เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 หวงอี้อันเปิดฉากโจมตี

บทที่ 28 หวงอี้อันเปิดฉากโจมตี

บทที่ 28 หวงอี้อันเปิดฉากโจมตี


ในรอบที่ห้าซึ่งเป็นรอบสุดท้าย ซูหยวนรวบรวมสมาธิและรักษาระดับความเร็ววิ่งตรงไปยังปลายทางเดิน

ค่าพลังปราณโลหิตของเขาพุ่งขึ้นมาถึง 81.2 แล้ว

ภายในเวลาเกือบยี่สิบนาที อัตราการเพิ่มขึ้นของค่าพลังปราณโลหิตของเขากลับรวดเร็วกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่านัก

ซูหยวนรู้สึกตื่นเต้นจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เขาคงใช้เวลาไม่ถึงสิบวันก็สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับหนึ่งได้แล้ว!

ท่ามกลางความตื่นเต้น อารมณ์ของซูหยวนก็ค่อยๆ สงบลง สายตาจับจ้องไปเบื้องหน้า สองเท้าสับไวราวกับเหาะเหินเดินอากาศ

สามนาทีต่อมา ซูหยวนก็มาปรากฏตัวที่ปากทางเดิน เป็นอันเสร็จสิ้นการวอร์มอัพ

แม้จะเหนื่อยล้าแทบขาดใจ แต่เขาก็ไม่เลือกที่จะลงไปนอนแผ่หรากับพื้น กลับฝืนยืนพิงผนังอยู่เงียบๆ

นอกจากครูหวังและครูอีกสองท่านแล้ว ที่หน้าปากทางเดินมีเพียงเยี่ยหลิง, ฉู่เทียนเช่อ, เหลิ่งซิน, ฟางเหยียน และนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมที่หนึ่งอีกสองคนเท่านั้น

รวมซูหยวนด้วย ก็มีนักเรียนแค่หกคน

"ความมุ่งมั่นไม่ธรรมดาเลยจริงๆ"

สายตาที่ครูหวังมองซูหยวนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หากเด็กคนนี้ไม่ได้พึ่งพาตัวช่วยใดๆ ความมุ่งมั่นของเขาก็ถือว่าน่าสะพรึงกลัวมาก

ในสายตาของครูหวัง ค่าพลังปราณโลหิตของซูหยวนนั้นเรียกได้ว่าอ่อนแอมาก แต่เขากลับสามารถวอร์มอัพเสร็จได้อย่างรวดเร็ว

หวงอี้อันปรายตามองซูหยวนโดยไม่พูดอะไร ในหัวของเขากำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่

เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าซูหยวน ที่มีค่าพลังปราณโลหิตต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนั้น จะสามารถวิ่งไปกลับห้ารอบได้รวดเร็วขนาดนี้

แม้จะไม่มีกฎบังคับให้นักเรียนต้องทิ้งสัมภาระไว้ก่อนเข้าทางเดิน แต่มันก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่นักเรียนจะแอบพกน้ำยาฟื้นฟูระดับกลางเข้าไปด้วย

ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะใจกล้าพอที่จะโกงต่อหน้าผู้ฝึกยุทธ์ระดับสี่ถึงสามคน

หลังจากนั้น นักเรียนคนที่แปดที่วอร์มอัพเสร็จก็เดินโซซัดโซเซออกจากทางเดิน

พอเขาเห็นซูหยวนยืนอยู่ข้างนอก นัยน์ตาของเขาก็ว่างเปล่าไปในทันที

เขามองซูหยวนด้วยความงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถามอะไร

ในเวลานี้ เขาไม่มีแรงจะไปสนใจเรื่องของคนอื่นแล้ว เพราะเขาเองก็เหนื่อยจนแทบจะขาดใจอยู่แล้ว

ในบรรดานักเรียนที่ยืนอยู่ตรงนี้ นอกจากเยี่ยหลิงและฉู่เทียนเช่อที่ดูชิลล์ๆ ไม่สะทกสะท้านแล้ว คนอื่นๆ รวมไปถึงเหลิ่งซินต่างก็มีอาการเหนื่อยล้าให้เห็นบ้าง

