- หน้าแรก
- มีรัศมีพระเอกอยู่เหนือหัว ข้าจะเป็นวายร้ายไปได้อย่างไร
- บทที่ 20 พวกเราดูเหมือนคนโง่ในสายตาท่านงั้นรึ?
บทที่ 20 พวกเราดูเหมือนคนโง่ในสายตาท่านงั้นรึ?
บทที่ 20 พวกเราดูเหมือนคนโง่ในสายตาท่านงั้นรึ?
บทที่ 20 พวกเราดูเหมือนคนโง่ในสายตาท่านงั้นรึ?
เมื่อได้ยินคำกล่าวของผู้อาวุโสใหญ่ ลู่หมิงและพรรคพวกก็ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ทันใดนั้น น้ำเสียงของผู้อาวุโสใหญ่ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
"เอาล่ะ รีบเก็บข้าวเก็บของแล้วออกเดินทางกันได้แล้ว!"
ลู่หมิงเงยหน้าขึ้นมองด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา พลางทอดสายตามองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า
"ผู้อาวุโสใหญ่ เดี๋ยวนี้... พวกเราต้องออกเดินทางกันตอนนี้เลยรึขอรับ?"
"ใช่แล้ว มีปัญหาอะไรงั้นรึ?"
"พวกเราเพิ่งจะตบเท้าเข้าสำนักมาหมาดๆ ข้าวยังไม่ได้กิน น้ำยังไม่ได้ตกถึงท้องสักหยดเลยนะขอรับ"
"โฮ่ง โฮ่ง!!"
"ศิษย์พี่ใหญ่พูดถูกขอรับ"
ทันทีที่ลู่หมิงกล่าวจบ ต้าหวงและหวงเทียนเป่าก็รีบประสานเสียงสนับสนุนทันควัน
"ปัง..."
สิ้นเสียงประท้วงของลู่หมิงและพรรคพวก ถังน้ำใบเขื่องก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขาอย่างกะทันหัน
"รีบๆ ซดเข้าไปให้เต็มคราบ แล้วก็ออกเดินทางได้แล้ว"
เมื่อทอดสายตามองดูถังน้ำตรงหน้า
ลู่หมิง: "..."
ต้าหวง: "..."
หวงเทียนเป่า: "..."
เมื่อเห็นสีหน้าของลู่หมิงและพรรคพวก ผู้อาวุโสใหญ่ก็แสยะยิ้มมุมปาก คิดจะมาเล่นแง่กับข้ารึ ไอ้พวกเด็กเมื่อวานซืน
จังหวะนั้นเอง ด้วยเสียง "ซ่า" ลู่หมิงก็ควักจอกน้ำออกมาจากถุงเก็บของ แล้วตักน้ำขึ้นมาจนเต็มปริ่ม
"ปัง..."
ต้าหวงเอาอ่างน้ำใบใหญ่ออกมา แล้วเทน้ำลงไปครึ่งถัง
หวงเทียนเป่าเองก็หยิบชามออกมาตักน้ำจนเต็มเช่นกัน
"อึก อึก..."
"ซู้ด..."
"จั๊บ..."
"จะว่าไปแล้ว น้ำของสำนักชิงซานนี่มันก็รสชาติดีไม่เลวเลยนะเนี่ย..."
"โฮ่ง!!"
ต้าหวงที่กำลังก้มหน้าก้มตาเลียน้ำในอ่างอย่างเมามัน เห่าสนับสนุน
"ศิษย์พี่ใหญ่พูดถูกขอรับ"
หวงเทียนเป่าที่กำลังประคองชามน้ำอยู่ก็เอ่ยสมทบ
เมื่อมองดูหนึ่งคนชรา สองหนุ่มวัยกระทง และอีกหนึ่งตัวหมา กำลังซดน้ำกันอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ตรงหน้า
ผู้อาวุโสใหญ่: "..."
พวกมันกินเข้าไปจริงๆ ด้วยเว้ย!
เอาเถอะ ผีเน่ากับโลงผุ ศีลเสมอกันจริงๆ
ช่างเข้ากับนิสัยใจคอของคนในสำนักชิงซานเสียเหลือเกิน ไม่มีใครหน้าไหนยอมเดินตามรอยคนปกติเขาเลยสักคน
"ดื่มเสร็จแล้วก็ไสหัวไปได้แล้ว กว่าพวกเจ้าจะเดินทางไปถึงเทือกเขาเหิงต้วน ก็คงต้องใช้เวลาเกือบครึ่งเดือนโน่นแหละ..."
"อึก อึก..."
ลู่หมิงยกมือขึ้นปาดปาก
"ผู้อาวุโสใหญ่ขอรับ แล้วใครจะเป็นคนพาพวกเราไปล่ะขอรับ?"
เขาแอบหวังอยู่ลึกๆ ว่าคงไม่ใช่ผู้อาวุโสสามหรอกนะ ขืนต้องเดินทางไปกับคนที่ไม่ยอมปริปากพูดอะไรเลย มันคงจะน่าอึดอัดตายชัก
"พวกเจ้าต้องเดินทางไปกันเอง ไม่มีใครพาไปหรอก..."
"อะไรนะ?"
"โฮ่ง?"
"หา?"
สองคนกับอีกหนึ่งหมาต่างก็เงยหน้าขึ้นมองผู้อาวุโสใหญ่ด้วยความตกตะลึง
"ท่านล้อเล่นใช่ไหม? พวกเราเพิ่งจะเข้าสำนักมาเองนะขอรับ!"
ลู่หมิงอดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมา ตอนแรกเขาคิดว่าผู้อาวุโสใหญ่จะเป็นคนพาพวกเขาไปเสียอีก
ผู้อาวุโสใหญ่ลูบเคราขาวโพลนของตนพลางหัวเราะร่วน
"ถึงแม้จะเพิ่งเข้าสำนักมา แต่พวกเจ้าก็ถือว่าเป็นศิษย์ของสำนักแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าก็เป็นถึงศิษย์พี่ใหญ่ของสำนัก การรับหน้าที่เป็นผู้นำทีมเดินทางไปเองมันก็เหมาะสมแล้วนี่นา..."
"รีบๆ ไปได้แล้ว อย่ามัวชักช้าเสียเวลา สำนักของเราจะถูกกวาดล้างจนสิ้นซากหรือไม่ มันก็ขึ้นอยู่กับพวกเจ้านี่แหละ"
ขณะที่พูด ผู้อาวุโสใหญ่ก็ยื่นมือออกไป แล้วเรือเหาะลำหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา
เมื่อทอดสายตามองดูเรือเหาะที่คุ้นเคย มุมปากของลู่หมิงและคนอื่นๆ ก็กระตุกยิกๆ ใบหน้าของหวงเทียนเป่าซีดเผือดไร้สีเลือด
ความทรงจำอันเลวร้ายไหลทะลักเข้ามาในหัวของพวกเขาทันที...
"ผู้อาวุโสใหญ่ช พูดกันตามตรงนะขอรับ ท่านพอจะมีเรือเหาะลำอื่นที่มันดูดีกว่านี้ให้พวกเราใช้ไหมขอรับ?"
"ไม่มีทาง นี่คือเรือเหาะเพียงลำเดียวที่ยังพอใช้งานได้ของสำนักชิงซานเรา ถ้าพวกเจ้าไม่เชื่อก็ดูเอาก็แล้วกัน"
ขณะที่พูด ผู้อาวุโสใหญ่ก็สะบัดมือ แล้วเรือเหาะสภาพสับปะรังเคที่ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของค่ายกลอักขระหลงเหลืออยู่เลย ก็ปรากฏขึ้นแก่สายตาทุกคน
"ผู้อาวุโสใหญ่ สำนักของเราคงไม่ได้ยากจนข้นแค้นขนาดนั้นหรอกใช่ไหมขอรับ?"
"ใช่แล้ว... มันยากจนข้นแค้นยิ่งกว่าที่พวกเจ้าจินตนาการเอาไว้เสียอีก..."
ลู่หมิงจ้องมองผู้อาวุโสใหญ่ด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย
"ผู้อาวุโสใหญ่ ท่านเลิกเสแสร้งแกล้งทำได้แล้ว เมื่อครู่นี้ท่านเพิ่งจะแปลงโฉมให้พวกเราดูไปหมาดๆ สำนักชิงซานของเราต้องเป็นสำนักเร้นกายที่ซ่อนตัวอยู่แน่ๆ ท่านเองก็ต้องเป็นยอดฝีมือไร้เทียมทาน และสำนักของเราก็ต้องมีสมบัติล้ำค่าซุกซ่อนอยู่อย่างแน่นอน..."
ต้าหวงและหวงเทียนเป่าต่างก็จ้องมองผู้อาวุโสใหญ่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน
ผู้อาวุโสใหญ่แหงนหน้ามองฟ้าทำมุมสี่สิบห้าองศา แววตาของเขาลึกล้ำยากจะหยั่งถึง
"เจ้าพูดถูกแล้ว สำนักชิงซานของเราเคยเป็นถึงสำนักอันดับหนึ่งแห่งมหาทวีปเทียนเสวียนในอดีตกาล ภายในสำนักเต็มไปด้วยของวิเศษล้ำค่าและหินวิญญาณมากมายก่ายกอง..."
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลู่หมิงและต้าหวงก็ถึงกับหายใจหอบถี่ สำนักชิงซานมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ?
หรือว่าพวกเราจะได้เกาะขาทองคำของผู้มีอิทธิพลเข้าให้แล้วจริงๆ?
"พวกเจ้าลองดูถังน้ำใบนี้สิ มันถูกสกัดและสร้างขึ้นมาจากไม้แก่นวิญญาณเซียนโบราณเชียวนะ"
ลู่หมิงรีบหันไปพินิจพิเคราะห์ถังน้ำใบนั้นทันที แต่ไม่ว่าจะมองมุมไหน มันก็ดูเป็นแค่ถังน้ำธรรมดาๆ แถมยังมีรอยชำรุดอยู่นิดหน่อยด้วยซ้ำ
จังหวะนั้นเอง น้ำเสียงของผู้อาวุโสใหญ่ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
"ถ้าพวกเจ้านำถังใบนี้ไปขาย รับรองได้เลยว่ามันสามารถขายได้ราคาถึงแปดหมื่นหรือหนึ่งแสนหินวิญญาณอย่างแน่นอน"
"แต่ตอนนี้ ข้าไม่ต้องการหนึ่งแสนหินวิญญาณ และข้าก็ไม่ต้องการแปดหมื่นด้วย ข้าจะยอมปล่อยให้พวกเจ้าในราคาเพียงแค่ 30 หินวิญญาณเท่านั้น ในเมื่อพวกเจ้าคืออนาคตของสำนักชิงซาน ข้าจะยอมให้พวกเจ้าได้รับผลกำไรมหาศาลนี้ไปก็แล้วกัน..."
พูดจบ ผู้อาวุโสใหญ่ก็ถอนหายใจออกมาด้วยท่าทางปวดร้าว ราวกับว่าลู่หมิงและพรรคพวกกำลังจะได้กำไรมหาศาลจากการซื้อขายครั้งนี้จริงๆ
ลู่หมิง: "..."
ต้าหวง: "..."
หวงเทียนเป่า: "..."
"ผู้อาวุโสใหญ่ พวกเราดูเหมือนคนโง่ในสายตาท่านงั้นรึขอรับ?"
ลู่หมิงเอ่ยถามด้วยความเอือมระอาจนพูดไม่ออก
"ใช่สิ... ไม่ใช่... เจ้าพูดเรื่องอะไรของเจ้าเนี่ย? ทุกสิ่งที่ข้าบอกพวกเจ้าล้วนเป็นความจริงทั้งนั้น ข้าคือยอดฝีมือไร้เทียมทาน และทุกสิ่งที่ข้าใช้ล้วนเป็นของวิเศษหาตัวจับยาก นี่..."
ลู่หมิงกลอกตาบน หมุนตัวก้าวขึ้นไปบนเรือเหาะ โดยมีต้าหวงและหวงเทียนเป่าเดินตามหลังไปติดๆ
"เฮ้ย... เฮ้ย... อย่าเพิ่งไปสิ! ข้าไม่เอา 30 หินวิญญาณแล้วก็ได้ 3 หินวิญญาณก็พอ! ถังกลืนสวรรค์ใบนี้จะเป็นของพวกเจ้าทันที..."
"แคร้ง... แคร้ง—ฟี้ด ฟี้ด..."
เรือเหาะที่ลากประกายไฟและสายฟ้าแลบแปลบปลาบ สั่นโคลงเคลงค่อยๆ ลอยห่างออกไป...
เมื่อทอดสายตามองดูแผ่นหลังของลู่หมิงและพรรคพวก ผู้อาวุโสใหญ่ก็ยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ
"หึหึ... ประหยัดค่าเดินทางไปได้อีกหน่อย"
ในเวลานี้ สำนักบำเพ็ญเพียรมากมายจากแคว้นเหนือได้มารวมตัวกันที่เทือกเขาเหิงต้วนแล้ว
พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นสำนักที่เดินทางมาเพื่อสำรวจดินแดนลี้ลับแห่งเทือกเขาเหิงต้วน
อย่างไรก็ตาม ศิษย์ที่พวกเขาพามาด้วยนั้นไม่ใช่ศิษย์ใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามา แต่เป็นศิษย์ระดับหัวกะทิที่มีระดับการบำเพ็ญเพียรต่ำกว่าขั้นแกนทองคำทั้งสิ้น...
ดินแดนลี้ลับแห่งเทือกเขาเหิงต้วนแห่งนี้ จะเปิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบหนึ่งพันปี และภายในนั้นก็เต็มไปด้วยของวิเศษล้ำค่ามากมายก่ายกอง...
