เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 768 นอนราบในราชวงศ์ฉิน (1)

บทที่ 768 นอนราบในราชวงศ์ฉิน (1)

บทที่ 768 นอนราบในราชวงศ์ฉิน (1)


บทที่ 768 นอนราบในราชวงศ์ฉิน (1)

*ในยุคนี้จะมี 7 รัฐ เจ้าผู้ครองแต่ละรัฐมีตำแหน่งหวัง (อ๋องครองเมือง) เช่นผู้ครองรัฐฉินหรือแคว้นฉิน จะเรียกว่า ฉินหวัง ส่วนบุตรชายของหวัง จะเรียกว่าคุณชาย

*ผู้ที่เป็นฮ่องเต้ในยุคนี้มีเพียงคนในราชวงศ์โจวเท่านั้น บุตรของฮ่องเต้จึงจะเรียกว่าองค์ชาย

-------

สุ่ยเหมี่ยวตื่นขึ้นมาในมิติยังคงรู้สึกราวกับอยู่คนละโลก

"ซื่อซุ่ย เธอตื่นแล้วหรือ ชาตินี้เธอสิ้นอายุขัยตามธรรมชาติและจากไปในขณะหลับรวดเดียวเลยนะ"

สือโถวก็รอคอยมาเนิ่นนานจนกระทั่งสุ่ยเหมี่ยวกลับมายังมิติอีกครั้งจึงบินวนรอบตัวเธอรอบแล้วรอบเล่าด้วยความดีใจ

"ฉันตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกเหมือนเพิ่งจะนอนหลับไปตื่นหนึ่ง..." สุ่ยเหมี่ยวรู้สึกว่าตอนนี้ตนเองมีร่างกายเบาหวิวราวกับนกนางแอ่น

"นั่นเป็นเพราะว่าเธอใช้ชีวิตในโลกนี้อย่างมีความสุขอย่างไรเล่า หวังว่าในโลกต่อๆ ไปเธอก็จะมีความสุขและทุกอย่างราบรื่นเช่นนี้นะ"

สือโถวหยุดฝีเท้าลงแล้วหันหน้าเข้าหาสุ่ยเหมี่ยวพร้อมกล่าวว่า

"ถึงแม้ฉันจะไม่ได้สัมผัสประสบการณ์นั้นด้วยตนเอง แต่ฉันก็เคยเห็นโฮสต์ที่มีระบบมามากมาย เมื่อพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกนึกคิดก็จะเริ่มด้านชาและในท้ายที่สุดสรรพสิ่งบนโลกก็ไม่อาจทำให้พวกเขาเกิดความหวั่นไหวได้แม้แต่น้อย ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ จุดจบสุดท้ายคือการมุ่งหน้าสู่ความพินาศ"

สือโถวกุมมือสุ่ยเหมี่ยวเอาไว้ "เมื่อก่อนเรื่องนี้ฉันไม่กล้าแม้แต่จะคิด เพราะฉันไม่เคยพบโฮสต์เช่นนี้มาก่อน แต่ตอนนี้ฉันกลับรู้สึกกังวล ซื่อซุ่ย เธอเก่งกาจเกินไป ฉันไม่อยากให้สุดท้ายเธอกลายเป็นคนที่ไร้ซึ่งความรู้สึกและอารมณ์ความปรารถนาใดๆ นะ"

"จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ" สุ่ยเหมี่ยวส่ายหน้า

"ตราบใดที่ฉันยังอยากมีชีวิตอยู่ก็ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะละทิ้งความปรารถนาต่างๆ มันไม่สมเหตุสมผลเลย อีกอย่างจักรวาลนั้นลึกลับยิ่งนัก พวกเราอยู่ในนั้นก็เป็นเพียงแค่หยดน้ำในมหาสมุทร ฉันยังไม่เย่อหยิ่งถึงขั้นคิดว่าตนเองมีชีวิตอยู่มาหลายโลกแล้วจะกลายเป็นเทพเจ้าที่ล่วงรู้ทุกสรรพสิ่งหรอกนะ"

"ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว เปิดโลกใบต่อไปเถอะ ไม่รู้เลยว่าโลกใบนี้จะเป็นไงบ้าง"

