- หน้าแรก
- มีรัศมีพระเอกอยู่เหนือหัว ข้าจะเป็นวายร้ายไปได้อย่างไร
- บทที่ 5 การตายอันน่าอัปยศอดสูของจักรพรรดิผู้หวนคืน
บทที่ 5 การตายอันน่าอัปยศอดสูของจักรพรรดิผู้หวนคืน
บทที่ 5 การตายอันน่าอัปยศอดสูของจักรพรรดิผู้หวนคืน
บทที่ 5 การตายอันน่าอัปยศอดสูของจักรพรรดิผู้หวนคืน
เมื่อสัมผัสได้ถึงคมกระบี่ที่สั่นเทาอยู่บนบ่า ลู่หมิงก็หวาดกลัวจนขาสั่นพั่บๆ
หัวขโมยคนนี้คงกำลังลังเลอยู่แน่ๆ ว่าจะฆ่าเขาปิดปากดีหรือไม่
"จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนี้เลย จริงๆ นะ ไม่จำเป็นเลยสักนิด อีกอย่าง ท่านก็ฆ่าข้าไม่ได้หรอก"
เขาคือตัวเอกผู้ทรงเกียรตินะเว้ย จะมาตายน้ำตื้นด้วยน้ำมือของหัวขโมยกระจอกๆ แบบนี้ได้ยังไงกัน?
ในขณะเดียวกัน ลู่หมิงก็พยายามเค้นสมองนึกถึงวิชาป้องกันตัวจากพวกโรคจิตที่เคยดูในคลิปวิดีโอเมื่อชาติก่อนอย่างเอาเป็นเอาตาย
ก้มตัวลง เหยียบเท้าศัตรู แล้วก็คว้าหมับเข้าที่ลูกเตะผ่าหมาก!
ลู่หมิงตัดสินใจที่จะลงมือช่วยชีวิตตัวเอง เกิดหัวขโมยคนนี้ฟาดเขาขึ้นมาล่ะ? เขาอาจจะไม่ตายก็จริง แต่ถ้าพิการขึ้นมาจะทำยังไง? แล้วถ้าเสียโฉมล่ะ?
ส่วนเรื่องอัตราความสำเร็จในการกู้ชีพตัวเองครั้งนี้ ลู่หมิงรู้สึกมั่นใจว่าน่าจะอยู่ที่ราวๆ แปดสิบเปอร์เซ็นต์ ก็แหงล่ะ เขาเป็นถึงตัวเอกเชียวนะ
เย่ฝานได้ยินลู่หมิงพูดท้าทายว่าไม่สามารถฆ่าเขาได้ หัวใจของเขาก็หล่นวูบ แย่แล้ว มนุษย์ธรรมดาคนนี้สามารถสัมผัสได้ถึงสภาพร่างกายที่อ่อนแอของข้าอย่างนั้นรึ
ไม่ได้การ ข้าต้องฆ่ามันทิ้งซะ!
"โฮ่ง!"
จังหวะนั้นเอง ต้าหวงก็สังเกตเห็นสถานการณ์อันเลวร้ายของลู่หมิงเช่นกัน
มันถึงกับพูดไม่ออก ลูกพี่ของมันจะดวงซวยเกินไปหน่อยไหมเนี่ย?
ทันทีที่สิ้นเสียงเห่าของต้าหวง ลู่หมิงที่ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะเอาชีวิตรอด ก็กระชากไหล่หลบไปทางซ้ายอย่างฉับพลัน ย่อตัวลงต่ำ แล้วเอื้อมมือไปคว้าหมับเข้าที่กล่องดวงใจของอีกฝ่าย ทุกท่วงท่าผสานกันอย่างลื่นไหลในรวดเดียว
"อ๊ากก!"
เย่ฝานที่กำลังเตรียมจะใช้วิชาลับเพื่อรีดเร้นพลังแฝงเฮือกสุดท้ายออกมาจากร่างกายนี้ ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าลู่หมิงจะจู่โจมสวนกลับมาอย่างกะทันหัน แถมยังเป็นกระบวนท่าที่เหี้ยมโหดอำมหิตถึงเพียงนี้
ความเจ็บปวดรวดร้าวที่แล่นจู๊ดมาจากหว่างขา บีบบังคับให้เขาต้องแผดเสียงร้องโหยหวนออกมาราวกับลาโดนเชือด
กระบี่ยาวหลุดร่วงจากมือร่วงหล่นลงสู่พื้น ปราณเฮือกสุดท้ายที่เขาพยายามรวบรวมมาอย่างยากลำบากแตกซ่านสลายไป ก่อนที่ร่างของเขาจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
ในขณะเดียวกัน เย่ฝานก็รู้สึกโกรธแค้นจนแทบกระอักเลือด เขาผู้เป็นถึงจักรพรรดิอมตะผู้สูงส่ง กลับต้องมาถูกมนุษย์ธรรมดาๆ เหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนย่อยยับแบบนี้
เมื่อเห็นอีกฝ่ายล้มพับลงไป ดวงตาของลู่หมิงก็เบิกกว้างเป็นประกาย ในเมื่อลงมือทำไปแล้วก็ต้องเอาให้สุด เขารีบกระโจนขึ้นคร่อมร่างของเย่ฝานทันที
จากนั้นก็ระดมปล่อยหมัดพายุทะลวงฟันเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง
"พลั่ก ตุ้บ ตับ!"
"ไอ้เวรเอ๊ย กล้าดียังไงมาบุกรุกบ้านข้า แถมยังบังอาจเอากระบี่มาจ่อคอหอยจะฆ่าข้าอีกรึ? เตรียมตัวไปนอนเน่าตายในคุกได้เลยแก!"
"โฮ่ง!"
ต้าหวงเองก็กระโจนเข้ามาร่วมวงรุมสกรัม ทั้งกัดทั้งเตะเย่ฝานอย่างเมามัน
แกกล้าดียังไงถึงทำตัวเดรัจฉานแบบนี้? บ้านข้ายากจนข้นแค้นขนาดนี้แล้ว แกยังมีหน้ามาขโมยของอีกเหรอ? เป็นโจรที่บัดซบจริงๆ
เย่ฝานที่มีสภาพร่อแร่ใกล้ตายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถูกลู่หมิงซ้อมอยู่เพียงไม่กี่หมัดก็สิ้นใจตายอนาถคาที่
หลังจากเย่ฝานสิ้นลมหายใจ ณ เมืองอันห่างไกลออกไป
ชายหนุ่มเพิ่งตายหมาดๆ คนหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่าเย่ฝานเช่นเดียวกัน ก็เบิกตาโพลงขึ้นมาอย่างกะทันหัน
จิตสังหารอันรุนแรงและเย็นเยียบวาบผ่านดวงตาของเขา
"ไอ้มนุษย์หน้าโง่ แกหาที่ตายเองนะ"
ในวินาทีเดียวกันนั้นเอง ลึกลงไปในห้วงทะเลจิตสำนึกของลู่หมิง รัศมีหินรองเท้าตัวเอกก็พลันสว่างวาบขึ้นมา เปล่งประกายเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าเดิม
ราวกับแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่เพิ่งคว้าชัยชนะจากสมรภูมิรบ
ตัดกลับมาที่ลู่หมิง ตอนนี้เขาก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง ทำไมคนที่อยู่ใต้ร่างเขาถึงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองหรือดิ้นรนขัดขืนเลยสักนิด!
หรือว่าเขาจะเผลอซ้อมมันจนตายตายไปแล้ว?
"ต้าหวง เดี๋ยวก่อน"
ต้าหวงชะงักฝีเท้าและหยุดการกระทำทันที มันช้อนตาขึ้นมองลู่หมิงด้วยความงุนงง
"นี่ ตื่นสิ พูดอะไรหน่อยสิฟะ!"
