- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่ในโลกไซอิ๋วสมบัติใต้หล้าข้าจะกวาดให้เกลี้ยง
- บทที่ 3 - ศรเทพยิงตะวัน
บทที่ 3 - ศรเทพยิงตะวัน
บทที่ 3 - ศรเทพยิงตะวัน
ท่ามกลางความเลือนราง เบื้องหน้าของเจียงเฉินปรากฏภาพอันน่าสยดสยองยิ่งนัก
นั่นคือยุคบรรพกาลที่มีดวงอาทิตย์สิบดวงปรากฏขึ้นพร้อมกัน แขวนตระหง่านอยู่บนท้องนภา
เพลิงแท้สุริยันอันไร้ที่สิ้นสุดร่วงหล่นลงมาจากร่างของพวกมัน แผดเผาลงสู่ดินแดนหงฮวง
ชั่วพริบตาแม่น้ำเหือดแห้ง ผืนดินแตกระแหง ทั่วทั้งแผ่นดินราวกับตกอยู่ในวันสิ้นโลก เปลวเพลิงลุกโชน เผาผลาญสรรพชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปมากเท่าใดก็ไม่อาจทราบได้
สรรพสัตว์ล้วนล้มตาย!
เสียงคร่ำครวญ เสียงโอดครวญ เสียงกรีดร้องของสรรพชีวิตดังก้องกังวานอยู่ในหัวของเจียงเฉินอย่างกะทันหัน แทบจะทำให้ศีรษะของเขาระเบิดออก
ซ้ำยังมีเจตจำนงอันบ้าคลั่งสายหนึ่งผุดขึ้นมาจากในใจของเจียงเฉิน หมายจะกลืนกินสติสัมปชัญญะของเขา
ติ๊ง!
เวลานั้นเองกระจกเต๋าก็ขยับ ปล่อยความรู้สึกเย็นสดชื่นสายหนึ่งไหลลงสู่ร่างกายของเจียงเฉิน เมื่อถูกกระตุ้นเช่นนี้เขาจึงอดไม่ได้ที่จะสะดุ้งเฮือกและได้สติกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์
"ซี้ด ..."
"ช่างเป็นกรรมหนักอะไรเช่นนี้!"
"อีกาทองคำนั่นต้องก่อกรรมทำเข็ญไว้มากเพียงใด ถึงได้ดึงดูดกรรมหนักหนาปานนี้มาเกาะกินร่าง!"
เจียงเฉินที่ได้สติกลับมาอดไม่ได้ที่จะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง บนใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เกือบไปแล้ว เขาเกือบจะถูกช่วงชิงสติสัมปชัญญะจนกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดที่รู้จักแต่การเข่นฆ่าเสียแล้ว
ปราณสีแดงเข้มบนซากศพของอีกาทองคำนั้นก็คือกรรมหนักที่ทำให้สรรพชีวิตในฟ้าดินเปลี่ยนสีหน้าเมื่อพูดถึงนั่นเอง
วินาทีนี้เจียงเฉินถึงได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเหตุใดจึงไม่มีใครกล้าแตะต้องซากศพของอีกาทองคำ
เรื่องเกรงกลัวพระไวโรจนพุทธะอะไรนั่นล้วนเป็นของปลอม
เกรงกลัวกรรมหนักบนซากศพของอีกาทองคำต่างหากที่เป็นเรื่องจริง
ดังคำกล่าวที่ว่ากรรมตามสนอง เคราะห์กรรมย่อมมาหา!
หากมีใครหลอมรวมซากศพของอีกาทองคำ คนผู้นั้นก็ต้องหลอมรวมกรรมหนักบนร่างของมันไปด้วย
กรรมหนักบนร่างอีกาทองคำมาจากไหนกันเล่า
นั่นคือสิ่งที่ได้มาเมื่อครั้งดวงอาทิตย์สิบดวงปรากฏขึ้นพร้อมกันแล้วแผดเผาสรรพชีวิตไปนับไม่ถ้วน จะบอกว่าเป็นบาปหนาดั่งฟ้าถล่มก็ไม่เกินจริงไปนัก
กรรมหนักเช่นนี้ ต่อให้เป็นผู้กึ่งรู้แจ้งธรรมดาก็ยังรับไม่ไหว หากแปดเปื้อนเมื่อใดก็คงอยู่ห่างจากเคราะห์กรรมถึงตายไม่ไกลแล้ว
ด้วยเหตุนี้ใครจะคิดสั้นไปแตะต้องซากศพของอีกาทองคำเล่า
นี่ไม่ใช่การหาเรื่องใส่ตัวหรืออย่างไร
"ให้ตายเถอะ!"
"มิน่าเล่าซากศพของอีกาทองคำถึงนอนอยู่ที่นี่มาตั้งหลายปีโดยไม่มีใครไปแตะต้อง ที่แท้บนร่างของมันก็มีพิษร้ายนี่เอง!"
หลังจากคิดเรื่องเหล่านี้ตกแล้วเจียงเฉินก็อดทอดถอนใจไม่ได้ เขายังอ่อนหัดเกินไป หากนี่เป็นวาสนายิ่งใหญ่จริง จะเหลือรอดมาจนถึงตอนนี้ได้อย่างไร
คงถูกคนอื่นกินจนไม่เหลือซากไปตั้งนานแล้ว
การที่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครไปแตะต้อง เห็นได้ชัดว่าซากศพของอีกาทองคำต้องมีปัญหา
ทว่าคนอื่นเกรงกลัวกรรมหนักแต่เจียงเฉินไม่กลัว!
กระจกเต๋ามีความสามารถในการกลืนกินสรรพสิ่ง ไม่สนว่าดีหรือเลว ตราบใดที่เป็นพลัง มันก็สามารถกลืนกินได้ทั้งหมด
แม้แต่กรรมหนักก็ไม่มีข้อยกเว้น
มิฉะนั้นกระจกเต๋าจะถูกเรียกว่าแข็งแกร่งได้อย่างไร
ฟุ่บ ...
กระจกเต๋าลอยเด่น ส่องประกายแสงหมื่นสายกวาดลงไปยังซากศพของอีกาทองคำเบื้องล่างราวกับจะบดบังฟ้าดิน
ก๊าซ!
ท่ามกลางความเลือนราง คล้ายกับมีเสียงร้องยาวของอีกาทองคำ เสียงของมันข้ามผ่านสายธารแห่งกาลเวลาดังมาจากยุคบรรพกาลก้องกังวานอยู่ข้างหูเจียงเฉิน
จากนั้นก็มองเห็นซากศพของอีกาทองคำที่ตายไปนานแล้วจู่ๆ ก็ขยับตัว ปลดปล่อยเพลิงแท้สุริยันอันไร้ขอบเขตออกมาแผดเผาแสงที่กวาดลงมา
ชั่วพริบตาแสงสว่างไร้ที่สิ้นสุดก็ปะทุขึ้น ทุกสิ่งมองไม่เห็นอีกต่อไป มีเพียงความขาวโพลนไปหมด
ส่วนเจียงเฉินนั้นหลับตาลงตั้งแต่ก่อนที่แสงสว่างจะปะทุขึ้นแล้ว มิฉะนั้นแสงนั่นคงแทงตาเขาจนบอดแน่
รอจนทุกอย่างสงบลงเจียงเฉินลืมตาขึ้นอีกครั้ง ซากศพของอีกาทองคำก็อันตรธานหายไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าสู้กระจกเต๋าไม่ได้และถูกมันเก็บไปแล้ว
เวลานั้นเองด้านหน้าก็มีเสียงติ๊งดังขึ้น มีบางสิ่งร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศดึงดูดสายตาของเจียงเฉินเอาไว้
"หืม"
"นั่นมันอะไรกัน"
ด้วยความสงสัยในใจเจียงเฉินจึงมองตามเสียงไป ก็เห็นศรเทพดอกหนึ่งที่สร้างจากน้ำแข็งนิลทั้งเล่ม
ศรเทพยิงตะวัน!
แม้จะไม่รู้จักของสิ่งนี้ แต่เมื่อมองเห็นมันเป็นครั้งแรก ประวัติความเป็นมาของมันก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำของเจียงเฉินโดยอัตโนมัติ ช่างลึกลับซับซ้อนดีแท้
ศรเทพยิงตะวัน ตามชื่อของมันก็คือศรเทพที่โฮ่วอี้ใช้ยิงสังหารอีกาทองคำในปีนั้น สร้างขึ้นจากวัตถุวิเศษก่อกำเนิดในตำนานอย่างวิญญาณน้ำแข็งไท่อิน เสริมด้วยกิ่งของต้นเยว่กุ้ยไท่อิน เป็นของวิเศษล้ำค่าแห่งวิถีไท่อิน
เมื่อแรกสร้างเสร็จก็เป็นถึงสุดยอดของวิเศษหลังกำเนิด หลังจากยิงสังหารอีกาทองคำมีความชอบได้รับบุญกุศล จึงเกิดการผลัดเปลี่ยนกลายเป็นสุดยอดของวิเศษบุญกุศลหลังกำเนิด
นี่มันของดีชัดๆ!
ในใจตื่นเต้น เจียงเฉินกำลังจะก้าวไปเก็บมันขึ้นมา แต่เวลานี้กระจกเต๋ากลับบินโซเซกลับมา
จากนั้นเจียงเฉินก็สัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่ถ่ายทอดออกมาจากกระจกเต๋า หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของตนจนแทบจะทำให้เขาระเบิดออก แล้วเขาก็ตาเหลือกสลบไป
รอจนเจียงเฉินฟื้นขึ้นมาก็เป็นเวลาหนึ่งเดือนให้หลังแล้ว
...
"ซี้ด"
"เจ็บเหลือเกิน!"
