- หน้าแรก
- มหาเทพยุทธ์ทะลวงมิติ เส้นทางสู่จักรพรรดิหยวน
- บทที่ 26 สรรพคุณสุดอัศจรรย์
บทที่ 26 สรรพคุณสุดอัศจรรย์
บทที่ 26 สรรพคุณสุดอัศจรรย์
ซี้ดดด!
สิบห้าวินาทีต่อมา เสียงคำรามก็ดังลั่นออกมาจากทางเดิน
ตามมาด้วยเสียงฟันกระทบกันกึกๆ ที่ค่อยๆ ดังลอดออกมาอย่างต่อเนื่อง
"ครูจ้าว คุณประเมินได้แม่นยำจริงๆ นะครับ"
เมื่อได้ยินเสียงโหยหวนของเหล่านักเรียน หวังเจิ้งก็เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
"ครูหวง คุณเตรียมน้ำยาฟื้นฟูระดับกลางไว้ก่อนเลยดีกว่า"
หวังเจิ้งหันไปบอกหวงอี้อันที่ยืนอยู่ข้างๆ
"ได้เลย"
หวงอี้อันสะบัดมือขวาเบาๆ กล่องใบใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยน้ำยาฟื้นฟูระดับกลางก็โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้
ปริมาณของมันมากเสียจนไม่มีทางใช้หมดในคราวเดียวแน่ๆ
"ครูหวังคะ แล้วถ้าเกิดมีใครสลบอยู่ข้างในนั้นล่ะคะ?"
จ้าวซินเซวียนดูมีสีหน้ากังวลเล็กน้อย พื้นเพของเธอเป็นคนอ่อนไหว แต่เพราะถูกท่านรองอาจารย์ใหญ่มัดมือชก เธอถึงจำใจต้องมารับหน้าที่ครูประจำห้องเฉียนซานแห่งนี้
"ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยงติงคุนจัดการเอง"
เมื่อนึกถึงใครบางคน หวังเจิ้งก็ส่งสัญญาณให้จ้าวซินเซวียนสบายใจได้
"ติงคุนเหรอคะ?"
เมื่อได้ยินชื่อนี้ จ้าวซินเซวียนก็เบาใจลงไปเปลาะใหญ่
ถ้ามีเขาอยู่ด้วย ก็ไม่น่าจะมีนักเรียนคนไหนเป็นอันตรายหรอก...
ภายในทางเดิน
เพียงสิบวินาทีหลังจากวิ่งเข้ามา ซูหยวนก็สัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่พุ่งทะลวงเข้ากระดูก
ต่อให้ตอนนี้ค่าพลังปราณโลหิตของซูหยวนจะเพิ่มขึ้นแล้ว แต่เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทรมานสุดๆ
ถึงแม้ฝีมือของเขาจะก้าวล้ำหน้าค่าพลังไปมาก แต่ค่าพลังปราณโลหิตที่ยังต่ำอยู่ ก็ทำให้ซูหยวนต้านทานความหนาวเย็นได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น
"เวรเอ๊ย ทำไมที่นี่มันวังเวงนักวะเนี่ย"
"ยิ่งเดินลึกเข้าไป ก็ยิ่งหนาวขึ้นเรื่อยๆ เลย"
หลินเจี๋ยที่มาโผล่อยู่ข้างๆ ซูหยวนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ บ่นอุบอิบ
ซูหยวนปรายตามองหลินเจี๋ย ก็พบว่าหมอนั่นสั่นเป็นเจ้าเข้า พูดจาแทบไม่รู้เรื่องแล้ว
เมื่อมองไปที่ทางเดินที่ดูเหมือนจะทอดยาวไปไม่มีที่สิ้นสุดเบื้องหน้า พวกเขายังต้องวิ่งไปกลับอีกตั้งห้ารอบ
"ทางเดินนี้สร้างจากหินน้ำแข็งเยือกเย็น ซึ่งนอกจากจะแผ่ไอเย็นออกมาแล้ว มันยังมีสรรพคุณในการกระตุ้นพลังปราณโลหิตในร่างกายด้วยนะ"
"ยิ่งเธอทนได้นานเท่าไหร่ ผลของการกระตุ้นก็จะยิ่งดีขึ้น และค่าพลังปราณโลหิตของเธอก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย"
"ดูจากความยาวของทางเดินแล้ว ปริมาณหินน้ำแข็งเยือกเย็นที่ใช้คงไม่ใช่น้อยๆ การจะสร้างทางเดินนี้ขึ้นมาได้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องใช้เงินสัก 500 ล้านสกุลเงินเซี่ยล่ะมั้ง"
เหลิ่งซินและฟางเหยียนค่อยๆ เดินมาขนาบข้างซูหยวน ฟางเหยียนจึงรับหน้าที่อธิบายเรื่องนี้ให้ซูหยวนและหลินเจี๋ยฟัง
เมื่อได้ยินดังนั้น ซูหยวนก็ปัดตัวเลข 500 ล้านสกุลเงินเซี่ยทิ้งไปจากสมอง นัยน์ตาของเขาเบิกกว้างเป็นประกายทันที
มันช่วยเพิ่มค่าพลังปราณโลหิตได้ด้วยงั้นเหรอ?
