- หน้าแรก
- มีรัศมีพระเอกอยู่เหนือหัว ข้าจะเป็นวายร้ายไปได้อย่างไร
- บทที่ 17 เลือกอาวุธวิญญาณได้คนละชิ้นเท่านั้น
บทที่ 17 เลือกอาวุธวิญญาณได้คนละชิ้นเท่านั้น
บทที่ 17 เลือกอาวุธวิญญาณได้คนละชิ้นเท่านั้น
บทที่ 17 เลือกอาวุธวิญญาณได้คนละชิ้นเท่านั้น
เมื่อเห็นการกระทำของลู่หมิง ทั้งต้าหวงและหวงเทียนเป่าก็ตาเป็นประกาย
พวกเขาทำตามอย่างไม่รอช้า และก๊อปปี้เคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรทุกเล่มที่มีอยู่ในนั้น
เมื่อถึงคราวต้องเลือกวิชาอาคม สองคนกับอีกหนึ่งหมาก็ไม่เกรงใจ หยิบเอาวิชาละหนึ่งชุดมาเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัว
รวมไปถึงเคล็ดวิชาปรุงยา ตำรายาสมุนไพรวิญญาณ และความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการบำเพ็ญเพียร พวกเขากวาดมาเรียบอย่างละหนึ่งชุดไม่ให้เหลือ
ลู่หมิงตั้งใจจะขนของพวกนี้กลับไปศึกษาและทำความเข้าใจอย่างละเอียดในภายหลัง
ในขณะที่ลู่หมิงและพรรคพวกกำลังเลือกเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรอยู่นั้น ผู้อาวุโสทั้งสามก็มารวมตัวกันอยู่ที่เรือนพักของผู้อาวุโสใหญ่
ผู้อาวุโสใหญ่และผู้อาวุโสรองจ้องมองหานเหยียนด้วยสีหน้าใคร่รู้
"น้องสาม ข้าสงสัยจริงๆ ว่าเจ้าไปรับสมัครศิษย์พวกนี้มาได้ยังไง?"
"ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าไปที่จุดรับสมัคร ข้ายังไม่ได้ปริปากพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว สาบานได้!"
เมื่อผู้อาวุโสใหญ่และคนอื่นๆ ได้ฟังเรื่องราวการรับสมัครศิษย์ของหานเหยียนจนจบ
มุมปากของพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกยิกๆ นี่มันช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่ฟ้าประทานมาให้จริงๆ
หากมีใครสักคนคิดไม่ซื่อหรือมีเจตนาแอบแฝงล่ะก็ เรื่องมันคงไม่จบลงง่ายๆ แบบนี้แน่
ฮั่วฝูหรงอดไม่ได้ที่จะกลอกตาบน
"สรุปก็คือ เจ้าก็แค่รับสมัครพวกเขามาส่งๆ แบบนั้นเลยสินะ?"
"เอ้า! ก็พวกท่านเป็นคนสั่งให้ข้าไปรับสมัครศิษย์เองนี่นา"
หานเหยียนยังคงตีหน้าตายและเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
น้ำเสียงของเขานั้นเย็นเยียบไม่ต่างจากบุคลิกของเจ้าตัวเลยสักนิด
เมื่อได้ยินคำตอบของหานเหยียน ฮั่วฝูหรงก็เงยหน้าขึ้นจ้องมองเขา
"พวกเราสั่งให้เจ้าไปรับสมัครศิษย์ก็จริง แต่พวกเราไม่ได้สั่งให้เจ้ารับสมัครศิษย์โดยไม่ผ่านการทดสอบรากวิญญาณเสียหน่อย!"
"เจ้าลองดูไอ้สามหน่อนั่นสิ นอกจากหมาตัวนั้นแล้ว มีใครบ้างที่ดูเป็นคนปกติ? ห๊ะ?"
"ไอ้หวงเทียนเป่านั่นก็มีแต่รากวิญญาณขยะ ส่วนลู่หมิงนั่นยิ่งแล้วใหญ่ มันไม่มีแม้แต่รากวิญญาณด้วยซ้ำ"
"แต่ลู่หมิงเขามีพลังบำเพ็ญเพียรนะ"
ในขณะที่ฮั่วฝูหรงกำลังเดือดพล่านและชี้หน้าด่าหานเหยียนอยู่นั้น น้ำเสียงอันนุ่มนวลของผู้อาวุโสใหญ่ก็ดังขัดขึ้นมา
"เป็นไปได้ยังไงกัน?"
"อะไรนะ?"
ฮั่วฝูหรงที่ยังคงชี้หน้าด่าอยู่ หันขวับไปมองผู้อาวุโสใหญ่พร้อมกับหานเหยียนทันที
"แต่ตอนที่เขาก้าวเข้าไปในหอตำรา มันก็ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเขามีรากวิญญาณเลยนี่นา?"
"ยิ่งไปกว่านั้น ข้าก็สัมผัสไม่ได้ถึงปราณวิญญาณในตัวเขาเลยแม้แต่น้อย!"
ฮั่วฝูหรงเอ่ยถามด้วยความไม่เชื่อ
หานเหยียนเองก็จ้องมองผู้อาวุโสใหญ่ด้วยความสงสัยเช่นกัน เขาเองก็ใช้เวลาอยู่กับลู่หมิงมาตั้งหลายวัน แต่กลับไม่เคยสัมผัสถึงพลังวิญญาณใดๆ ได้เลย
"ข้าสัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังวิญญาณในสายเลือดของเขา"
เมื่อได้ยินคำกล่าวของผู้อาวุโสใหญ่ ฮั่วฝูหรงก็ค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งช้าๆ
จากนั้น นางและหานเหยียนก็สบตากันด้วยความสับสน
ลู่หมิงมีของวิเศษคอยปกปิดพลังวิญญาณเอาไว้งั้นหรือ? หรือว่ามีเคล็ดวิชาอำพรางพลังบำเพ็ญเพียรกันแน่?
แต่ปัญหาคือ การปกปิดพลังบำเพ็ญเพียรน่ะพอเข้าใจได้ แต่นางไม่เคยเห็นใครปกปิดรากวิญญาณได้เลยนี่สิ
จังหวะนั้นเอง ทั้งสามคนก็สัมผัสได้ผ่านทางสัมผัสเทวะว่าลู่หมิงและพรรคพวกได้ก๊อปปี้เคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรและวิชาอาคมทั้งหมดไปจนเกลี้ยงแล้ว
ผู้อาวุโสทั้งสามถึงกับพูดไม่ออก
พวกเจ้ามาเลือกเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรหรือมาปล้นหอตำรากันแน่วะเนี่ย กะจะเหมาเอาไปให้หมดเลยรึไง?
ขนไปเยอะขนาดนั้น จะมีปัญญาฝึกฝนจนสำเร็จได้หมดเหรอวะ?
"พวกเราจะไม่เข้าไปแทรกแซงหรือจัดการอะไรหน่อยเหรอขอรับ?"
หานเหยียนเอ่ยถาม
ฮั่วฝูหรงพิจารณาเล็บสีชมพูระเรื่อของนางอย่างไม่ใส่ใจ
"เจ้าเป็นคนรับพวกเขามา เจ้าก็ต้องรับผิดชอบดูแลพวกเขาสิ"
หานเหยียนอ้าปากค้าง นี่มันความรับผิดชอบบ้าบออะไรกันเนี่ย?
ผู้อาวุโสใหญ่ลูบเคราขาวโพลนของตนพลางเอ่ยขึ้น
"ปล่อยให้พวกมันเอาไปเถอะ ยังไงซะข้าก็วางไว้แค่เคล็ดวิชาและวิชาอาคมระดับต่ำอยู่แล้ว"
ฮั่วฝูหรงทัดปอยผมที่ปรกหน้าไว้หลังใบหูอย่างงดงาม
จู่ๆ นางก็หันขวับไปจ้องหน้าผู้อาวุโสใหญ่
"ท่านคิดว่าถ้าพวกมันไปที่คลังอาวุธ พวกมันจะกวาดเอาอาวุธวิญญาณทั้งหมดในนั้นไปจนเกลี้ยงไหม?"