เจียงเฉินที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาก็รู้สึกราวกับร่างกายถูกฉีกขาด เจ็บปวดไปทั้งตัวคล้ายกับมีมดนับสิบล้านตัวกำลังกัดกินอยู่ภายในร่าง ช่างยากที่จะอดทนได้
พักฟื้นอยู่นานความเจ็บปวดนั้นจึงค่อยๆ ทุเลาลง และเวลานี้เจียงเฉินถึงได้มีเวลามาตรวจดูความเปลี่ยนแปลงของตนเอง
อืม!
เป็นความเปลี่ยนแปลงที่พลิกฟ้าคว่ำดิน
ระดับพลังก้าวจากขอบเขตวิถีหลังกำเนิดเข้าสู่ขอบเขตวิถีก่อกำเนิด!
จุดตันเถียนแปรเปลี่ยนเป็นห้วงทะเลวิญญาณ จิตวิญญาณกลายเป็นวิญญาณหยิน ร่างกายบริสุทธิ์ดั่งหลิวหลี ปราศจากสิ่งเจือปนแม้แต่น้อย
เพียงแค่ขยับความคิดก็มีปราณโลหิตอันยิ่งใหญ่ทะลักออกมา ประหนึ่งสายน้ำแห่งแม่น้ำฮวงโหที่ไหลบ่าอย่างเชี่ยวกรากไม่มีหยุดพัก
นอกเหนือจากนี้ปราณโลหิตของเขาก็ราวกับถูกพันธนาการไว้ด้วยปราณสุริยันชั้นหนึ่ง ปลดปล่อยกลิ่นอายอันร้อนแรงและเต็มไปด้วยแรงกดดันอย่างยิ่ง
และภายในห้วงทะเลวิญญาณของเขายังมีดวงอาทิตย์อันสว่างไสวดวงหนึ่งลอยล่องอยู่ภายใน ปลดปล่อยเพลิงแท้สุริยันออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อหลอมรวมปราณโลหิตของเขา
กายเทพสุริยัน!
วินาทีนี้ร่างกายของเจียงเฉินได้ลอกคราบจากกายเนื้อธรรมดากลายเป็นกายเทพขั้นสูงสุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ นั่นก็คือ กายเทพสุริยัน
พรสวรรค์ของมันสามารถเทียบเคียงได้กับสิ่งมีชีวิตก่อกำเนิดในยุคบรรพกาล เป็นรองเพียงเทพมารก่อกำเนิดเหล่านั้นเท่านั้น
แน่นอนว่าสรรพคุณของซากศพอีกาทองคำร่างนั้นไม่ได้มีเพียงเท่านี้ แต่เป็นเพราะระดับการฝึกฝนของเจียงเฉินอ่อนแอเกินไปจึงรับได้เพียงแค่นั้น
เขายังมีพลังอีกมากมายที่ถูกผนึกไว้ในกระจกเต๋า รอคอยให้เจียงเฉินไปปลดผนึก
ขอบเขตวิถีก่อกำเนิดเมื่ออยู่ในทวีปตงเซิ่งเสินโจวที่มีเซียนเทพมาชุมนุมกัน ตลอดจนทวีปซีหนิวเฮ่อโจวที่มีปีศาจออกอาละวาด ย่อมไม่นับว่าเป็นอะไรได้
แต่ในดินแดนทวีปหนานจานปู้โจวที่เหล่าเซียนเทพเร้นกายนี้ เรียกได้ว่าก้าวเข้าสู่ทำเนียบยอดฝีมือแล้ว
ดังนั้นหลังจากทะลวงขอบเขตวิถีก่อกำเนิดเจียงเฉินจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง แต่ตื่นเต้นก็ส่วนตื่นเต้น เขายังไม่ลืมธุระสำคัญ
เห็นเขากระโจนพรวดเดียวก็มาถึงเบื้องหน้าศรเทพยิงตะวัน สถานที่แห่งนี้เดิมทีเป็นสถานที่ฝังศพของอีกาทองคำ แม้จะบอกว่าอีกาทองคำถูกกระจกเต๋าเก็บไปแล้ว แต่ที่นี่ยังคงมีเพลิงแท้สุริยันหลงเหลืออยู่บ้าง
เพลิงแท้สุริยันคือหนึ่งในสิบเพลิงศักดิ์สิทธิ์ก่อกำเนิดแห่งยุคหงฮวง เซียนธรรมดาหากแตะต้องเพียงนิดเดียวก็จะถูกแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
ทว่าตอนนี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเปลวเพลิงอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ เจียงเฉินไม่เพียงไม่รู้สึกหวาดกลัวแต่กลับเกิดความรู้สึกสนิทสนมขึ้นมาบ้าง
เขาแตกต่างไปจากเมื่อก่อนแล้วจริงๆ
...
เมื่อซากศพของอีกาทองคำถูกกระจกเต๋าเก็บไป สถานที่ซึ่งเดิมทีมันเคยอยู่ก็กลายเป็นลานกว้างขนาดใหญ่ และศรเทพยิงตะวันก็ปักเฉียงอยู่บนพื้นดิน