เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 เริ่มต้นแล้ว!

บทที่ 36 เริ่มต้นแล้ว!

บทที่ 36 เริ่มต้นแล้ว!


บทที่ 36 เริ่มต้นแล้ว!

วันที่จางเซียวอดีตทหารหน่วยรบพิเศษมาถึง เขากับเผิงฮ่าวก็เข้าสู่สภาวะการฝึกซ้อมทันที

สนามฝึกตั้งอยู่บริเวณด้านหลังอาคารเก่าแห่งนี้ เป็นสนามขี่ม้าที่มีความยาวประมาณหนึ่งร้อยเมตร……

ลู่หลียืนดูอยู่ข้างๆ ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าฟ้าเริ่มมืดลง เขาก็หันหลังเตรียมตัวกลับบ้าน

ในช่วงไม่กี่วันนี้ พวกเขาได้ย้ายจากแถบชานเมืองเข้ามาอยู่ที่กรีนทาวน์หวงผู่เบย์ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำแล้ว

จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น ไปยังกรีนทาวน์หวงผู่เบย์นั้นไม่ไกลนัก ลู่หลีขี่จักรยานคานคู่ทรงโบราณคันหนึ่งที่หาได้จากโรงรถของอาคารเก่า ซึ่งเป็นแบบที่พวกศาสตราจารย์อาวุโสในมหาวิทยาลัยมักจะชอบขี่กัน เขาใช้เวลาประมาณสามสิบนาทีก็กลับถึงหมู่บ้าน

ในลานจอดรถใต้ดิน เขาจอดจักรยานไว้ตรงกลางช่องจอดรถของตัวเอง จากนั้นก็ล็อกกุญแจ ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าที่ยับย่นเล็กน้อย แล้วเดินไปยังโถงลิฟต์ที่อยู่ใกล้ๆ

ในตอนนี้เอง

เบื้องหลังของลู่หลี มีเสียงที่จงใจกดให้ต่ำและดูตื่นเต้นดังแว่วมา

ลู่หลีที่กำลังรอลิฟต์อยู่และไม่มีอะไรทำ จึงกวาดสายตาเรียบเฉยไปตามเสียงนั้น

เป็นเด็กสาวที่ดูมีพลัง มัดผมทรงทวินเทล สวมชุดสไตล์โลลิต้า ในมือถือไม้เซลฟี่ ดูเหมือนเธอกำลังทำไลฟ์สดอยู่

“เพื่อนๆ ชาวเน็ตคะ ยินดีกับฉันด้วยที่ลอบเข้ามาในกรีนทาวน์หวงผู่เบย์ คฤหาสน์หรูชื่อดังของเซี่ยงไฮ้ได้สำเร็จ ตอนนี้ฉันอยู่ในลานจอดรถใต้ดินของหวงผู่เบย์แล้วค่ะ……”

“ฉันจะพาทุกคนไปดูว่า เจ้าของคฤหาสน์หรูที่มีราคาเฉลี่ยสามสิบล้านขึ้นไปเหล่านี้เขาขับรถอะไรกันบ้าง!”

“เบนซ์ เอสคลาส… ปอร์เช่… มาเซราติ……”

วีเจสาวในชุดโลลิต้าส่งเสียงอุทานออกมาไม่หยุดพลางพึมพำ

ทันใดนั้นเอง

เธอดูกับว่าเพิ่งจะค้นพบอะไรบางอย่าง เห็นเพียงดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นมาทันที แล้วก็ร้อง “ว้าว” ออกมาคำหนึ่ง

“เพื่อนๆ คะ!”

“ทายสิว่าฉันเห็นอะไร!”

วีเจสาวโลลิต้ากล่าวเช่นนั้น จากนั้นก็วิ่งไปที่หน้าช่องจอดรถของลู่หลี แล้วหันเลนส์กล้องไปที่ ‘จักรยานคานคู่’ คันนั้น!

“ฉันเห็นจักรยานค่ะ! แถมยังเป็นยี่ห้อฟีนิกซ์แบบคานคู่ด้วย!”

วีเจสาวเน้นย้ำทีละคำ

บนหน้าจอโทรศัพท์ของเธอถูกถล่มด้วยข้อความแชทในพริบตา……

“นี่อาจจะเป็นรสนิยมเหนือระดับของพวกเศรษฐีตีนโตก็ได้นะ!”

“ฉันลองเช็คดูแล้ว ช่องจอดรถของกรีนทาวน์หวงผู่เบย์ ช่องหนึ่งราคาก็ล้านกว่าหยวนแล้ว……”

“ในช่องจอดรถราคาขนาดนี้ กลับมีจักรยานยี่ห้อฟีนิกซ์คานคู่จอดอยู่คันเดียว ไม่อยากจะเชื่อเลยใช่ไหมล่ะ?”

วีเจสาวโลลิต้ากล่าวด้วยน้ำเสียงทึ่งจัด

……

‘ติ๊ง!’

ในตอนนี้เอง ลิฟต์ได้มาถึงพอดี

ลู่หลีหัวเราะเบาๆ หันหลังเดินเข้าไปในลิฟต์

เขาแตะบัตร ปุ่มกดชั้นยี่สิบสี่ภายในลิฟต์จึงสว่างขึ้น

เมื่อลิฟต์จอดที่ชั้นหนึ่ง มีหญิงสาววัยทำงานที่สวมแว่นตากรอบทอง ดูมีความรู้และมีบุคลิกแบบสาวเย็นชาผู้เคร่งครัดคนหนึ่งเดินเข้ามา

“สวัสดีค่ะ”

หญิงสาวมองมาที่ลู่หลี พยักหน้าเล็กน้อยและเอ่ยทักทาย

“สวัสดีครับ”

ลู่หลีพยักหน้าตอบ

ผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนบ้านของลู่หลี ชื่อว่าจูเสวี่ยฉิง

ภายในลิฟต์ ทั้งสองคนไม่ได้พูดคุยอะไรกันต่อ

ไม่นานนัก ก็ถึงชั้นยี่สิบสี่

ลู่หลีผายมือเชิญ ให้จูเสวี่ยฉิงออกจากลิฟต์ก่อน

จูเสวี่ยฉิงหยิบกุญแจออกมา ทันทีที่เปิดประตูห้อง ก็ได้ยินเสียงไอถี่ๆ ดังออกมาจากข้างใน สีหน้าของเธอฉายแววลนลานและรีบวิ่งเข้าไปทันที……

ลู่หลีปรายตามองเข้าไปในห้องนั้นแล้วส่ายหน้า

จูเสวี่ยฉิงคนนี้มาจากครอบครัวผู้ดีเก่า ตอนอายุยี่สิบกว่าปีเธอยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่เคยเห็นหน้าตามคำสั่งของพ่อ แต่คิดไม่ถึงว่าหลังจากแต่งงานมาแล้ว เธอถึงได้รู้ความจริงว่าสามีของเธอป่วยเป็นโรคประหลาดมานาน มีอาการไอ อ่อนเพลีย ใบหน้าซีดเซียว และผอมจนเหลือแต่กระดูก…… ไม่ว่าจะตรวจในประเทศหรือต่างประเทศก็หาสาเหตุไม่พบ

ลู่หลีเคยเห็นผู้ชายคนนั้น และเห็นข้อมูลบนศีรษะของเขา ซึ่งคงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่ปี

น่าเสียดายที่อายุยังน้อย แต่กลับต้องเตรียมตัวเป็นหม้ายเสียแล้ว

ลู่หลีถอนความคิดกลับมา พลางหาวออกมาหนึ่งหวอด แล้วหยิบกุญแจจากกระเป๋ามาเปิดประตูบ้านของตัวเอง

หยางเจินเอ๋อกลับมาแล้ว และกำลังยุ่งอยู่ในห้องครัว

เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวที่โถงทางเข้า เธอก็รีบชะโงกหน้าออกมา ส่งยิ้มหวานให้ลู่หลีแล้วตะโกนบอกว่า

“กับข้าวใกล้จะเสร็จแล้ว รออีกแป๊บเดียวนะ!”

ลู่หลีพยักหน้าและตอบรับสั้นๆ ว่า

“รับทราบ”

หยางเจินเอ๋อคนนี้ถือว่าไม่เลวเลยจริงๆ รู้จักประเมินสถานการณ์ได้ดี เธอรู้ว่าตัวตนระดับลู่หลีที่มีต่อเธอนั้น ความปรารถนาในการครอบครองอาจจะมีมากกว่าความรู้สึกรักใคร่จริงๆ

แต่เธอไม่ได้ใส่ใจ และไม่เคยคิดจะผูกมัดลู่หลี

เธอเพียงแค่พยายามทำหน้าที่ที่ควรทำอย่างสุดความสามารถ เช่น ทำความสะอาดบ้าน เตรียมมื้อค่ำ……

เพื่อให้ลู่หลีพอจะนึกถึงเธอได้บ้าง แม้จะเป็นเพียงพื้นที่เล็กๆ เท่าปลายนิ้วก้อยก็ตาม

ลู่หลีนั่งลงที่โต๊ะอาหารโดยไม่มีท่าทีจะขยับไปไหน

ไม่นานนัก หยางเจินเอ๋อก็ยกกับข้าวสามอย่างและซุปสองอย่างมาวาง

เธอตักข้าวให้ลู่หลีก่อน แล้วจึงตักให้ตัวเองหนึ่งชาม

ระหว่างมื้ออาหาร ลู่หลีก็พูดคุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไปกับหยางเจินเอ๋อไปเรื่อยๆ……

“จริงด้วย ในนี้มีเงินหนึ่งล้านหยวน เอาไว้ให้เธอใช้จ่ายส่วนตัวนะ”

หลังจากทานเสร็จ หยางเจินเอ๋อลุกขึ้นเก็บถวานชาม ในตอนนี้ลู่หลีก็หยิบบัตรธนาคารใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า ยื่นให้เธอแล้วกล่าวว่า

“รหัสคือหนึ่งสองสามสี่ห้าหก”

พูดจบ ลู่หลีก็ลุกขึ้นเดินไปที่ห้องนั่งเล่น นั่งลงบนโซฟาอย่างสบายอารมณ์

หยางเจินเอ๋อหน้าแดงระเรื่อพลางเก็บรักษาบัตรธนาคารไว้อย่างระมัดระวัง แล้วทำงานบ้านต่อไป

สายตาของลู่หลีมองตามแผ่นหลังของหยางเจินเอ๋อ ไล่จากฝ่าเท้าขาวเนียนขึ้นไปยังข้อเท้าเล็กๆ และรูปร่างที่งดงาม……

นี่คือร่างกายที่เขาสามารถครอบครองได้ทุกเมื่อ ไม่นาน ลู่หลีก็ถอนสายตากลับมา

……

เวลาหนึ่งทุ่มตรงของจีน และเป็นเวลาหกโมงเช้าของนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ในห้องเช่าที่ไม่ใหญ่โตนัก ห่างจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์กในแมนแฮตตันออกไปสามกิโลเมตร

ภายในห้องมีเสียงหอบหายใจหนักหน่วงดังขึ้น

โรเบิร์ต แทปแพน มอร์ริส ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย เขารู้สึกว่าในวินาทีนี้ ทุกเซลล์ในร่างกายกำลังตื่นตัว แม้แต่อาการปวดที่ส่งมาไม่ขาดสายก็ดูเหมือนจะบรรเทาลงไปมาก

“เริ่มแล้ว”

มอร์ริสโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น

จบบทที่ บทที่ 36 เริ่มต้นแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว