- หน้าแรก
- สูตรลับชานมสะท้านภพ
- บทที่ 18: สินค้ามีจำนวนจำกัด
บทที่ 18: สินค้ามีจำนวนจำกัด
บทที่ 18: สินค้ามีจำนวนจำกัด
บทที่ 18: สินค้ามีจำนวนจำกัด
"ข้าเพิ่ง... ฝันไปเมื่อไม่นานมานี้เจ้าค่ะ ในฝันข้าพบว่าผลไม้น่าจะสามารถนำมาทำเป็นน้ำผลไม้ได้ บังเอิญวันนั้นเราเก็บผลร้อยหอมมาได้เยอะพอดี ข้าก็เลยลองทำดู ปรากฏว่ามันอร่อยมาก วันนี้ข้าไปที่เหลาอาหารแล้วลองทำให้ลูกค้าชิมดู พวกเขาก็ต่างบอกว่าอร่อยกันทั้งนั้นเจ้าค่ะ"
สมองของนางหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว และนี่คือข้ออ้างที่นางพอนึกออก
"ข้าก็เลยคิดว่า ในเมื่อผลร้อยหอมเอามาทำน้ำผลไม้ได้ ผลไม้อื่นๆ ก็ย่อมทำได้เช่นกันเจ้าค่ะ"
คำอธิบายของนางดูเหมือนจะไม่มีช่องโหว่ใดๆ ให้จับผิด
ท่านย่ารู้ดีว่าเย่ชิงเหยียนเป็นเด็กสาวที่ฉลาดหลักแหลมมาแต่ไหนแต่ไร ดังนั้นการที่นางจะคิดเรื่องพวกนี้ออกก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
เมื่อคลายความสงสัยลง หญิงชราก็จิ้มหน้าผากเย่ชิงเหยียนด้วยความเอ็นดูพลางกล่าวว่า "เจ้านี่ช่างสรรหาความคิดพิลึกพิลั่นนักเชียว แม่หนูน้อย"
เมื่อเห็นว่าท่านย่าเชื่อ เย่ชิงเหยียนก็ลอบถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
นางเข้าไปควงแขนท่านย่าอย่างออดอ้อน "แน่นอนสิเจ้าคะ มิฉะนั้นข้าจะหาเงินทองมากมายมาให้ท่านย่าได้อยู่อย่างสุขสบายได้อย่างไรเล่า?"
ขอบตาของท่านย่ารื้นขึ้นเล็กน้อย นางตบมือเย่ชิงเหยียนเบาๆ แล้วทอดถอนใจ "ย่าไม่ได้ต้องการเงินทองอะไรมากมายหรอก ขอแค่เจ้าอยู่ดีมีสุขและรีบมีหลานชายตัวอ้วนจ้ำม่ำให้ย่าอุ้มเร็วๆ ย่าก็พอใจแล้วล่ะ"
อารมณ์ดีๆ ของเย่ชิงเหยียนร่วงดิ่งลงเหวทันทีเพราะคำว่า 'หลานชายตัวอ้วนจ้ำม่ำ' ที่ท่านย่าพูดถึง
เร่งรัดให้นางมีลูกทุกวัน เร่งรัดอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน
นางเงยหน้ามองฟ้า ทว่าหางตากลับเหลือบไปเห็นจางถิงที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าวโดยไม่ได้ตั้งใจ นางเห็นเขากำลังยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และลำพองใจสุดๆ
นางถลึงตาใส่เขาอย่างดุเดือดก่อนจะเมินหน้าหนี
"ท่านย่า ข้าไปทำกับข้าวก่อนนะเจ้าคะ" นางลุกขึ้นยืนแล้วพูดด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อย
ท่านย่ารู้สึกจนใจ ได้แต่ปล่อยนางไป
"พอพูดเรื่องมีลูกทีไรก็ทำท่าทางแบบนี้ทุกที ไม่รู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่นะแม่หนู" นางบ่นพึมพำกับตัวเอง
แต่ไม่ว่าเย่ชิงเหยียนจะต่อต้านการมีลูกแค่ไหน นางก็ต้องหาวิธีทำให้หลานสาวตั้งครรภ์ให้เร็วที่สุดให้ได้ นางต้องทำให้มั่นใจว่านายท่านและฮูหยินผู้ล่วงลับจะมีทายาทสืบสกุลโดยเร็วที่สุด
เย่ชิงเหยียนไม่เข้าใจความลับในใจของท่านย่า ทั้งยังไม่รับรู้ถึงความคาดหวังของนาง
นางง่วนอยู่กับการทำอาหารในครัว ครอบครัวของนางไม่ได้ร่ำรวยและไม่มีเนื้อสัตว์ให้กิน มีเพียงฟักทอง ถั่วแขก และผักกาดขาวนิดหน่อยที่ท่านย่าเพิ่งเก็บมาจากแปลงผัก
แต่ถึงแม้วัตถุดิบจะขาดแคลนเพียงใด สำหรับเย่ชิงเหยียนผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร นางก็ยังสามารถรังสรรค์ของอร่อยจากสิ่งเหล่านี้ได้เสมอ
ยังมีแป้งข้าวเหนียวเหลืออยู่บ้างจากการทำขนมเข่งเมื่อตอนปีใหม่ นางจึงตัดสินใจทำขนมฟักทองทอด
นางปอกเปลือกและหั่นฟักทองเป็นชิ้น นำไปนึ่งในหม้อจนสุก บดให้ละเอียด ผสมกับแป้งข้าวเหนียวให้เข้ากัน นวดจนเป็นก้อนแป้ง จากนั้นก็ปั้นเป็นก้อนกลมๆ ด้วยมือ แล้วกดให้แบนเป็นแผ่นความหนาเท่าๆ กัน เมื่อเตรียมเสร็จ นางก็ทาน้ำมันลงบนกระทะ พออุณหภูมิน้ำมันได้ที่ก็นำแผ่นแป้งฟักทองลงไปทอดจนเหลืองกรอบทั้งสองด้าน ขนมฟักทองทอดหอมกรุ่นก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
เมื่อได้กลิ่นหอมของขนมฟักทองทอด เย่ชิงเหยียนก็รู้สึกเสียดายที่ที่บ้านไม่มีงาดำหรืองาขาวเลย มิฉะนั้นมันคงจะหอมน่ากินยิ่งกว่านี้
หลังจากทำขนมฟักทองทอดเสร็จ นางก็ไปหาไข่ไก่มาได้สองฟองจากเล้าไก่ นำมาทำซุปไข่ และผัดถั่วแขกอีกหนึ่งจาน อาหารเย็นก็เป็นอันพร้อมสรรพ
ขนมฟักทองทอดหนึ่งจานถูกยกออกมา พร้อมด้วยซุปไข่และผัดถั่วแขก แม้จะไม่ใช่อาหารเลิศรสที่หาทานยาก แต่มันก็มีรสชาติที่อร่อยล้ำยิ่งกว่าอาหารเหลาเสียอีก
เมื่อมองดูอาหารเรียบง่ายบนโต๊ะ ความอบอุ่นสายหนึ่งก็ไหลผ่านมุมหนึ่งในหัวใจของจางถิง
"เหตุใดถึงทำขนมฟักทองทอดล่ะ?" ท่านย่าเห็นว่ามีขนมฟักทองทอดจริงๆ ด้วย นางคิดว่าปกติจะทำขนมนี้ก็แค่ช่วงเทศกาลปีใหม่เท่านั้น วันธรรมดาทั่วไปไม่มีใครเขาคิดจะทำกันหรอก
"ดูเหมือนหลานสาวของย่าจะคิดได้แล้วจริงๆ ถึงได้รู้จักทำของอร่อยๆ ให้สามีกิน ดี ดีมาก"
"..."
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เย่ชิงเหยียนก็อยากจะกลอกตาขึ้นฟ้าจริงๆ
เหตุใดท่านย่าถึงต้องโยงความหลงใหลในการทำอาหารของนางไปหาจางถิงเสียทุกเรื่องด้วยนะ?
"ท่านย่า พูดเรื่องเหลวไหลอันใดกันเจ้าคะ?" นางทำปากยื่นอย่างแง่งอน ปรายตามองจางถิงด้วยความหงุดหงิด แล้วแค่นเสียงขึ้นจมูก
"ท่านย่า ข้าว่าขนมฟักทองทอดพวกนี้ก็น่าจะเอาไปขายได้เหมือนกันนะเจ้าคะ" นางไม่อยากคุยกับท่านย่าเรื่องการทำตัวอ่อนหวานกับสามี จึงต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง
เพิ่งจะพูดจบ นางก็ตระหนักได้ว่าความคิดนี้น่าจะเป็นไปได้จริงๆ
น้ำผลไม้แสนอร่อยสักแก้วทานคู่กับขนมฟักทองทอดที่ทั้งนุ่มและหนึบหนับ ถือเป็นรางวัลชิ้นเอกสำหรับต่อมรับรสเลยทีเดียว
"สามี ท่านสามารถหาแป้งข้าวเหนียวกับฟักทองจำนวนมากๆ มาให้ข้าได้แน่นอนใช่หรือไม่?" นางมองไปทางจางถิงพร้อมรอยยิ้มแฝงความนัย!
มีหรือที่จางถิงจะไม่เข้าใจความหมายแฝงของนาง? นางต้องการให้เขาเอาไม่เพียงแต่ผลไม้กลับมา แต่ยังรวมถึงฟักทองและแป้งข้าวเหนียวด้วย
"เด็กคนนี้นี่ เจ้าจะให้จางถิงไปหามาจากที่ใดกัน? ที่บ้านก็เหลือเงินอยู่อีกไม่มาก จางถิงเองก็ไม่มีเงินติดตัวสักอีแปะเดียว..." พอได้ยินคำพูดของเย่ชิงเหยียน ท่านย่าก็รีบออกรับแทนจางถิงทันที
"ท่านย่า ในเมื่อข้าเป็นสามีของชิงเหยียน ไม่ว่าชิงเหยียนต้องการสิ่งใด ข้าย่อมต้องหามาให้นางให้ได้อยู่แล้วขอรับ มิฉะนั้นข้าจะคู่ควรเป็นสามีของนางได้อย่างไร?"
