- หน้าแรก
- มหาเทพยุทธ์ทะลวงมิติ เส้นทางสู่จักรพรรดิหยวน
- บทที่ 28 หวงอี้อันเปิดฉากโจมตี
บทที่ 28 หวงอี้อันเปิดฉากโจมตี
บทที่ 28 หวงอี้อันเปิดฉากโจมตี
ในรอบที่ห้าซึ่งเป็นรอบสุดท้าย ซูหยวนรวบรวมสมาธิและรักษาระดับความเร็ววิ่งตรงไปยังปลายทางเดิน
ค่าพลังปราณโลหิตของเขาพุ่งขึ้นมาถึง 81.2 แล้ว
ภายในเวลาเกือบยี่สิบนาที อัตราการเพิ่มขึ้นของค่าพลังปราณโลหิตของเขากลับรวดเร็วกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่านัก
ซูหยวนรู้สึกตื่นเต้นจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เขาคงใช้เวลาไม่ถึงสิบวันก็สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับหนึ่งได้แล้ว!
ท่ามกลางความตื่นเต้น อารมณ์ของซูหยวนก็ค่อยๆ สงบลง สายตาจับจ้องไปเบื้องหน้า สองเท้าสับไวราวกับเหาะเหินเดินอากาศ
สามนาทีต่อมา ซูหยวนก็มาปรากฏตัวที่ปากทางเดิน เป็นอันเสร็จสิ้นการวอร์มอัพ
แม้จะเหนื่อยล้าแทบขาดใจ แต่เขาก็ไม่เลือกที่จะลงไปนอนแผ่หรากับพื้น กลับฝืนยืนพิงผนังอยู่เงียบๆ
นอกจากครูหวังและครูอีกสองท่านแล้ว ที่หน้าปากทางเดินมีเพียงเยี่ยหลิง, ฉู่เทียนเช่อ, เหลิ่งซิน, ฟางเหยียน และนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมที่หนึ่งอีกสองคนเท่านั้น
รวมซูหยวนด้วย ก็มีนักเรียนแค่หกคน
"ความมุ่งมั่นไม่ธรรมดาเลยจริงๆ"
สายตาที่ครูหวังมองซูหยวนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หากเด็กคนนี้ไม่ได้พึ่งพาตัวช่วยใดๆ ความมุ่งมั่นของเขาก็ถือว่าน่าสะพรึงกลัวมาก
ในสายตาของครูหวัง ค่าพลังปราณโลหิตของซูหยวนนั้นเรียกได้ว่าอ่อนแอมาก แต่เขากลับสามารถวอร์มอัพเสร็จได้อย่างรวดเร็ว
หวงอี้อันปรายตามองซูหยวนโดยไม่พูดอะไร ในหัวของเขากำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่
เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าซูหยวน ที่มีค่าพลังปราณโลหิตต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนั้น จะสามารถวิ่งไปกลับห้ารอบได้รวดเร็วขนาดนี้
แม้จะไม่มีกฎบังคับให้นักเรียนต้องทิ้งสัมภาระไว้ก่อนเข้าทางเดิน แต่มันก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่นักเรียนจะแอบพกน้ำยาฟื้นฟูระดับกลางเข้าไปด้วย
ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะใจกล้าพอที่จะโกงต่อหน้าผู้ฝึกยุทธ์ระดับสี่ถึงสามคน
หลังจากนั้น นักเรียนคนที่แปดที่วอร์มอัพเสร็จก็เดินโซซัดโซเซออกจากทางเดิน
พอเขาเห็นซูหยวนยืนอยู่ข้างนอก นัยน์ตาของเขาก็ว่างเปล่าไปในทันที
เขามองซูหยวนด้วยความงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถามอะไร
ในเวลานี้ เขาไม่มีแรงจะไปสนใจเรื่องของคนอื่นแล้ว เพราะเขาเองก็เหนื่อยจนแทบจะขาดใจอยู่แล้ว
ในบรรดานักเรียนที่ยืนอยู่ตรงนี้ นอกจากเยี่ยหลิงและฉู่เทียนเช่อที่ดูชิลล์ๆ ไม่สะทกสะท้านแล้ว คนอื่นๆ รวมไปถึงเหลิ่งซินต่างก็มีอาการเหนื่อยล้าให้เห็นบ้าง
เหลิ่งซินนั้นถือว่ายังดูดีอยู่ เธอไม่ได้ออกอาการอะไรมากมายนัก
ส่วนฟางเหยียนและคนอื่นๆ แทบอยากจะทรุดตัวลงนั่งตรงนั้นเลย แต่ก็ไม่มีใครยอมทำ ทุกคนต่างแอบกัดฟันทนกันทั้งนั้น
มีกล่องน้ำยาฟื้นฟูระดับกลางวางอยู่ใกล้ๆ แต่ก็ยังไม่มีใครเดินไปหยิบ
เดิมทีจ้าวซินเซวียนคิดว่า ซูหยวนจะเป็นคนแรกที่พุ่งไปกระดกน้ำยาฟื้นฟูทันทีที่ออกมา แต่เธอก็คิดไม่ถึงว่าซูหยวนจะฝืนยืนพิงผนังอยู่อย่างนั้น
เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองน้ำยาฟื้นฟูระดับกลางเลยด้วยซ้ำ
พฤติกรรมนี้ยิ่งตอกย้ำความสงสัยของหวงอี้อันที่มีต่อซูหยวนให้ลึกลงไปอีก
เวลาล่วงเลยไป นักเรียนทยอยกันวอร์มอัพเสร็จทีละคนสองคน
ตั้งแต่นักเรียนคนที่สิบเจ็ดเป็นต้นไป พวกที่ออกมาก็แทบจะคลานไปคว้าน้ำยาฟื้นฟูระดับกลาง ถ้าไม่ติดว่ามีคนอยู่เยอะแยะล่ะก็ พวกเขาคงซดทีเดียวสองสามขวดไปแล้ว
นี่มันวอร์มอัพภาษาอะไรวะเนี่ย? ต่างอะไรกับการฝึกซ้อมจริงวะ?
หลายคนบ่นอุบอิบในใจ แต่ไม่มีใครกล้าปริปากบ่นออกมาตรงๆ
อย่างไรก็ตาม นักเรียนโรงเรียนมัธยมที่หนึ่งทุกคนที่ออกมา นอกจากจะมองหานักเรียนโรงเรียนมัธยมที่สองแล้ว สายตาก็จะไปหยุดอยู่ที่ซูหยวนเป็นคนแรกเสมอ
แปลก แปลกประหลาดเกินไปแล้ว
ทำไมซูหยวนถึงมายืนอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ?
หรือว่าเขาจะวิ่งเร็วกว่าพวกนักเรียนระดับหนึ่งที่มีค่าพลังปราณโลหิตเกินร้อยซะอีก?
"หรือว่าซูหยวนจะโกง? โกงหน้าด้านๆ แบบนี้ ครูหวังไม่เอาไว้แน่"
"ไม่รู้สิ ค่าพลังปราณโลหิตเขาน้อยขนาดนั้น จะวอร์มอัพเสร็จเร็วกว่าพวกเราได้ยังไง?"
"ซูหยวนมีพิรุธแฮะ คงไม่ได้แอบวิ่งแค่สี่รอบแล้วเนียนออกมาก่อนหรอกนะ?"
... นักเรียนโรงเรียนมัธยมที่หนึ่งหลายคนซุบซิบนินทากัน การที่ซูหยวนมายืนเสนอหน้าอยู่ตรงนี้มันดูน่าสงสัยเกินไปจริงๆ
มันขัดกับตำแหน่งตัวรั้งท้ายที่นักเรียนโรงเรียนมัธยมที่หนึ่งหลายคนตราหน้าซูหยวนไว้ในใจ
เมื่อหลัวหมิน นักเรียนคนที่สามสิบจากโรงเรียนมัธยมที่สอง เดินโซเซออกจากทางเดิน การวอร์มอัพก็สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ
ใช้เวลาไปทั้งหมดสี่สิบเจ็ดนาที
หลังจากหลัวหมินดื่มน้ำยาฟื้นฟูระดับกลางเสร็จ ครูหวังก็ส่งสัญญาณให้ทุกคนมายืนรวมกันตรงหน้า
"เป็นไงบ้าง เหนื่อยกันไหมล่ะ?"
ครูหวังยิ้มถามนักเรียนทั้งสามสิบคน
ทุกคนเงียบกริบ คำถามของครูหวังนี่มันตอบยากชะมัด
เหนื่อยไหม?
จะให้ตอบยังไงล่ะ?
ไม่เหนื่อยงั้นเหรอ?
นั่นมันก็โกหกชัดๆ
"ผมไม่รู้สึกอะไรเลยครับ ครูหวัง ให้วิ่งอีกสิบรอบก็ยังไหว"
คำพูดโพล่งของเยี่ยหลิงทำเอาทุกคนถึงกับสะดุ้ง
นักเรียนโรงเรียนมัธยมที่หนึ่งร้อยละเก้าสิบเก้า ไม่เคยเห็นฝีมือที่แท้จริงของเยี่ยหลิงมาก่อน ได้แต่รับรู้ถึงพรสวรรค์และพละกำลังอันมหาศาลของเขาผ่านข่าวลือเท่านั้น
นักเรียนหลายคนในโรงเรียนมัธยมที่หนึ่งเองก็ยังไม่เคยเห็นหน้าเยี่ยหลิงด้วยซ้ำ
สำหรับเยี่ยหลิงแล้ว การวอร์มอัพแค่นี้ก็คือการวอร์มอัพจริงๆ
แต่สำหรับคนอื่น มันแทบไม่ต่างอะไรกับการฝึกซ้อมนรก
"หลิงจื่อ เบาได้เบา"
ฉู่เทียนเช่อเบ้ปาก เอาศอกกระทุ้งเยี่ยหลิงเบาๆ
"เบาเหรอ?"
"ทำไมฉันต้องเบาด้วยล่ะ?"
"ในบรรดานักเรียนที่ยืนอยู่ตรงนี้ มีใครพอจะสู้ฉัน เยี่ยหลิง ได้สักคนไหมล่ะ?"
คำพูดของเยี่ยหลิงเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งจองหอง
แต่ซูหยวนกลับไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจแต่อย่างใด คำพูดของเยี่ยหลิงไม่ได้แฝงไปด้วยการเยาะเย้ยหรือดูถูกใคร
เขาก็แค่แสดงความมั่นใจในฐานะอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเขตเฉียนซานออกมาอย่างเปิดเผย
เขา เยี่ยหลิง คือสุดยอดนักเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งของเขตเฉียนซานตัวจริงเสียงจริง
เมื่อได้ยินคำพูดของเยี่ยหลิง ฉู่เทียนเช่อก็ไม่ยอมน้อยหน้า เอ่ยขึ้นว่า
"ครูหวังครับ ผมเองก็รู้สึกว่าวิ่งอีกแปดรอบก็ยังไหวเหมือนกัน"
มุมปากของคนอื่นๆ กระตุกยิกๆ สองคนนี้มันแข่งกันขี้โม้หรือไงเนี่ย?
"ฮ่าฮ่าฮ่า"
"มีความมั่นใจก็ดีแล้วล่ะ ครูเชื่อที่พวกเธอสองคนพูดนะ"
ครูหวังมองเยี่ยหลิงและฉู่เทียนเช่อด้วยสายตาชื่นชม ยิ่งมองก็ยิ่งถูกใจ
สองคนนี้ ในฐานะสองอัจฉริยะแห่งโรงเรียนมัธยมที่หนึ่ง บดขยี้คนอื่นๆ ซะราบคาบในทุกๆ ด้าน
ท็อปทรีของโรงเรียนมัธยมที่สอง กับสองเทพแห่งโรงเรียนมัธยมที่หนึ่ง
พวกเขาคือตัวแทนของสุดยอดอัจฉริยะจากทั้งสองโรงเรียน
"พวกเธอได้ลองวอร์มอัพกันไปแล้ว คงจะพอเดาออกใช่ไหมว่าบทเรียนต่อไปมันจะเข้มข้นขนาดไหน"
"การวอร์มอัพเมื่อกี้เป็นแค่ออเดิร์ฟ อาหารจานหลักจะเริ่มเสิร์ฟพรุ่งนี้ต่างหาก"
"หวังว่าพวกเธอจะเตรียมตัวมาให้พร้อม และทุ่มเทกันอย่างสุดความสามารถนะ"
"วันนี้พอแค่นี้ก่อน แยกย้ายได้"
หลังจากครูหวังพูดจบ เขาก็เตรียมตัวจะเดินจากไป
"เดี๋ยวก่อน"
หวงอี้อันก้าวพรวดออกมา ขวางหน้าครูหวังไว้
"มีอะไรอีกหรือครับ ครูหวง?"
ครูหวังพอจะเดาออกว่าหวงอี้อันคิดจะทำอะไร นัยน์ตาของเขาฉายแววหนักใจ
วันนี้ยังไม่ได้เริ่มเรียนอย่างเป็นทางการเลย การวอร์มอัพเมื่อกี้ก็เป็นแค่ความสมัครใจของนักเรียนเท่านั้น
หวงอี้อัน คุณจะมาเอาจริงเอาจังอะไรนักหนาเนี่ย?
หัดยืดหยุ่นซะบ้างสิ
คุณก็ไม่ใช่พวกตงฉิน ยอมหักไม่ยอมงอสักหน่อย
ครูหวังอยากจะพูดออกไปตรงๆ ต่อหน้าทุกคน แต่หวงอี้อันก็ชิงพูดแทรกขึ้นมาเสียงดังว่า
"ทุกการกระทำ ต้องถือว่าเป็นการฝึกซ้อมจำลองสถานการณ์จริง"
"ถ้าไม่รู้จักก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง แล้วจะเป็นยอดฝีมือที่แท้จริงได้ยังไง?"
หวงอี้อันยกหลักการอันสวยหรูมาอ้าง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน
"ซูหยวน ความอยากเอาชนะของเธอมันบังตางั้นหรือ?"
"ถึงขนาดยอมใช้วิธีสกปรกเพื่อชิงตำแหน่งลวงตานั่น ตัดหน้าเพื่อนคนอื่นๆ"
"การได้มาซึ่งอันดับที่ไม่ใช่ของตัวเองด้วยวิธีสับปลับ มันน่าสมเพชและน่าละอายที่สุด"
"เธอ แอบกินน้ำยาฟื้นฟูระดับกลางในทางเดินใช่ไหมล่ะ?"
คำพูดของหวงอี้อันทำเอาซูหยวนถึงกับชะงักงัน
เขาทำอะไรนะ?
แอบกินน้ำยาฟื้นฟูระดับกลาง?
ครูหวง อย่ามาปรักปรำกันสิครับ
สิ้นเสียงของเขา นักเรียนโรงเรียนมัธยมที่หนึ่งกว่าสิบคนก็มีสีหน้าเหมือนเพิ่งจะบรรลุธรรม
ว่าแล้วเชียว! ซูหยวนจะวอร์มอัพเสร็จเร็วกว่าพวกเขายังไงล่ะ?
ที่แท้ก็แอบซดน้ำยาฟื้นฟูระดับกลางนี่เอง
ทันใดนั้น สายตาเหยียดหยามมากมายก็พุ่งตรงมาที่ซูหยวนอย่างไม่ปิดบัง
เหลิ่งซินและฟางเหยียนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็อึ้งไปเหมือนกันกับการโจมตีสายฟ้าแลบของหวงอี้อัน
หลินเจี๋ยถึงกับคิดว่าหวงอี้อันกำลังใส่ร้ายป้ายสีกันชัดๆ
เขาประมือกับซูหยวนมาตั้งนาน ไม่เคยเห็นซูหยวนแตะน้ำยาฟื้นฟูชนิดไหนเลยสักครั้ง
ซูหยวนผู้ซึ่งบริสุทธิ์ใจ จ้องมองหวงอี้อันด้วยสายตาแน่วแน่ และเอ่ยอย่างหนักแน่นว่า
"ครูหวง มีหลักฐานอะไรมากล่าวหาผมครับ?"