- หน้าแรก
- สโมสรนิรันดร์ เหนือสวรรค์ ฝืนชะตา
- บทที่ 6 พ่อค้าเวลา·ลู่หลี
บทที่ 6 พ่อค้าเวลา·ลู่หลี
บทที่ 6 พ่อค้าเวลา·ลู่หลี
บทที่ 6 พ่อค้าเวลา·ลู่หลี
ลู่หลีซื้อซิมการ์ดโทรศัพท์แบบไม่ระบุตัวตนที่ข้างทาง แล้วเปลี่ยนใส่เข้าไปในโทรศัพท์ของเขา
เขาเดินเท้าไปตามถนนจ้างจงในเขตหวงผู่ หากเดินต่อไปอีกนิด ก็จะถึงถนนคนเดินจินหลิงที่มีชื่อเสียงของเซี่ยงไฮ้
วันนี้อากาศในเซี่ยงไฮ้ดีมาก ท้องฟ้าสีครามสดใสราวกับถูกชะล้างมาอย่างดี เหมือนกับอารมณ์ของลู่หลีในวันนี้……
ตลอดสี่ปีของการทำงาน ฝีเท้าของเขามักจะรีบเร่งอยู่เสมอ น้อยครั้งนักที่จะเป็นเหมือนตอนนี้ ที่รู้สึกสบายใจและผ่อนคลายจากก้นบึ้งของหัวใจ
สายตาของเขาปัดผ่านเหล่าคนเดินถนนที่สัญจรไปมาอย่างไม่ใส่ใจ……
เขามองดูชุดข้อมูลที่ปรากฏอยู่บนศีรษะของเหล่าคนเดินถนนเหล่านั้น:
‘ชื่อ: จางเหวินเทา’
‘อายุ: 35 ปี’
‘อายุขัยที่เหลือ: 22 ปี 35 วัน 12 ชั่วโมง 56 นาที 18 วินาที’
‘ชื่อ: จางเสี่ยว’
‘อายุ: 27 ปี’
‘อายุขัยที่เหลือ: 52 ปี 32 วัน 8 ชั่วโมง 16 นาที 27 วินาที’
‘ชื่อ: ซือปี้จวิน’
‘อายุ: 24 ปี’
‘อายุขัยที่เหลือ: ……’
……
มันเป็นความรู้สึกที่วิเศษมาก ราวกับเป็นยมทูต หรือเทพเจ้าที่สามารถกุมชะตาชีวิตของสรรพสัตว์ได้
ลู่หลีหยุดฝีเท้า ครุ่นคิดอย่างละเอียด เขาต้องการหาคำนิยามมาบรรยายความรู้สึกในยามนี้
‘ความโชคดี, ความตื่นเต้น, ความเหนือกว่า, ความทะเยอทะยาน…’
ตัวเลขการนับถอยหลังที่แสดงถึงชีวิตบนศีรษะของทุกคนล้วนค่อยๆ ลดลงจนกลายเป็นศูนย์อย่างต่อเนื่อง ช่างเย็นชาและไร้ความปราณี……
ลู่หลีก้าวเดินต่อไป เขาเดินเข้าสู่ถนนคนเดินจินหลิง เพื่อต้องการค้นหา ‘กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย’ ของเขา
แม้จะเป็นพฤติกรรมการซื้อขายที่เกิดจากความสมัครใจอย่างสมบูรณ์
แต่ลู่หลีก็ยังหวังว่า ‘ผู้ขายเวลา’ รายแรกของเขาจะมีอายุขัยที่เหลืออยู่ยาวนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
หน้าประตูห้างสรรพสินค้าหย่งอัน ชายหนุ่มคนหนึ่ง หรือจะบอกว่าเป็นร่างที่สวมชุดมาสคอตคุมะมงอยู่ ได้ดึงดูดความสนใจของลู่หลี
ลู่หลีมองดูข้อมูลบนศีรษะของเขา:
‘ชื่อ: เจิ้งป๋อเหวิน’
‘อายุ: 21 ปี’
‘อายุขัยที่เหลือ: 65 ปี 126 วัน 13 ชั่วโมง 49 นาที 17 วินาที’
ลู่หลีรู้สึกว่า เขาได้เจอลูกค้ารายแรกของเขาแล้ว
ประการแรกคือยังหนุ่ม เมื่อรวมกับอายุขัยที่เหลือเขาสามารถอยู่ได้ถึงอายุเหือบแปดสิบเจ็ดปี
ประการต่อมา ด้วยวัยยี่สิบเอ็ดปี หากเป็นนักศึกษา เขาก็ควรจะกำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย
การออกมาทำงานพิเศษในฐานะนักศึกษา แสดงว่าฐานะทางการเงินทั่วไป หรืออย่างน้อยก็มีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากในระยะสั้น
หากไม่ใช่คนเรียนหนังสือ แต่ยังออกมาทำงานพิเศษแบบนี้ หมายความว่าระดับการศึกษาต้องค่อนข้างต่ำ และฐานะทางการเงินค่อนข้างลำบาก
ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ก็ล้วนเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของลู่หลีทั้งสิ้น
ลู่หลียืนสังเกตการณ์ร่างคุมะมงอยู่จากที่ไกลๆ ในจุดไม่เป็นที่สังเกต……
ตลอดช่วงเช้า ชายหนุ่มที่สวมชุดคุมะมงคนนี้แทบจะไม่หยุดพักจากการแจกใบปลิวและทำท่าทางน่ารักเลย