ลู่หมิงออกแรงเขย่าร่างไร้วิญญาณนั้น แต่ก็พบว่ายังคงไร้ซึ่งการตอบสนองใดๆ
"เวรเอ๊ย นี่ไม่ได้ตายจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย?"
ลู่หมิงสะดุ้งตกใจ เขาลองผลักร่างนั้นอีกครั้ง
"ตื่นดิวะ! อย่ามาแกล้งตายนะเว้ย!"
เมื่อเห็นว่ายังคงแน่นิ่ง ลู่หมิงก็เริ่มลนลาน อาศัยแสงจันทร์สลัวๆ เขายื่นมือสั่นเทาไปอังที่ใต้จมูกของร่างนั้น
"เชี่ยแล้ว ตาย... ตายหงายเก๋งไปแล้วจริงๆ ด้วย"
ลู่หมิงตกใจสุดขีดจนรีบชักมือกลับแทบไม่ทัน
เขาไม่ได้ตั้งใจจะซ้อมหมอนี่ให้ตายจริงๆ เสียหน่อย เขาแค่อยากจะสั่งสอนให้เข็ดหลาบก็เท่านั้นเอง
เขาหันไปมองหน้าต้าหวงด้วยเบ้าตาที่แดงก่ำราวกับคนกำลังจะร้องไห้
"ต้าหวง ข้า ข้าฆ่าคนตาย โฮ ข้าฆ่าคนตายไปแล้ว ข้าจะต้องติดคุกไหมเนี่ย?"
"โฮ่ง"
ต้าหวงจ้องหน้าลู่หมิงนิ่ง แกนี่มันพัฒนาขึ้นจริงๆ ถึงขนาดฆ่าคนตายได้แล้วเนี่ย
ลู่หมิงนั่งอึ้งเป็นไก่ตาแตกอยู่นานสองนาน ก่อนจะดึงสติกลับมาได้
"ไม่ใช่ความผิดข้า ไม่ใช่ความผิดของข้าสักหน่อย นี่มันเป็นการป้องกันตัว ป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายชัดๆ"
"ใช่ ใช่แล้ว นี่คือการป้องกันตัว อีกอย่าง ข้าคือตัวเอกนะเว้ย! ใครก็ตามที่โดนข้าฆ่าตาย มันก็สมควรตายเพราะคิดจะฆ่าข้าก่อนอยู่แล้ว"
หลังจากพยายามพูดจาปลอบประโลมจิตใจตัวเองอยู่นาน ในที่สุดลู่หมิงก็ได้รับความช่วยเหลือจากต้าหวงในการหาฟืนมาจุดไฟจนสว่างไสว
เมื่อแสงไฟสาดส่องจนเห็นใบหน้าของศพได้อย่างชัดเจน ลู่หมิงก็ถึงกับผงะไปทันที
"ต้าหวง แกดูนี่สิ หมอนี่หน้าตาคุ้นๆ ไปหน่อยไหม?"
ต้าหวงเอียงคอชะโงกหน้าเข้ามาดู แล้วก็พบว่ามันคุ้นจริงๆ ด้วย
วินาทีนั้นเอง ลู่หมิงก็ตบฉาดเข้าที่หน้าขาตัวเองอย่างแรงแล้วร้องลั่น
"เชี่ยเอ๊ย นี่มันผู้บำเพ็ญเพียรที่สู้กันอยู่บนฟ้าเมื่อตอนกลางวันไม่ใช่เหรอวะ?"
เพราะลู่หมิงเพิ่งจะตระหนักได้ว่า ศพที่นอนตายอืดอยู่ตรงหน้าคือชายที่กำลังต่อสู้เหาะเหินเดินอากาศเมื่อช่วงกลางวันไม่ผิดแน่
"นี่ข้าเก่งกาจถึงขั้นนี้แล้วเหรอเนี่ย? ขนาดผู้บำเพ็ญเพียรข้ายังฆ่าตายได้เลยรึ?"
ต้าหวงก็มองลู่หมิงด้วยสายตาที่ตื่นตะลึงสุดขีด แกฆ่าผู้บำเพ็ญเพียรตายจริงๆ ด้วยแฮะ
"เห็นไหมล่ะต้าหวง? ข้าบอกแกแล้วว่าข้าคือตัวเอก ขนาดเซียนข้ายังฆ่าทิ้งได้สบายๆ"
ลู่หมิงอดไม่ได้ที่จะยืดอกโอ้อวดสั่งสอนต้าหวง
แต่ในขณะเดียวกัน ลึกๆ ในใจเขาก็รู้ดีแก่ใจว่า ผู้บำเพ็ญเพียรคนนี้ไม่มีทางถูกฆ่าตายง่ายๆ ด้วยหมัดกระหลั่วๆ แค่ไม่กี่หมัดของเขาหรอก
ความจริงต้องเป็นเพราะอีกฝ่ายร่อแร่ใกล้ตายอยู่แล้ว และที่อุตส่าห์มาตายต่อหน้าเขาก็เพื่อมอบวาสนาแห่งโชคลาภให้เขาต่างหาก
คิดได้ดังนั้น ลู่หมิงก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก การฆ่าเซียนตายหมายความว่าเขาจะไม่ต้องติดคุก
ท้ายที่สุดแล้ว ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร กฎเกณฑ์ที่แท้จริงคือการเข่นฆ่าเพื่อแย่งชิงสมบัติ และผู้แข็งแกร่งคือผู้รอดชีวิต
พวกทางการของโลกมนุษย์ไม่มีทางมาใส่ใจ ไม่กล้าเข้ามายุ่ง และถึงอยากจะยุ่งก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
อีกอย่าง ต่อให้เขาป่าวประกาศออกไปว่าตัวเองเป็นคนฆ่า ก็คงไม่มีใครหน้าไหนเชื่อหรอก!
เมื่อสงบสติอารมณ์ลงได้ สายตาของลู่หมิงก็ตวัดไปมองกระบี่ที่ตกอยู่บนพื้น มันคือกระบี่วิญญาณที่กำลังส่องประกายเรืองรองอยู่จริงๆ ด้วย
ลู่หมิงรีบคว้ากระบี่เล่มนั้นขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น "ต้าหวง แกดูนี่สิ นี่มันกระบี่วิญญาณของแท้เลยนะ!"
ต้าหวงกระดิกหางริกๆ แล้วเดินเข้ามาเคล้าเคลียข้างกายลู่หมิง แววตาของมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น กระบี่วิญญาณเล่มนี้ดูไม่ธรรมดาจริงๆ แฮะ!
"แหงสิวะ"
ลู่หมิงลองกวัดแกว่งกระบี่วิญญาณในมือไปมาสองสามครั้ง ก่อนจะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
เขาคือตัวเอกของแท้และแน่นอน ขนาดกระบี่วิญญาณเล่มนี้พอมาอยู่ในมือเขา ก็ยังดูส่องประกายเจิดจ้าขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
แต่หลังจากนั้นไม่นาน ลู่หมิงก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เขาควรทำในตอนนี้คือการรีบทำลายหลักฐานให้สิ้นซาก เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อาวุโสในสำนักของคนตายตามมาเช็คบิลเขาถึงที่
"ต้าหวง เรารีบจัดการอำพรางศพหมอนี่กันก่อนเถอะ ขืนปล่อยให้พวกผู้อาวุโสในสำนักมันตามรอยมาเจอ พวกเราได้ซวยแน่ ถ้าโดนจับได้ ข้าคงโดนบีบคอคายคาที่ ส่วนแกก็คงโดนเอาไปทำหม้อไฟเนื้อหมาแหงๆ"
ต้าหวงถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัว เมื่อจินตนาการถึงภาพที่ตัวเองโดนถลกหนังแล้วเอาไปต้มเปื่อยอยู่ในหม้อไฟ
มันหวาดกลัวจนเริ่มเดินวนไปวนมารอบๆ ศพอย่างลุกลี้ลุกลน
เร็วเข้าสิลูกพี่ เราจะจัดการซากหมอนี่ยังไงดี?
