- หน้าแรก
- ตำนานบรรพชนนักรบแห่งดวงดาวกลืนกิน
- บทที่ 23 ค่ายกลเก้ามายา
บทที่ 23 ค่ายกลเก้ามายา
บทที่ 23 ค่ายกลเก้ามายา
บทที่ 23 ค่ายกลเก้ามายา
"ที่แท้พลังจิตก็สามารถนำมาใช้แบบนี้ได้ด้วย!"
"เป็นอย่างนี้นี่เอง!"
"..."
ภายในห้องฝึกซ้อมของบ้านพักตากอากาศ หยางอู่พลิกอ่านสมุดบันทึกที่ได้มาจากผู้อาวุโสซือถูฮวนอย่างตั้งใจ เนื้อหาที่บันทึกไว้ไขข้อข้องใจเรื่องพลังจิตที่หยางอู่เคยมี ราวกับเมฆหมอกที่ปกคลุมถูกปัดเป่าออกไปจนเห็นท้องฟ้าอันสดใส
ภายในห้องฝึกซ้อมอันเงียบสงัด เขาเดี๋ยวก็ยิ้มปริ่ม เดี๋ยวก็ตื่นเต้นดีใจ เดี๋ยวก็ขมวดคิ้วครุ่นคิด เดี๋ยวก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ สีหน้าหลากหลายอารมณ์สลับสับเปลี่ยนไปมาบนใบหน้าของเขาอย่างไม่ขาดสาย
แม้ว่าเคล็ดวิชาลับสำหรับผู้ใช้พลังจิตที่ผู้อาวุโสซือถูฮวนได้มาจากซากอารยธรรมหมายเลข 9 ในอดีตนั้น จะเทียบไม่ได้กับเคล็ดวิชาลับสายควบคุม '312 รูปแบบพื้นฐาน' ที่หลัวเฟิงจะได้จากที่นั่นในภายหลัง แถมยังไม่มีข้อห้ามเรื่องการถ่ายทอดวิชาด้วยซ้ำ
แต่สำหรับหยางอู่ในระดับปัจจุบันแล้ว นี่ถือเป็นเคล็ดวิชาล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง
"พี่ชายนี่จริงๆ เลย เพิ่งกลับมาได้ไม่ถึงวันก็เอาแต่หมกตัวฝึกซ้อมอีกแล้ว รับปากว่าจะพาหนูไปเดินเล่นก็ไม่รักษาสัญญา พึ่งพาอะไรไม่ได้เลย วันๆ เอาแต่ฝึก..."
ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา ประตูห้องฝึกซ้อมของหยางอู่ปิดสนิท ไม่เคยเปิดออกเลยสักครั้ง นอกจากจะมีคนรับใช้มาส่งอาหารตรงเวลาทุกวันผ่านช่องพิเศษแล้ว ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขาเลย ทำให้หยางลี่ น้องสาวของเขาต้องมายืนหน้ามุ่ยบ่นกระปอดกระแปดอยู่หน้าห้องฝึกซ้อมเป็นเวลานานทุกวัน
หลังจากความเป็นอยู่ดีขึ้น น้องสาวตาบอดของเขาก็ไม่ต้องทำงานบ้านเองอีกต่อไป ในแต่ละวันเมื่อไม่มีอะไรทำ หยางลี่ก็จะฟังโทรทัศน์หรือไม่ก็หวังว่าหยางอู่จะมาเล่นด้วย
ภายในห้องฝึกซ้อม หยางอู่ที่ยืนหลับตานิ่งดุจต้นสน จู่ๆ ก็ลืมตาขึ้น นัยน์ตาของเขาดูลึกล้ำขึ้นมาก ประกายแสงเจิดจ้าสว่างวาบขึ้นในดวงตาทั้งสองข้าง
"เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!"
ขณะที่เขากวาดสายตาไปรอบๆ ห้องฝึกซ้อม ไหดินเผาหลายใบที่ตั้งอยู่ห่างออกไปสิบเมตรก็แตกละเอียดราวกับถูกยิงด้วยปืนเก็บเสียง ส่งเสียงดังเป๊าะแป๊ะเหมือนประทัด ก่อนจะแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
"ไม่เลวเลย หลังจากผ่านไปเจ็ดวัน ในที่สุดฉันก็ฝึกค่ายกลแรกของ 'ค่ายกลเก้ามายา' สายมายาที่บันทึกไว้ในสมุดได้สำเร็จ!"
หยางอู่พยักหน้าด้วยความพอใจและเก็บสมุดบันทึกลงในตู้เซฟอย่างระมัดระวัง
หากผู้อาวุโสซือถูฮวนมาเห็นว่าหยางอู่ใช้เวลาเพียงเจ็ดวันก็เรียนรู้ค่ายกลแรกสำเร็จ คงนึกไม่ออกเลยว่าเขาจะมีสีหน้าตกตะลึงขนาดไหน
สมัยก่อนตอนที่เขาอยู่ในซากอารยธรรมหมายเลข 9 เขาต้องใช้เวลาถึงห้าสิบกว่าวันกว่าจะฝึกค่ายกลแรกสำเร็จอย่างยากลำบาก และตลอดเจ็ดเดือนนั้น เขาก็ฝึกได้แค่สามค่ายกลแรกเท่านั้น
"ถึงเวลาออกไปแล้วสิ ผ่านมาหลายวัน น้องคงบ่นแย่แล้ว!"
แววตาอ่อนโยนประกายขึ้นในดวงตาของหยางอู่ หลังจากพึมพำกับตัวเอง เขาก็เปิดประตูห้องฝึกซ้อม
"พี่คะ ในที่สุดพี่ก็ยอมออกมาสักที!"
เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู หยางลี่ที่ยืนอยู่หน้าห้องก็กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ แต่น้ำตากลับรื้นขึ้นมาด้วยความน้อยใจ
"เอ่อ... อย่าร้องไห้สิ พี่ขอโทษที่ปล่อยให้น้องอยู่คนเดียวมาหลายวัน! มาเถอะ วันนี้พี่จะพาน้องไปเดินเล่นซื้อของอร่อยๆ กินกันนะ..."
หยางอู่รีบสวมกอดน้องสาวและเช็ดน้ำตาให้เธอขณะพูดปลอบใจ
"อืม... ก็ได้... ไม่เอาดีกว่าค่ะ หนูรู้ว่าพี่ต้องตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อเข้าค่ายเตรียมความพร้อมระดับเทพสงคราม หนูได้ยินกัปตันเฉินจ้านกับคนอื่นๆ บอกว่าถ้าพี่กลายเป็นยอดฝีมือระดับเทพสงครามเมื่อไหร่ ก็จะไม่มีใครกล้ารังแกพวกเราอีก! มาค่ะ เดี๋ยวหนูทำอะไรให้พี่กิน กินอิ่มแล้วพี่จะได้ฝึกต่อ!"
ตอนแรกหยางลี่ก็เริ่มใจอ่อนเมื่อได้ยินว่าพี่ชายจะพาไปเที่ยว เธอเตรียมจะตอบตกลงอยู่แล้ว แต่ดวงตาขาวขุ่นของเธอกลอกไปมา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้ามุ่งมั่นและพูดขึ้น
"ฮ่าฮ่า ยัยเด็กบ๊อง น้องจะไปรู้อะไร? การฝึกซ้อมมันก็ต้องมีเวลาพักผ่อนบ้างสิ ไปกันเถอะ เราจะออกไปข้างนอกกัน!"
หยางอู่จูงมือน้อยๆ ของหยางลี่เดินออกไปข้างนอก
...
"จริงสิพี่คะ หลายวันก่อนหลัวเฟิงมาหาพี่ด้วยนะ เขาบอกให้พี่ติดต่อกลับไปหาเขาตอนที่พี่ฝึกเสร็จน่ะ!"
แม้ว่าการบ่มเพาะในโลกนี้จะไม่มีข้อห้ามเหมือนในนิยายหรือละครโทรทัศน์ชาติก่อนที่ห้ามรบกวนเพราะกลัวธาตุไฟแตกซ่าน แต่หยางอู่ก็ติดนิสัยปิดโทรศัพท์ทุกครั้งที่ฝึกซ้อม ทำให้คนอื่นติดต่อเขาไม่ได้
"อ้อ แล้วมีใครมาหาพี่อีกบ้างล่ะช่วงนี้?"
หยางอู่ถาม
"ก็มีกัปตันเฉินจ้าน คุณอาเสี่ยวฉู่ คุณอาหลิงเฟิง คุณอาอู๋ชิงจง แล้วก็คุณอาหม่าอวิ๋นมาหากันหมดเลยค่ะ โดยเฉพาะกัปตันเฉินจ้านกับคุณอาเสี่ยวฉู่ที่บ้านอยู่หมู่บ้านชิงเฟิง พวกเขามาหาพี่ตั้งหลายรอบ แต่พี่ก็เอาแต่เก็บตัวฝึกซ้อม!"
หยางลี่พูดไปเคี้ยวขนมไป
"อ้อ เข้าใจแล้ว งั้นเราไปบ้านหลัวเฟิงกับหลัวฮว่ากันก่อนเถอะ!"
"ตกลงค่ะ!"
"..."
สองพี่น้องเดินคุยกันไปตามทางมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านหมิงเยว่ซึ่งเป็นที่อยู่ของหลัวเฟิง
...
"คุณลุงหลัว คุณป้ากง ไอ้บ้าเฟิง หลัวฮว่า!"
"เสี่ยวอู่กับเสี่ยวลี่นี่เอง! เข้ามานั่งก่อนสิลูก เข้ามาเลยๆ!"
บังเอิญที่ครอบครัวของหลัวเฟิงอยู่กันพร้อมหน้า พวกเขาต้อนรับสองพี่น้องตระกูลหยางอย่างอบอุ่นเป็นพิเศษ
"คุณลุงหลัว คุณป้ากง หลัวฮว่า ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยดูแลครอบครัวผมช่วงก่อนหน้านี้ รอดมาได้ก็เพราะพวกคุณลุงเลยครับ!"
หยางอู่กล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ
"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ก็แค่พวกทีมบังคับใช้กฎหมายมันทำเกินไปหน่อยน่ะสิ ตอนนั้นป้ายังแอบเสียใจเลยที่สนับสนุนให้หลัวเฟิงเข้าสำนักยุทธ์ขีดจำกัด!"
แม่ของหลัวเฟิงส่ายหน้าแล้วพูด
"คุณป้าครับ เรื่องนี้มันเป็นแค่กรณีพิเศษครับ เป็นเพราะผมไปฆ่าหลานชายกัปตันทืมบังคับใช้กฎหมายเข้าต่างหาก ความจริงแล้วสำนักยุทธ์ขีดจำกัดก็ดูแลคนของเขาดีนะ ผมได้ยินมาว่าพวกเขาทำเรื่องขอโควตาฝึกฝนพิเศษให้หลัวเฟิงแล้วด้วย เผลอๆ อาจจะได้เข้าค่ายเตรียมความพร้อมระดับเทพสงครามเลยนะ! ไอ้บ้าเฟิง ถึงตอนนั้นคงต้องพึ่งนายแล้วล่ะ!"
หยางอู่พูดติดตลก
"แหม พี่หยาง พี่ก็พูดเป็นเล่นไป ผมยังไม่ได้แสดงความยินดีกับพี่เลยนะที่กำลังจะได้เข้าค่ายเตรียมความพร้อมระดับเทพสงครามของสำนักยุทธ์อัสนีบาตเนี่ย!"
หลัวเฟิงพูดขึ้นบ้าง
"แต่ว่านะพี่หยาง ผมขอโทษจริงๆ ถ้าผมไปพื้นที่รกร้างว่างเปล่าช้ากว่านี้สักสองสามวัน ผมก็คงได้ช่วยพี่แล้ว!"
แววตาของหลัวเฟิงฉายแววรู้สึกผิด
"พูดอะไรของนายวะ ไอ้บ้า"
หยางอู่โบกมือแล้วชกอกหลัวเฟิงเบาๆ
"นายไม่ใช่หมอดูสักหน่อย จะไปรู้ได้ไงว่าอีกไม่กี่วันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น? อีกอย่าง จะเข้าพื้นที่รกร้างว่างเปล่าตอนไหนมันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนายซะหน่อย"
"เอาล่ะๆ เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว อย่าไปพูดถึงเรื่องแย่ๆ ให้หมดสนุกเลย อย่างน้อยตอนนี้ทุกคนก็ปลอดภัยดีแล้วนี่นา!"
หลัวฮว่าที่อยู่ข้างๆ พูดยิ้มๆ
"อ้อ จริงด้วย งั้นเรามาคุยเรื่องดีๆ กันดีกว่า เสี่ยวฮว่า นายมีเรื่องอะไรดีๆ จะบอกพวกเราบ้างไหมล่ะ? ดูทำหน้าตากรุ้มกริ่มเข้าสิ!"
"ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!"
คำพูดของหยางอู่ทำให้ทุกคนหัวเราะครืนขึ้นมาทันที
"เอ่อ... พี่หยางชอบแกล้งผมตลอดเลย แฮะๆ แต่ก็ไม่แน่นะ อีกไม่นานพี่หยางอาจจะได้กินขนมงานแต่งผมก็ได้!"
หลัวฮว่าเกาหัวเขินๆ
"ฮ่าฮ่า งั้นก็ต้องขอแสดงความยินดีล่วงหน้าเลยนะ!"
หยางอู่รู้เรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไปดี แต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา
"ไอ้บ้าเฟิง ฉันได้ยินมาว่านายกับเพื่อนสมัยมัธยมที่ชื่อสวี... สวีอะไรนะ... สวีซิน... แฮะๆ..."
หยางอู่หันไปมองหลัวเฟิง รอยยิ้มแปลกๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"พี่พูดอะไรเนี่ย? ไปเอาเรื่องนี้มาจากไหนพี่หยาง!"
หลัวเฟิงลุกลน หน้าแดงเถือก
ในความทรงจำของเขา หยางอู่ไม่น่าจะรู้เรื่องที่เขาแอบชอบสวีซินนี่นา เขาจะไปรู้ได้ยังไง? แถมดูเหมือนเขาเพิ่งจะเคยเจอสวีซินแค่ครั้งเดียวที่ห้างสรรพสินค้าสมาพันธ์ HR ด้วย
"แฮะๆ ท่านเซียนหยางผู้นี้รู้เรื่องบนฟ้าครึ่งนึง แล้วก็รู้เรื่องบนดินทั้งหมดแหละ ฉันยังรู้ด้วยว่าแฟนนาย..."
ยังไม่ทันที่หยางอู่จะพูดจบ หลัวเฟิงก็รีบเอามือปิดปากหยางอู่ไว้ ไม่ให้เขาพูดต่อ
"อ้าว พี่แกล้งผมอยู่ได้ ทีตัวเองมีแฟนแล้วยังไม่ยอมบอกพวกเราเลย ปล่อยให้พ่อกับแม่เป็นห่วงอยู่ทุกวัน!"
หลัวฮว่าพูดแทรกขึ้นมาด้วยความหมั่นไส้
"นั่นสิ เสี่ยวเฟิง ลูกสาวบ้านไหนกันล่ะ? รีบบอกแม่มาเลยนะ!"
"เอ่อ ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ ยังไม่มีอะไรแน่นอนเลย มาพี่หยาง ไปห้องฝึกซ้อมกันเถอะ ผมมีเรื่องจะถามพี่เกี่ยวกับเพลงดาบหน่อย!"
หลัวเฟิงรีบดึงหยางอู่มุ่งหน้าไปที่ห้องฝึกซ้อมทันที