ถ้างั้นฉันก็พร้อมลุยแล้วเว้ย
ส่วนหลินเจี๋ยน่ะเหรอ ยืนอ้าปากค้าง นึกอยากจะแงะหินน้ำแข็งพวกนี้กลับบ้านไปซะให้หมด
ต่อให้ขายโรงฝึกยุทธ์ซิงเหยียนทิ้ง ก็ยังได้เงินไม่ถึง 500 ล้านสกุลเงินเซี่ยเลย
"เลิกฝันกลางวันได้แล้ว ถ้าไม่มีพลังระดับผู้ฝึกยุทธ์ระดับสี่ ก็อย่าหวังว่าจะแงะหินน้ำแข็งนี่ออกไปได้แม้แต่ก้อนเดียวเลย"
เหลิ่งซินเหมือนจะอ่านใจหลินเจี๋ยออก จึงเอ่ยดักคอขึ้นมา
"แหะๆ"
หลินเจี๋ยหัวเราะแห้งๆ แล้วพับเก็บแผนการชั่วร้ายลงกรุไป
แงะไม่ได้สินะ แงะไม่ได้จริงๆ
ต่อให้ตามพ่อมาช่วย ก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
"เยี่ยหลิงกับฉู่เทียนเช่อไวจริงๆ พวกเราเพิ่งจะตามเข้ามาแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของสองคนนั้นเลย"
ฟางเหยียนมองตรงไปข้างหน้า พลางบ่นอุบอิบ
ยิ่งซูหยวนและอีกสามคนเดินลึกเข้าไปในทางเดินเท่าไหร่ ความหนาวเหน็บรอบกายก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น
หลินเจี๋ยสั่นงกๆ เหมือนลูกนกตกน้ำ รู้สึกทรมานไปทั้งตัว
ซูหยวนดีกว่าหน่อย แต่ก็ยังห้ามร่างกายไม่ให้สั่นไม่ได้อยู่ดี
การมีค่าพลังปราณโลหิตต่ำนี่มันเสียเปรียบจริงๆ
นอกจากแก้มที่แดงระเรื่อขึ้นมานิดหน่อยแล้ว เหลิ่งซินและฟางเหยียนก็ดูไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย
ทันใดนั้นเอง
ในขณะที่ซูหยวนและอีกสามคนกำลังเร่งฝีเท้า จู่ๆ ก็มีร่างหนึ่งพุ่งสวนกลับมาเฉียดพวกเขาไป
ความเร็วนั้นไวเสียจนมองตามแทบไม่ทัน
"เฮ้ย เมื่อกี้เยี่ยหลิงหรือเปล่า?"
"หมอนั่นวิ่งกลับมาแล้วเหรอ? ไวเว่อร์!"