"เธอเพิ่งจะกลับมาเองนะ" สือโถวแทบจะยอมพ่ายแพ้ให้กับคนบ้างานผู้นี้แล้ว

"น่าเสียดายที่ฉันถูกตั้งค่ามาให้เป็นเพียงระบบตัวประกอบไร้ชื่อตั้งแต่แรก หากไม่ใช่เพราะเธอฝืนลิขิตสวรรค์เปลี่ยนชะตาชีวิตสร้างความโดดเด่นในแต่ละโลกด้วยตนเอง มิเช่นนั้นก็คงไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นหรอก"

สือโถวมองดูเพื่อนร่วมงานของตนที่อยากได้ลมก็ได้ลมอยากได้ฝนก็ได้ฝนแต่คุณสมบัติของตนเองกลับถูกจำกัดเอาไว้จึงไม่อาจให้ความช่วยเหลืออันใดแก่สุ่ยเหมี่ยวได้เลย

"โง่ไปแล้วหรือไง ต่อให้เป็นตัวประกอบไร้ชื่อแต่ในสายตาของตนเองก็ย่อมเป็นตัวเอกได้ ชีวิตอาจจะเรียบง่ายได้ แต่จะถือว่าตนเองเป็นเพียงตัวละครเอ็นพีซีในบทละครของผู้อื่นไม่ได้เด็ดขาด" สุ่ยเหมี่ยวตบหัวสือโถวเบาๆ

"ไปล่ะ ไว้ครั้งหน้ากลับมา ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนนายให้ดีเลย"

สือโถวมองดูสุ่ยเหมี่ยวหายตัวไปในมิติแล้วตนเองก็กลับไปนั่งบนเก้าอี้ เปิดหน้าจอแสงขึ้นมาเพื่อดูว่าสุ่ยเหมี่ยวจะเข้าไปสู่โลกใบใด

ในช่วงเวลานี้การแข่งขันในเส้นทางประวัติศาสตร์ดุเดือดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน บรรดาโฮสต์แทบจะไปปรากฏตัวทำภารกิจกับเหล่าฮ่องเต้ ฮองเฮา พระสนม ขุนนางคนดีและอัครมหาเสนาบดีผู้เลื่องชื่อตลอดห้าพันปีมาจนครบถ้วนแล้ว

สือโถวรู้สึกไม่ยอมรับ เหอะ มีแค่พวกแกหรือไงที่ได้ใกล้ชิดกับบุคคลสำคัญ หากซื่อซุ่ยของมันไปที่นั่น เธอต่างหากที่จะเป็นบุคคลสำคัญที่ปั่นป่วนคลื่นลมในราชสำนัก ด้วยเหตุนี้มันจึงยอมทุ่มเทแรงกายและใช้คะแนนที่มีเพื่อเลือกเส้นทางประวัติศาสตร์โดยเฉพาะ

"อย่าหาว่าฉันไม่ดูแลแกเลยนะ แต่แกก็ต้องพิจารณาถึงปัญหาของตนเองด้วย โฮสต์ของแกไปที่นั่นอาจจะไม่ได้พบกับบุคคลสำคัญเสมอไป เป็นไปได้มากว่าเธออาจจะต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก หมกมุ่นอยู่แต่กับการทำนาทำไร่ ยุคโบราณเมื่อเทียบกับยุคปัจจุบันแล้ว พื้นที่ในการแสดงฝีมือมันมีน้อยเกินไป"

เพื่อนร่วมงานกล่าวกับสือโถว มันเป็นผู้รับผิดชอบการเวียนว่ายตายเกิดของโฮสต์ การปรับเปลี่ยนโฮสต์บางคนเป็นครั้งคราวนั้นไม่ใช่ปัญหาอะไร

สือโถวยืดอกขึ้น "ซื่อซุ่ยของฉันไม่กังวลเรื่องนั้นหรอก"

ตอนนี้สือโถวเพียงแค่รอคอยดูว่าสุ่ยเหมี่ยวจะบุกเบิกเส้นทางของตนเองในโลกประวัติศาสตร์ได้อย่างไร

เมื่อสุ่ยเหมี่ยวได้สติกลับคืนมานางก็รู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังโบยบินอยู่บนท้องฟ้า... ไม่ใช่สิ บ้าไปแล้ว นางกำลังร่วงหล่นลงมาอย่างอิสระกลางอากาศจริงๆ ต่างหาก