จนกระทั่งเวลาบ่ายโมงสามสิบนาที
ในที่สุดคุมะมงก็เลิกงาน
เขาถอดหัวตุ๊กตาออก เผยให้เห็นใบหน้าสะอาดสะอ้านของชายหนุ่มคนหนึ่ง เส้นผมและแก้มล้วนเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ……
ชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนผู้จัดการห้างเดินออกมา จ่ายค่าแรงสองร้อยหยวนให้กับชายหนุ่มที่ชื่อเจิ้งป๋อเหวินคนนี้
เจิ้งป๋อเหวินรับเงินมา ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่สดใสและกล่าวขอบคุณซ้ำๆ
เขาถอดชุดหมีออก เดินจากห้างหย่งอันไป เตรียมหาของกินรองท้องสักร้าน ก่อนจะไปทำงานพิเศษที่ร้านเคเอฟซีเป็นที่ถัดไป
เจิ้งป๋อเหวินเดินเข้าไปนั่งในร้านบะหมี่ราคาถูกร้านหนึ่ง
เขาทันทีที่เขานั่งลง ที่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ ชายหนุ่มคนหนึ่งก็ตามมานั่งลงทันที
เจิ้งป๋อเหวินเงยหน้าขึ้นมองแวบหนึ่ง บนใบหน้ายังปรากฏรอยยิ้มอยู่บ้าง
ชายหนุ่มคนนี้ก็คือลู่หลีนั่นเอง
“สวัสดี”
ลู่หลีมองไปที่เจิ้งป๋อเหวินแล้วเอ่ยทัก
ในขณะเดียวกัน ความคิดหนึ่งก็เกิดขึ้น
‘โปรดเลือกจำนวนเท่าของเวลา’
‘หนึ่งร้อยเท่า’
ข้อมูลที่ต่อเนื่องกันปรากฏขึ้นในใจของลู่หลี
เขาตอบสนองด้วยการเร่งเวลาหนึ่งร้อยเท่า ซึ่งนี่คือขีดจำกัดสูงสุดที่เขาสามารถทำได้ในตอนนี้ หากจะเพิ่มมากกว่านี้ ลู่หลียังไม่สามารถทำได้
นอกจากนี้ ครั้งนี้ลู่หลีไม่ได้เพียงแค่เร่งเวลาของตัวเองเท่านั้น แต่เขายังขยายขอบเขตของอาณาเขตเวลาออกไป ครอบคลุมเจิ้งป๋อเหวินเข้าไปด้วย
บรรยากาศอันลึกลับแผ่ซ่านออกไปอย่างรวดเร็ว!
ตามขอบเขตเวลาที่ก่อตัวขึ้น พื้นที่ที่ลู่หลีและเจิ้งป๋อเหวินอยู่นั้นถูกแยกออกจากโลกภายนอกในทันที
ทุกสิ่งภายนอก ในสายตาของลู่หลีและเจิ้งป๋อเหวินในยามนี้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงหรือการเคลื่อนไหว ล้วนช้าลงไปหนึ่งร้อยเท่า!
แทบจะอยู่ในสภาวะหยุดนิ่ง!
เจิ้งป๋อเหวินพบความผิดปกติอย่างรวดเร็ว เขาเบิกตากว้าง มองไปรอบๆ
เขาพบว่า ลูกค้าคนอื่นๆ รอบตัว และคนเดินถนนนอกร้าน ราวกับถูกกดปุ่มหยุดนิ่งเอาไว้!
เขาหันขวับกลับมา เบิกตากว้าง มองไปที่ ‘ลู่หลี’ ที่กำลังยิ้มบางๆ
“สวัสดี”
ลู่หลีกล่าวอย่างใจเย็นอีกครั้ง
“นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
“คุณเป็นคนทำเหรอ?”
“คุณเป็นใครกันแน่?!”
สภาพจิตใจของเจิ้งป๋อเหวินนับว่าเหนือความคาดหมายของลู่หลีอยู่บ้าง แม้จะดูออกว่าเขาตกใจกับภาพประหลาดตรงหน้า แม้ร่างกายจะเกร็งเครียด แต่เขาก็ยังพยายามรักษาความสงบไว้อย่างสุดความสามารถ
ถึงขั้นที่ว่า เขาสามารถคาดเดาสาเหตุของเหตุการณ์เหนือธรรมชาติครั้งนี้ได้อย่างรวดเร็ว ว่าน่าจะมาจากชายหนุ่มที่ดูสงบนิ่งตรงหน้าเขา
ลู่หลีค่อนข้างพอใจกับปฏิกิริยาของเจิ้งป๋อเหวิน เขาใช้ลูกเล่นใหญ่โตขนาดนี้เพื่อแสดงอำนาจออกมา ก็เพื่อสร้างบรรยากาศแบบนี้ขึ้นมานั่นเอง
ไม่อย่างนั้น เขาคิดว่าถ้าอยู่ดีๆ มีคนวิ่งเข้ามาบอกว่าจะขอซื้อเวลาของคุณ มีโอกาสสูงมากที่จะถูกมองว่าเป็นคนบ้า คนเสียสติ หรือคนโง่
“ขออนุญาตแนะนำตัวสักนิด”
ลู่หลีชะงักไปเล็กน้อย เผยรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนออกมา จากนั้นเขาก็กล่าวอย่างไม่รีบร้อนว่า:
“คุณสามารถเรียกผมว่า……”
“พ่อค้าเวลา!”