หลินเจี๋ยอึ้งกิมกี่ ความเร็วของเยี่ยหลิงนี่มันปีศาจชัดๆ
สามสิบวินาทีต่อมา อีกร่างหนึ่งก็พุ่งเฉียดซูหยวนและอีกสามคนไป
"เหลิ่งซิน พยายามเข้านะ"
ขณะที่ฉู่เทียนเช่อวิ่งผ่านเหลิ่งซิน เขาก็ชะลอความเร็วลงชั่วครู่ แล้วเอ่ยประโยคนี้ทิ้งไว้
เมื่อเห็นท่าทีที่ดูชิลล์สุดๆ ของฉู่เทียนเช่อ ฟางเหยียนและหลินเจี๋ยก็รู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก
ท่าทางของฉู่เทียนเช่อดูเหมือนว่าหินน้ำแข็งพวกนี้ไม่มีผลอะไรกับเขาเลย
"อย่าไปสนใจคนอื่นเลย โฟกัสเป้าหมายของตัวเองก่อนเถอะ"
เหลิ่งซินไม่แยแสคำพูดของฉู่เทียนเช่อ และเร่งฝีเท้าขึ้นอย่างกะทันหัน
เพียงชั่วพริบตา เธอก็ทิ้งห่างซูหยวนและอีกสองคนไปไกล
"ซูหยวน หลินเจี๋ย ฉันล่วงหน้าไปก่อนนะ"
เมื่อเห็นเหลิ่งซินพุ่งทะยานออกไป ฟางเหยียนก็กัดฟันเร่งฝีเท้าตามเธอไปติดๆ
"ที่แท้สองคนนั้นก็แค่วิ่งเหยาะๆ เป็นเพื่อนเรานี่เอง"
หลินเจี๋ยมองตามแผ่นหลังของเหลิ่งซินและฟางเหยียนที่ค่อยๆ หายไป พร้อมกับบ่นกระปอดกระแปด
"ถ้าอย่างนั้น หลินเจี๋ย ฉันก็ขอตัวไปก่อนเหมือนกันนะ"
ประกายไฟลุกโชนขึ้นในดวงตาของซูหยวน เขาเร่งฝีเท้าพุ่งทะยานออกไปอีกคน
หลินเจี๋ย: "..."
หนึ่งนาทีต่อมา เหลิ่งซินกับซูหยวนก็วิ่งสวนกัน
หลังจากนั้นอีกสามสิบวินาที ฟางเหยียนก็เอ่ยทักทายซูหยวน
"การมีค่าพลังปราณโลหิตสูงๆ นี่มันดีจริงๆ เลยน้า"
ยังไม่ทันจะถึงสุดทางเดิน ร่างกายของซูหยวนตอนนี้ก็สั่นสะท้านไม่ต่างจากหลินเจี๋ยเมื่อครู่นี้เลย
หนาว หนาวเกินไปแล้ว
【ค่าพลังปราณโลหิต: 78.7】
ทันใดนั้น ข้อมูลที่กะพริบวาบบนหน้าต่างระบบก็ทำให้ซูหยวนหูตาสว่างขึ้นมาทันที
"หืม?"
"ค่าพลังปราณโลหิตเพิ่มขึ้น 0.2 จุดเลยเหรอ?"
"เพิ่งจะเข้ามาในทางเดินได้แค่สามนาทีเองนะ!"
ซูหยวนที่ตอนแรกเริ่มจะล้าจากการต้านทานไอเย็น นัยน์ตากลับทอประกายคมกริบขึ้นมาในพริบตา
"ทนไว้!"
"ต้องทนให้ได้!"
ซูหยวนเร่งฝีเท้าขึ้นอีกครั้ง และวิ่งไปจนสุดทางเดินได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือผนังหนาทึบที่แผ่ไอเย็นเยือกแข็งออกมา ซูหยวนทำท่าจะเอื้อมมือไปสัมผัสมัน แต่เขาก็ชะงักมือไว้ในระยะห่างจากผนังเพียงครึ่งเมตร
"ไม่ได้สิ ถ้าขืนขยับเข้าไปใกล้กว่านี้ มือฉันคงโดนหิมะกัดแน่ๆ"
ซูหยวนชักมือขวากลับ แล้วค่อยๆ ถอยหลังมาสองสามก้าวอย่างเงียบๆ
【ค่าพลังปราณโลหิต: 78.9】
"เพิ่มขึ้นมาอีก 0.2 แล้ว!"
ซูหยวนตกตะลึง ค่าพลังปราณโลหิตเพิ่มขึ้น 0.4 จุด ในเวลาไม่ถึงสี่นาที—นี่มันประสิทธิภาพที่น่าสะพรึงกลัวอะไรขนาดนี้!
สรรพคุณของหินน้ำแข็งเยือกเย็นมันรุนแรงเบอร์นี้เชียวหรือ?
"เดี๋ยวก่อน ไม่สิ สรรพคุณของหินน้ำแข็งเยือกเย็นมันไม่ได้รุนแรงขนาดนี้นี่นา"
"ต่อให้มันจะวิเศษวิโสแค่ไหน ก็ไม่น่าจะทำให้ค่าพลังปราณโลหิตเพิ่มขึ้น 0.4 จุดในเวลาแค่ไม่กี่นาทีได้หรอก"
"อย่างนี้นี่เอง..."
ซูหยวนขมวดคิ้วครุ่นคิด
"หัวใจเทพยุทธ์"
ซูหยวนพึมพำทั้งสี่พยางค์นี้ในใจ
ใช่แล้วล่ะ หลังจากได้รับการชำระล้างจากพลังทลายเปลือก สมรรถภาพร่างกายของซูหยวนก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป
แม้เขาจะไม่รู้แน่ชัดว่าสมรรถภาพร่างกายของเขาถูกยกระดับไปถึงขั้นไหนแล้ว แต่ตอนนี้ซูหยวนยืนยันได้อย่างหนึ่ง
เขาครอบครองร่างกายอันเหนือชั้นที่เกินกว่าใครจะจินตนาการได้
หินน้ำแข็งเยือกเย็นเข้าไปกระตุ้นพลังปราณโลหิตในร่างกายของเขา ซึ่งจากนั้นพลังนั้นก็ถูกส่งกลับคืนสู่ตัวเขาผ่านสมรรถภาพร่างกายอันทรงพลัง
"ตกลงว่าฉันมีสมรรถภาพร่างกายแบบไหนกันแน่นะ?"
ยิ่งค่าพลังปราณโลหิตของเขาเพิ่มสูงขึ้นเท่าไหร่ ซูหยวนก็ยิ่งตระหนักว่าสรรพคุณของหัวใจเทพยุทธ์นั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด
ซูหยวนจ้องมองไปที่ 'หัวใจเทพยุทธ์ (สีแดงชาด)' ในช่องพรสวรรค์บนหน้าต่างระบบอย่างตั้งใจ พลางตั้งตารอคอยที่จะได้ปลดล็อกพรสวรรค์ขั้นต่อไป
จากนั้น เขาก็มองไปที่ผนังตรงหน้า ตัดสินใจว่าจะปักหลักอยู่ที่นี่สักพัก
ค่าพลังปราณโลหิตเพิ่มขึ้นนาทีละ 0.2 ใครจะอยากไปไหนล่ะ
"นักเรียนซูหยวน เธอเป็นอะไรหรือเปล่า บาดเจ็บตรงไหนไหม?"
จู่ๆ ก็มีเสียงใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลังซูหยวน
ซูหยวนหันกลับไปมอง ก็เห็นชายหนุ่มท่าทางสุภาพเรียบร้อยคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยสีหน้าเป็นห่วง
"ผมไม่เป็นไรครับ"
เมื่อเห็นว่ามีคนวิ่งมาถึงสุดทางเดิน ซูหยวนก็ล้มเลิกความคิดที่จะปักหลักอยู่ที่นี่
มันอันตรายเกินไป
จริงอยู่ที่การเพิ่มค่าพลังปราณโลหิตอย่างรวดเร็วมันส่งผลดีกับเขาอย่างมาก แต่การที่นักเรียนคนอื่นๆ ทยอยกันมาถึงจุดสิ้นสุดเรื่อยๆ มันทำให้ซูหยวนไม่สามารถโฟกัสกับการเพิ่มค่าพลังปราณโลหิตได้อย่างเต็มที่
ยิ่งไปกว่านั้น มันยังง่ายที่จะถูกคนตาไวสงสัยเอาได้
การยืนนิ่งๆ ไม่ทำอะไรแต่ค่าพลังปราณโลหิตกลับเพิ่มขึ้นได้เนี่ย มันดูตลกเกินไปแล้ว
"ไม่เป็นไรจริงเหรอ?"
ติงคุนเป็นคนจิตใจดี เขามองซูหยวนวิ่งกลับไปพร้อมกับความงุนงง ถ้าไม่เป็นไร แล้วไปยืนนิ่งเป็นเสาหินอยู่หน้าผนังทำไมล่ะ?
เขาอุตส่าห์คิดว่าซูหยวนอาจจะโดนแช่แข็งจนสลบเหมือดไปซะแล้ว—น่าเสียดายจริงๆ
ซูหยวนแอบเสียดายอยู่ในใจ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องรีบเผ่น
แต่ช่างเถอะ ยังเหลืออีกตั้งสี่รอบ แถมเขายังมีโอกาสแบบนี้ทุกวัน
ต่อให้เขาอยากจะให้มันช้าลง ความเร็วในการเพิ่มค่าพลังปราณโลหิตก็คงไม่ยอมช้าลงตามใจเขาหรอก