- หน้าแรก
- พลังกลืนกินสะท้านยุทธภพ
- บทที่ 1 - เขาคือคนบ้า
บทที่ 1 - เขาคือคนบ้า
บทที่ 1 - เขาคือคนบ้า
บทที่ 1 - เขาคือคนบ้า
สำนักเสวียนเทียน ยอดเขางานจิปาถะ ป่าไผ่ม่วง
ท้องฟ้าเพิ่งสาง หมอกยามเช้าอันเลือนรางปกคลุมเทือกเขาที่ทอดยาวสลับซับซ้อน เสียงโลหะกระทบกันดัง "เคร้ง เคร้ง เคร้ง" แว่วมาจากป่าไผ่ม่วงที่ถูกสายหมอกหนาทึบกลืนกิน
เมื่อมองเข้าไปใกล้ จะเห็นเด็กหนุ่มในชุดผ้าหยาบสีเทากำลังกวัดแกว่งกระบี่ยาวในมือ ฟาดฟันลงบนต้นไผ่ม่วงที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าอย่างสุดกำลัง
"หนึ่งเดือน!"
"เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น!"
"หากภายในหนึ่งเดือนนี้ข้าไม่สามารถทะลวงขอบเขตหลอมปราณระดับสี่ได้ ข้าจะต้องถูกขับไล่ออกจากสำนัก!"
"ถึงเวลานั้น ชาตินี้ข้าคงไม่มีวันแก้แค้นแทนท่านผู้ใหญ่บ้านและทุกคนได้อีกแล้ว!"
เด็กหนุ่มชุดเทากัดฟันกรอด แม้สองมือจะปริแตกจนเลือดซึมออกมานับไม่ถ้วนเพราะไม่อาจทนรับแรงกระแทกได้ แต่เขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพักเลยแม้แต่น้อย!
เด็กหนุ่มมีนามว่า เย่เฟย เขาเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาในระดับล่างสุดที่มาจากหมู่บ้านบนภูเขาเล็กๆ ตั้งแต่จำความได้เขาก็เป็นเด็กกำพร้าไร้พ่อขาดแม่ เติบโตมาด้วยข้าวปลาอาหารและเสื้อผ้าจากน้ำใจของชาวบ้านนับร้อยหลังคาเรือน
เขาเคยเป็นเพียงคนไร้ความทะเยอทะยาน ปรารถนาเพียงว่าเมื่อโตขึ้นจะได้ใช้ความอุตสาหะของตนแลกกับอาหารให้อิ่มท้องทุกมื้อ ได้แต่งงานกับภรรยาที่แสนดี ทำงานเมื่อตะวันขึ้นและพักผ่อนเมื่อตะวันตกดิน ใช้ชีวิตเรียบง่ายไปจนแก่เฒ่า
แต่สวรรค์กลับไม่เป็นใจ
แปดปีก่อน นักฆ่าชุดดำลึกลับคนหนึ่งบุกโจมตีหมู่บ้านของพวกเขา สังหารผู้คนอย่างโหดเหี้ยม ไม่เว้นแม้แต่ไก่หรือสุนัข!
ภายใต้การปกป้องของผู้ใหญ่บ้าน เย่เฟยถูกซ่อนตัวอยู่ในห้องใต้ดินอันคับแคบ พร้อมกับคำสั่งเสียว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ห้ามออกมาเด็ดขาด!
และด้วยเหตุนั้น เย่เฟยในวัยเยาว์จึงได้แต่ซ่อนตัวอยู่ในห้องใต้ดิน มองดูผู้ใหญ่บ้านและใบหน้าที่คุ้นเคยทีละคนล้มลงจมกองเลือด โดยไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงร้องออกมา!
ภาพเหตุการณ์เหล่านั้น เสียงกรีดร้องเหล่านั้น กลายเป็นฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนเย่เฟยไปชั่วชีวิต!
จนกระทั่งทั้งหมู่บ้านกลายเป็นเพียงซากปรักหักพังแห่งความตาย นักฆ่าชุดดำผู้นั้นจึงยอมล่าถอยไป
ต่อมา เย่เฟยซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวได้ตัดสินใจเข้าร่วมการทดสอบคัดเลือกศิษย์ของสำนักเสวียนเทียนอย่างเด็ดเดี่ยว เพื่อหวังจะก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกตนและกลับไปแก้แค้นให้ทุกคน!
น่าเสียดายที่เย่เฟยเกิดมาพร้อมกับรากปราณผสมเบญจธาตุระดับต่ำต้อย ซึ่งถูกทางสำนักมองว่าเป็นเศษสวะแห่งการบ่มเพาะ เขาต้องอ้อนวอนอย่างหนักกว่าจะได้รับตำแหน่งศิษย์งานจิปาถะมาครอบครอง
บัดนี้ แปดปีแห่งการฝึกฝนอย่างยากลำบากผ่านพ้นไป ศิษย์รุ่นเดียวกันที่เข้าสำนักมาพร้อมเขาต่างก็ได้เลื่อนขั้นหรือโด่งดังกันไปหมดแล้ว เหลือเพียงเขาที่ยังคงย่ำอยู่กับที่ เป็นแค่ศิษย์งานจิปาถะขอบเขตหลอมปราณระดับสอง แม้แต่ศิษย์รุ่นน้องหลายคนที่เพิ่งเข้าสำนักมาทีหลังก็ยังก้าวล้ำหน้าเขาไปไกลลิบ!
การทดสอบเลื่อนขั้นศิษย์งานจิปาถะในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า คือโอกาสสุดท้ายของเขา!
หากครั้งนี้เขายังไม่สามารถทะลวงขอบเขตหลอมปราณระดับสี่เพื่อเลื่อนขั้นเป็นศิษย์สายนอกได้ ตามกฎของสำนักเสวียนเทียน เขาจะต้องถูกขับไล่ออกจากสำนัก และช่วงชีวิตที่เหลือหลังจากนี้คงยากที่จะมีความก้าวหน้าใดๆ อีก!
"บัดซบ! หรือว่ารากปราณผสมเบญจธาตุจะเป็นได้แค่เศษสวะจริงๆ ไม่ว่าข้าจะพยายามมากแค่ไหน ก็ไม่มีทางทะลวงขอบเขตหลอมปราณระดับสี่ได้เลยหรือ?"
เย่เฟยกวัดแกว่งกระบี่ยาวด้วยความไม่ยินยอม ความเจ็บปวดจากมือที่ปริแตกไม่อาจทำให้เขาใจเย็นลงได้เลย!
"มนุษย์ธรรมดาก็คือมนุษย์ธรรมดา! ต่อให้ทุ่มเทแทบตาย ชาตินี้ก็เป็นได้แค่คนต่ำต้อยอยู่วันยังค่ำ!"
"ยังริอ่านจะใช้สิ่งที่เรียกว่าความพยายามมาฝืนลิขิตสวรรค์เปลี่ยนชะตาชีวิตอีกหรือ? ฝันไปเถอะ!"
ขณะที่เย่เฟยกำลังฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง เสียงเยาะเย้ยถากถางก็ดังขึ้นจากด้านข้าง ทันใดนั้น ศิษย์ในชุดสีเทาสามคนก็เดินแหวกม่านหมอกออกมาด้วยท่าทีโอหัง
"เย่เฟย! โอสถรวมปราณของเดือนนี้ เจ้าค้างมาสามวันแล้ว สงสัยข้าคงต้องช่วยรื้อฟื้นความจำให้เจ้าอีกแล้วกระมัง?"
เด็กหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่เดินนำหน้าแกว่งกำปั้นล่ำสัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยการข่มขู่
"จางเชา! ข้าเคยบอกไปแล้ว ว่าเดือนนี้คือช่วงเวลาสำคัญในการทะลวงขอบเขตหลอมปราณระดับสี่ของข้า ดังนั้นไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ไม่มีวันมอบโอสถรวมปราณของเดือนนี้ให้เด็ดขาด!"
มือขวาที่ชุ่มไปด้วยเลือดของเย่เฟยกำกระบี่ยาวแน่น สายตาจ้องมองทั้งสามคนอย่างเด็ดเดี่ยว
จางเชาผู้เป็นหัวโจก อาศัยพลังขอบเขตหลอมปราณระดับสี่ของตน ประกอบกับมีพี่ชายที่เป็นศิษย์สายนอกคอยหนุนหลัง จึงทำตัวกร่างรังแกผู้อ่อนแออยู่บนยอดเขางานจิปาถะแห่งนี้!
ทุกเดือนเขาจะคอยรีดไถโอสถรวมปราณจากคนอื่นๆ เพื่อเป็นค่าคุ้มครอง หากใครขัดขืนแม้แต่น้อย ก็จะถูกทุบตีและด่าทออย่างหนัก!
ก่อนหน้านี้เย่เฟยเคยแข็งข้อต่อต้านอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ถูกจับกดลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ความปรานี!
เมื่ออยู่ใต้ชายคาจำต้องก้มหัว ในเวลาต่อมาเขาก็จำต้องกัดฟันทนยอมรับชะตากรรม
แต่ทว่าตอนนี้ โอกาสสุดท้ายในการเลื่อนขั้นกำลังจะมาถึง โอสถรวมปราณสามเม็ดอันน้อยนิดในมือคือความหวังสุดท้ายของเขา!
เพื่อไขว่คว้าความหวังสุดท้ายนี้เอาไว้ ต่อให้ต้องตาย เย่เฟยก็จะไม่ยอมก้มหัวให้จางเชาอีกต่อไป!
"ฮ่าฮ่าฮ่า พวกเจ้าได้ยินไหม? สวะไร้ค่าอย่างมัน ยังคิดจะทะลวงขอบเขตหลอมปราณระดับสี่อีกหรือ?"
เมื่อเห็นความแน่วแน่ของเย่เฟย จางเชาและพวกรวมสามคนกลับหัวเราะเยาะเย้ยหยัน ก่อนจะเผยแววตาอำมหิตออกมา "เลิกพล่ามได้แล้ว! ภายในสามลมหายใจ หากเจ้าไม่ส่งโอสถรวมปราณทั้งหมดในตัวออกมา ข้าจะทุบตีเจ้าให้กลายเป็นสวะพิการเดี๋ยวนี้แหละ!"
"พวกเจ้าจะรังแกกันเกินไปแล้ว!"
เย่เฟยเบิกตากว้าง จิตสังหารลุกโชน
"ข้าจะรังแกเจ้าแล้วจะทำไม?" จางเชาชี้หน้าเย่เฟยพร้อมกับพูดอย่างโอหัง "แนจริงก็ลงมือสิ! ต่อให้ข้าให้ความกล้าเจ้าสักหมื่นเท่า สวะอย่างเจ้าก็ไม่มีปัญญาลงมือกับข้าหรอก!"
"ข้าไม่เพียงแค่กล้าลงมือ แต่ข้ากล้าฆ่าเจ้าด้วยซ้ำ!!!"
แปดปีแห่งความอัปยศ ความแค้นที่สุมอกจนแทบทะลัก เย่เฟยไม่อาจทนรับความโกรธเกรี้ยวในใจได้อีกต่อไป กระบี่ยาวในมือตวัดฟันฉับเข้าที่ลำคอของจางเชาอย่างดุดัน!
"ร่อนหาที่ตาย!"
เมื่อเห็นว่าเย่เฟยกล้าลงมือจริงๆ จางเชาแม้จะตกใจแต่ก็ไม่ตื่นตระหนก ในเสี้ยววินาทีที่เย่เฟยแทงกระบี่เข้ามา เขาก็พลิกมือเรียกกระบี่วิเศษออกมาสกัดกั้นคมกระบี่ของเย่เฟยเอาไว้!
เคร้ง!!!
พริบตาที่กระบี่ทั้งสองปะทะกัน แรงกระแทกอันหนักหน่วงก็แผ่กระจายออกไป เย่เฟยซึ่งสองมือเต็มไปด้วยบาดแผลอยู่แล้ว กลับไม่สนความเจ็บปวดใดๆ ยอมรับแรงกระแทกนั้นไว้ แล้วพุ่งเข้าปะทะกับจางเชาผู้มีพลังขอบเขตหลอมปราณระดับสี่แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน!
"จางเชา! แต่ละเดือนเจ้าดูดซับโอสถรวมปราณไปตั้งมากมาย พลังฝึกปรือกลับมีแค่นี้เองหรือ!" เย่เฟยหัวเราะเยาะเย้ย "ขยะอย่างเจ้า ยังมีหน้ามาด่าคนอื่นว่าเป็นสวะอีกหรือ?"
"ไอ้สวะรนหาที่! รินสุราดีไม่ชอบ ชอบให้กรอกสุราพิษ!"
"ตายซะเถอะ!"
"เพลงกระบี่เบิกภูผา!"
จางเชาที่ถูกเย่เฟยเยาะเย้ยจนหน้ามืดด้วยความโกรธ คำรามลั่นก่อนจะใช้วิชายุทธ์ที่มีแต่ศิษย์สายนอกเท่านั้นที่ฝึกได้ ปราณกระบี่สีน้ำตาลระเบิดออกมารอบตัวกระบี่ หักกระบี่ยาวของเย่เฟยจนสะบั้นในพริบตา ก่อนที่คมกระบี่จะพุ่งทะลวงเข้าสู่จุดตายของเย่เฟย!
เมื่อวิชายุทธ์ถูกปลดปล่อย ผลแพ้ชนะก็เป็นอันรู้ผล!
แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือ เมื่อเผชิญหน้ากับคมกระบี่ของจางเชา เย่เฟยกลับไม่หลบเลี่ยง ซ้ำยังแอ่นอกพุ่งเข้าใส่ ปล่อยให้คมกระบี่อันแหลมคมทิ่มทะลุหน้าอกจนเลือดพุ่งกระฉูดดั่งน้ำพุ!
"คิดจะฆ่าข้าหรือ?"
"ต่อให้ข้าเย่เฟยต้องตาย ข้าก็จะลากเจ้าลงนรกไปด้วย!!!"
ก่อนที่พวกของจางเชาทั้งสามคนจะทันตั้งตัว เย่เฟยก็ใช้เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่บีบข้อมือขวาที่จับกระบี่ของจางเชาไว้แน่น และในเสี้ยววินาทีนั้น เขาก็ใช้กระบี่หักในมือแทงสวนเข้าที่หน้าอกของจางเชาอย่างจัง!
"ไม่!!!"
จางเชาที่เพิ่งรู้ตัวหน้าซีดเผือด เขาพยายามจะสะบัดตัวหนีทันที แต่พบว่าด้วยระยะห่างที่ใกล้เกินไป ประกอบกับมือขวาถูกเย่เฟยจับไว้แน่น ทำให้เขาร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ และถูกกระบี่หักของเย่เฟยเสียบเข้าที่กลางอกอย่างจัง!
ชั่วพริบตา เลือดสีแดงฉานก็สาดกระเซ็น ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตาย เย่เฟยจะสามารถใช้วิธีแลกชีวิตต่อชีวิตที่บ้าระห่ำเช่นนี้ได้โดยไม่ลังเล!
คนบ้า!
เขาคือคนบ้า!
ในเวลานี้ เย่เฟยในสายตาของทุกคนก็คือคนบ้าที่ไม่รักชีวิตตัวเอง!
"ฮ่าฮ่าฮ่า!"
"จางเชา! นี่แหละคือจุดจบของคนที่คิดจะฆ่าข้าเย่เฟย!"
เย่เฟยที่เลือดไหลทะลักจากหน้าอก ยิ้มกว้างอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่ร่างของเขาจะโซเซและล้มลงกระแทกพื้น จมกองเลือดของตัวเอง!
"ช่วยจางเชา! เร็วเข้า ช่วยจางเชาที!"
"ถ้าจางเชาตาย จางฮั่นพี่ชายของเขาต้องฆ่าพวกเราแน่!"
สติของเย่เฟยเริ่มเลือนราง เสียงตื่นตระหนกของผู้คนรอบข้างค่อยๆ ห่างออกไป ราวกับว่าวิญญาณของเขาได้หลุดลอยออกจากร่าง และกำลังร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด!
"หรือว่าชีวิตของข้าเย่เฟย จะต้องจบลงเพียงเท่านี้?"
"ข้ายังไม่ได้แก้แค้นให้ทุกคนเลย..."
"ข้าไม่ยอม..."
"ข้าไม่ยอม!"
วินาทีที่สติของเย่เฟยกำลังจะแตกซับสูญสลาย แสงสว่างอันเก่าแก่และเจิดจ้าก็ปะทุขึ้นจากส่วนลึกของดวงวิญญาณ ราวกับเดินทางข้ามผ่านกาลเวลาอันยาวนานนับไม่ถ้วน!
ในความสะลึมสะลือ เย่เฟยพบว่าตนเองถูกพัดพามาอยู่เหนือทางช้างเผือกอันสว่างไสว ไม่เพียงแต่บาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกจะสมานตัวในพริบตา แม้แต่ดวงดาวที่เคยสูงส่งเกินเอื้อม บัดนี้กลับอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ!
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ท่ามกลางดวงดาวนับไม่ถ้วนที่รายล้อม กลับมีหอคอยสีทองขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม ราวกับยักษ์สีทองที่ค้ำจุนฟ้าดินปรากฏอยู่เบื้องหน้าของเย่เฟย!
"นี่มัน... หอคอยขนาดยักษ์ในความฝันของข้านี่!"
ตั้งแต่จำความได้ เย่เฟยก็มักจะฝันเห็นหอคอยสีทองขนาดยักษ์นี้อยู่เป็นประจำ เพียงแต่เขาไม่เคยเห็นมันชัดเจนเท่ากับตอนนี้มาก่อน!
วูบ!!!
วินาทีต่อมา ประตูหอคอยสีทองขนาดยักษ์ก็เปิดออกกว้าง ลำแสงสีทองสาดส่องลงมาอาบร่างของเย่เฟย!
เมื่อเย่เฟยได้สติกลับคืนมา ร่างของเขาก็มาปรากฏอยู่ภายในตำหนักโบราณอันวิจิตรตระการตา เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ภายในลำแสงสีทองใจกลางตำหนักก็ปรากฏตัวอักษรขนาดใหญ่สามตัวที่ตวัดลวดลายราวกับมังกรทะยานหงส์ร่ายรำ — หอคอยเทพโบราณ!!!
(จบแล้ว)