"ก่อนอื่น รูดทรัพย์ของมีค่าบนตัวมันมาก่อนก็แล้วกัน"
ว่าแล้ว ลู่หมิงก็ลูบคลำสำรวจศพตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่กลับพบเพียงเครื่องประดับที่มีลักษณะคล้ายถุงผ้าห้อยอยู่ที่เอวเท่านั้น
ดวงตาของลู่หมิงเบิกกว้างเป็นประกาย นี่มันต้องเป็นถุงเก็บของวิเศษแน่ๆ เลยใช่ไหมเนี่ย?
หลังจากปลดถุงเก็บของออกมาได้ ลู่หมิงก็จัดการยัดมันเข้าไปซุกซ่อนไว้ในเป้ากางเกงของตัวเองทันที
ต้าหวงเบิกตากว้างจ้องมองการกระทำอันแสนอุบาทว์ของลู่หมิงด้วยสีหน้าสยดสยอง
มันรับไม่ได้จริงๆ ที่ลู่หมิงเอาถุงเก็บของไปซุกไว้ในเป้ากางเกงแบบนั้น มันไม่เหม็นอับแย่รึไง? แล้วมันไม่เสียดสีจนถลอกหรือไงวะ?
"ต้าหวง แกไม่เข้าใจหรอก ซ่อนไว้ตรงนี้แหละปลอดภัยสุดๆ"
สายตาของหมาอย่างต้าหวงเต็มไปด้วยความพูดไม่ออก ปลอดภัยกับผีสิ
"ตอนนี้พวกเราเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาที่ไม่มีพลังบำเพ็ญเพียรใดๆ นะเว้ย เกิดมีใครมาเห็นถุงเก็บของแล้วแย่งชิงไป พวกเราจะทำยังไงล่ะ?"
"โฮ่ง~"
ต้าหวงกระดิกหาง แกก็แค่ยัดถุงเก็บของเข้าไปในเสื้อ แค่นี้ก็ไม่มีใครรู้แล้วป่าววะ!
ลู่หมิงหันไปมองหน้าต้าหวงด้วยสายตาไม่เห็นด้วย
"ต้าหวงเอ๊ย แกนี่ยังไม่เคยโดนความโหดร้ายของสังคมตบสั่งสอนสินะ!"
"ถ้าพวกเราบังเอิญไปเจอผู้บำเพ็ญเพียรเข้า พวกนั้นอาจจะใช้สัมผัสเทวะสแกนตรวจดูตัวเราก็ได้"
"ถ้าเป็นแบบนั้นเราก็ความแตกสิ! แต่ถ้าข้าเอาถุงเก็บของไปซ่อนไว้ตรงเป้ากางเกง พวกนั้นคงหน้าบางเกินกว่าจะเอาสัมผัสเทวะมาสแกนดูเป้าคนอื่นหรอกมั้ง จริงไหมล่ะ?!"
พูดถึงตรงนี้ ลู่หมิงก็ชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเสริมต่อว่า
"โดยเฉพาะพวกผู้บำเพ็ญเพียรหญิงน่ะ"
ต้าหวงทำหน้างุนงง มันเป็นแบบนั้นหรอกเหรอ? ฟังดูไปดูมา มันก็มีเหตุผลดีเหมือนกันแฮะ?
หลังจากโดนลาเตะหัวจนเพี้ยนไป ลูกพี่คนนี้นี่มันไม่ธรรมดาเลยจริงๆ