ที่สำคัญที่สุดคือ ภายในนั้นมีดอกไม้วิญญาณชนิดหนึ่งที่เรียกว่า 'บัวหิมะดารา' ซึ่งมีสรรพคุณในการยืดอายุขัย
สิ่งนี้เองที่ทำให้บรรดาสิบสำนักใหญ่แห่งแคว้นเหนือให้ความสำคัญกับการสำรวจในครั้งนี้เป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม มีเพียงผู้ที่มีระดับการบำเพ็ญเพียรต่ำกว่าขั้นแกนทองคำเท่านั้นที่จะสามารถเข้าไปในดินแดนลี้ลับแห่งนี้ได้
ดังนั้น สำนักต่างๆ จึงได้พาศิษย์ระดับหัวกะทิของตนมาเข้าร่วม
ภายในค่ายพักแรมของสำนักฮ่าวหรัน
"เย่ฝาน ข้าได้จัดการส่งคนไปส่งคำเชิญให้กับ... สำนักอะไรนะ... สำนักชิงซาน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว..."
เจ้าสำนักฮ่าวหรันเอ่ยขึ้น พลางทอดสายตามองเย่ฝานที่อยู่ตรงหน้า
นับตั้งแต่ที่เขาได้ล่วงรู้ว่าเย่ฝานครอบครองรากวิญญาณระดับสูงสุด เขาก็ได้รับเย่ฝานเข้ามาเป็นศิษย์สายตรงทันที
อันที่จริงแล้ว เขาไม่ได้อยากให้เย่ฝานเดินทางมาเข้าร่วมการสำรวจดินแดนลี้ลับในครั้งนี้เลย
ท้ายที่สุดแล้ว การแข่งขันเพื่อแย่งชิงบัวหิมะดาราที่อยู่ภายในนั้น มันดุเดือดเลือดพล่านและอันตรายเป็นอย่างมาก
หากเย่ฝานต้องมาจบชีวิตลงในนั้น มันคงจะเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของสำนัก
ใครจะไปรู้ล่ะว่า อีกฝ่ายจะยืนกรานดื้อดึงที่จะมาให้ได้ แถมยังขอให้เขามอบโควตาให้กับสำนักเล็กๆ ที่ชื่อว่าสำนักชิงซานอีกต่างหาก
สำหรับสำนักเล็กๆ แบบนั้น หากเขาไม่ยอมมอบโควตาให้ พวกเขาก็จะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการสำรวจดินแดนลี้ลับเลยแม้แต่น้อย
ทำไมเขาถึงต้องคอยดูแลเอาใจใส่สำนักชิงซานแห่งนี้ด้วย? หรือว่าพวกเขาจะมีความเกี่ยวข้องอะไรกัน?
"ขอบพระคุณ ท่านอาจารย์..."
เย่ฝานเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา
อันที่จริง เย่ฝานก็ไม่ได้อยากจะมาเข้าร่วมการสำรวจดินแดนลี้ลับอะไรนี่หรอก มันเป็นการเสียเวลาเปล่าๆ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น
เขาจำเป็นต้องหาโอกาสลงมือสังหารลู่หมิงให้จงได้ เพราะไอ้หมอนี่มันได้กลายมาเป็นมารผจญในจิตใจของเขาไปเสียแล้ว
นับตั้งแต่วันที่เขาได้เผชิญหน้ากับลู่หมิงในวันนั้น
ตอนแรกเขากำลังจะทะลวงระดับเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานอยู่แล้วเชียว แต่เขากลับค้นพบว่าทุกครั้งที่เขาพยายามจะบำเพ็ญเพียร เขาก็มักจะถูกรบกวนอยู่เสมอ
เสียงด่าทอของไอ้มนุษย์หน้าโง่นั่นมักจะดังแว่วเข้ามาในหัวของเขาเสมอ:
ไอ้โจรชั่ว... ไอ้หัวขโมยกระจอก...
เขาผู้เป็นถึงจักรพรรดิอมตะ กลับต้องมาถูกรบกวนจิตใจโดยมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเนี่ยนะ
ถ้าเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ใครฟัง ก็คงไม่มีใครหน้าไหนยอมเชื่อแน่ๆ
หากเขาไม่จัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด ถึงแม้เขาจะยังสามารถทะลวงระดับเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานได้สำเร็จ แต่เขาก็ต้องการสร้างรากฐานแห่งเต๋าที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
เขาไม่อยากให้ความสำเร็จในอนาคตของเขาต้องมามัวหมองเพียงเพราะมนุษย์ธรรมดาคนเดียว
ดังนั้น เย่ฝานจึงได้ไปพบเจ้าสำนักฮ่าวหรัน และขอร้องให้ส่งโควตาไปให้สำนักชิงซาน
เขาตั้งมั่นอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องลงมือสังหารไอ้มนุษย์บัดซบนั่นด้วยมือของเขาเองภายในดินแดนลี้ลับแห่งนั้นให้จงได้