เหลิ่งซินนั้นถือว่ายังดูดีอยู่ เธอไม่ได้ออกอาการอะไรมากมายนัก

ส่วนฟางเหยียนและคนอื่นๆ แทบอยากจะทรุดตัวลงนั่งตรงนั้นเลย แต่ก็ไม่มีใครยอมทำ ทุกคนต่างแอบกัดฟันทนกันทั้งนั้น

มีกล่องน้ำยาฟื้นฟูระดับกลางวางอยู่ใกล้ๆ แต่ก็ยังไม่มีใครเดินไปหยิบ

เดิมทีจ้าวซินเซวียนคิดว่า ซูหยวนจะเป็นคนแรกที่พุ่งไปกระดกน้ำยาฟื้นฟูทันทีที่ออกมา แต่เธอก็คิดไม่ถึงว่าซูหยวนจะฝืนยืนพิงผนังอยู่อย่างนั้น

เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองน้ำยาฟื้นฟูระดับกลางเลยด้วยซ้ำ

พฤติกรรมนี้ยิ่งตอกย้ำความสงสัยของหวงอี้อันที่มีต่อซูหยวนให้ลึกลงไปอีก

เวลาล่วงเลยไป นักเรียนทยอยกันวอร์มอัพเสร็จทีละคนสองคน

ตั้งแต่นักเรียนคนที่สิบเจ็ดเป็นต้นไป พวกที่ออกมาก็แทบจะคลานไปคว้าน้ำยาฟื้นฟูระดับกลาง ถ้าไม่ติดว่ามีคนอยู่เยอะแยะล่ะก็ พวกเขาคงซดทีเดียวสองสามขวดไปแล้ว

นี่มันวอร์มอัพภาษาอะไรวะเนี่ย? ต่างอะไรกับการฝึกซ้อมจริงวะ?

หลายคนบ่นอุบอิบในใจ แต่ไม่มีใครกล้าปริปากบ่นออกมาตรงๆ

อย่างไรก็ตาม นักเรียนโรงเรียนมัธยมที่หนึ่งทุกคนที่ออกมา นอกจากจะมองหานักเรียนโรงเรียนมัธยมที่สองแล้ว สายตาก็จะไปหยุดอยู่ที่ซูหยวนเป็นคนแรกเสมอ

แปลก แปลกประหลาดเกินไปแล้ว

ทำไมซูหยวนถึงมายืนอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ?

หรือว่าเขาจะวิ่งเร็วกว่าพวกนักเรียนระดับหนึ่งที่มีค่าพลังปราณโลหิตเกินร้อยซะอีก?

"หรือว่าซูหยวนจะโกง? โกงหน้าด้านๆ แบบนี้ ครูหวังไม่เอาไว้แน่"

"ไม่รู้สิ ค่าพลังปราณโลหิตเขาน้อยขนาดนั้น จะวอร์มอัพเสร็จเร็วกว่าพวกเราได้ยังไง?"

"ซูหยวนมีพิรุธแฮะ คงไม่ได้แอบวิ่งแค่สี่รอบแล้วเนียนออกมาก่อนหรอกนะ?"

... นักเรียนโรงเรียนมัธยมที่หนึ่งหลายคนซุบซิบนินทากัน การที่ซูหยวนมายืนเสนอหน้าอยู่ตรงนี้มันดูน่าสงสัยเกินไปจริงๆ

มันขัดกับตำแหน่งตัวรั้งท้ายที่นักเรียนโรงเรียนมัธยมที่หนึ่งหลายคนตราหน้าซูหยวนไว้ในใจ

เมื่อหลัวหมิน นักเรียนคนที่สามสิบจากโรงเรียนมัธยมที่สอง เดินโซเซออกจากทางเดิน การวอร์มอัพก็สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ

ใช้เวลาไปทั้งหมดสี่สิบเจ็ดนาที

หลังจากหลัวหมินดื่มน้ำยาฟื้นฟูระดับกลางเสร็จ ครูหวังก็ส่งสัญญาณให้ทุกคนมายืนรวมกันตรงหน้า

"เป็นไงบ้าง เหนื่อยกันไหมล่ะ?"

ครูหวังยิ้มถามนักเรียนทั้งสามสิบคน

ทุกคนเงียบกริบ คำถามของครูหวังนี่มันตอบยากชะมัด

เหนื่อยไหม?

จะให้ตอบยังไงล่ะ?

ไม่เหนื่อยงั้นเหรอ?

นั่นมันก็โกหกชัดๆ

"ผมไม่รู้สึกอะไรเลยครับ ครูหวัง ให้วิ่งอีกสิบรอบก็ยังไหว"

คำพูดโพล่งของเยี่ยหลิงทำเอาทุกคนถึงกับสะดุ้ง

นักเรียนโรงเรียนมัธยมที่หนึ่งร้อยละเก้าสิบเก้า ไม่เคยเห็นฝีมือที่แท้จริงของเยี่ยหลิงมาก่อน ได้แต่รับรู้ถึงพรสวรรค์และพละกำลังอันมหาศาลของเขาผ่านข่าวลือเท่านั้น

นักเรียนหลายคนในโรงเรียนมัธยมที่หนึ่งเองก็ยังไม่เคยเห็นหน้าเยี่ยหลิงด้วยซ้ำ

สำหรับเยี่ยหลิงแล้ว การวอร์มอัพแค่นี้ก็คือการวอร์มอัพจริงๆ

แต่สำหรับคนอื่น มันแทบไม่ต่างอะไรกับการฝึกซ้อมนรก

"หลิงจื่อ เบาได้เบา"

ฉู่เทียนเช่อเบ้ปาก เอาศอกกระทุ้งเยี่ยหลิงเบาๆ

"เบาเหรอ?"

"ทำไมฉันต้องเบาด้วยล่ะ?"

"ในบรรดานักเรียนที่ยืนอยู่ตรงนี้ มีใครพอจะสู้ฉัน เยี่ยหลิง ได้สักคนไหมล่ะ?"

คำพูดของเยี่ยหลิงเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งจองหอง

แต่ซูหยวนกลับไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจแต่อย่างใด คำพูดของเยี่ยหลิงไม่ได้แฝงไปด้วยการเยาะเย้ยหรือดูถูกใคร

เขาก็แค่แสดงความมั่นใจในฐานะอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเขตเฉียนซานออกมาอย่างเปิดเผย

เขา เยี่ยหลิง คือสุดยอดนักเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งของเขตเฉียนซานตัวจริงเสียงจริง

เมื่อได้ยินคำพูดของเยี่ยหลิง ฉู่เทียนเช่อก็ไม่ยอมน้อยหน้า เอ่ยขึ้นว่า

"ครูหวังครับ ผมเองก็รู้สึกว่าวิ่งอีกแปดรอบก็ยังไหวเหมือนกัน"

มุมปากของคนอื่นๆ กระตุกยิกๆ สองคนนี้มันแข่งกันขี้โม้หรือไงเนี่ย?

"ฮ่าฮ่าฮ่า"

"มีความมั่นใจก็ดีแล้วล่ะ ครูเชื่อที่พวกเธอสองคนพูดนะ"

ครูหวังมองเยี่ยหลิงและฉู่เทียนเช่อด้วยสายตาชื่นชม ยิ่งมองก็ยิ่งถูกใจ

สองคนนี้ ในฐานะสองอัจฉริยะแห่งโรงเรียนมัธยมที่หนึ่ง บดขยี้คนอื่นๆ ซะราบคาบในทุกๆ ด้าน

ท็อปทรีของโรงเรียนมัธยมที่สอง กับสองเทพแห่งโรงเรียนมัธยมที่หนึ่ง

พวกเขาคือตัวแทนของสุดยอดอัจฉริยะจากทั้งสองโรงเรียน

"พวกเธอได้ลองวอร์มอัพกันไปแล้ว คงจะพอเดาออกใช่ไหมว่าบทเรียนต่อไปมันจะเข้มข้นขนาดไหน"

"การวอร์มอัพเมื่อกี้เป็นแค่ออเดิร์ฟ อาหารจานหลักจะเริ่มเสิร์ฟพรุ่งนี้ต่างหาก"

"หวังว่าพวกเธอจะเตรียมตัวมาให้พร้อม และทุ่มเทกันอย่างสุดความสามารถนะ"

"วันนี้พอแค่นี้ก่อน แยกย้ายได้"

หลังจากครูหวังพูดจบ เขาก็เตรียมตัวจะเดินจากไป

"เดี๋ยวก่อน"

หวงอี้อันก้าวพรวดออกมา ขวางหน้าครูหวังไว้

"มีอะไรอีกหรือครับ ครูหวง?"

ครูหวังพอจะเดาออกว่าหวงอี้อันคิดจะทำอะไร นัยน์ตาของเขาฉายแววหนักใจ

วันนี้ยังไม่ได้เริ่มเรียนอย่างเป็นทางการเลย การวอร์มอัพเมื่อกี้ก็เป็นแค่ความสมัครใจของนักเรียนเท่านั้น

หวงอี้อัน คุณจะมาเอาจริงเอาจังอะไรนักหนาเนี่ย?

หัดยืดหยุ่นซะบ้างสิ

คุณก็ไม่ใช่พวกตงฉิน ยอมหักไม่ยอมงอสักหน่อย

ครูหวังอยากจะพูดออกไปตรงๆ ต่อหน้าทุกคน แต่หวงอี้อันก็ชิงพูดแทรกขึ้นมาเสียงดังว่า

"ทุกการกระทำ ต้องถือว่าเป็นการฝึกซ้อมจำลองสถานการณ์จริง"

"ถ้าไม่รู้จักก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง แล้วจะเป็นยอดฝีมือที่แท้จริงได้ยังไง?"

หวงอี้อันยกหลักการอันสวยหรูมาอ้าง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน

"ซูหยวน ความอยากเอาชนะของเธอมันบังตางั้นหรือ?"

"ถึงขนาดยอมใช้วิธีสกปรกเพื่อชิงตำแหน่งลวงตานั่น ตัดหน้าเพื่อนคนอื่นๆ"

"การได้มาซึ่งอันดับที่ไม่ใช่ของตัวเองด้วยวิธีสับปลับ มันน่าสมเพชและน่าละอายที่สุด"

"เธอ แอบกินน้ำยาฟื้นฟูระดับกลางในทางเดินใช่ไหมล่ะ?"

คำพูดของหวงอี้อันทำเอาซูหยวนถึงกับชะงักงัน

เขาทำอะไรนะ?

แอบกินน้ำยาฟื้นฟูระดับกลาง?

ครูหวง อย่ามาปรักปรำกันสิครับ

สิ้นเสียงของเขา นักเรียนโรงเรียนมัธยมที่หนึ่งกว่าสิบคนก็มีสีหน้าเหมือนเพิ่งจะบรรลุธรรม

ว่าแล้วเชียว! ซูหยวนจะวอร์มอัพเสร็จเร็วกว่าพวกเขายังไงล่ะ?

ที่แท้ก็แอบซดน้ำยาฟื้นฟูระดับกลางนี่เอง

ทันใดนั้น สายตาเหยียดหยามมากมายก็พุ่งตรงมาที่ซูหยวนอย่างไม่ปิดบัง

เหลิ่งซินและฟางเหยียนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็อึ้งไปเหมือนกันกับการโจมตีสายฟ้าแลบของหวงอี้อัน

หลินเจี๋ยถึงกับคิดว่าหวงอี้อันกำลังใส่ร้ายป้ายสีกันชัดๆ

เขาประมือกับซูหยวนมาตั้งนาน ไม่เคยเห็นซูหยวนแตะน้ำยาฟื้นฟูชนิดไหนเลยสักครั้ง

ซูหยวนผู้ซึ่งบริสุทธิ์ใจ จ้องมองหวงอี้อันด้วยสายตาแน่วแน่ และเอ่ยอย่างหนักแน่นว่า

"ครูหวง มีหลักฐานอะไรมากล่าวหาผมครับ?"

จบบทที่ บทที่ 28 หวงอี้อันเปิดฉากโจมตี

คัดลอกลิงก์แล้ว