เมื่อได้ยินคำถามของฮั่วฝูหรง ผู้อาวุโสใหญ่ก็ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
ทันใดนั้น เขาก็รีบควักป้ายไม้ไผ่ออกมาจากถุงเก็บของอย่างคล่องแคล่วว่องไว แล้วเขียนตัวอักษรขนาดใหญ่ลงไปว่า
"เลือกอาวุธวิญญาณได้คนละชิ้นเท่านั้น"
"หึหึ ฮ่าฮ่าฮ่า"
เมื่อเห็นข้อความบนป้าย ฮั่วฝูหรงก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาจนตัวงอตัวสั่น
ผู้อาวุโสใหญ่ไม่สนใจเสียงหัวเราะของนาง เขาเพียงแค่สะบัดมือเบาๆ ป้ายไม้นั้นก็อันตรธานหายวับไปในอากาศธาตุทันที
และในเวลาเดียวกัน อาวุธวิเศษระดับกลางจำนวนหนึ่งก็หายวับตามไปด้วย
เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ ดวงตาของฮั่วฝูหรงและหานเหยียนก็ทอประกายวาบ แต่พวกเขาก็เลือกที่จะปิดปากเงียบไม่พูดอะไรออกมา
เมื่อเดินออกจากหอตำรา ลู่หมิงและพรรคพวกต่างก็รู้สึกอิ่มเอมใจสุดๆ นี่แหละคือข้อดีของการอยู่สำนักเล็กๆ
ไม่มีการแข่งขัน ไม่มีความกดดัน หากเป็นสำนักอื่น คงต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจและจ่ายค่าตอบแทนอย่างหนักหน่วงกว่าจะได้ครอบครองเคล็ดวิชาเหล่านี้
พวกเขาเคยได้ยินมาว่าสำนักอื่นๆ ต้องทำภารกิจต่างๆ มากมายกว่าจะได้ทรัพยากรมาครอบครอง
พอเอามาเปรียบเทียบกันแบบนี้ สำนักชิงซานก็ดูน่าสนใจขึ้นมาอีกเป็นกอง
"ศิษย์พี่ใหญ่ พอไปถึงคลังอาวุธ พวกเราจะยังคง"
หวงเทียนเป่าจ้องมองลู่หมิงด้วยแววตาเปล่งประกาย
ความหมายนั้นชัดเจนอยู่แล้ว พวกเราจะกวาดล้างคลังอาวุธให้เหี้ยนอีกไหม?
"ลุยดิวะ!"
ลู่หมิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงฮึกเหิม
เมื่อได้ยินคำตอบของลู่หมิง ดวงตาที่เล็กหยีของหวงเทียนเป่าก็ยิ่งหยีเล็กลงไปอีกจากรอยยิ้มที่กว้างจนถึงใบหู
ต้าหวงกระดิกหาง มองลู่หมิงสลับกับหวงเทียนเป่าด้วยความงุนงง มันไม่ค่อยเข้าใจความหมายของบทสนทนานี้เท่าไหร่นัก
แต่ช่างมันเถอะ ในเมื่อลูกพี่บอกให้ลุย มันก็พร้อมลุยเสมอ
พวกเขาเดินมุ่งหน้าไปยังคลังอาวุธด้วยความตื่นเต้น เตรียมพร้อมที่จะแสดงฝีมือให้เต็มที่
ใครจะไปรู้ล่ะว่า ทันทีที่ผลักบานประตูเข้าไป ถึงแม้ด้านในจะยังคงว่างเปล่า แต่กลับมีป้ายขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า
ป้ายนั้นสลักข้อความไว้ว่า "เลือกอาวุธวิญญาณได้คนละชิ้นเท่านั้น"
ข้อความนี้ราวกับน้ำเย็นจัดที่สาดรดลงมาดับไฟแห่งความกระตือรือร้นของลู่หมิงจนมอดดับไปในพริบตา
เมื่อมองดูลายมือที่เพิ่งจะเขียนเสร็จหมาดๆ ลู่หมิงก็ลูบจมูกตัวเองด้วยความรู้สึกพูดไม่ออก ก่อนจะบ่นพึมพำออกมาเบาๆ
"ไหนบอกว่าจะไม่เข้ามาแทรกแซงไงล่ะ? แล้วนี่มันอะไรกันวะเนี่ย? ก็แค่อยากจะหยิบอาวุธวิญญาณเพิ่มอีกสักสองสามชิ้นเอง ทำเป็นงกไปได้"
"โฮ่ง!!"
ต้าหวงจ้องมองข้อความบนป้ายด้วยสีหน้าหดหู่
ไม่คิดเลยว่าจะไม่รักษาสัจจะ สำนักใหญ่โตซะเปล่า แต่กลับกลืนน้ำลายตัวเอง แถมยังมาหลอกลวงหมาตาดำๆ อีก
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของหนึ่งคนกับหนึ่งหมา หวงเทียนเป่าก็รู้สึกผิดหวังไม่แพ้กัน
ลู่หมิงเองก็เข้าใจดีว่า หากผู้อาวุโสไม่เข้ามาแทรกแซงล่ะก็ พอพวกเขาเลือกอาวุธเสร็จ คลังอาวุธแห่งนี้ก็คงต้องปิดกิจการถาวรไปเลยแน่นอน
ด้วยความรู้สึกวิงเวียนที่คุ้นเคย ลู่หมิงและพรรคพวกก็ถูกเคลื่อนย้ายเข้ามายังมิติอันกว้างใหญ่อีกครั้ง
การจัดวางเลย์เอาท์ภายในนั้นคล้ายคลึงกับหอตำรา ต่างกันตรงที่ชั้นวางเต็มไปด้วยอาวุธหลากหลายชนิด ลู่หมิงอดไม่ได้ที่จะตาลุกวาว
ถึงแม้ชั้นวางส่วนใหญ่จะยังคงว่างเปล่าอยู่ก็ตาม
แต่มันก็ยังมีอาวุธมากมาย ทั้งดาบ หอก กระบี่ ง้าว ค้อน ระฆัง และอาวุธวิญญาณรูปแบบอื่นๆ อีกสารพัดชนิดที่เปล่งประกายแสงหลากสีสัน
เขาถึงขนาดเหลือบไปเห็นอาวุธวิญญาณรูปร่างหน้าตาเหมือนก้อนอิฐที่ส่องแสงเรืองรองอ่อนๆ ด้วยซ้ำ
ไม่คิดเลยว่าจะมีอาวุธวิญญาณรูปทรงพิลึกพิลั่นแบบนี้อยู่บนโลกด้วย
"โฮ่ง โฮ่ง!!"
ต้าหวงน้ำลายสอ มองดูอาวุธวิญญาณบนชั้นวางตาไม่กะพริบ
ในฐานะตงฟางมหาราชผู้ยิ่งใหญ่ ในที่สุดมันก็จะได้ครอบครองอาวุธวิญญาณชิ้นแรกเป็นของตัวเองเสียที
กระบี่วิญญาณของลู่หมิงเคยทำให้มันรู้สึกอิจฉาตาร้อนมาโดยตลอด
เมื่อคิดได้ดังนี้ ต้าหวงก็กระโจนไปข้างหน้า มองดูดาบเล่มนี้ที ชำเลืองดูกระบี่เล่มนั้นทีด้วยความตื่นเต้น
หวงเทียนเป่าอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อเห็นอาวุธวิญญาณมากมายละลานตาขนาดนี้
เกิดมาทั้งชีวิต เขาไม่เคยเห็นอาวุธวิญญาณละลานตาขนาดนี้มาก่อนเลยจริงๆ!
"ต้าหวง มานี่สิ"
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของลู่หมิง ต้าหวงที่กำลังยืนสองขาจ้องมองกระบี่วิญญาณอยู่ ก็รีบหันขวับและวิ่งกลับมาหาลู่หมิงทันที
ลู่หมิงหยิบถุงเก็บของใบหนึ่งขึ้นมาจากชั้นวาง แล้วยื่นส่งให้ต้าหวง
"นี่ของแก"
ดวงตาของต้าหวงเปล่งประกายเจิดจ้า มันลืมของสำคัญชิ้นนี้ไปได้ยังไงกันเนี่ย?
ด้วยถุงเก็บของใบนี้ มันก็สามารถเก็บของวิเศษได้มากมาย เก็บกระดูกท่อนโตๆ ได้เป็นกอบเป็นกำ และไม่ต้องมาคอยแบ่งกับลูกพี่อีกต่อไปแล้ว
"โฮ่ง!"
ต้าหวงจ้องมองถุงเก็บของด้วยความปรีดาอย่างหาที่สุดไม่ได้
จากนั้น ลู่หมิงก็ช่วยนำถุงเก็บของไปผูกติดกับเชือกเส้นเล็กๆ แล้วนำไปห้อยคอให้ต้าหวงอย่างแน่นหนา
หลังจากจัดการให้ต้าหวงเสร็จเรียบร้อย ลู่หมิงก็หันไปหาหวงเทียนเป่า
"ศิษย์น้องสาม อยากจะได้สักใบไหม?"
หวงเทียนเป่าส่ายหน้าปฏิเสธ "ศิษย์พี่ใหญ่ ข้ามีอยู่แล้วขอรับ"
ลู่หมิงพยักหน้ารับ เขารู้อยู่แล้วล่ะ
ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมมนุษย์ธรรมดาที่ไม่มีพลังบำเพ็ญเพียรอย่างหวงเทียนเป่าถึงสามารถใช้งานถุงเก็บของได้นั้น มันก็คงเหมือนกับสถานการณ์ของเขาในตอนแรกนั่นแหละ หมอนี่คงจะมีวิธีพิเศษบางอย่าง
จากนั้น เขาก็หยิบถุงเก็บของอีกสองใบที่เหลืออยู่บนชั้นวางมาเก็บไว้กับตัว
เขารู้สึกว่าถุงเก็บของทั้งสามใบนี้ คงจะถูกจัดเตรียมไว้สำหรับพวกเขาสามคนโดยเฉพาะอย่างแน่นอน