จางถิงพูดแทรกขึ้นมา ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ
เมื่อเห็นเขามั่นใจถึงเพียงนั้น เย่ชิงเหยียนกลับรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ แทน
"ให้มันจริงเถอะ" นางยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่ดูยั่วยุ
"ไม่ต้องห่วงหรอกภรรยา สามีผู้นี้ไม่ทำให้เจ้าผิดหวังแน่นอน"
จางถิงเผยรอยยิ้มเช่นกัน แต่รอยยิ้มของเขาแฝงไว้ด้วยบางสิ่งที่เย่ชิงเหยียนไม่อาจเข้าใจได้
"เห็นพวกเจ้ารักใคร่กลมเกลียวกันเช่นนี้ ย่าแก่ๆ คนนี้ก็วางใจได้เสียที" ท่านย่าเริ่มทอดถอนใจอีกครั้ง!
เย่ชิงเหยียนฟังแล้วก็รู้สึกงงงวย นางคว้าขนมฟักทองทอดมากัดอย่างแรง จินตนาการว่าขนมชิ้นนั้นคือจางถิงแล้วกัดกินอย่างดุเดือด
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น จางถิงก็ออกไปข้างนอก
ก่อนไป เขาก็ไม่ลืมที่จะโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเย่ชิงเหยียนต่อหน้าท่านย่าว่า "ภรรยา ข้าคิดว่าตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป เจ้ากับข้าจะได้นอนเตียงเดียวกันอย่างแน่นอน"
เขาพูดจาด้วยท่าทีหยิ่งผยองและมั่นใจเหลือเกิน
เย่ชิงเหยียนกลอกตาใส่เขาอย่างเหยียดหยาม ก่อนจะเค้นสองคำลอดไรฟัน "หน้าไม่อาย"
จางถิงไม่ได้มีท่าทีรำคาญใจ และไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรผิด ซ้ำยังจ้องตานางกลับด้วยสายตาที่สื่อว่าการที่เขาอยากนอนเตียงเดียวกับนางเป็นเรื่องชอบธรรมที่สุดแล้ว ทำเอาเย่ชิงเหยียนโกรธจนอยากจะตบเขาให้ตายคามือ
จางถิงจากไปแล้ว และท่านย่าก็ออกไปทำนา อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครอยู่ เย่ชิงเหยียนจึงแวบเข้าไปในห้วงมิติ
ในห้วงมิตินั้น ต้นผลร้อยหอมที่นางปลูกไว้ก่อนหน้านี้กำลังเติบโตอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งรวดเร็วกว่าโลกภายนอกมากนัก
นางดีใจมาก ตราบใดที่มีผลร้อยหอมอยู่ในมิติ ต่อให้ผลไม้บนภูเขาจะถูกเก็บไปจนหมด นางก็ไม่ต้องกลัวว่าของจะขาดตลาดเลย
ผักในแปลงนาวิญญาณเติบโตจนเก็บเกี่ยวได้อีกครั้ง หลังจากที่นางทุ่มเทแรงกายแรงใจมาตลอดหลายวัน แปลงนาวิญญาณก็ได้รับการเลื่อนระดับเป็นระดับสิบสองแล้ว นางเก็บเกี่ยวผักไปได้ไม่น้อย รวมถึงฟักทองอีกกว่าสิบลูก
"พ่อครัวน้อย ข้าปลูกของต่างชนิดกันในแต่ละแปลงได้หรือไม่?"
ร้านชานมของนางจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบหลากหลายชนิด แม้ว่านางจะหาซื้อจากข้างนอกได้ แต่ของที่ปลูกในมิตินี้รสชาติต้องดีกว่าอย่างแน่นอน
"ได้สิขอรับ แต่เจ้านายต้องใช้เหรียญทองในการเลื่อนระดับแปลงนาวิญญาณนะ หากเจ้านายนำผักและผลไม้ออกไปข้างนอกหมด แล้วจะเอาอะไรมาแลกเปลี่ยนเพื่อเลื่อนระดับแปลงนาวิญญาณล่ะ?"
พ่อครัวน้อยบินโฉบไปมาตรงหน้านาง น้ำเสียงของมันดูไร้เดียงสาราวกับเสียงดนตรี
"ข้า... จะนำออกไปแค่บางส่วนเท่านั้น" เย่ชิงเหยียนครุ่นคิดอย่างรอบคอบ "ดังนั้นของในร้านชานมของข้าจะต้องขายในจำนวนจำกัด วิธีนี้ข้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยแทบขาดใจเพื่อผลิตของให้ทันขาย แถมยังช่วยให้ลูกค้าไม่รู้สึกเบื่อเวลาที่กินมันบ่อยๆ อีกด้วย"