ่มเททั้งชีวิต ดิ้นรนจากคนธรรมดาจนได้แผ่นดินต้าหมิงมาครอบครอง เขาจะยอมให้มันล่มสลายลงได้อย่างไร

"ข้าอยากจะเห็นนัก ว่าไอ้สุนัขตัวไหนที่ทำต้าหมิงพินาศ!" เถ้าแก่จูคำรามเสียงต่ำ

จูเปียวที่อยู่ข้างๆ ก็เต็มไปด้วยความกังวล เขากล่าวเตือนบิดาเสียงเบา: "เสด็จพ่อ การผลัดเปลี่ยนราชวงศ์อาจเป็นไปตามลิขิตสวรรค์ พวกเราควรทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อปกป้องต้าหมิงพ่ะย่ะค่ะ"

เถ้าแก่จูแค่นเสียงเย็น: "ลิขิตสวรรค์งั้นรึ? ข้าไม่เคยเชื่อเรื่องพรหมลิขิตบ้าบออะไรนั่น! ข้าจะทำให้ต้าหมิงอยู่ยั้งยืนยงไปอีกหมื่นๆ ชั่วอายุคนให้ได้!"

รัชศกหย่งเล่อ ราชวงศ์หมิง

จูตี้ในยามนี้โกรธจัดถึงขีดสุด เขาใช้ดาบยาวที่กำลังเช็ดอยู่ฟันโฉมลงบนโต๊ะทรงงานเสียงดังฉาด!

ดวงตาของเขาวาววับไปด้วยจิตสังหาร คาดว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับพวกหว่าล่าเป็นแน่

"ไอ้พวกหนูหว่าล่า บังอาจนัก! เจิ้นจะทำให้พวกมันต้องชดใช้อย่างสาสม!" จูตี้เบิกตาโพลง ตะโกนเสียงดังกังวาน

"เด็กๆ... เด็กๆ ไปถามรัชทายาทซิ ว่าเงินทุนกองทัพเตรียมไปถึงไหนแล้ว!"

ตอนนี้จูตี้อารมณ์พลุ่งพล่านมาก อยากจะนำทัพขึ้นเหนือไปเสียเดี๋ยวนี้เลย!

...

ราชวงศ์ชิง

“ยินดีกับฝ่าบาทด้วยพ่ะย่ะค่ะ! เมื่อครู่กระหม่อมลองนับดูแล้ว มาถึงราชวงศ์ชิงของพวกเราก็ครบ 24 ราชวงศ์พอดี หรืออาจจะมีแว่นแคว้นเล็กๆ ที่ไม่ได้นับรวมอยู่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ!” เหอเซินรีบประจบสอพลอเฉียนหลงทันที

เฉียนหลงได้ยินคำพูดของเหอเซิน สีหน้าที่เคยมืดมนเพราะม่านแสงไม่มีคำพูดของตนก็เปลี่ยนเป็นยิ้มร่า หัวเราะเสียงดังชอบใจ

“ฮ่าๆๆๆๆ ถ้าเป็นเช่นนั้น ต้าชิงของเจิ้นก็คือราชวงศ์สุดท้ายใน 24 ราชวงศ์นี้ ถือเป็นจุดสิ้นสุดที่สมบูรณ์แบบ ช่างมีบุญญาธิการอันยิ่งใหญ่จริงๆ!”

เหอเซินรีบเสริมต่อทันที: "ฝ่าบาททรงพระปรีชา ต้าชิงภายใต้การปกครองของพระองค์ ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง ย่อมต้องถูกจารึกไว้ในทำเนียบจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่อย่างสง่างามแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ!"

เฉียนหลงยิ่งฟังก็ยิ่งได้ใจ เขาไพล่มือไว้ด้านหลัง เดินวนไปมาในท้องพระโรง

"เด็กๆ เตรียมพู่กันและหมึก เจิ้นจะแต่งบทกวีสักบท..."

"มองไกลเห็นหินก้อนใหญ่ พอมองใกล้หินช่างใหญ่โต เป็นหินก้อนใหญ่จริงๆ หินก้อนใหญ่ช่างใหญ่โตจริงๆ!" —— เฉียนหลง!

เหอเซินรีบตบมือชมเชยทันที!

"ล้ำเลิศ ล้ำเลิศยิ่งนักฝ่าบาท สุดยอดไปเลยพ่ะย่ะค่ะ เป็นบทกวี (ที่ห่วย) ที่สุดยอดตลอดกาลจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ!"

...

ในขณะเดียวกัน บนม่านแสง ภาพก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น!

เสียงบรรยายดังตามมาทันที!

[จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลอันดับที่หนึ่ง: จิ๋นซีฮ่องเต้อิ๋งเจิ้ง!]

จบบทที่ บทที่ 13 จักรวรรดิของเจิ้นล่มสลายไปแล้วงั้นรึ?

คัดลอกลิงก์แล้ว