"เกิดอะไรขึ้น" สุ่ยเหมี่ยวยังไม่ทันคิดให้กระจ่างว่าตอนนี้ตนเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ใด นางก็ร่วงกระแทกพื้นอย่างแรงจนร่างกระดอนขึ้นมาเล็กน้อย

ในชั่วพริบตา สุ่ยเหมี่ยวรู้สึกว่ากระดูกทุกชิ้นในร่างกายของตนแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี อวัยวะภายในยิ่งไม่ต้องพูดถึง สุ่ยเหมี่ยวอ้าปากออก ทว่าสิ่งที่ทะลักออกมาจากปากกลับมีเพียงเลือดสดๆ

นางกำลังจะตายแล้วหรือ สุ่ยเหมี่ยวไม่ได้สัมผัสกับความรู้สึกที่ข้ามภพมาปุ๊บก็ต้องตายปั๊บเช่นนี้มานานมากแล้ว นางคิดเยาะเย้ยตนเองในใจ ก็นับว่าเป็นการรื้อฟื้นความทรงจำเดิมๆ ก็แล้วกัน

ตอนนี้สุ่ยเหมี่ยวเจ็บปวดจนรู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง การหายใจแต่ละครั้งราวกับกำลังใช้พลังชีวิตของตนเองจนหมดสิ้น

ในช่วงเวลาแห่งการรอคอยความตายนี้ สุ่ยเหมี่ยวก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังจากไกลเข้ามาใกล้ คล้ายกับเสียงคนเหยียบย่ำบนถนนดินโคลนและยังมีเสียงโลหะกระทบกัน

ศีรษะของนางไม่อาจขยับได้แล้ว ทำได้เพียงฟังเสียงที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และสุดท้ายก็มาหยุดลงข้างหูของนางพอดิบพอดี

เป็นคนสินะ สุ่ยเหมี่ยวฟังเสียงฝีเท้าที่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วดังขึ้นมาอีกครั้ง นี่กำลังมุ่งหน้าเข้ามาหานาง ในที่สุดเหนือร่างของนางก็ปรากฏเงาดำทาบทับลงมา เนื่องจากย้อนแสงประกอบกับดวงตาของนางถูกบดบังด้วยหมอกเลือดจึงมองไม่ออกว่าเป็นสิ่งใด แต่มองออกคร่าวๆ ว่าเป็นรูปร่างคน

สุ่ยเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะผ่อนคลายลงเล็กน้อย นางพยายามกะพริบตาให้สิ่งมีชีวิตรูปร่างคนนั้นพร้อมกับอ้าปากออก แต่ก็ไม่ผิดคาดเมื่อมีเลือดก้อนใหญ่พุ่งออกมาอีกครั้ง แต่อย่างน้อยก็ทำให้เขารู้ว่านางยังมีชีวิตอยู่

"ข้า... ยัง... รอด... ได้" สุ่ยเหมี่ยวกรีดร้องอย่างไร้เสียงอยู่ภายในใจ

ผู้มาเยือนวิ่งซวนเซออกไปจากข้างกายของสุ่ยเหมี่ยวและสิ่งที่เขาเหยียบย่ำอยู่ก็ไม่ใช่หนองน้ำที่ไหนแต่เป็นผู้คนที่ตายไปแล้วซึ่งถูกกองทับถมกันเป็นภูเขาขนาดย่อมๆ และกองซากศพเช่นนี้เมื่อมองออกไปไกลๆ ก็ยังมีอยู่อีกนับร้อยกอง

หากมองให้กว้างขึ้นอีกนิดก็จะพบว่ากองซากศพเหล่านี้ล้วนอยู่ในหลุมขนาดมหึมา และสิ่งที่รวมตัวกันหนาแน่นราวกับฝูงมดอยู่ริมหลุมก็คือกองทัพของฝ่ายที่ได้รับชัยชนะนั่นเอง

ใครจะไปคิดว่าท่ามกลางสายตาของคนนับหมื่นนับพัน จู่ๆ ก็มีคนร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าแล้วหล่นกระแทกเข้าไปในกองซากศพ

ภายในกองทัพเกิดความโกลาหลขึ้น ผู้คนจำนวนไม่น้อยกระซิบกระซาบถกเถียงกันว่าคนที่จู่ๆ ก็ตกลงมาจากกลางอากาศผู้นี้คือเทพเซียนองค์ใดกันแน่ บางคนก็ถึงกับกำอาวุธในมือไว้ไม่อยู่แล้ว ขาสองข้างสั่นเทาอยากจะคุกเข่าให้กับปาฏิหาริย์นี้

"เงียบ หากผู้ใดส่งเสียงดังอีก ฆ่าทิ้งเสีย" แม่ทัพที่อยู่หน้าสุดคำรามลั่น คำสั่งถูกส่งต่อกันลงมาเป็นทอดๆ โดยนายทหารสื่อสาร คนในกองทัพเกรงกลัวต่อบารมีของแม่ทัพจึงไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาอีกแม้แต่น้อย

"ท่านแม่ทัพใหญ่ นั่นคือคน เป็นสตรี ไม่สิ เทพเซียน... วิญญาณร้าย... ยังมีชีวิตอยู่ขอรับ..." ทหารเลวที่วิ่งหนีมาจากกองซากศพตลอดทางรีบรายงานต่อแม่ทัพที่อยู่หน้าสุดทันทีที่กลับมาถึงค่ายหลักของตนเอง เมื่อผ่อนคลายลงการพูดจาจึงวกไปวนมาไม่ปะติดปะต่อกัน

ตลอดทางที่ผ่านมาเขาก็ตกใจแทบแย่แล้ว ยังคิดอยู่เลยว่าตนเองอาจจะไม่ได้กลับมาแล้ว โดยเฉพาะเมื่อต้องสบตากับดวงตาที่หลั่งน้ำตาเป็นสายเลือดของสุ่ยเหมี่ยวคู่นั้นก็รู้สึกราวกับว่าวิญญาณของตนถูกดูดกลืนเข้าไป

แม่ทัพโบกมือให้ลูกน้องลากตัวทหารที่ยังคงพึมพำไม่หยุดผู้นี้ออกไป ตอนนี้เขาเองก็เริ่มมีความรู้สึกลังเลใจอยู่บ้างแล้ว เดิมทีการรวบรวมซากศพเหล่านี้มาไว้ในหลุมก็เพื่อที่จะฝังกลบ แต่ตอนนี้กลับมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เขาจึงไม่รู้ว่าจะจัดการกับคนผู้นั้นอย่างไรดี หากเป็นเพียงคนธรรมดาเขาคงไม่ใส่ใจแน่นอน ฆ่าคนมาตั้งหลายแสนคนแล้วยังจะกลัวเรื่องแค่นี้อีกหรือ

แต่ก็เพราะว่านางไม่ใช่คนธรรมดาน่ะสิ สายตาตั้งมากมายจับจ้องอยู่ นางร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าจริงๆ ลองถามดูเถิดว่าในปัจจุบันนี้มีใครบ้างที่สามารถทำเช่นนี้ได้ นั่นย่อมหมายความว่าไม่อาจปฏิบัติต่อนางเยี่ยงคนธรรมดาได้แล้ว

"ไปหามคนผู้นั้นขึ้นมาจะเป็นเทพหรือเป็นผีก็ให้ฝ่าบาททรงตัดสินเถิด"

สุ่ยเหมี่ยวรู้สึกว่าตนเองใกล้จะชาชินจากความเจ็บปวดแล้ว นางรู้สึกว่าตนเองกำลังจะกลับไปยังมิติอีกครั้ง แต่ทว่าการที่ร่างกายถูกขยับเขยื้อนก็ทำให้ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงปลุกนางให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางสัมผัสได้ว่าตนเองคล้ายกับกำลังนอนอยู่บนเปลหามที่กำลังเคลื่อนที่ไปมาอย่างโคลงเคลง

สุ่ยเหมี่ยวพยายามลืมตาขึ้น แต่สิ่งที่มองเห็นก็ยังคงเป็นท้องฟ้า ไม่รู้ว่ารอคอยมานานเพียงใดแล้ว จู่ๆ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นสู่สายตาของนางผ่านม่านหมอกเลือดสีแดง นางได้เห็นกลุ่มทหารดินเผาที่มีชีวิต

จบบทที่ บทที่ 768 นอนราบในราชวงศ์ฉิน (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว